กรรม เกิดจาก เจตนา เจตนา คือ ตัวกรรม
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 

ธรรมไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นไฉน? การแยก จิต การแยก ธรรม


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑
ธรรมสังคณีปกรณ์



มหันตรทุกะ
[๙๔๒] ธรรมมีอารมณ์ เป็นไฉน?
กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ สภาวธรรมเหล่านี้
ชื่อว่า ธรรมมีอารมณ์.
ธรรมไม่มีอารมณ์ เป็นไฉน?
รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีอารมณ์.
[๙๔๓] ธรรมเป็นจิต เป็นไฉน?
จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนธาตุ
มโนวิญญาณธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นจิต.
ธรรมไม่เป็นจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่
เป็นจิต.
[๙๔๔] เจตสิกธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า เจตสิกธรรม.
อเจตสิกธรรม เป็นไฉน?
จิต รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อเจตสิกธรรม.
[๙๔๕] จิตตสัมปยุตธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสัมปยุตธรรม
จิตตวิปปยุตธรรม เป็นไฉน?
รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตวิปปยุตธรรม.
จิต จะกล่าวว่า จิตตสัมปยุตก็ไม่ได้ ว่าจิตตวิปปยุตธรรมก็ไม่ได้.
[๙๔๖] จิตตสังสัฏฐธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสังสัฏฐธรรม.
จิตตวิสังสัฏฐธรรม เป็นไฉน?
รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตวิสังสัฏฐธรรม.
จิต จะกล่าวว่า จิตตสังสัฏฐธรรมก็ไม่ได้ ว่าจิตตวิสังสัฏฐธรรมก็ไม่ได้.
[๙๔๗] จิตตสมุฏฐานธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ หรือรูปแม้อื่นใด ซึ่ง
เกิดแต่จิต มีจิตเป็นเหตุ มีจิตเป็นสมุฏฐาน มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ สัททายตนะ
คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตา
รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสมุฏฐาน-
*ธรรม.
ธรรมไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นไฉน?
จิต รูปที่เหลือ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
[๙๔๘] จิตตสหภูธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
จิตตสหภูธรรม.
ธรรมไม่เป็นจิตตสหภู เป็นไฉน?
จิต รูปที่เหลือ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นจิตตสหภู.
[๙๔๙] จิตตานุปริวัตติธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ สภาวธรรมเหล่านี้
ชื่อว่า จิตตานุปริวัตติธรรม.
ธรรมไม่เป็นจิตตานุปริวัตติ เป็นไฉน?
จิต รูปที่เหลือ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นจิตตานุปริวัตติ.
[๙๕๐] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน-
*ธรรม.
ธรรมไม่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน เป็นไฉน?
จิต รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน.
[๙๕๑] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน-
*สหภูธรรม.
ธรรมไม่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู เป็นไฉน?
จิต รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู.
[๙๕๒] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานา-
*นุปริวัตติธรรม.
ธรรมไม่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ เป็นไฉน?
จิต รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุ-
*ปริวัตติ.
[๙๕๓] อัชฌัตติกธรรม เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ มนายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อัชฌัตติกธรรม.
พาหิรธรรม เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า พาหิรธรรม.
[๙๕๔] อุปาทาธรรม เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อุปาทาธรรม.
ธรรมไม่เป็นอุปาทา เป็นไฉน?
กุศลในภูมิ ๔ อกุศล วิบากในภูมิ ๔ กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ มหาภูตรูป ๔ และ
นิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นอุปาทา.
[๙๕๕] อุปาทินนธรรม เป็นไฉน?
วิบากในภูมิ ๓ และรูปที่กรรมแต่งขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อุปาทินนธรรม.
อนุปาทินนธรรม เป็นไฉน?
กุศลในภูมิ ๓ อกุศล กิริยาอัพยากฤตในภูมิ ๓ และรูปที่กรรมมิได้แต่งขึ้น มรรค ๔
ที่เป็นโลกุตตระ สามัญผล ๔ และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อนุปาทินนธรรม.
มหันตรทุกะ จบ
-----------------------------------------------------
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ บรรทัดที่ ๘๑๙๕ - ๘๒๗๐. หน้าที่ ๓๒๖ - ๓๒๘.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka3/v.php?B=34&A=8195&Z=8270&pagebreak=0
สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๔
http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๔
http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_34





 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2555
49 comments
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2555 10:39:30 น.
Counter : 3174 Pageviews.

 


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑
ธรรมสังคณีปกรณ์



มหันตรทุกะ
[๗๖๖] ธรรมมีอารมณ์ เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมี
อารมณ์.
ธรรมไม่มีอารมณ์ เป็นไฉน?
รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีอารมณ์.
[๗๖๗] ธรรมเป็นจิต เป็นไฉน?
จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนธาตุ
มโนวิญญาณธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นจิต.
ธรรมไม่เป็นจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรม
เหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นจิต.
[๗๖๘] ธรรมเป็นเจตสิก เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นเจตสิก.
ธรรมไม่เป็นเจตสิก เป็นไฉน?
จิต รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นเจตสิก.
[๗๖๙] ธรรมสัมปยุตด้วยจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยจิต.
ธรรมวิปปยุตจากจิต เป็นไฉน?
รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปยุตจากจิต.
จิต จะกล่าวว่าสัมปยุตด้วยจิตก็ไม่ได้ ว่าวิปปยุตจากจิตก็ไม่ได้.
[๗๗๐] ธรรมเจือกับจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเจือกับจิต.
ธรรมไม่เจือกับจิต เป็นไฉน?
รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เจือกับจิต.
จิต จะกล่าวว่าเจือกับจิตก็ไม่ได้ ว่าไม่เจือกับจิตก็ไม่ได้.
[๗๗๑] ธรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์, กายวิญญัติ วจีวิญญัติ หรือรูปแม้อื่นใดซึ่ง
เกิดแต่จิต มีจิตเป็นเหตุ มีจิตเป็นสมุฏฐาน มีอยู่ คือ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ
รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูป
อุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน.
ธรรมไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นไฉน?
จิต รูปที่เหลือ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
[๗๗๒] ธรรมเกิดร่วมกับจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์, กายวิญญัติ วจีวิญญัติ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อ
ว่า ธรรมเกิดร่วมกับจิต.
ธรรมไม่เกิดร่วมกับจิต เป็นไฉน?
จิต รูปที่เหลือ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เกิดร่วมกับจิต.
[๗๗๓] ธรรมเกิดคล้อยตามจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์, กายวิญญัติ วจีวิญญัติ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อ
ว่า ธรรมเกิดคล้อยตามจิต.
ธรรมไม่เกิดคล้อยตามจิต เป็นไฉน?
จิต รูปที่เหลือ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เกิดคล้อยตามจิต.
[๗๗๔] ธรรมเจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเจือกับจิตและมี
จิตเป็นสมุฏฐาน.
ธรรมไม่เจือกับจิตและไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นไฉน?
จิต รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เจือกับจิตและไม่มี
จิตเป็นสมุฏฐาน.
[๗๗๕] ธรรมเจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดร่วมกับจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเจือกับจิต มีจิต
เป็นสมุฏฐาน และเกิดร่วมกับจิต.
ธรรมไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดร่วมกับจิต เป็นไฉน?
จิต รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เจือกับจิต ไม่มี
จิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดร่วมกับจิต.
[๗๗๖] ธรรมเจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเจือกับจิต มีจิต
เป็นสมุฏฐาน และเกิดคล้อยตามจิต.
ธรรมไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดคล้อยตามจิต เป็นไฉน?
จิต รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เจือกับจิต ไม่มี
จิตเป็นสมุฏฐาน และไม่เกิดคล้อยตามจิต.
[๗๗๗] ธรรมเป็นภายใน เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ มนายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นภายใน.
ธรรมเป็นภายนอก เป็นไฉน?
รูปายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นภายนอก.
[๗๗๘] ธรรมอาศัยมหาภูตรูปเกิด เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอาศัยมหาภูตรูปเกิด.
ธรรมไม่อาศัยมหาภูตรูปเกิด เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์ มหาภูตรูป ๔ และอสังขตธาตุ
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่อาศัยมหาภูตรูปเกิด.
[๗๗๙] ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิเข้ายึดครอง เป็นไฉน?
วิบากแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร
อรูปาวจร คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ และรูปที่กรรมแต่งขึ้น สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อ
ว่า ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิเข้ายึดครอง.
ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครอง เป็นไฉน?
กุศลธรรมและอกุศลธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร
คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, ธรรมที่เป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล ไม่ใช่กรรม
วิบาก, รูปที่กรรมมิได้แต่งขึ้น, มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่เข้ายึดครอง.
มหันตรทุกะ จบ.
-----------------------------------------------------
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ บรรทัดที่ ๖๗๔๒ - ๖๘๒๒. หน้าที่ ๒๖๘ - ๒๗๑.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka3/v.php?B=34&A=6742&Z=6822&pagebreak=0
สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๔
http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๓๔
http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_34


 

โดย: shadee829 1 พฤศจิกายน 2555 10:36:31 น.  

 

สวัสดีครับ ทักทาย ยามสายๆ





 

โดย: ต้นกล้า อาราดิน 1 พฤศจิกายน 2555 10:52:20 น.  

 


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒
วิภังคปกรณ์



สังขารขันธ์
สังขารขันธ์ เป็นไฉน
[ทุกมูลกวาร]
[๖๔] สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต
สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์เป็นเหตุ เป็นนเหตุ
สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ สังขารขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็น
อัพยากฤต
สังขารขันธ์หมวดละ ๔ คือ สังขารขันธ์เป็นกามาวจร เป็นรูปาวจร เป็น
อรูปาวจร เป็นอปริยาปันนะ
สังขารขันธ์หมวดละ ๕ คือ สังขารขันธ์เป็นสุขินทริยสัมปยุต เป็น
ทุกขินทริยสัมปยุต เป็นโสมนัสสินทริยสัมปยุต เป็นโทมนัสสินทริยสัมปยุต
เป็นอุเปกขินทริยสัมปยุต
สังขารขันธ์หมวดละ ๖ คือ จักขุสัมผัสสชาเจตนา โสตสัมผัสสชา-
*เจตนา ฆานสัมผัสสชาเจตนา ชิวหาสัมผัสสชาเจตนา กายสัมผัสสชาเจตนา
มโนสัมผัสสชาเจตนา สังขารขันธ์หมวดละ ๖ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๗ คือ จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ กาย-
*สัมผัสสชาเจตนา มโนธาตุสัมผัสสชาเจตนา มโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา
สังขารขันธ์หมวดละ ๗ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๘ คือ จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ สุขสหคต-
*กายสัมผัสสชาเจตนา ทุกขสหคตกายสัมผัสสชาเจตนา มโนธาตุสัมผัสสชาเจตนา
มโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา สังขารขันธ์หมวดละ ๘ ด้วยประการฉะนี้
สังขารขันธ์หมวดละ ๙ คือ จักขุสัมผัสสชาเจตนา ฯลฯ มโนธาตุ-
*สัมผัสสชาเจตนา กุสลมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา อกุสลมโนวิญญาณ-
*ธาตุสัมผัสสชาเจตนา อัพยากตมโนวิญญาณธาตุสัมผัสสชาเจตนา สังขารขันธ์
หมวดละ ๙ ด้วยประการฉะนี้

ทีนี้วิญญาณขันธ์


๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
[๙๓] รูปขันธ์ เป็นอนารัมมณะ ขันธ์ ๔ เป็นสารัมมณะ ขันธ์ ๔
เป็นโนจิตตะ วิญญาณขันธ์เป็นจิตตะ ขันธ์ ๓ เป็นเจตสิกะ ขันธ์ ๒ เป็น
อเจตสิกะ ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสัมปยุต รูปขันธ์ เป็นจิตตวิปปยุต วิญญาณขันธ์
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสัมปยุต แม้เป็นจิตตวิปปยุต ขันธ์ ๓ เป็นจิตต-
*สังสัฏฐะ รูปขันธ์ เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ วิญญาณขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
จิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสมุฏฐานะ วิญญาณ-
*ขันธ์เป็นโนจิตตสมุฏฐานะ รูปขันธ์ เป็นจิตตสมุฏฐานะก็มี เป็นโนจิตตสมุฏฐานะ
ก็มี ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสหภู วิญญาณขันธ์เป็นโนจิตตสหภู รูปขันธ์เป็นจิตตสหภู
ก็มี เป็นโนจิตตสหภูก็มี ขันธ์ ๓ เป็นจิตตานุปริวัตติ วิญญาณขันธ์เป็น
โนจิตตานุปริวัตติ รูปขันธ์ เป็นจิตตานุปริวัตติก็มี เป็นโนจิตตานุปริวัตติก็มี
ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ ขันธ์ ๒ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ
ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภู ขันธ์ ๒ เป็นโนจิตตสังสัฏฐ-
*สมุฏฐานสหภู ขันธ์ ๓ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ ขันธ์ ๒ เป็น
โนจิตตสังสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ ขันธ์ ๓ เป็นพาหิระ วิญญาณขันธ์เป็น
อัชฌัตติกะ รูปขันธ์ เป็นอัชฌัตติกะก็มี เป็นพาหิระก็มี ขันธ์ ๔ เป็นนอุปาทา
รูปขันธ์ เป็นอุปาทาก็มี เป็นนอุปาทาก็มี เป็นอุปาทินนะก็มี เป็นอนุปาทินนะก็มี




๙๔๓] ธรรมเป็นจิต เป็นไฉน?
จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนธาตุ
มโนวิญญาณธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นจิต.
ธรรมไม่เป็นจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่
เป็นจิต.
[๙๔๔] เจตสิกธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า เจตสิกธรรม.
อเจตสิกธรรม เป็นไฉน?
จิต รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า อเจตสิกธรรม.
[๙๔๕] จิตตสัมปยุตธรรม เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตสัมปยุตธรรม

จิตตวิปปยุตธรรม เป็นไฉน?
รูป และนิพพาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า จิตตวิปปยุตธรรม.
" จิต จะกล่าวว่า จิตตสัมปยุตก็ไม่ได้ ว่าจิตตวิปปยุตธรรมก็ไม่ได้ "

[๗๗๐] ธรรมเจือกับจิต เป็นไฉน?
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเจือกับจิต.
ธรรมไม่เจือกับจิต เป็นไฉน?
รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เจือกับจิต.
" จิต จะกล่าวว่าเจือกับจิตก็ไม่ได้ ว่าไม่เจือกับจิตก็ไม่ได้."

วิญญาณขันธ์
กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสัมปยุต แม้เป็นจิตตวิปปยุต

วิญญาณขันธ์ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็น
จิตตสังสัฏฐะ แม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ

วิญญาณ-
*ขันธ์เป็นโนจิตตสมุฏฐานะ


วิญญาณขันธ์เป็นโนจิตตสหภู

วิญญาณขันธ์เป็น
โนจิตตานุปริวัตติ

ขันธ์ ๔
เป็นโนจิตตะ " วิญญาณขันธ์เป็นจิตตะ "

การกล่าวว่า " สิ่งที่คิดไม่ใช่จิต สิ่งที่ไม่คิดนั้นแหละคือ ..จิต "

การกล่าวเช่นนี้ ไม่มีอะไรขัดกับ พระ อภิธรรมปิฏก ที่สังคายนา มาพร้อมกัน


ทีนี้ มาดู เหตุปัจจัย




นจิตตทุกะ
[๑๒๐] ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่จิต และที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่จิต อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิต เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
[๑๒๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๕
พึงให้พิสดารทุกวาร
นเจตสิกทุกะ
[๑๒๒] ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ-
*ปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อเจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม และไม่ใช่อเจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อเจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อเจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อเจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม และไม่ใช่อเจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่อเจตสิกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม และไม่ใช่อเจตสิกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อเจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม และไม่ใช่อเจตสิกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม และไม่ใช่อเจตสิกธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่เจตสิกธรรม
และไม่ใช่อเจตสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๑๒๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙
พึงให้พิสดารทุกวาร

 

โดย: กระบี่นางฟ้า 2 พฤศจิกายน 2555 17:52:54 น.  

 

สวัสดี พรุ่งนี้ วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑

"เมื่อเร่าร้อน...รุมเร้า... ต้องหลีกเร้น..."

 

โดย: คนป่าหาธรรม 6 พฤศจิกายน 2555 20:47:53 น.  

 

อถ ปจฺฉา กุรุเต โยคํ กิจฺเจ อาวาสุ สีทติ

ถ้ามัวล่าช้าเพียรทำกิจล้าหลังไป จะจมลงในห้วงอันตราย

ใช้สติและปัญญาพร้อมความเหมาะสมในทุกกิจที่ทำ ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 7 พฤศจิกายน 2555 11:21:42 น.  

 

ปุพพาจริยาติ วุจฺจเร

มารดาบิดา ท่านเรียกว่าเป็นบูรพาจารย์คือครูคนแรก

บูชาครูคนแรกด้วยความเคารพสูงสุด ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 9 พฤศจิกายน 2555 10:13:15 น.  

 

สํโวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ

ความบริสุทธิ์ พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ

มีความสุขกับการพูดดี มีความไพเราะ และมีประโยชน์ ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 16 พฤศจิกายน 2555 12:01:19 น.  

 

ขโณ โว มา อุปจฺจคา

อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์

มีความสุขกับเวลาอันมีค่า ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 21 พฤศจิกายน 2555 11:21:49 น.  

 

มนาโป โหติ ขนฺติโก

ผู้มีความอดทน ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น

ใช้ความอดทนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชีวิต ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 23 พฤศจิกายน 2555 11:05:37 น.  

 

ทุกฺขูปปนีโตปิ นโร สปญฺโญ อาสํ น ฉินฺเทยฺย สุขาคมาย

คนมีปัญญา ถึงเผชิญอยู่กับความทุกข์
ก็ไม่ยอมสิ้นหวังที่จะได้ประสบความสุข

ดำเนินชีวิตด้วยสติและปัญญา ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 30 พฤศจิกายน 2555 13:18:50 น.  

 

สวัสดีวันพ่อค่ะคุณshadee


"สุขสันต์วันพ่อก่อเกิดให้
ลูกกราบไหว้เคารพบรรจบเศียร
เทิดพระคุณยิ่งใหญ่ได้มาเวียน
ลูกพากเพียรนบนอบ...กราบขอบคุณ"


มีความสุขในวันพ่อ นะคะ


 

โดย: พิรุณร่ำ 5 ธันวาคม 2555 17:09:19 น.  

 

กาลคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ

คนขยัน พึงไม่ให้ประโยชน์ที่มาถึงแล้วผ่านไปโดยเปล่า

ใช้เวลาทุกวินาทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 6 ธันวาคม 2555 14:09:28 น.  

 

อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ
สมุฏฐาเปติ อตฺตานํ อณํ อคฺคึว สนฺธมํ

ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตนได้ ด้วยต้นทุนแม้น้อย
เหมือนคนก่อไฟน้อยขึ้น ฉะนั้น

พัฒนาสติปัญญาให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อความผาสุกในชีวิต ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 12 ธันวาคม 2555 13:03:36 น.  

 

อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ

ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด
ความมืดมนย่อมเกิดมีขึ้นเมื่อนั้น

เมตตาและให้อภัยต่อสัตว์และเพื่อนร่วมโลก ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 13 ธันวาคม 2555 12:24:42 น.  

 

อนาคตํ ปฏิกยิราถ กิจฺจํ มา มํ กิจฺจํ กิจฺจกาเล พฺยเธสิ

เตรียมกิจสำหรับอนาคตให้พร้อมไว้ก่อน
อย่าให้กิจนั้นบีบคั้นตัว เมื่อถึงเวลาต้องทำเฉพาะหน้า

วางแผนการดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบ ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 18 ธันวาคม 2555 12:55:34 น.  

 

สุกรานิ อสาธูนิ อตฺตโน อหิตานิ จ
ยํ เว หิตญฺจ สาธุญฺจ ตํ เว ปรมทุกฺกรํ

กรรมไม่ดีและไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย
ส่วนกรรมใดดีและเป็นประโยชน์ กรรมนั้นแลทำได้ยากยิ่ง

พิจารณาทำแต่กรรมดีเพื่อชีวิตที่รุ่งเรือง ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 21 ธันวาคม 2555 13:09:10 น.  

 

โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิติวา ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา

เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง
เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอก ฉันนั้น

ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 25 ธันวาคม 2555 11:05:35 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ 2556 ค่ะ
ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้คุณ shadee
และทุกๆคนในครอบครัวของคุณ มีความสุข
ความเจริญ ไร้โรคภัย
พบเจอแต่สิ่งดีๆๆ มีมงคล
รวยสุข รวยเงินทอง
ตลอดปีตลอดไปนะคะ

 

โดย: รับสุข 26 ธันวาคม 2555 17:44:58 น.  

 




ปีใหม่นี้ ปอป้าขออวยพรให้เพื่อนบล๊อกทุกท่าน ครอบครัว และคนที่ท่านรัก จงประสบแต่สิ่งที่ดีงาม มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ คิดทำสัมมาการใดให้ได้สมความปรารถนาทุกสิ่งทุกประการ กิจการค้าเจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป ที่รับประทานเงินเดือนก็ให้ได้ขึ้นเงินเดือนเยอะ ๆ ได้รับโบนัสมาก ๆ มีความสุขกันทุกคน กิน-เที่ยว-เฉลิมฉลองอย่างมีสติสัมปชัญญะตลอดปีและตลอดไป...นะคะ


ป.ล. ปอป้าจะเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดียในวันที่ ๓๐ นี้ กลับวันที่ ๖ มกราคม เมื่อกลับมาแล้วคงต้องยุ่งกับการเคลียร์งานอีกหลายวัน เจอกันใหม่เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่างแล้ว...นะคะ

 

โดย: พรหมญาณี 27 ธันวาคม 2555 13:52:45 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณshadee..

เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ที่จะถึงนี้..ฟ้าขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกนี้..

จงช่วยดลบันดาลให้คุณ และครอบครัว พร้อมทั้งญาติสนิท มิตรสหาย คนใกล้ชิด...

มีแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายจิตใจแข็งแรง สุขสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลตลอดไป นะคะ

 

โดย: พิรุณร่ำ 30 ธันวาคม 2555 10:48:03 น.  

 

ยสฺมึ มโน นิวิสติ อวิทูเร สหาปิ โส
สนฺติเกปิ หิ โส ทูเร ยสฺมา วิวสเต มโน

จิตจอดอยู่กับใคร ถึงไกลกัน ก็เหมือนอยู่ชิดใกล้
ใจหมางเมินใคร ถึงใกล้กัน ก็เหมือนอยู่แสนไกล

จะชอบ จะชัง วางใจให้เป็นกลาง ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 23 มกราคม 2556 12:57:00 น.  

 

ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ
สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ

คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ
เหมือนพระจันทร์ ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย
แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษ ย่อมไปตามผู้มีปัญญา

หมั่นเจริญสติเพื่อปัญญาณ ตลอดไป...นะคะ



วันนี้มาดึกหน่อย...นะคะ

วันนี้อีกเหมือนกัน ไปทำบุญที่ปราจีนบุรีมา
น้อมนำผลบุญมากฝากส่งให้คุณมีความสุขมาก ๆ นะคะ

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์....ค่ะ


 

โดย: พรหมญาณี 26 มกราคม 2556 22:49:28 น.  

 

อุฏฐานวโต สติมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ

ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด
ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยชอบ และไม่ประมาท

ดำเนินชีวิตด้วยความมีสติรอบคอบในทุกเรื่อง ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 28 มกราคม 2556 11:23:00 น.  

 

ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ
กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา

คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วย ฉันใด
การคบกับคนพาล ก็เป็นคนพาล ฉันนั้น

ใช้สติปัญญาในการเลือกคบหาผู้คน ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 30 มกราคม 2556 10:10:34 น.  

 

สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺเม เจตสา เนาวชฺเฌคา ปิยตรตฺตนา กฺวจิ
เอวมฺปิ โส ปุถุ อตฺตา ปเรสํ ตสฺมา น หิเส ปรํ อตฺตกาโม

ตรวจดูด้วยจิต ทั่วทุกทิศแล้ว ไม่พบใครที่ไหนเป็นที่รักยิ่งกว่าตนเองเลย
คนอื่นก็รักตนมากเช่นเดียวกัน ฉะนั้น ผู้รักตน จึงไม่ควรเบียดเบียนคนอื่น

มีความสุขด้วยการไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน ตลอดไป...นะคะ



หายไปนานเลย...นะคะ

 

โดย: พรหมญาณี 6 กุมภาพันธ์ 2556 12:43:17 น.  

 

โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุสฺสีโล อสมาหิโต
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย สีลวนฺตสฺส ฌายิโน

ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง ถึงจะเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสริฐกว่า




กงซี่ฝาฉาย มีความสุข เฮง ๆ ตลอดปี ตลอดไป...นะคะ


 

โดย: พรหมญาณี 8 กุมภาพันธ์ 2556 11:25:38 น.  

 

อิเธว กิตฺตึ ลภติ เปจฺจ สคฺเค จ สุมโน
สพฺพตฺถ สุมโน ธีโร สีเลสุ สุสมาหิโต

ผู้มีปรีชามั่นคงดีแล้วในศีล ย่อมได้รับชื่อเสียงในโลกนี้
ละไปแล้ว ย่อมดีใจในสวรรค์ ชื่อว่าย่อมดีใจในที่ทั้งปวง

รักษาศีลให้ได้มากข้อที่สุด เพื่อความสุขความเจริญของชีวิต ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 11 กุมภาพันธ์ 2556 12:26:40 น.  

 

โย อลีเนน จิตฺเตน อลีนมนโส นโร
ภาเวติ กุสลํ ธมฺมํ โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยา
ปาปุเณ อนุปุพฺเพน สพฺพสํโยชนกฺขยฺ

คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่
บำเพ็ญกุศลธรรมเพื่อบรรลุที่เกษมจากโยคะ
พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้

มีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจผ่องใสในทุกวันดี ๆ ของชีวิต ตลอดไป...นะคะ



หายไปไหน นานแล้ว...นะคะ

ระลึกถึง และเป็นห่วง...ค่ะ

 

โดย: พรหมญาณี 12 กุมภาพันธ์ 2556 10:52:21 น.  

 

อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ โก ชญฺญา มรณํ สุเว
น หิ โน สงฺครํ เตน มหาเสเนน มจฺจุนา

บุคคลควรทำความเพียรเผากิเลสเสียแต่วันนี้
ใครเล่าจะรู้ ความตายจักมีในวันพรุ่งนี้
เพราะพวกเราไม่สามารถผ่อนผันกับมัจจุราชผู้มีกองทัพใหญ่นั้นได้

ละกิเลสด้วยการบำเพ็ญเพียรและสะสมบุญเพื่อภพหน้าที่ดียิ่งขึ้น...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 13 กุมภาพันธ์ 2556 11:39:19 น.  

 

มีความสุขกับความรัก ไม่ว่ารักนั้นจะเป็นรักแบบใด กับใคร
ขอให้สมหวังในความรัก และมีความรักที่บริสุทธิ์ยืนยาว ตลอดไป...นะคะ

HAPPY VALENTINE’ S DAY !!



 

โดย: พรหมญาณี 14 กุมภาพันธ์ 2556 10:51:09 น.  

 

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺสรสํ ธมฺมรโส ชินาติ
สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺสทุกฺขํ ชินาติ

ธรรมทาน ชนะทานทุกอย่าง
รสพระธรรม ชนะรสทุกอย่าง
ความยินดีในธรรม ชนะความยินดีทุกอย่าง
สภาพที่ดับตัณหา ชนะทุกข์ทุกอย่าง

มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ และทุกวันตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 15 กุมภาพันธ์ 2556 11:15:08 น.  

 

ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ มา ปจฺฉา
วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงกำหนดรู้ อย่าประมาท
อย่าเป็นผู้มีความร้อนใจในภายหลัง
ข้อนี้เป็นคำสอนของตถาคตทั้งหลาย

ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 19 กุมภาพันธ์ 2556 11:35:28 น.  

 

ปเร สนฺทิฏฐิปรามาสี อาธานคฺคาหิ
ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี ภวิสฺสนฺติ มยเมตฺถ
อสนฺทิฏฐิปรามาสี อนาธานคฺคาหิ
สุปฺปฏินิสฺสคฺคี ถวิสฺสามาติ สลฺเลโข กรณีโย

เธอทั้งหลายพึงขัดเกลาตนในข้อนี้ว่า
ชนเหล่าอื่น แม้จักเป็นคนยึดมั่นความเห็นของตน
ยึดถืออย่างมั่นคง และสละคืนได้โดยยาก
แต่พวกเราจักไม่เป็นผู้ยึดมั่นความเห็นของตน
ไม่ยึดถืออย่างมั่นคง และสละคืนได้โดยง่าย

ไม่ยึดมั่นถือมั่นในทุกสิ่ง เพื่อความสุขในชีวิต ตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 20 กุมภาพันธ์ 2556 11:48:21 น.  

 

เมื่อวานไม่มีเวลาเข้าบล๊อกตอบเม้นท์ และคุยเฟสเท่าไร
เสร็จงานแล้วก็เลยนำสิ่งประเสริฐที่สุดในอนันตจักรวาล
มาให้เพื่อน ๆ ได้ชมและกราบบูชากัน....ค่ะ

เรามากราบบูชานมัสการพระบรมสารีริกธาตุกัน...นะคะ



พระบรมสารีริกธาตุของปอป้าได้มาจากเนปาล และอินเดีย
ได้มาก็แบ่งให้เพื่อนที่รักกันมากไปบูชาด้วย
เมื่อสองสามวันก่อนปฏิบัติบูชาเสร็จแล้ว
ก็ได้อธิษฐานจิตกราบขออนุญาตเปิดผอบดู
ปรากฏว่า มีพระบรมสารีริกธาตุเสด็จเพิ่มมามากกว่าเก่า
ต่างสี ต่างสัณฐานและวรรณะ อีกหลายองค์ทีเดียว
เกิดเป็นความปีติอย่างหาที่สุดมิได้ นึกถึงเพื่อน ๆ ทุกคน
ก็เลยกราบขออนุญาตถ่ายภาพอัญเชิญมาให้เพื่อน ๆ ได้บูชากัน..ค่ะ

 

โดย: พรหมญาณี 22 กุมภาพันธ์ 2556 10:08:48 น.  

 

โยคา เว ชายเต ภูริ อโยคา ภูริสงฺขฺโย
เอตํ เทวธา ปถํ ญตฺวา ภวาย วิภวาย จ
ตถาตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ

ปัญญาเกิดมีได้เพราะความเพียร เสื่อมไปเพราะไม่พากเพียร
เมื่อรู้ทางเจริญและทางเสื่อมของปัญญาแล้ว
ควรทำตนให้ดำรงอยู่โดยวิถีทางที่ปัญญาจะเจริญ

หมั่นพากเพียรเพื่อความสำเร็จในทุกสัมมาที่ปรารถนาตลอดไป...นะคะ



 

โดย: พรหมญาณี 25 กุมภาพันธ์ 2556 15:05:13 น.  

 

สหสฺสมปิ เจ วาจา อนตฺถปทสญฺหิตา
เอกํ อตฺถปทฺ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ

คำพูดที่เหลวใหลไร้ประโยชน์ตั้งพันคำ
ก็เทียบคำพูดที่มีประโยชน์คำเดียวไม่ได้
เพราะฟังแล้วทำให้ใจสงบ

พูดแต่สิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น ตลอดไป...นะคะ


 

โดย: พรหมญาณี 28 กุมภาพันธ์ 2556 10:24:05 น.  

 

โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุสฺสีโล อสมาหิโต เอกาหํ
ชีวิตํ เสยฺโย สีลวนฺตสฺส ฌายิโน

ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง ถึงจะเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียวประเสริฐกว่า

หมั่นรักษาศีลเพื่อความเจริญในชีวิตตลอดไป...นะคะ



เมื่อวันอาทิตย์ไปทำบุญมา ๒ วัด
วัดหลวงพ่อโสธร กับ วัดพนมพนาวาส
นำบุญกุศลและความคิดถึงมาฝาก...นะคะ

 

โดย: พรหมญาณี 4 มีนาคม 2556 13:50:38 น.  

 

น เวทา สมฺปรายาย น ชาติ นปิ พนฺธวา สกญฺจ สีลสํสุทฺธํ สมฺปรายสุขาวหํ

เวทมนต์ ชาติกำเนิด พวกพ้อง นำสุขมาให้ในสัมปรายภพไม่ได้
ส่วนศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้ว จึงนำสุขมาให้ในสัมปรายภพได้



ปอป้าจะเดินทางไปเชียงใหม่พรุ่งนี้เช้าและจะกลับมาวันที่ ๙
จากนั้นจะต้องติดภารกิจเดินสายหาหมออีก ๒-๓ วัน
พบกันอีกครั้งประมาณวันที่ ๑๒ หรือ ๑๔...นะคะ

 

โดย: พรหมญาณี 5 มีนาคม 2556 11:03:16 น.  

 

น สีลพฺพตมตฺเตน พาหุสจฺเจน วา ปน
อถ วา สมาธิลาเภน วิวิตฺตสยเนน วา
ผุสามิ เนกฺขมฺมสุขํ อปุถุชฺชนเสวิตํ
ภิกฺขุ วิสฺสาสมาปาทิ อปฺปตฺโต อาสวกฺขยํ

ภิกษุเอย เพียงมีศีลาจารวัตร เพียงมีภูมิปริยัติคงแก่เรียน
เพียงพากเพียรปฏิบัติจนได้ฌาน เพียงอยู่ในสถานสงบอันสงัด
ได้รับสุขของพระอนาคามีที่สามัญชนทั่วไปไม่ได้สัมผัส
ถ้าขจัดกิเลสไม่ได้หมด เธออย่าพึงนิ่งนอนใจเลย

พระพุทธวจนะนี้ สมควรที่ฆราวาสเช่นเราควรน้อมนำมาพิจารณาเนือง ๆ
เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข เพื่อความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ตลอดไป...ค่ะ



 

โดย: พรหมญาณี 19 มีนาคม 2556 10:27:00 น.  

 

อยสาว มลํ สมุฏฐิตํ ตทุฏฐาย ตเมว ขาทติ
เอวํ อติโธนจารินํ สานิ กมฺมนิ นยนฺติ ทุคฺคตึ

สนิมเกิดแต่เหล็กกัดกินเหล็ก ฉันใด
กรรมที่ตนทำไว้ย่อมนำคนเขลาไปทุคติ ฉันนั้น

ใช้สติปัญญาพิจารณาก่อนตัดสินใจลงมือกระทำการทุกอย่าง...นะคะ




 

โดย: พรหมญาณี 22 มีนาคม 2556 15:34:36 น.  

 

โย พาโล มญฺญตี พาลฺยํ ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส
พาโล จ ปณฺฑิตมานี ส เว พาโลติ วุจฺจติ

คนโง่ รู้ตัวว่าโง่ ยังคล้ายเป็นบัณฑิตได้บ้าง
แต่โง่แล้วอวดฉลาด นั่นแหละเรียกว่าคนโง่แท้

เจริญศีล สมาธิ ปัญญาเนือง ๆ เพื่อขจัดอวิชชาให้สิ้น ตลอดไป...นะคะ




 

โดย: พรหมญาณี 2 เมษายน 2556 11:14:13 น.  

 

สมคฺคานํ ตโป สุโข

ความเพียรของหมู่ชน ผู้พร้อมเพรียงกันทำให้เกิดสุข

รู้รักสามัคคี พร้อมให้อภัยกันได้เสมอ...นะคะ




 

โดย: พรหมญาณี 10 เมษายน 2556 9:52:04 น.  

 

วันนี้ ปอป้านำธรรมะคลายร้อนมาฝาก...ค่ะ



 

โดย: พรหมญาณี 11 เมษายน 2556 13:08:00 น.  

 



สวัสดียามบ่ายค่ะคุณshadee..

ฟ้ามาอวยพรวันสงกรานต์ค่ะ
มีความสุข สดชื่น เย็นกาย..เย็นใจ ในวันสงกรานต์กัน นะคะ

 

โดย: พิรุณร่ำ 12 เมษายน 2556 15:57:49 น.  

 

วิวาทํ ภยโต ทิสฺวา อวิวาทญฺจ เขมโต
สมคฺคา สขิลา โหถ เอสา พุทฺธานุสาสนี

ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย
และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว
เป็นผู้พร้อมเพรียง มีความประนีประนอมกันเถิด
นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี




มีความสุขในทุกกิจกรรมที่ได้ทำ...นะคะ

 

โดย: พรหมญาณี 18 เมษายน 2556 10:56:46 น.  

 

หายไปไหนนะท่านเจ้าของบ้าน
............................................
มรสุมพัดผ่านเมือง
มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ
ก้าวย่างที่พลั้งพลาด
มันเป็นเรื่องของสติ
...............................

 

โดย: beauty. IP: 125.27.117.133 25 เมษายน 2556 1:28:57 น.  

 



ขอให้สบายดี มีความสุขนะคะ

 

โดย: ขึ้น15ค่ำ 15 ธันวาคม 2556 1:51:33 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณshadee

ฟ้ามาอวยพรปีใหม่ให้ค่ะ ขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยช่วยให้คุณและครอบครัว
พบแต่ความสุขสวัสดิ์ พิพัฒน์มงคล เจริญด้วย อายุ ลาภ ยศ การงาน
สุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ ตลอดไปนะคะ


 

โดย: พิรุณร่ำ 1 มกราคม 2557 22:43:42 น.  

 

 

โดย: ขึ้น15ค่ำ 26 กุมภาพันธ์ 2557 11:21:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

shadee829
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add shadee829's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.