Dinner31
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Dinner31's blog to your web]
Links
 

 
หลับ (รำ) ลึก

เพื่อนคนนึงบอกให้ผมนอนเยอะๆ เพราะการนอนช่วยบรรเทาความไม่สบายใจได้ชะงัดนัก
ผมเห็นพ้องด้วย เพราะช่วงนึงในชีวิตก่อนหน้านี้หลายปี ก็ผ่านเรื่องไม่สบายใจหลายระดับมาได้ด้วยการนอนหลับ
หลับเพื่อให้มันผ่านไปอีกวัน เพื่อพบอีกวันที่ตั้งตารอให้มันผ่านไปอีกวัน

สำหรับผม, การนอนหลับในช่วงเวลาที่ทุกข์ใจคล้ายกับการปลูกต้นไม้
รดน้ำด้วยการจมลงสู่ห้วงนิทรา ตื่นจากภวังค์เพื่อลุ้นว่ามีดอกผลแห่งความสบายใจผลิบ้างสักเล็กน้อยรึเปล่า
วันไหนตื่นมาพบว่าไม่มีแม้แววผลิ ก็ได้แต่รอคอยช่วงเวลารดน้ำมาถึงคืนถัดไป
ไม่สามารถรดได้ตลอดเวลา เพราะคนเราดันมีต่อมรู้ตื่น (นอน)
แล้วผมเป็นประเภทไม่นิยมใช้ปุ๋ยเคมีเสียด้วย
อ้อ ปุ๋ยเคมีที่ว่าของแต่ละคนสูตรไม่เหมือนกัน บางคนผสมแอลกอฮอล์ บางคนผสมนิโคติน บางคนผสมยาล้างส้วม
สูตรพวกนั้นไม่เร่งผล มันแค่ส่งภาพหลอนชั่วครั้งคราว ไม่จีรังยั่งยืน แถมยังทำลายรากด้วย... เอ่อ…จะอิงคุณค่าทางชีวิตทำไมนะ

ดังนั้น ผมจึงได้แต่ข่มตานอนรอการหลับ เพื่อรอลุ้นวี่แววทุกวี่วัน

เรียนมาตั้งแต่ ป. ไหน, การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในโลก
‘ระหว่างหลับ’ เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจ เพราะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้
เป็นการไปเผชิญโลกใหม่ใบเก่าตามลำพังคนเดียว
มิน่า ทุกคนถึงอวยพรให้ได้ยินจนชินหูว่า "หลับฝันดีนะ"
ถึงเป็นคำอวยพรที่ดูเป็นมารยาททางสังคม
เพราะมันไม่ชวนทำให้รู้สึกดี จนทำให้ฝันดีได้อีกต่อไป กลายเป็นคำธรรมดาไปเสียแล้ว
แต่ทุกคนก็ไม่อยากฝันร้าย...

ความน่ากลัวของความฝัน ร้ายกาจยิ่งกว่าอาวุธชนิดไหนบนโลก
เหมือนในหนังเรื่องนึง (สารภาพว่าจำชื่อเรื่องไม่ได้, ใครรู้กรุณาแจ้ง) ผีร้ายบอกกับเขาประมาณว่า
หนีเข้าไปเถิด เขาสามารถหนีทุกสิ่งได้ แต่ไม่สามารถหนีการฝันขณะหลับได้...แล้วมันจะไปหาเขา ณ เวลานั้น
ฟังแล้วสะดุ้งโหยง แทบอยากวิ่งหนีออกนอกโรง ผมว่ามันน่ากลัวเกินไป

แถมยังจริงเสียยิ่งกว่าจริง...
เรื่องทุกเรื่อง หลับหู หลับตา ทำไม่สนใจ นั่งดูโทรทัศน์ ปั่นงานคั่งค้าง ออกวิ่งจ๊อกกิ้ง
แกล้งลืมมันและทำอย่างอื่นก็สามารถทำให้พอทุเลาความคิดนึกได้
เราหลีกลี้ความจริงบนโลกความจริงได้ แค่ทำให้ความเจ็บช้ำมันเบลอสักระยะ
แต่เมื่อหลับตาเข้านอน พอความฝันเริ่มดำเนินหน้าที่ของมัน
เมื่อนั้นเราก็เหมือนแมวโดนยา ไม่สามารถต่อกรอะไรได้ทั้งสิ้น แม้เพียงกระดิกม่านตายังเย็น

ความเป็นจริง, วิทยาศาสตร์ชี้ไว้ชัด ว่าแม้เราไม่รู้สึกตัวขณะหลับฝัน
แต่ในแต่ละคืนนั้นเราฝันกันทีละหลายร้อยเรื่อง
บางเรื่องกินเวลาเพียง 2 วินาที บางเรื่องนานเป็นนาที หลายสิบนาที
เพราะการหลับตาและไม่รู้สึกตัว ไม่เกี่ยวกับสมองที่ยังคงต้องทำงานอยู่
และอย่างที่รู้กัน ความฝันทุกตอนส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เคยผ่านพบมาแล้วในชีวิตทั้งสิ้น
เป็นการปะติดปะต่อเหมือนศิลปะ Collage
บางเรื่องเกิดขึ้นไปแล้ว ฝันถึงอย่างตรงไป ตรงมา เกิดเหตุการณ์โน่นนี่ใต้เปลือกตา
บางเรื่องเหมือนเป็นเรืองใหม่ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริง เมื่อตื่นมาก็ตื่นเต้นกันไปใหญ่
บ้างว่าเป็นหวย บ้างว่าเป็นการเตือน เป็นสาสน์จากเวลาอนาคต
เป็นข้อความลึกลับที่ต้องการแปลความ...บางคนถึงกับรอหลับฝัน เพื่อรับข้อความที่ว่านี่

นักวิทยาศาสตร์อีกนั่นแหละ ที่ว่างจัดไปจับคลื่นสมองของคนที่กำลังหลับ
แล้วพบว่ามีการวิ่งเล่นไปมาของคลื่นไฟฟ้าอยู่อย่างวุ่นวาย แสดงออกทางแสงสีผ่านจอมอนิเตอร์
วิจัยไป วิจัยมา ก็ดันไปเจอว่าไอ้แสงสีนี่เองที่เป็นวิธีดูลักษณะอารมณ์ของคนที่กำลังหลับอยู่ได้
คนนี้กำลังเศร้า มีเรื่องให้คิด คนนี้ชีวิตปกติสุข คนนี้เครียด อารมณ์ร้อน มีความรัก หรือป่วยไข้
ดูแล้วก็น่าจะเป็นผลประโยชน์สำหรับจับโกหกคนที่ชอบเก็บอารมณ์จนชิน
พวกที่หลอกตัวเองว่าเป็นคนมีความสุข ทั้งที่ก้นบึ้งหัวใจเต็มไปด้วยตะกอนแห่งความทุกข์โศก
แน่นักที่หลอกทางการกระทำได้ แต่คงไม่เก๋าพอจะหลอกไปถึงในห้วงความความฝัน

บางครั้งความฝันก็ดีตรงที่ทำให้เรารู้ว่ามีอะไรอยู่ในซอกกล่องความทรงจำบ้าง
เผื่อว่าเป็นเรื่องดี ก็จะได้นำมาเคาะฝุ่น แล้วบรรจงวางไว้ในความทรงจำสมบูรณ์ที่พร้อมเรียกใช้
ถ้าเป็นเรื่องร้าย ก็อาจแย่ ถ้านำมาไว้ใกล้มือ อาจถูกจังหวะเหวี่ยงแขนบาดให้น้ำตาไหล

เพราะเหตุการณ์ในฝันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่
แล้วคนเรามักจะฝันถึงสิ่งที่กำลังเฝ้าตรึงคะนึงคิดขณะมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
ถ้ากลางวัน หมกมุ่นอยู่กับการซ่อมตู้เย็น ตกกลางคืนอาจเห็นร่างตู้เย็นยังคาตาพาสมองซ่อมต่อไป
ถ้าก่อนนอน ดูหนังผีจนต้องห่มผ้าคลุมโปง นอนไม่หลับไป 4 ชั่วโมง ตกดึกหลับตาอาจถูกฝันพาไปเจอผี!
แต่ถ้าร้องไห้จมกองน้ำตามาทั้งวัน ตกกลางคืนก็ไม่อาจเลี่ยงได้หรอก

ความทรงจำเป็นดาบ 2 คม เหมือนกับที่คนเรามีความ ‘รู้สึก’ อยู่ตลอดเวลา
บางคนบอกว่าให้ปล่อยวาง ไม่ต้องไปรู้สึกอะไรสักสิ่ง ขอให้ปล่อยมันทิ้งไปให้หมด
เสียงหนึ่งแย้งว่า, จะเป็นคนไปทำไมถ้าไม่รู้สึก?! มนุษย์มีจิตใจและการรับรู้แสดงอารมณ์ได้ มีจิตใจสูง
นี่เป็นข้อที่เราเหนือกว่าผองสัตว์
เสียงหนึ่งแย้งโต้, มนุษย์ที่ว่าจิตใจสูงแท้จริง อาจต้องไม่ทำอะไรให้เกิดความรู้สึกจริงๆ เลยก็ได้
อย่างที่ศาสนาพุทธว่า…การสู่นิพพานที่ไม่รู้สึกดี ไม่รู้สึกร้าย น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

แต่ไม่มีใครคอนเฟิร์มว่าทางไหนจะหยุดความฝันได้
แล้วยิ่งไม่มีใครรับรองว่า ทุกคืนจะไม่ฝัน ว่ากำลังทุกข์สุดสาหัสอยู่

อย่างที่ผีร้ายตัวนั้นบอก เราไม่มีทางหนีความฝันพ้น
ความฝันที่ไม่เคยล่องลอย และทำตัวติดคู่อยู่กับ 'การนอนหลับ' - ที่ว่าเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในโลก

คนบางคนเฝ้ารอเวลากลางคืน เพื่อรดน้ำเติมปุ๋ยเมล็ดพันธุ์แห่งความสบายใจ
นับวันคอยความสดใสเข้าแทนที่แรงแล้งเพราะความทุกข์ยากหนักใจ
แต่เมื่อตื่นขึ้นก็พบว่าโดนฝูงหนอนร้ายที่ชื่อความฝันรุมปู้ยี้ปู้ยำจนดินหยั่งรากยังกระจาย

เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่าให้นอนเยอะๆ เพราะมันสามารถบรรเทาความทุกข์ได้ชะงัดนัก
ยกหลักฐานว่ามันเองก็เคยทำแล้วปรากฏว่าได้ผล

การนอนหลับเป็นการเร่งรัดการลืม เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป เวลาเก่าก็ยิ่งเก่าลง เก่าลง
และสิ่งที่มาพร้อมกับความเก่าเหมือนเงาตามตัวคือการลืม

ผมเห็นพ้องว่าน่าจะจริง
ถึงได้รอกลางคืนทุกวัน เพื่อสร้างถนนแปดเลนให้เวลาเก่าๆ เหล่านี้เคลื่อนตัวผ่านไป
และเฝ้ารอเช้าวันใหม่ เพื่อออกไปชมหมอกความสดใสในยามเช้า

แต่บางครั้งเมื่อตื่นขึ้นมานอกจากจะพบว่า
มีเพียงควันไฟที่เหม็นคลุ้งฟุ้งฟูฟ่องพร้อมล่องลอยเข้าตา
แล้วก็ยังพบ และตระหนักได้ว่า...

บางครั้ง, คนเราหลับไปเพื่อรำลึกถึงวันเก่าๆ และตื่นมาซับน้ำจากตาช้ำๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความฝันตามเป็นเงาที่เฝ้ารังแกไม่ให้เราลืมอะไรได้ทั้งนั้น
การนอนหลับเป็นเพียงการเดินลากโซ่ตรวนมุ่งสู่ลานประหารที่ไม่อาจเลี่ยง

ถึงแม้ฝันถึงสิ่งที่สวยงามที่สุดในโลก ก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้ไหว
เพราะมันเป็นภาพลวงตา ที่รู้เสมอว่ามันไม่อาจหวนกลับมาให้สัมผัส
สิ่งสวยงามดั่งมีดปลายแหลมด้ามคม จับไปมีแต่เสียเลือดเนื้อ ทั้งยังสร้างแผลเป็นตลอดกาล

ไม่เหมือนผีร้ายหน้าตาน่ากลัวตัวนั้น
ที่ยังนิสัยดี
มันไม่โกหกแม้สักคำ

“จะไปหา ณ ที่นั้น
ห้วงเวลาแห่งความฝัน
ความทรมานจะตามไป
แม้ในที่ ที่ไม่จริง”



Create Date : 20 มิถุนายน 2551
Last Update : 20 มิถุนายน 2551 2:19:31 น. 2 comments
Counter : 218 Pageviews.

 
การนอนหลับ เป็นสิ่งดี ทำให้ลืมความเครียด ความทุกข์ ความไม่สบายใจ ได้ชั่วขณะ แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ พอตื่นมาวันใหม่ ก็ทำให้รู้สึกสดชื่น (ต้องนอนเยอะๆ)






โดย: momo IP: 58.9.104.244 วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:10:45:42 น.  

 
เล่นเอาไม่กล้านอนเลย คืนนี้


โดย: gluhp วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:2:27:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.