กรรม เกิดจาก เจตนา เจตนา คือ ตัวกรรม
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
 
24 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
๓. อรรถกถาสมาธิภาวนามยญาณุทเทส ว่าด้วยสมาธิภาวนามยญาณ


๓. อรรถกถาสมาธิภาวนามยญาณุทเทส
ว่าด้วยสมาธิภาวนามยญาณ
คำว่า สํวริตฺวา สมาทหเน ปญฺญา ความว่า ปัญญาของกุลบุตรผู้สำรวมด้วยสีลสังวรตามที่กล่าวไว้ในสีลมยญาณ แล้วทำการสำรวมตั้งอยู่ในศีลมีจิตตั้งไว้ด้วยดี กระทำจิตให้มีอารมณ์เป็นหนึ่ง ด้วยสามารถแห่งอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิ เป็นไปแล้วในสมาธิจิตนั้นคือสัมปยุตกับด้วยสมาธิจิตนั้น. การวางไว้ ตั้งไว้ ด้วยดีโดยชอบ ฉะนั้นจึงชื่อว่า สมาทหนํ - การตั้งไว้ด้วยดี. คำนี้เป็นคำเรียกสมาธิโดยปริยาย.
กุศลจิตเอกัคคตา ชื่อว่าสมาธิ ในคำนี้ว่า สมาธิภาวนามเย ญาณํ
ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่ากระไร? ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่าตั้งมั่น (สมาธานํ).
ชื่อว่าสมาธาน นี้อย่างไร? มีคำอธิบายว่า การวาง การตั้ง ซึ่งจิตและเจตสิกไว้ในอารมณ์เดียวโดยชอบด้วยดี เพราะฉะนั้น จิตและเจตสิก ไม่ฟุ้งไป ไม่เกลื่อนกล่น ตั้งอยู่โดยชอบด้วยดีในอารมณ์เดียว ด้วยอานุภาพแห่งธรรมใด,
คำที่กล่าวมาแล้วนี้ พึงทราบว่าเป็นสมาธาน.
ก็ความไม่ฟุ้งซ่านเป็นลักษณะ การกำจัดความ
ฟุ้งซ่านเป็นรส การไม่หวั่นไหวเป็นปัจจุปัฏฐาน
และมีความสุขเป็นปทัฏฐานของสมาธินั้นแล.
ธรรมชาติใดอันพระโยคีบุคคลอบรมอยู่ เจริญอยู่ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่าภาวนา, ภาวนาคือสมาธิ ชื่อว่าสมาธิภาวนา.
อีกอย่างหนึ่ง การอบรมการเจริญซึ่งสมาธิ ชื่อว่าสมาธิภาวนา. ห้ามภาวนาอื่นด้วยคำว่าสมาธิภาวนา. ญาณอันสำเร็จด้วยสมาธิภาวนาด้วยสามารถแห่งอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิดุจในก่อน.

ธมฺมศัพท์นี้นั้นพึงเห็นว่าลงในอรรถว่าปัจจยุปบัน แปลว่า ธรรมที่เกิดแต่ปัจจัย. โดยอรรถท่านเรียกว่าธรรมะ เพราะทรงไว้ซึ่งสภาวะของตน, หรืออันปัจจัยทรงไว้, หรือย่อมทรงไว้ซึ่งผลของตน, หรือผู้ใดบำเพ็ญธรรมให้บริบูรณ์ก็ทรงผู้นั้นไว้ ไม่ให้ตกไปในอบายทั้งหลาย, หรือทรงไว้ในลักษณะของตนๆ, หรือว่าย่อมตั้งลงไว้ได้ด้วยจิต, ตามสมควร.
แต่ในที่นี้ ชื่อว่าธรรม เพราะอรรถว่าอันปัจจัยทั้งหลายของตนทรงไว้, ธรรมทั้งหลายอาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ย่อมตั้งขึ้นคือย่อมเกิดขึ้นด้วย ย่อมเป็นไปด้วยธรรมชาติใด ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่าธรรมฐิติ,
คำนี้เป็นชื่อของปัจจัยธรรมทั้งหลาย,
ญาณในธรรมฐิตินั้น ชื่อว่าธัมมัฏฐิติญาณ.
ก็ธัมมัฏฐิติญาณนี้มีปริยายแห่งการกำหนดปัจจัยแห่งนามรูปทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นแก่พระโยคีบุคคลผู้ปรารภความเพียร เพื่อยถาภูตญาณทัสสนะ ด้วยจิตอันตั้งมั่นด้วยสมาธิตามที่กล่าวไว้ในสมาธิภาวนามยญาณ แล้วกำหนดนามรูป.
หากจะมีปุจฉาว่า ญาณนี้ ทำไมท่านไม่กล่าวว่า นามรูปววัตถานญาณอย่างเดียว แต่กลับกล่าวว่าธัมมัฏฐิติญาณเล่า?
ก็มีวิสัชนาว่า เพราะการกำหนดธรรมที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้นล้วนสำเร็จด้วยการกำหนดปัจจัยอย่างเดียว. เพราะว่าธรรมที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น อันพระโยคีบุคคลไม่ได้กำหนดแล้ว ก็ไม่สามารถจะทำการกำหนดปัจจัยได้.
เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า นามรูปววัตถานญาณอันเป็นเหตุแห่งปัจจยปริคคหญาณนั้นสำเร็จแล้วในก่อน ก็ย่อมเป็นญาณอันท่านกล่าวแล้วด้วย ศัพท์ว่าธัมมัฏฐิติญาณนั่นแล.
หากจะมีคำถามว่า เพราะเหตุไร ท่านจะไม่กล่าว สมาทหิตฺวา ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา แปลว่า ปัญญาในการกำหนดปัจจัย เพราะมีจิตตั้งมั่น เหมือนญาณที่ ๑ และญาณที่ ๒ เล่า?
ตอบว่า เพราะสมถะและวิปัสสนาเป็นธรรมคู่กัน.
สมจริงดังคาถาประพันธ์อันโบราณาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า
หากว่าพระโยคีบุคคลมีจิตตั้งมั่นย่อมเห็นแจ้ง
ได้โดยประการใดไซร้, และหากพระโยคีบุคคลเมื่อ
เห็นแจ้งอยู่ ย่อมมีจิตตั้งมั่นได้โดยประการนั้น, ใน
กาลนั้น วิปัสสนาและสมถะเป็นธรรมมีส่วนเสมอกัน
เป็นธรรมคู่กันเป็นไป.
เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ท่านกล่าวว่า ปจฺจยปริคฺคเห ปญฺญา ธมฺมฏฺฐิติญาณํ แปลว่า ปัญญาในการกำหนดปัจจัยเป็นธัมมัฏฐิติญาณดังนี้ไว้ ก็เพื่อจะให้รู้ว่า ตราบใดที่อริยมรรคยังไม่ละสมาธิทำสมาธิกับปัญญาให้เป็นธรรมคู่กัน, พระโยคีบุคคลก็จำต้องขวนขวายอยู่ตราบนั้น.

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มาติกา
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗]

อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=31&A=1&Z=94



Create Date : 24 กรกฎาคม 2555
Last Update : 24 กรกฎาคม 2555 21:14:29 น. 0 comments
Counter : 464 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

shadee829
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add shadee829's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.