Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 
คุณ / ค่า ?

วันนี้ไปดูเขาแข่งขันชิงแชมป์นักควงปากกาแห่งประเทศไทยมาครับ
เห็นโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์มาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนว่ามีรอบคัดเลือก 2 วันก่อนจะมาชิงกันวันนี้
เปล่า ผมไม่ได้เป็นผู้ชาญฉกาจด้านควงปากกาถึงขนาดต้องติดตามดูว่าวงการเรามันไปถึงไหนแล้ว
แค่ลากปากกาให้เป็นเส้นตรงยังไม่ค่อยได้ แล้วจะประสาอะไรกับเอาปากกามาหมุนไปหมุนมาบนข้อนิ้ว
เคยลองหมุนเล่นเล่นดูเองบ้างบางโอกาสที่เห็นคนอื่นเขาควงโชว์แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลและไม่มีกระใจอยากฝึก
แต่ก็ชอบดูพวกที่มันทำเก่งเก่ง เคยเห็นคลิปที่การควงปากกาชั้นเซียนสยบสามโลก เหมือนมันเอาเชือกมาพันนิ้วแล้วสะบัดปากกาไปอย่างนั้นเอง
ดูไปคล้ายจะขี้โกง แต่คิดไปคิดมาก็ไม่รู้ว่ามันจะมาโกงมาโชว์ทำหวีเสนียดอะไร
แต่ได้ดูกี่ทีกี่หนก็ยังคงตระการตาและต้องดูต่อจนจบทุกครั้ง

ดังนั้น ดังนี้ วันนี้มีประกวดควงปากกา มีโอกาสได้เห็นโปรโปรเขามาชิงชัยขับเคี่ยวกันให้เห็นกับตา เรื่องอะไรจะพลาด
หมายหมั้นปั้นมือไว้เล็กน้อยว่าจะเอาคนชนะมาเชิดชูบูชาประกาศศักดาบนหน้ากระดาษสักหน่อยด้วย
(นานนานจะทำตัวเป็นคนทำงานที่เอาการเอางานสักครั้ง-ปรบมือ)

ซึ่งก็สมใจอยากครับ ได้เห็นลีลาของจริงกันกับตา เล่นเอาต้องครางฮือฮาเป็นระยะตลอดเวลาการแข่งขัน
เป็นการคอนเฟิร์มกับผมว่าในคลิปที่เคยเห็น พวกมันไม่ได้โกงนะ มันมีคนที่ครอบครองทักษะด้านนี้อยู่จริงแท้
นานนานจะได้เห็นการแข่งขันแบบเฉพาะทางแบบนี้สักครั้งหนึ่ง การแข่งเกมออนไลน์ก็เฉพาะทางเหมือนกันแต่ก็เห็นได้บ่อยกว่าควงปากกาแน่

วงการควงปากกาไม่ใช่ธรรมดาปาหี่ครับ
ถึงการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย มีจุดประสงค์เพื่อหาตัวแทนจากประเทศไทยไปแข่งขันต่อที่ประเทศเกาหลีใต้
แต่เกาหลีกับญี่ปุ่นเขามีแข่งขันควงปากกากันมาหลายปีแล้วครับ แถมปีนึงจัดสองครั้งด้วยซ้ำไป
แล้วคนเข้าร่วมแข่งขันไม่ใช่แค่หลักร้อยอย่างแค่บ้านเรา เขาว่ากันเป็นพันเป็นหมื่น สมาคมควงปากกาของประเทศเขาใหญ่ขนาดมีสมาชิกเกือบ 3 แสนคน!
(ประเทศไทยเราก็ไม่ใช่น้อยครับราว 2-3 หมื่น)
ซึ่งไอ้พวกปากกาที่ควงนี่ไม่ใช่ปากกาธรรมดากิ๊กก๊อก แต่มันต้องผ่านการโมดิฟายให้เหมาะสมกับการควงแบบจริงจัง (ทำอะไรก็ต้องทำให้มันสุด!)

ส่วนกติกาการแข่งขันก็จับกันไปเป็นคู่คู่แบบ Head-to-Head ไต่เข้ารอบมาเรื่อย
ทุกคนมีเวลา 1 นาที จับเวลาด้วยระบบดิจิตอลที่ต้องใช้มือมากดเครื่อง (จะบอกทำไมไม่รู้) เพื่อควงปากกาให้กรรมการทั้ง 4 ท่านชม
ซึ่งกรรมการจะให้คะแนนจากความยาก-ง่ายของแต่ละท่าที่ใช้ ความพลิ้วไหว ความคิดสร้างสรรค์ ความผิดพลาด คล้ายกับยิมนาสติกลีลา ใครได้คะแนนน้อยกว่าก็ตกรอบไป
ไอ้กรรมการเวทีนี้เพี้ยนดีครับ นอกจากจะเป็นพิธีกรบนเวทีเองแล้ว ยังประกาศคะแนนเป็นทศนิยมให้ผู้เข้าแข่งขันบวกเอง ใครคิดเลขไวก็รู้ผลก่อน
“ผลออกมาแล้วครับ หมายเลข 63 ได้คะแนน 2.7 7.5 4.4 และ 6.9 ครับ ส่วนหมายเลข 24 ได้ 2.9 6.6 5.1 และ 7.2 ยินดีกับผู้เข้ารอบด้วย เฮ”
บางทีคนแข่งลงเวทีไปแล้ว คนชมยังไม่รู้เลยว่าใครแพ้ กว่าจะรู้ก็ตอนที่มันเข้ารอบมาแข่งอีกรอบนึงแล้ว

โดยรวมแล้วบรรยากาศการแข่งขันแตกต่างจากที่ผมจินตนาการไว้เล็กน้อย
ทีแรกคิดว่าจะเต็มไปด้วยวัยรุ่นอายุ 18-25 ผู้คร่ำหวอดในวงการควงปากกา
แล้วงานจะต้องหงอยหงอยเงียบเงียบ เพราะมีเฉพาะคนในกลุ่มคนควงปากกาเท่านั้นที่สนใจ จะมีสักกี่คนแบบผมที่เกิดสนใจอยากจะดู
แต่ผิดคาดครับ ผู้แข่งขันทั้งหมดล้วนเป็นเด็กประถม-มัธยม เป็นผู้ชาย 98 เปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงน้อยมาก ก ก ก
ไม่รู้ว่ารอบอื่นจะมีผู้หญิงบ้างไหม แต่เท่าที่เห็นในรอบชิงชนะเลิศวันนี้มีอยู่ 2 คนจาก 64 คน
ส่วนบรรยากาศก็ไม่ได้เลวร้าย เฮฮาปาร์ตี้ แถมเปิดเพลงอึกทึกตลอดเวลาแม้เวลาผู้แข่งขันต้องการใช้สมาธิโคตรโคตร
(เหมือนกับต้องการท้าทายว่าถ้าสมาธิมึงดี อรหันต์จริง มึงต้องไม่หวั่นไหวนะครับ พี่ทีมงานก็เลยกดเพลง Low: Step up 2 the Streets ตลอดการควง-
-แล้วก็เงียบที่สุดตอนผู้แข่งขันเดินขึ้นเวที ไม่รู้ว่าใช้ตรรกะไหนคิด)
และเมื่อจัดอยู่กลางห้างสรรพสินค้าฟอร์จูน ผสมกับเพลงแดนซ์ที่เปิดดังกว่าร้านเบบี้บลิงค์ยุคปลายเด็กเดฟครองเมืองก็เรียกคนเข้ามาร่วมชมได้เยอะพอสมควร
มีคนสนใจเยอะจนน่าชื่นใจ ตลอดเวลาที่ผมนั่งดูอยู่ก็สังเกตได้ว่ามีคนที่เดินผ่านไปมาหยุดดูตลอดเวลา
ไม่ได้แค่หยุดว่าไอ้พวกเด็กหัวเกรียนนี่ทำอะไรกัน มึงใส่เสื้อสีเหมือนกันทำไม และควงปากกาหาวิมานอะไร
หลายคนยืนดูจนจบการแข่งขันกินเวลาหลายชั่วโมง บางคนลากเก้าอี้มานั่งดูเป็นกิจจะลักษณะกันไปเลย
แต่ก็เหงาแทนอยู่บ้างตรงที่เห็นว่าใบลงทะเบียนสื่อมวลชนที่วางอยู่ตั้งหนึ่งหนา 20 แผ่น แต่มีคนเซ็นแค่บรรทัดเดียว แถมรายเดียวรายนั้นคือ True
(อ้อ! การแข่งขันครั้งนี้มีผู้สนับสนุนหลักคือ True ครับ!)

แต่ที่ไม่ผิดคาดนักคือผู้เข้าแข่งขันแทบทุกคน อยู่ในข่าย ‘เนิร์ด’
ซึ่งตรงตามคุณลักษณะนิยามของคนทั่วไปดังนี้
เนิร์ดต้อง:
1.ใส่แว่น (กรรมการในงานนี้ใส่แว่น 3 จาก 4 คน)
2.สวมเสื้อยืดตัวโคร่งเต็มไปด้วยสีสันที่เกินความจำเป็น หรือเสื้อสีตุ่นหรือเรียบจัดหรือลายธรรมดาเกินคนทั่วไปมองเห็น
3.กางเกงขาสามส่วนหรือขากระบอกเท่านั้น-แน่นอนว่าไม่ใส่ Levi’s หรือ Camel
4.รองเท้าเชยเชยเข้าข่ายคล้ายรองเท้าพระ ในบางกรณีจะเป็นรองเท้าวิ่ง-ที่มาใส่เดินห้าง
5.ใช้กระเป๋าเป้สะพายข้างไร้ดีไซน์หรือเป้สะพายหลังที่ไม่ค่อยมีอะไรบรรจุอยู่
6.บางรายมักยืนกางการ์ตูนอ่านอยู่กับที่พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายข้างต้น
7.ดูจากภายนอกแล้วฟันธงได้ว่าเป็นเด็กเรียนดีมากมาก (หรือไม่ก็ไม่ดีมากมากไปเลย)
8.หน้าตาง่วงงัวเงียเหมือนไม่ค่อยมีเวลานอน สาเหตุคือไม่อ่านหนังสือดึก ก็เก็บเลเวลดึก หรืออ่านการ์ตูนตะลุยทีเดียว 45 เล่มจนดึก
9.เดินตัวห่อห่อแบบไม่ค่อยมั่นใจ (ยกเว้นเมื่ออยู่ใกล้กับบุคคลประเภทเดียวกัน สันนิษฐานว่าจะโดนเพื่อนผู้ไม่เนิร์ดแซวจนเซ็ง)
10.หัวเกรียน (คนละเรื่องกับคนบ้าเกมด่าชอบด่าเด็กบ้าเกมเหมือนอย่างมันที่อยู่ในวัยมัธยมหรือคนที่เล่นเกมอย่างไร้มารยาทว่าเกรียนนะ)
11.เมื่อเนิร์ดอยู่ใกล้เนิร์ด พลังความเนิร์ดจะยิ่งเปล่งปลั่ง สุกสกาวสว่างไสว สามารถสังเกตได้ง่ายกว่าปกติ
(คุณลักษณะเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามทัศนคติที่อินดี้ส่วนบุคคล สามารถยืดหยุ่นได้ตามอัธยาศัย)

อย่าเพิ่งคิดว่าผมอคติกับเด็กเนิร์ดนะครับ ถึงแม้จะมีบางคนที่น่าหมั่นไส้จนอยากกระโดดถีบติดกำแพงโบสถ์บ้างก็ตามที
ตรงกันข้าม, ผมค่อนข้างจะชื่นชมด้วยซ้ำกับคนที่ชอบอะไรจนทำเป็นชิ้นเป็นอันได้
เหมือนเวลาที่ดูรายการ ‘ทีวี แชมป์เปียน’ เห็นใครที่ใช้ชีวิตจดจ่อกับอะไรสักอย่างจนฉกาจฉกรรจ์ได้ขนาดนั้นมันก็น่าประทับใจ
สุดยอดนักต่อเลโก้ สุดยอดนักตกแต่งหน้าเค้ก สุดยอดนักจัดตู้ปลา สุดยอดนักตกแต่งห้องชุด สุดยอดนักลูกข่าง สุดยอดนักทำแก้ว
สุดยอดนักประดิษฐ์ลูกโป่ง สุดยอดนักเรียนมารยาทดี สุดยอดผู้ใช้ตะเกียบ สุดยอดนักบังคับรถตัก สุดยอดนักเลื่อยยนต์ ฯลฯ
หรืออย่างนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงภูมิหลายคนก็อยู่ในข่ายนี้ แล้วผลงานของเขาก็ธรรมดาที่ไหนกัน
ความคิดความอ่าน ความสามารถเกินมนุษย์สามัญอย่างเราเราไม่รู้กี่ขุมต่อกี่ขุม

บางครั้งผมอยากจะเป็นเด็กเนิร์ดกับเขาบ้างเหมือนกัน
หลายอาทิตย์ก่อน มีคนถามผมว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษจนขนาดที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวของมันได้อย่างถนัดชัดเจน ผมคิดอยู่หลายวันแล้วก็ค้นพบได้ว่าตัวเองไม่มีเลย
พี่คนหนึ่งเคยบอกผมว่า บางทีการทำงานด้านเดียว เรื่องเดียว มันแสนจะน่าเบื่อก็จริง แต่สิ่งที่ได้มาคือความถนัดจัดจ้านซึ่งมันก็คุ้มค่า
ถึงจะชอบหรือไม่ แต่สิ่งที่ได้รับซึมซับมามันก็ล่องลอยอยู่ใกล้ตัวให้ได้ใช้หาเสมอหากต้องการ ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดี ยิ่งรู้ลึกก็ยิ่งได้เปรียบ
แต่ถ้ารักที่จะทำมัน จะวิเศษแค่ไหนถ้าเราได้ใช้เวลากับสิ่งที่รักอย่างเต็มที่

สุดยอดนักอ่านการ์ตูนจากรายการทีวีแชมป์เปียนคนหนึ่ง เขาเล่าประวัติของตัวเองให้ฟังผ่านรายการว่า
เขาลาออกจากงานประจำที่กำลังรุ่งโรจน์ด้วยสาเหตุที่ว่า “ไม่มีเวลาอ่านการ์ตูน”
จากนั้นเขาก็ออกจากงานแล้วมาเปิดร้านเช่าการ์ตูนของตัวเอง
ผมไม่รู้ว่าคนอื่นมองว่ายังไง แต่ผมมองว่า นี่ละ-คุณค่าของการใช้ชีวิต
คือการทุ่มเทให้กับสิ่งสิ่งหนึ่งอย่างไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
เหมือนกับการที่เกิดมาแล้วอยากรักใครสักคนให้เต็มหัวใจ ตามเขาไปให้สุดลมหายใจที่มี
ถึงแม้จะมีใครมาบอกว่า “เผื่อใจไว้บ้าง” ก็ไม่ต้องชะงักยั้งคิด
ผมรู้ว่าทำไมคำเตือนนั่นมันจึงไม่มีผลต่อเขา
เพราะคำว่า ‘รัก’ ที่แท้จริง มันย่อมไม่ทำร้ายเราหรอกครับ

จากข้างล่างเวทีตรงนี้ มองขึ้นไปผมเห็นเด็กหัวเกรียนใส่แว่นหลายคนกำลังขับเคี่ยวแข่งขันควงปากกากันอย่างเมามัน
ดูผิวเผินมันช่างเป็นการแข่งขันที่ไม่เท่เอาเสียเลย อาจจะน่าสนใจสำหรับผม-แต่มันไม่เท่

เคยดูโฆษณาน้ำหอมผู้ชายชุดนึง ผมว่าทุกคนต้องเคยผ่านตามาบ้าง
ในเรื่อง, พระเอกถูกเพื่อนฝูงยกย่องว่าเป็นแชมป์ชักว่าว (อย่าคิดลึกกว่านี้เลยครับ) เขาภูมิใจนักหนา แต่ดันกลับถูกผู้หญิงที่หมายปองมองว่า “แล้วไง”
นึกแล้วก็ขำ ผมว่า ‘แชมป์ควงปากกา’ นี่มันช่างคล้ายกับ ‘แชมป์ชักว่าว’ นั่นชะมัด

แต่เมื่อลองคิดดีดี ไอ้คนที่ควรจะถูกมองว่า “แล้วไง” น่าจะเป็นเราเองมากกว่า
เราที่ได้แต่อยู่ด้านล่างเวทีและไม่มีอะไรเลย
คำโฆษณาชุดนั้นบอกว่า “น้องน้อง โฟกัสให้มันถูกจุดหน่อย” – ไม่รู้ว่าน้ำหอมยี่ห้อนี้กลิ่นเป็นยังไง แค่คำนี้มันมีกลิ่นที่ดีชะมัด

เด็กเนิร์ดบนเวทีคนนึงที่เพิ่งได้ตั๋วเครื่องบินข้ามประเทศไปแข่งขันควงปากกาที่เกาหลีใต้บอกผมผ่านรอยยิ้มของเขาว่า
บางทีคนเราควรจะเกิดมาเพื่ออะไรสักอย่าง มีอะไรสักสิ่งที่ชัดเจน รักที่ดูเป็นรูปธรรม
ก็อาจจะตอบคำถามที่ว่า “ ‘ค่า’ ของ ‘คุณ’ อยู่ตรงไหน” ได้อย่างไม่กระออมกระแอม


กลับบ้านมาแล้วก็นึกเสียดาย ที่วันนี้ผมไม่ได้ซื้อปากกาโมดิฟายกลับมาลองหัดควงดูสักแท่ง

--
ใครสนใจอยากมีคู่ควงก็ลองคลิกไปที่ http://www.thaispinner.com
แถม-มีคลิปเชิงวิชาการให้ดูเล็กน้อย โหลดช้าหน่อยก็ทนนิดหน่อยแล้วกัน :




Create Date : 27 ตุลาคม 2551
Last Update : 27 ตุลาคม 2551 3:43:32 น. 2 comments
Counter : 163 Pageviews.

 
บลอคยาวมาก เจ๋งอ่ะ ในคลิปสุดยอด น่าทึ่งในความเก่ง-.-


โดย: momo IP: 58.9.93.81 วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:8:51:30 น.  

 
11.เมื่อเนิร์ดอยู่ใกล้เนิร์ด พลังความเนิร์ดจะยิ่งเปล่งปลั่ง สุกสกาวสว่างไสว สามารถสังเกตได้ง่ายกว่าปกติ

ข้อนี้จริงที่สุด โดนใจจริงจ๊ะ

^33^


โดย: -3- IP: 58.8.230.184 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:1:02:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.