Enter At Your Own Risk!!
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 

The Nazi Officer's Wife - เมียนาซี

The Nazi Officer's Wife: How One Jewish Woman Survived the Holocaust
By Edith Hahn Beer with Susan Dworkin


เล่มนี้เป็นอัตชีวประวัติของหญิงชาวยิวที่หลบซ่อนตัวระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองด้วยการปลอมตัวเป็นคนอารยัน (ในเรื่องบอกว่าการหลบซ่อนแบบนี้เรียกกันว่าเรือดำน้ำ) ซึ่งก็มีลักษณะคล้ายกับเรื่องของ Solomon Perel ที่ปลอมตัวเป็นยุวชนฮิตเลอร์

--- MAJOR SPOILER ALERT ---

Edith Hahn เกิดเมื่อปี 1914 ในครอบครัวชาวยิวที่ตั้งรกรากมานานในเวียนนาและไม่ได้เคร่งครัดศาสนานัก แถมมีแนวคิดทางการเมืองแบบสังคมนิยม เธอเป็นลูกสาวคนโตในสามใบเถา พ่อ Leopold เป็นทหารผ่านศึกที่เสียการควบคุมแขนบางส่วน เปิดร้านอาหารแต่ขายไปในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำแล้วไปทำงานโรงแรม ส่วนแม่ Klothilde ก็คอยช่วยงานร้าน ตั้งแต่เด็ก Edith เรียนเก่งและถึงจะมีหนุ่มมาสนใจหลายคน (ทั้งยิวและคริสต์) แต่ก็ให้ความสำคัญกับการเรียนต่อมากกว่า จนพ่อตัดสินใจส่งเรียนกฏหมายที่มหาวิทยาลัยเวียนนาตั้งแต่ปี 1933 (รูปหน้าปกคือรูปติดบัตรนักศึกษา อ้อ ที่น่าสนใจในรูปติดบัตรสมัยนาซีคือต้องเอียงให้เห็นหู)

พ่อตายในปี 1936 แม่เปิดร้านตัดเสื้อ Edith เป็นติวเตอร์และพี่เลี้ยงให้ลูกสาวของวิศวกรหม้าย Denner คือ Christl (อายุ 14) และ Elsa (อายุ 11 ปี) มีคนรักคือ Pepi Rosenfeld ลูกครึ่งพ่อยิวแม่คริสเตียนที่เรียนกฏหมายจนได้เป็น Doctor of Law คือสามารถทำงานเป็นผู้พิพากษาหรือทนาย

หลังจากเยอรมันผนวกออสเตรียในปี 1938 มีการเหยียดเชื้อชาติและทรัพย์สินเริ่มถูกยึดมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วิทยุในช่วงแรก ถึงยึดบ้านไปขายต่อ ห้ามทำงาน ฯลฯ Edith ที่เหลือสอบครั้งสุดท้ายก็จะได้ปริญญา Doctor of Law ก็ถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ครอบครัวเอาเงินเก็บทั้งหมดจ่ายค่าออกนอกประเทศส่งน้องสาวคนเล็กไปปาเลสไตน์ (ภายหลังเธอทำงานให้กองทัพอังกฤษที่ยึดครองเยอรมันหลังสงคราม) ส่วนคนรองรีบแต่งงานกับแฟนแล้วหาทางหนีออกนอกประเทศอย่างผิดกฏหมาย แม่และ Edith ไม่มีเงินเหลือพอที่จะออกไปได้ และที่สำคัญคือ Pepi ถูกแม่ดึงไว้ จัดการให้รับศีลจุ่มและใช้เส้นสายลบชื่ออกจากทะเบียนชาวยิว (แต่ก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่ออารยัน ที่จะทำให้ถูกเกณฑ์ทหาร ต้องอยู่อย่างหลบซ่อน) ทำให้ Edith ไม่สามารถตัดใจหนีในช่วงที่ยังพอทำได้

เมื่อถึงปี 1941 คนยิวเวียนนาที่ยังเหลือต้องย้ายเข้า ghetto และถูกเรียกไปใช้แรงงานงาน ซึ่ง Edith สามารถให้แม่อยู่ที่เวียนนาได้ ตัวเองโดนส่งไปไร่ที่ Osterburg ในเยอรมัน ทำงาน 56-80 ชม. ต่อสัปดาห์ อาหารน้อย สุขภาพแย่ลงมากถึงประจำเดือนขาดตลอด แต่ยังติดต่อกับครอบครัวและ Pepi ได้ไม่เหมือนแรงงานต่างชาติหรือเชลยสงคราม ซึ่ง Edith ก็พยายามทำงานให้ดีเพราะถูกบอกว่าถ้าทำได้ดีครอบครัวจะปลอดภัย หลังจากไร่ก็ไปโรงงานทำกล่องกระดาษ

ในปี 1942 คนยิวเวียนนาก็เริ่มถูกส่งไปค่ายกักกันในโปแลนด์ เมื่อแม่ถูกเรียกตัว Edith ก็พยายามขอกลับเวียนนา แต่มาไม่ทัน ทำให้ตัดสินใจหนีและหลบซ่อนตัว แต่ Pepi กลัวจนทั้งคู่เลิกกัน Edith ก็ได้รับความช่วยเหลือในหลายด้านจากผู้อุปถัมภ์ของเพื่อนสนิทที่ไร่ Maria Niederall สมาชิกดั้งเดิมพรรคนาซีที่ดูแลและส่งไปหาทหารนาซีที่แนะนำให้ปลอมตัวเป็นอารยัน เรื่องที่ต้องทำและที่ห้ามทำเกี่ยวกับทะเบียนประจำตัวประชาชน บัตรอาหารและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงให้ไปทำงานกับกาชาด

Edith เลยไปขอให้ Christl ช่วย ซึ่งเธอก็ให้เอกสารอย่างเต็มใจและไปแจ้งหายตามคำแนะนำ ทำให้ Edith ปลอมเป็น Christina Maria Margarethe Denner หรือ Grete โดยอาศัยตัวเล็ก หน้าเด็ก (ข้อนี้ จขบ. ดูรูปแล้วยังสงสัย) แล้วเดินทางไปมิวนิคเพื่อสมัครงานผู้ช่วยพยาบาลกาชาด ได้พบ Werner Vetter สมาชิกพรรคนาซีที่ทำงานด้านสีในโรงงานเครื่องบิน Arado ที่เมือง Brandenburg และกำลังหย่าขาดจากภรรยาที่มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน เมื่อ Werner ขอ Grete แต่งงานเธอก็บอกความจริงกับ Werner ที่มีแนวคิดอารยันก็กลับยอมรับได้

ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 1943 ซึ่ง Grete ก็พยายามทำตัวให้เงียบกลมกลืนและเอาอกเอาใจ Werner เต็มที่ ลูกสาว Angelika หรือ Angela เกิดในปีต่อมา ที่น่าสนใจคือทั้งคู่ติดต่อกับเพื่อนของ Edith ที่เวียนนาและเดินทางไปพบหลายครั้ง Werner เคยช่วยเพื่อนเหล่านี้ด้วย เมื่อปลายปี Werner ถูกเกณฑ์ เป็นนายทหารและถูกรัสเซียจับเป็นเชลยศึก ทำให้ Grete ต้องเอาตัวรอดเองเมื่อกองทัพรัสเซียบุกมาถึง

เมื่อเหตุการณ์ดีขึ้น Edith ก็เปลี่ยนใช้ชื่อเดิมและทำงานเป็นผู้พิพากษา/ทนายให้กับทางรัสเซีย ในที่สุดก็สามารถขอร้องให้ปล่อย Werner กลับเยอรมันเมื่อปี 1947 ก่อนเชลยศึกคนอื่นนาน แต่สภาพในครอบครัวที่เปลี่ยนไปทำให้หย่าในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อ Edith ถูกทางรัสเซียถูกบีบให้เป็นสาย เธอจึงพาลูกหนีไปอังกฤษ ทำงานที่หาได้ทุกอย่างเพื่อเลี้ยงชีพและแต่งงานใหม่หลังจากนั้นสิบปี ส่วน Pepi ได้ส่งเอกสาร จดหมาย และรูปถ่ายที่เกี่ยวข้องกับเธอจำนวนมากที่เสี่ยงเก็บไว้ระหว่างสงครามให้ในปี 1977 ...

เรื่องนี้ใช้ศัพท์เยอรมันในหลายจุดค่ะ แต่ก็พอเข้าใจถ้าทราบเรื่องประวัติศาสตร์มาบ้างหรือค้นเอาหน่อย เนื้อหาน่าสนใจมาก (อ่าน 2 วันจบ) ถึงเธอไม่ได้ประสบกับความทารุณทางกายในค่ายกักกัน แต่สิ่งที่จ่ายออกไปคือการฆ่าตนเองในรูปแบบหนึ่ง เพิ่มเติมว่า Edith เสียชีวิตเมื่ออายุ 95 ปี เอกสารของเธอที่เรียกว่า Edith Hahn Archive ถูกขายเพื่อหาเงินผ่าตาในปี 1997 ปัจจุบันอยู่ที่ United States Holocaust Memorial Museum เรื่องนี้มีแปลไทย 'เมียนาซี' โดยสำนักพิมพ์ฟูลสต๊อป เมื่อปี 2548 ผู้แปลใช้นามปากกาเก่งการค่ะ

ที่มา
[1] Edith Hahn Beer & Susan Dworkin. The Nazi Officer's Wife: How One Jewish Woman Survived the Holocaust. Perennial Edition, 305 p., 2000 (First Published 1999).




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2556
1 comments
Last Update : 14 มกราคม 2557 3:20:53 น.
Counter : 1134 Pageviews.

 

เคยอ่านที่เกี่ยวข้องกับนาซีแค่เรื่องเดียวคือ แอนน์ แฟรงค์ แต่เรื่องนี้ดูจะจบดีกว่าของแอนน์มาก แม้ไม่ได้ดีมากแต่ก็ดีกว่าคนยิวหลายแสนคนที่จบชีวิตในค่ายกักกัน อ่านแล้วสงสารจังนะคะ

 

โดย: ~*Sing Praise*~ 16 สิงหาคม 2556 19:23:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jackfruit_k
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]




Latest Updates
นิยาย ไทย, จีนแปล, แปล, อังกฤษ; การ์ตูน ญี่ปุ่น, อื่นๆ; หนังสือ ไทย, แปล, อังกฤษ
New Comments
Friends' blogs
[Add jackfruit_k's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.