Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 
ใฟล์หาย

ก่อนหน้านี้สักชั่วโมง ผมนั่งพิมพ์เรื่องสำหรับอัพบล็อกวันนี้อยู่อย่างสบายใจ
กะว่ากลับถึงบ้านจะรีไรท์ใหม่แล้วอัพขึ้นบล็อกให้ทันเที่ยงคืน

โยนไฟล์ใส่แฟลชไดร์ฟไว้ แล้วก็จัดแจงลบไฟล์ในเครื่องทิ้งไปจะได้ไม่รก
2 นาทีต่อมาเปิดแฟลชไดร์ฟดูอีกรอบ...หายซะงั้น

....

ขอบ่นเรื่องนี้แทนเรื่องที่หายไปก็แล้วกันครับ

ผมเคยอ่านเจอบทความหนึ่งใน 'ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน เล่ม 1'
วินทร์ เลียววาริณ บอกว่า ต้องพิมพ์บทความในยาวราว 3-4 หน้าบทนี้ใหม่เพราะว่าเผลอกดลบไปหมด
เขาใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงกอบกู้ข้อมูลออกจากร่องรอยความจำในสมอง

ผมจินตนาการตามว่าถ้าต้องเจอกับตัวเองจะทำยังไง เพราะการเขียนอะไรแต่ละครั้งมันใช้พลังเยอะไม่ใช่เล่น
แต่มั่นใจว่าต้องเซ็งโคตรโคตรแน่ ส่วนก่อนจะมานั่งเขียนใหม่หมด เขาคงต้องกระโดดข้ามเส้นความเซ็งเส้นใหญ่ไปก่อน
ซึ่งก็ใช้พลังเยอะพอพอกัน...

เพราะว่าเคยเห็นคนอื่นมีปัญหา 'ไฟล์หาย' มามาก ผมถึงรอบคอบเสมอเวลาทำงานในคอมพิวเตอร์ ต้องกด Ctrl+S ตลอดเวลา
บางครั้งเลยเถิดเอื้อมมือไปกดให้เพื่อนที่เครื่องข้างข้างด้วย-บ้ามากไปใช่ไหมครับ?

แต่ความ 'มึน' ไม่เข้าใครออกใคร จนตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าทำไฟล์นั้นหายไปได้ยังไง
ไม่รู้ว่ากด Copy แล้ว Paste ไปรึเปล่า? หรือสับสนระหว่างเครื่องคอมฯ และแฟลชไดร์ฟ?
แล้วดันมีพื้นเพเป็นคนทำอะไรเร็วเร็วอีก ก็เลยทำให้มองข้ามรายละเอียดบางอย่างไปได้ง่ายดาย
บางทีอะไรที่มันเร็วจนเกินเหตุก็ทำให้เกิดเหตุได้เหมือนกันนะนี่

อาจารย์คนหนึ่งบอกเอาไว้ สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ มีคนแค่ 2 ประเภท
คือ 'คนที่สูญเสียไฟล์ไปแล้ว' กับ 'คนที่กำลังจะสูญเสียไฟล์'
ไม่รู้ว่าแกกล่าวไว้เพื่อเตือนใจใครรึเปล่า แต่ผมว่ามันเป็นโคตรสัจธรรมที่เห็นแจ้งได้จริง
ซึ่งอาจารย์แกน่าจะพบประสบการณ์มาก่อน ถึงได้เข้าใจดีขนาดนั้น

ครับ เมื่อไฟล์มันอันตธานไป จะพยายามไปทวงคืนจากไอ้คอมพิวเตอร์หน้าเหลี่ยมสามัญชนนี่ก็ไม่ได้

บริษัท apple ผู้ผลิตเครื่อง Macintosh เขามีอุปกรณ์ตัวหนึ่งชื่อ Time Capsule มีหน้าที่สำรองข้อมูลเก่าเก่า
หรืออีกนัยหนึ่งคือมีไว้เพื่อกู้ข้อมูลสำหรับคนที่เผลอลบไปอย่างโง่โง่ (อย่างผม)
มันสะดวกสบายขนาดที่ว่าสามารถเลือกวัน-เวลาที่ต้องการจะกลับไปดูว่าขณะนั้นเครื่องเรากำลังทำอะไรอยู่
และสามารถหาสิ่งที่หายไปได้อย่างง่ายดาย เมื่อเจอไฟล์ที่ต้องการก็ดึงคืนมาได้สบายบรื๋อ เหมือนดึงเพลงลง iPod

ผมเคยนึกอิจฉาคอมพิวเตอร์บางเครื่อง หรือคนบางคนที่ความจำดีมากมาก
ในซีรี่ยส์เรื่อง Heroes ก็มีคนที่ครองความสามารถพิเศษเกี่ยวกับสมอง เขาความจำดีมาก แบบอ่านอะไรก็จำได้หมด
เรียนภาษายากยากภายในข้ามวัน จำรายละเอียดเล็กน้อยได้ทั้งที่ไม่อยากจำ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกป้อนลงสมองโดยอัตโนมัติ
และก็ฝังตัวอยู่อย่างทนทาน-เป็นความสามารถพิเศษที่ผมว่าถ้าตัวเองมีก็คงสะดวกน่าดู

เหมือนเครื่อง Time Capsule ที่ผมบอก เมื่อไรอยากเรียกความทรงจำตรงไหนออกมาดูก็สามารถทำได้แค่ช่วงพริบสมอง
นึกถึงเมื่อไรก็ได้เห็น คิดถึงเมื่อไรก็ได้สัมผัส ได้เห็นสิ่งต่างต่างเหมือนเดิมเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นใหม่สดสดร้อนร้อน

แต่จะว่าไปก็ชักไม่มั่นใจว่ามันจะดีจริงรึเปล่า เพราะความจริงคือเราจะรู้สึกดีหรือไม่ดีก็เพราะเจ้าความทรงจำนี่นี่นา
แล้วไอ้ที่หายทุกข์ได้บางครั้งมันก็มาจากการ 'ลืม' เหมือนความทรงจำที่เลือนลางมันละลายแทรกซึมไปมันเยียวยารอยแผล
แถมบางทีเราเองต่างหากที่อุตส่าห์ขุดเรื่องราวเก่าเก่ามาบั่นทอนให้ใจตัวเองบอบช้ำ...

คิดอย่างนี้แล้วก็อิจฉาคนสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หรืออะไรทำนองนั้น
การจำอะไรไม่ได้เลยน่าจะทำให้โลกส่วนตัวสงบยิ่งกว่าสงบ

ถ้าเราคิดว่าคนสมองเสื่อมน่าสงสาร รู้สึกแย่ เสียใจ บางทีผมว่าคงเป็นเพราะเราเห็นแก่ตัวกระมังครับ
ด้วยความที่อยากให้เขาจดจำเราได้ อยากให้เขาเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น-ทั้งหมดเพื่อตัวเราเอง
ถ้าอย่างนั้นแล้ว...การที่เราต้องพยายาม 'จำ' ทุกอย่างอย่างทุกวันนี้ ก็เพื่อคนอื่นไม่ใช่เพื่อตัวเอง
เรามีชีวิตเพื่อคนอื่นจริงจริงอย่างที่ใครว่าจริงรึเปล่า เราจำคนอื่น เพื่อคนอื่น...??

จนสุดท้ายผมเริ่มจะคิดว่า ความทรงจำเราดูไปก็คล้ายกับไฟล์ในคอมพิวเตอร์
'ไฟล์' ที่วางตัวอยู่นิ่งนิ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์รอวันเวลาที่ 'ไฟล์ใหม่' ซึ่งอาจเป็นไฟล์ที่มีไวรัส ที่อาจก่อตัวเป็นโทรจัน
จนทำให้ไฟล์เดิมของเราต้องติดเชื้อจนกลายสภาพเป็นไวรัสไปด้วย
สุดท้ายเมื่อเรากดคลิกไปที่ไฟล์ใดไฟล์หนึ่ง-ระบบของคอมพิวเตอร์ของเราก็ต้องสั่นคลอน
และใจของเราเองก็หวั่นไหวกระทั่งเสียหาย

สรุปกับตัวเองอย่างเงียบเงียบ ว่า
ชีวิตของเรา เรื่องบางเรื่องที่ไม่ควรค่าแก่การจดจำก็น่าจะมองข้ามมันไป
เพราะหากติดโทรจันขึ้นมาก็จะพานทำให้ทุกอย่างมันช้า-ขัดข้อง-ถึงขั้นค้าง-พัง-เสียหายไปเลยก็ได้

ไฟล์บางไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ก็ควรจะลบไปเสียบ้าง
ไม่ยาก แค่กลั้นใจ กด Shift+Delete


ปล. ถึงจะคิดอย่างนี้ แต่ผมยังเสียดายไฟล์อันเก่าอยู่ดีนั่นแหละครับ พิมพ์เป็นชั่วโมงเลย ฮือ T_T


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2551 0:03:21 น. 1 comments
Counter : 210 Pageviews.

 

ความผิดพลาดครั้งแรกมันทำให้รู้สึกแย่มาก
แต่พอสถานการณ์เดิมๆผ่านเข้ามาใหม่
เราก็รับมือกับมันได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่าง
เมื่อเข้ามาอ่านข้อความบางบท
มันทำให้เศร้าใจ
(พลาดแล้วที่เข้ามาอ่าน)
แ่ต่บางครั้งก็ยังเผลอทำแบบเดิมอีก
มันก็เศร้าใจอีก
(แต่ก็จะจัดการกับความรู้สึกได้ดีขึ้น)

ไฟล์บางไฟล์หายไปได้ก็ดี
เพราะมันทำให้เราต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่
ทำให้ไฟล์นั้นเป็นตัวเรา ณ ปัจจุบันมากที่สุด



โดย: -3- IP: 58.8.101.3 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:42:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.