Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 
ความสุกในหม้อสุข-กี้

1.
วันนี้เป็นวันพิเศษของสมาชิกครอบครัวของผม และเป็นโอกาสดีที่มีไม่กี่วันในรอบปี
ซึ่งวันพิเศษของผมมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปมากกว่าการได้ออกไปกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างที่ครอบครัวอื่นเขาทำเป็นประจำ เวลาผมไปกินอะไรกับเพื่อนแล้วได้เห็นครอบครัวอื่นที่เขามากินอะไรกันยกครอบครัวแบบนี้ก็อดอิจฉาไม่ได้ ยิ่งไปต่างจังหวัดแล้วเห็นพ่อแม่ลูกเขาจูงมือกันยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนั้นแค่ผมขยี้ตามือก็พองแล้วล่ะครับ

ได้รับโทรศัพท์ตอนเกือบห้าโมงเย็น ว่าให้ไปเจอกันที่ร้านชาบู-ชาบู ท็อปส์โชคชัยสี่ ห่างจากบ้านผมไม่ถึง 5 นาที และห่างจากที่ทำงานไม่ถึง 15 นาที เจ้าของวันเกิดปลายสายบอกว่าร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่ หมายความว่าผมยังไม่เคยไป และเท่าที่จำได้ผมไม่เคยกินชาบู-ชาบู

ความแตกต่างของชาบู-ชาบูที่นี่ผมไม่รู้จะเอาไปเปรียบเทียบกับที่ไหน เพราะประสบการณ์กินอาหารต้มๆ แบบนี้ของผมมีแต่สุกี้หรือหมูกะทะเท่านั้น
แต่โต๊ะที่นี่แยกหม้อต้มเป็นของใครของมัน แทนที่จะให้ทุกคนแย่งกันต้ม แย่งกันตัก แว๊ปแรกที่เห็นผมตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แถมใต้โต๊ะยังมีปุ่มบังคับความร้อนของหม้อส่วนตัวด้วย จะเปิดปิดเร่งหรี่ความร้อนเท่าไหร่ก็ไม่ต้องเกรงใจใคร ผมเดินไปหยิบเนื้อโน่นนี่มาต้มอย่างส่วนตัวสบายไปเฉิบ

แต่พอจะตักเริ่มลงมือกินเท่านั้นแหละครับ ผมก็รู้สึกขึ้นมาเฉยๆ ว่าการกินสุกี้แบบนี้มันเหงาชะมัด

มันช่างต่างกับขณะที่กินจากหม้อรวมกันหลายๆ คนที่อย่างผมคุ้นเคย ที่เราได้กินน้ำซุปจากสิ่งที่หลายคนชอบ ใครสั่งเห็ดมาก็ใส่เห็ดลงไป ใครชอบเนื้อหมู เนื้อไก่ คลุกไข่อีกนิด หรือใครรักผักก็โยนผักลงหม้อกันอย่างมันส์มือ ทำให้ผมบุคคลซึ่งไม่กินผักพลอยได้กินน้ำผักไปด้วย

หรือในร้านหมูกะทะเวลาที่แข่งกันปิ้งย่างเนื้อกัน ชิ้นไหนที่เริ่มสุก ผมจำได้ว่าผมที่ไม่ค่อยเป็นฝ่ายปิ้งก่อนมักจะถูกเพื่อนเอามาโยนให้ถึงชามเสมอ ครอบครัวผมก็เหมือนกัน โดยเฉพาะย่าที่มักจะห่วงและกลัวว่าผมจะกินไม่อิ่ม ก็จะคีบเนื้อชิ้นโตมาโยนให้ก่อนตัวเองเสมอ

ถึงวันนี้ผมมีโอกาสได้ครอบครองหลุมนั้นเพียงผู้เดียว ได้ปรุงรสชาตอย่างที่ตัวเองชอบด้วยตัวเอง เพื่อตัวเอง แต่ก็ยังรู้สึกว่า เนื้อชิ้นนั้น และซุปในหม้อเดิมๆ อร่อยกว่าเป็นไหนๆ..

เพราะอย่างน้อยมันก็ไม่มีรสชาติเหงาแบบนี้

2.
หลายเดือนก่อน, ผมอยู่ในภาวะที่สูญเสียญาติและคนรอบข้างไปหลายคน จนเริ่มกังวลว่าใครสักคนใกล้ตัวจะหลบหน้าหนีหายตายจากไปขึ้นมาจับใจ
จนกระทั่งผมต้องเอ่ยกับย่า ว่าเขาต้องการให้ผมทำอะไรให้เขาหลังจากที่เขาไม่อยู่-ไม่ได้ตั้งใจแช่งหรือพูดจาเป็นลาง--ผมแค่ไม่อยากขัดใจท่านแม้ในวาระสุดท้าย
แม่บุญธรรมของผมตอบแทนย่า, ผมถึงได้รู้ว่าย่าได้จัดแจงทุกอย่างไว้แล้ว เขาต้องการให้ฝัง--ฝังอยู่ที่เดียวกัน กับคุณปู่ของผม

ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินย่าพูดกับญาติคนนึงที่สูญเสียคนที่รัก
ย่าพูดว่า "ฉันก็เคยเสียป๋าไปแล้วเหมือนกัน" ท่านหมายถึงคุณปู่ของผม
ผมรู้จักย่าดี รู้ว่าท่านใจแข็งและเข้มแข็งขนาดไหนในยามที่พบเจอสถานการณ์เลวร้าย เท่าที่ผมเคยได้ยินมา มนุษย์จะเข้มแข็งที่สุดเมื่อได้พบเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาแล้ว
ผมก็พอเดาได้ว่าท่านเริ่มเข้มแข็งมาจากเหตุการณ์ไหน และรู้ว่าย่าน่าจะเก็บน้ำตาไว้ร้องไห้กับอกอุ่นๆ ของคุณปู่

3.
ผมนั่งคนผักในหม้อเล่น การลงมือกินแบบหม้อใครหม้อมันแบบนี้ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วเป็นพิเศษ คงเป็นเพราะกินกันอย่างอิสระ-ตามใจตัวเองมากเกินไป ผมเองก็ไม่ต้องเขี่ยผักออกจากช้อน รวมถึงไม่ต้องคอยตักหมูมาลงใหม่เมื่อโดนใครสักคนชุปตะเกียบเปิปไป

วันครบรอบวันเกิดแบบนี้ ร้านอาหารหลายร้านมักจะมีบริการถ่ายรูปและร้องเพลง Happy BirthDay ให้เจ้าของวันเกิด อย่างที่สเวนเซนส์ผมก็เคยโดนอยู่หนนึง บอกกันตามตรงว่าอายเป็นบ้า แต่ก็รู้สึกดีชะมัด ที่ใครก็ไม่รู้มาร้องเพลงอวยพรให้--มันเปลี่ยนบรรยากาศได้เป็นอย่างดี และทำให้โลกมนุษย์เราสำหรับผมดูสนิทกันขึ้น วันนั้นผมไม่ได้ถ่ายรูปคนเดียว มีเพื่อนหลายคนร่วมเฟรมกล้องโพลารอยน์ด้วย จนวันนี้รูปเดิมใบนั้นตะโกนเตือนความทรงจำของผมว่าวันนั้นผมไม่เหงา ต่างจากรูปอีกใบที่ผมถ่ายเองกับมือ---ไม่ครับ รูปใบนั้นไม่มีเพื่อนคนไหนอยู่ในเฟรม ผมไม่ได้ถ่ายคนอื่น ผมถ่ายตัวเอง เวลาผ่านไป, รูปใบนั้นกระซิบบอกผมได้ไม่ชัดเลยว่าวันนั้นผมเหงาอยู่ หรือสุขแค่ไหน

ถึงวันนี้-เวลานี้จะไม่ใช่ช่วงเวลาของปฏิทินมายาเรียงเวลาด้วยเลขสวย
ผมก็ขอภาวนาว่า สักวันตัวเองจะมีรูปสักใบที่บันทึกว่ากำลังนั่งกินสุกี้ร่วมกับใครสักคน

และสุกี้ร้านนั้นต้องไม่แยกหม้อ

--------
บล๊อกชิ้นนี้ผมเขียนเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2550 ผ่าน space.live.com



Create Date : 27 เมษายน 2551
Last Update : 27 เมษายน 2551 11:41:44 น. 5 comments
Counter : 212 Pageviews.

 
ผมก็ชอบสุกี้แบบหม้อรวมครับ รู้สึกว่าเวลากินมันเฮฮาดีกว่าหม้อใครหม้อมัน
ผมชอบใส่ ใส่ ใส่ ใส่ เพราะมันจะหายไป แต่ตอนจบทุกอย่างที่เหลืออยู่ในหม้อมักจะมาอยู่ที่ชามผมเป็นชามสุดท้าย เอิ๊ก~~~~

คิดว่าถ้ามีครอบครัว หม้อสุกี้แบบรวมนี้ต้องเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านครับ
กินด้วยกัน สนุกดี (และล้างง่ายกว่าเตาย่างหมู เหอๆๆ)


โดย: witttt วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:12:11:42 น.  

 
เขียนเก่งจังค่ะ อ่าน แล้วเพลิน ไม่ดูขัด ใช้คำพูดได้ แบบ อ่านแล้วไม่ขัดหูอ่ะค่ะ เป็นธรรมชาติ เป็นนักเขียนมืออาชีพได้เลย เพราะมีมุมมองที่แปลก และความคิดสร้างสรรค์มากๆ ชมจริงๆ นะคะเนี่ยะ


โดย: V__V อ่าน แล้วเศร้านิดๆ นะ IP: 68.110.185.88 วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:13:20:37 น.  

 
หิว... อยากกิน

สุ สุ กี้


โดย: KuG@ IP: 203.151.225.218 วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:57:11 น.  

 
เขียนเก่งจังเลยยย
อ่านแล้วเพลินมากเลยค่ะ

จะเป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ

อ่านแล้วชอบจังๆๆๆ


โดย: fon_jang IP: 125.25.140.90 วันที่: 4 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:44:21 น.  

 
สุกี้เนี่ยเป็นอาหารโปรด ประจำครอบครัวเลย

ถ้าไปทานกันก้อจะแย่งกันสนุกสนาน ทานกันไปคุย

กันไปทะเลาะกัน หมูชั้นหาย ใครเอาไปวะ

กุ้งตรูหายไปไหน เพิ่งลงไปลวกตะกี๊...ฯลฯ

แต่สุดท้ายทุกคนก้ออิ่มหนำพร้อมๆรอยยิ้ม @^_^@


โดย: พี่ออฟ IP: 124.121.110.18 วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:18:18:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.