สารพันปัญหาในการซื้อขาย


สัปดาห์ก่อนเราซื้อของในอีเบย์เป็นผ้าห่มเด็กแบบงานpatchwork มือสอง พาดหัวสินค้าเขียนว่า “Very good condition. No issues.” ดูจากรูป4 รูปแล้ว ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ ก็เลยสั่งของชิ้นนั้น แต่เมื่อของมาถึง เราตรวจสภาพผ้าห่ม เห็นจุดเหลืองๆ2 จุด จางมากแต่มองด้วยตาเปล่าก็เห็น ขนาดประมาณ 1 นิ้ว ก็ไม่ได้เล็กนะ เราดมตรงจุดเหลืองๆนั้น ก็ได้กลิ่นน้ำยาซักผ้าขาว (bleach) แรงมาก แสดงว่าคนขายต้องซักแล้ว แต่มันไม่ออก (เวรนี่เราดมรอยขี้เหรอเนี่ย)

คำถามคือคนขายไม่ซื่อสัตย์ หรือมองไม่เห็นจุดเหลืองจริงๆ

ที่มองว่าคนขายไม่ซื่อสัตย์ก็เพราะสินค้ามีตำหนิ แต่คนขายไม่ระบุไว้ในหน้ารายละเอียดสินค้า ถ้าคนขายให้ข้อเท็จจริงครบถ้วนโดยระบุว่ามีจุดเหลืองจางๆ 2 จุด อย่างน้อยลูกค้าจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าเลือกจะซื้อ นั่นคือรับสภาพของสินค้าตามนั้น

นึกถึงงานล่ามหลายกรณี ล่ามไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะล่ามเรื่องอะไร ลูกค้าบอกแค่วันเวลา สถานที่ และหัวข้อ แต่ไม่มีเอกสารประกอบมาให้ไม่บอกหน้างานว่ามีเครื่องมืออะไรให้ อย่างหนึ่งที่ล่ามต้องแจ้งลูกค้าก่อนเริ่มงานคือข้อจำกัดในการทำงาน เนื่องจากลูกค้าไม่ให้เอกสารประกอบดังนั้นล่ามอาจสะดุดบางประเด็นที่ล่ามไม่มีความรู้ ล่ามไม่ทราบว่าหน้างานมีตู้ล่าม ไมโครโฟน หูฟังetc ให้หรือไม่ เมื่อแจ้งข้อจำกัดแล้วถ้าลูกค้ายืนยันจ้างล่าม ลูกค้าไม่ควรจะต่อว่าล่ามในภายหลังว่า ล่ามติดขัดไม่ราบรื่น เสียงไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง เป็นต้น

กลับมาเรื่องผ้าห่มเด็กหากสันนิษฐานว่าคนขายมองไม่เห็นจุดเหลืองๆ แสดงว่าตอนระบุรายละเอียดสินค้าคนขายลืมนึกถึงฝั่งคนซื้อ สินค้าที่ใช้กับเด็ก แน่นอนคนซื้อต้องตรวจสอบความสะอาดเป็นอันดับแรก แม้จะเป็นของมือสอง ก็ไม่ควรมีตำหนิที่เห็นได้ชัด ยิ่งตอนดมได้กลิ่น bleachตรงจุดเหลืองแรงมาก ยิ่งน่าสงสัยว่าคนขายคงจะรู้ว่าสินค้ามีรอยเปื้อนเลยพยายามกำจัดแต่ออกไม่หมด

ทางเลือกของคนซื้อคือคืนของ หรือเก็บไว้เองแต่ให้ฟีดแบ็กตามจริง เราเลือกอย่างหลังเพราะขี้เกียจเสียเวลาไปส่งของที่ไปรษณีย์เสียค่าส่งของคืนอีกต่างหาก ต้องรอของถึงมือคนขาย ถึงจะได้เงินคืน

พอเราให้ฟีดแบ็กน้อยกว่า5 ดาว คนขายอีเมลมาต่อว่าว่าเราทำให้ชื่อเสียงธุรกิจที่สร้างมากว่าสิบปีต้องมีรอยด่างพร้อย เธอเป็น top-rated seller มาตลอด

เอ่อถ้าจะเราให้เรตติ้งแย่ไปเลยก็ทำได้ถ้าเราถือว่าคนขายไม่ซื่อสัตย์ แต่นี่เราประเมินให้ neutral คือกลางๆ และพอเช็คเรตติ้งแม่ค้าในหน้าเว็บ ก็ยัง 100%positive งง กับ attitude คนขายมาก ถ้าอีเมลมาหาเรา ขอเราดีๆว่าช่วยแก้เรตติ้งได้มั้ย แล้วจะคืนเงินให้ ไม่ต้องส่งของกลับมาก็ได้เอาของไปบริจาคมูลนิธิไปเลย ไรเงี้ย เราก็แก้ให้

เล่าแล้วนึกถึงประเด็นนักแปล เคยมีเพื่อนนักแปลด้วยกัน (รุ่นพี่อายุมากกว่าเราเยอะ) ที่เป็นเจ้าของกิจการแปล คุยกับเราทางแชทถามเราว่าเคยรับสมัครนักแปลคนนี้มั้ย เราบอกว่า เคย ให้ทำแบบทดสอบ ไม่ผ่านอย่างแรง ไวยากรณ์ผิดเละเทะ เพื่อนเล่าว่าเขาเคยส่งงานให้นักแปลคนนี้ทำเพราะเห็นว่าจบตรงในสายงานจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ปรากฏว่า งานแปลผิดพลาดเยอะมาก เพื่อนเราต้องงมาแปลใหม่หมดไม่ใช่แค่ตรวจแก้ ผลคือเพื่อนต้องเลื่อนส่งงานลูกค้าออกไปเพราะไม่คิดว่าจะต้องมาทำ re-work ลูกค้าก็ไม่พอใจ

เพื่อนโทรไปแจ้งนักแปลว่างานแปลมีปัญหาอย่างนี้นะนักแปลเถียงว่าในสายงานนี้เขาใช้คำศัพท์อย่างนี้ ไม่ฟังคอมเมนท์อะไรเลย ฝ่ายหนึ่งมีคุณวุฒิเฉพาะด้านในสายวิชาชีพ อีกฝ่ายหนึ่งมีประสบการณ์ด้านการแปลมาเกือบยี่สิบปี ถ้าเราเป็นคนนอก ก็คงไม่ออกความเห็นแต่นี่เราเคยตรวจแบบทดสอบของนักแปลคนนี้ เราถึงเข้าใจที่เพื่อนอธิบาย

สิ่งหนึ่งที่อยากสอนนักแปลรุ่นน้องคือถ้าลูกค้าให้คำแนะนำติชม ให้ขอบคุณไว้ก่อนเลย ต้องขอบคุณสิเพราะลูกค้าอุตส่าห์โทรมาหรืออีเมลมาบอกเสียเงินค่าโทร เสียเวลาพิมพ์อีเมลมาหา จากนั้นให้อ่านคำแปลฉบับที่ลูกค้าตรวจแก้ส่งคืนมา ส่วนไหนที่เห็นด้วย ก็แก้ไขส่วนไหนที่ไม่เห็นด้วย อย่าแก้ตามหรือลบออกเฉยๆ ให้ค้นคว้าหาหลักฐานสนับสนุนเพิ่มแล้วโต้แย้งส่วนที่ไม่เห็นด้วย คนตรวจแก้ที่มีเหตุผลถ้าเขาเห็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ เขาก็ยอมใช้สำนวนที่นักแปลเลือกนั่นแหละ นักแปลอาจจะต้องใช้เวลาตรงนี้นิดนึงให้มองในแง่ดีว่า เป็นการฝึกทักษะหนึ่งของการตรวจแก้งานแปล

อนึ่ง checker หรือ editor บางคน ตรวจแก้งานแปลเอกสารมาจุดที่เป็นการแก้ไขเล็กน้อยในลักษณะเกลาภาษา นักแปลไม่ค่อยมีปัญหาเพราะยังไงก็ความหมายเดิมแต่ปัญหาจะเกิดในงานแปลเอกสารเทคนิค บางคนตรวจงานและแก้กลับมาแต่ไม่ระบุแหล่งอ้างอิง มันก็ขาดความน่าเชื่อถือ นักแปลก็ไม่เชื่อสิ ฉะนั้นจุดไหนที่สำคัญ คนตรวจควรใส่ reference ด้วย

พูดถึงแหล่งอ้างอิง ปกติแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือคือเว็บไซต์หน่วยงานราชการ  ของราชการไทยส่วนใหญ่จัดทำรายการคำศัพท์ในสาขานั้นๆ ไว้แล้ว  แต่...

บังเอิญเราเพิ่งตรวจคำแปลงานแผ่นพับข้อมูลสำหรับประชาชนของออสเตรเลียเกียวกับกระบวนการศาล สั้นๆ ง่ายๆ แต่มีคำหนึ่งที่เราสะดุดคำแปลในเว็บคือ Mention ในเว็บราชการออสเตรเลีย 2 เว็บ มีภาษาไทยแปลกำกับไว้แล้วว่า วันกล่าวถึง  เราคิดในใจ ไม่น่าจะใช่ อ่านแล้วไม่สื่อ อีกอย่าง อันนี้มันแปลตรงตัวมาจาก mention ที่เป็นคำกริยา  เลยค้นเพิ่มจากเว็บศาลที่เป็นภาษาอังกฤษ  เว็บศาลระบุว่า "In the Magistrates' Court, all summary matters begin as a mention hearing. This is the first date on which the matter is listed before the court. If the accused pleads guilty the matter can be heard and determined at the mention hearing."

อ่ะ เห็นแล้วว่า Mention มันคือขั้นตอนหนึ่งของ Hearing แสดงว่าต้องเป็นเรื่องการพิจารณา  เราสอบถามเพิ่มเติมไปยังพี่ทนายที่เป็นอาจารย์สอนกฎหมาย ท่านบอกว่า "คำนี้้ไม่มีในกฎหมายไทย หากจะแปลอาจจะเรียกว่า "ในการนัดพิจารณาครั้้งแรก" แลวใส่ภาษาอังกฤษกำกับไวในวงเล็บก็น่าจะใชไดส่วนคำว่านัดพรอมน่าจะไม่ตรงเพราะนัดพรอมอาจจะมีไดหลายครั้้ง ขึ้้นอยู่กับศาลครับ" (อ้อ ต้องมีคำว่าครั้งแรกเพราะใน English definition เขียนว่า first date) 

เว็บข้อมูลออสเตรเลีย หลายเว็บจะแปลไปในทางเดียวกัน คือ เพี้ยนไปในทางเดียวกัน เพราะลอกกันมาโดยที่นักแปลไม่ได้ตรวจสอบเพิ่ม 

ที่เจออีกสองคำเร็วๆ นี้คือ คำว่า public holiday เอกสารแปลเขียนว่า วันหยุดสาธารณะ  ไม่แน่ใจว่า ในออสเตรเลียหมายถึงวันหยุดราชการหรือเปล่า ในประเทศไทยนิยมใช้คำว่า วันหยุดราชการ มากกว่า  

อีกคำพบในเอกสารข้อมูลเงินสงเคราะห์  คือคำว่า ผู้ไม่สมประกอบ เดาว่าต้นฉบับใช้คำว่า disabled persons จริงๆ คำนี้ตรงตัวน่าจะแปลว่า ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ตามราชบัณฑิต  เพราะ "สมประกอบ" แปลว่า มีอวัยวะสมบูรณ์เป็นปรกติ (ผู้ไม่สมประกอบ = to be physically incomplete) ในขณะที่ disability นั้นรวมถึง various physical and mental impairments that can hamper or reduce a person's ability to carry out his day to day activities. (คือรวมทั้งพิการทางร่างกายและทางสมอง) พอแปลว่า ผู้ไม่สมประกอบ ตีความได้ว่า ผู้พิการทางสมอง จะไม่มีสิทธิ์ขอเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานประกันสังคม ซึ่งมันผิดวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน 

เรื่องที่สองเราเป็นสมาชิก FB หน้า We Love Cotton ชอบส่องผ้าสวยๆ งานฝีมือ กระเป๋า ลูกไม้ เมื่อวานเห็นแม่ค้ามาพิมพ์บ่นว่าลูกค้าสั่งผลิตกระเป๋าผ้าไว้ แจ้งว่า ไม่รีบ เมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้แม่ค้าไม่มีแรงกระตุ้นที่จะเริ่มเย็บ

เราว่าปัจจัยอย่างหนึ่งคือแม่ค้าไม่เก็บมัดจำล่วงหน้า ทำให้ลูกค้าไม่กระตือรือร้นที่จะอยากได้ของ ลองนึกถึงความเป็นจริง ถ้าเราจ่ายเงินไปแล้วเราต้องคาดหวังจะได้ของให้เร็วที่สุด ยิ่งในกรณีงานผ้าเป็นงานสั่งผลิตแม่ค้ายิ่งควรเก็บเงินมัดจำอย่างน้อย 50% เพราะหากไม่เก็บเลยแล้วถ้าผลิตเสร็จปรากฏว่าลูกค้าไม่เอาของซะงั้น แม่ค้าจะไปขายใคร ถึงแม้จะทำกิจการเล็ก แต่แม่ค้าก็ควรบริหารแบบกิจการใหญ่เพื่อความอยู่รอดของกิจการ

เรื่องเก็บเงินมัดจำล่วงหน้านักแปลหลายคนก็ไม่เก็บ เพราะลูกค้าบอกว่ารีบ ให้แปลให้ก่อน แล้วก็มีโดนเบี้ยว ไม่ได้ตังค์ หรือไม่ลูกค้าก็อ้างว่า ผลงานแปลไม่ดีไม่จ่ายตังค์ นักแปลบางคนอยากได้งานมากกลัวลูกค้าไปใช้คนอื่นเพราะนักแปลเรียกเก็บมัดจำ เลยยอมแปลงานให้ก่อน คงลืมนึกว่าถ้าแปลแล้วลูกค้าไม่จ่ายตังค์ มันจะไม่ได้เสียแค่ลูกค้านะ เสียเงินเสียเวลาอีกต่างหาก อันนี้ไม่เกี่ยวกับลูกค้าประจำที่มีเครดิตที่ดีเคยทำงานด้วยกันมา แล้วจ่ายเงินตรงงวดตลอด

ขอเม้าท์หน้า We Love Cotton นี่แหละวันก่อนมีแม่ค้าประกาศขายเศษผ้าลายไทย ราคาไม่ถึงหลักร้อย ลายสวยๆ หลายผืน เราก็พิมพ์ว่า จอง ไป 4 ชุดสีไม่ซ้ำกันแม่ค้าก็ตอบมาตอนทุ่มกว่าๆ เพื่อขอยืนยันการสั่งซื้อ เราอยู่ออสเตรเลียที่นี่สี่ทุ่ม เรานอนแล้ว เลิกดูมือถือ วันรุ่งขึ้นเราก็ตอบข้อความปรากฏว่า แม่ค้าขายคนอื่นไปแล้ว 1 ชุด ทั้งที่เราจองคนแรก แม่ค้าบอกว่า ให้คนที่พร้อมโอน เออ ใช่ เขาเขียนว่า พร้อมโอน แต่ไม่นึกว่าพร้อมโอนของแม่ค้าคือ หมายความว่า จองปั๊บ ต้องโอนเลยภายใน 10 นาที เลขบัญชีแม่ค้าก็ยังไม่ได้ให้ ตอนที่คุยกันคือทุ่มกว่าๆ แม่ค้าคงไม่ได้นึกมั้งว่า ลูกค้าบางคนก็ไม่มี internet banking ลูกค้าบางคนอาจจะกินข้าวเย็นหรือกำลังนั่งรถกลับบ้าน อาบน้ำสอนลูกทำการบ้าน etc. นี่เราตอบกลับแม่ค้าภายใน 24 ชั่วโมง ยังเร็วไม่พอ มูลค่าของที่เราจอง น่าจะ 300 กว่าบาท สงสัยแม่ค้าถูกหวยกินเงินขาดมือ ต้องเร่งเก็บยอดจากลูกค้า เราโกรธนะ เลยยกเลิกที่จองทั้งหมด ผ้าที่เราอยากได้ก็ไม่ได้หาซื้อยากเลย(อันนี้เทียบกับเรียกเก็บมัดจำงานแปลไม่ได้นะ เพราะงานแปลเป็นงานสั่งทำ แต่ที่เราซื้อนี่เป็นเศษผ้า เหลือจากผลิตงานอื่นแล้วมาขายเป็น scrap)

พูดถึงเรื่องจ่ายเงินลูกค้าบริษัทของเราเจ้านึงยังไม่จ่ายเงินตามใบแจ้งหนี้ที่เราส่งไปเรียกเก็บตั้งแต่เดือนมีนาคมโดยให้เหตุผลว่า ตอนที่สั่งจ้างแปลนั้นend user เร่งมาอีกทีเลยต้องรีบทำให้เสร็จแต่ตอนหลังเปลี่ยนใจ งานไม่เร่งแล้วบริษัทเลยค่อยๆตรวจงานแปลและรอปิดโปรเจ็กต์เรียกเก็บเงินลูกค้าก่อน จึงจะทำจ่ายเราจนถึงบัดนี้ก็ครึ่งปีแล้ว ยอดหลักแสนนี้ก็ยังไม่ได้รับชำระยังดีที่บริษัทเรามีเงินสดอยู่ในบัญชี (บางบริษัทมีแต่ยอดในใบแจ้งหนี้ แต่cashflow ไม่มี ขาดเงินสำรองชำระค่าใช้จ่าย) บริษัทเรามีระบบ blacklist ลูกค้า รายไหนจ่ายเงินช้า ขั้นตอนเยอะ ผิดเงื่อนไขการจ้างตัดออกให้หมดเลย จะได้ไม่ต้องปวดหัวอีกทว่านักแปลหลายคนอาจเลือกที่จะเก็บลูกค้าประเภทนี้ไว้เผื่ออนาคตจะได้งานใหญ่ก็อย่าลืมนึกถึงปัญหาตอนตามเงินด้วยว่าคุ้มมั้ยรอชำระเงินนานๆเสี่ยงจะสูญทั้งก้อนมั้ย




Create Date : 27 กันยายน 2559
Last Update : 28 กันยายน 2559 6:40:42 น.
Counter : 340 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Natchaon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 277 คน [?]



Sawaddee ka. My name is Nat. I am a certified translator. I have been in the translation industry since 2004.

I graduated a master degree in English-Thai translation from Chulalongkorn University, Thailand.

I have the following accreditation:
- NAATI Accreditation for EN < > TH translation (Australia)
- Court Expert Registration for EN < > TH translation (Thailand)
- Member (MCIL), Chartered Institute of Linguists (U.K.)

See details about my services here http://www.nctranslation.net
http://www.expertthai.net

For a quick quote, email your document to natchaon@yahoo.com.

รับแปลเอกสารวีซ่าออสเตรเลียพร้อมประทับตรา NAATI ปรึกษาฟรีที่ natchaon@yahoo.com หรือ Line: Natchaon.NAATI

See below my locations:
- Melbourne: Now - 31 May 2017
(Last update: 01 Mar 2017)

NAATI ออสเตรเลีย, NAATI เมลเบิร์น, NAATI ประเทศไทย, NAATI กรุงเทพ, แปลเอกสารพร้อมประทับตรา NAATI, แปลเอกสารโดยนักแปล NAATI, NAATI Australia, NAATI Melbourne, NAATI Thailand, NAATI Bangkok, NAATI translation, NAATI accredited translation, Australia Visa, Partner Visa, Fiance Visa, Prospective Visa, Skilled Migrant, Student Visa, Work Visa, Work and Travel Visa, Online Visa, วีซ่าออสเตรเลีย, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าคู่หมั้น, วีซ่าทำงาน, วีซ่านักเรียน, วีซ่าทำงานและท่องเที่ยว, วีซ่าออนไลน์
Thai – English translation, English – Thai Translation, แปลอังกฤษเป็นไทย, แปลไทยเป็นอังกฤษ

*บทความทั้งหมดในบล็อกนี้ สงวนลิขสิทธิ์ทุกประการ*
กันยายน 2559

 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog