กรรม เกิดจาก เจตนา เจตนา คือ ตัวกรรม
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
 
26 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
วิวาทาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ ปริยายวาร ที่ ๖


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘
ปริวาร



ปริยายวาร ที่ ๖
[๘๘๔] วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร
มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร? วิวาทาธิกรณ์ ระงับด้วยสมถะ
เท่าไร?
อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร?
มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร? อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร?
มีเหตุเท่าไร? มีมูลเท่าไร? ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร? อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ
เท่าไร?
กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน? มีฐานเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร? มีเหตุ
เท่าไร? มีมูลเท่าไร? กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร? กิจจาธิกรณ์ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร?
[๘๘๕] ถามว่า วิวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ เรื่องทำความแตกร้าวกัน ๑๘.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ วัตถุทำความแตกร้าวกัน ๑๘.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑๒.
ถ. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุวิวาทกันด้วยอาการ ๒ คือ เห็นว่าเป็นธรรม ๑ เห็นว่าไม่เป็นธรรม ๑.
ถ. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. วิวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๒ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยเยภุยยสิกา ๑
[๘๘๖] ถามว่า อนุวาทาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ วิบัติ ๔.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ วิบัติ ๔.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ วิบัติ ๔.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑๔.
ถ. ภิกษุโจทด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุโจทด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยวัตถุ ๑ ด้วยอาบัติ ๑.
ถ. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อนุวาทาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๔ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยสติวินัย ๑ ด้วย
อมูฬหวินัย ๑ ด้วยตัสสปาปิยสิกา ๑.
[๘๘๗] ถามว่า อาปัตตาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ กองอาบัติ ๗.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ กองอาบัติ ๗.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ กองอาบัติ ๗.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล คือ สมุฏฐานอาบัติ ๖.
ถ. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการเท่าไร?
ต. ภิกษุต้องอาบัติด้วยอาการ ๖ คือ ไม่ละอาย ๑ ไม่รู้ ๑ สงสัยแล้วขืนทำ ๑
สำคัญว่าควรในของไม่ควร ๑ สำคัญว่าไม่ควรในของควร ๑ ลืมสติ ๑.
ถ. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. อาปัตตาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๓ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑
ด้วยติณวัตถารกะ ๑.
[๘๘๘] ถามว่า กิจจาธิกรณ์มีอะไรเป็นประธาน?
ตอบว่า มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นประธาน มีความไม่โลภ ความ
ไม่โกรธ ความไม่หลง เป็นประธาน.
ถ. มีฐานเท่าไร?
ต. มีฐาน คือ กรรม ๔.
ถ. มีวัตถุเท่าไร?
ต. มีวัตถุ คือ กรรม ๔.
ถ. มีภูมิเท่าไร?
ต. มีภูมิ คือ กรรม ๔.
ถ. มีเหตุเท่าไร?
ต. มีเหตุ ๙ คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓.
ถ. มีมูลเท่าไร?
ต. มีมูล ๑ คือ สงฆ์.
ถ. กิจเกิดด้วยอาการเท่าไร?
ต. กิจเกิดด้วยอาการ ๒ คือ ด้วยญัตติ ๑ ด้วยอปโลกน์. ๑
ถ. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะเท่าไร?
ต. กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะอย่างหนึ่ง คือ ด้วยสัมมุขาวินัย.
[๘๘๙] ถามว่าสมถะ มีเท่าไร?
ตอบว่า สมถะมี ๗ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สมถะมี ๗ เหล่านี้.
ถ. บางทีสมถะ ๗ เหล่านี้ เป็นสมถะ ๑๐ สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจ
วัตถุโดยปริยาย หรือ?
ต. บางทีเป็นได้ ก็บางทีเป็นได้อย่างไร? คือ วิวาทาธิกรณ์มีสมถะ ๒ อนุวาทาธิกรณ์
มีสมถะ ๔ อาปัตตาธิกรณ์มีสมถะ ๓ กิจจาธิกรณ์มีสมถะ ๑ อย่างนี้ที่สมถะ ๗ เป็นสมถะ ๑๐
สมถะ ๑๐ เป็นสมถะ ๗ ด้วยอำนาจวัตถุโดยปริยาย.
ปริยายวารที่ ๖ จบ
-----------------------------------------------------
สาธารณวารที่ ๗
[๘๙๐] ถามว่า สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์? สมถะเท่าไร ไม่ทั่วไปแก่
วิวาทาธิกรณ์? สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์? สมถะเท่าไร ไม่ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์?
สมถะเท่าไร ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์? สมถะเท่าไร ไม่ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์? สมถะเท่าไร
ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์? สมถะเท่าไร ไม่ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์?
ตอบว่า สมถะ ๒ อย่าง ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา. สมถะ
๕ อย่าง ไม่ทั่วไปแก่วิวาทาธิกรณ์ คือ สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
ติณวัตถารกะ.
สมถะ ๔ อย่าง ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย อมูฬหวินัย
ตัสสปาปิยสิกา. สมถะ ๓ อย่าง ไม่ทั่วไปแก่อนุวาทาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา ปฏิญญาตกรณะ
ติณวัตถารกะ.
สมถะ ๓ อย่าง ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย ปฏิญญาตกรณะ ติณ-
*วัตถารกะ. สมถะ ๔ อย่าง ไม่ทั่วไปแก่อาปัตตาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย
ตัสสปาปิยสิกา.
สมถะอย่างหนึ่ง ทั่วไปแก่กิจจาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย. สมถะ ๖ อย่าง ไม่ทั่วไป
แก่กิจจาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
ติณวัตถารกะ.
สาธารณวารที่ ๗ จบ

ตัพภาคิยวารที่ ๘
[๘๙๑] ถามว่า สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนนั้นแห่งวิวาทาธิกรณ์? สมถะเท่าไร
เป็นไปในส่วนอื่นแห่งวิวาทาธิกรณ์? สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนนั้นแห่งอนุวาทาธิกรณ์?
สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอนุวาทาธิกรณ์? สมถะเท่าไร เป็นไปในส่วนนั้นแห่ง
อาปัตตาธิกรณ์? สมณะเท่าไร เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอาปัตตาธิกรณ์? สมถะเท่าไร เป็นไป
ในส่วนนั้นแห่งกิจจาธิกรณ์? สมถะเท่าไรเป็นไปในส่วนอื่นแห่งกิจจาธิกรณ์?
ตอบว่า สมถะ ๒ อย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งวิวาทาธิกรณ์ คือสัมมุขาวินัย
เยภุยยสิกา. สมถะ ๕ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งวิวาทาธิกรณ์ คือ สติวินัย อมูฬหวินัย
ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
สมถะ ๔ อย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งอนุวาทาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย สติวินัย
อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา. สมถะ ๓ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอนุวาทาธิกรณ์ คือ
เยภุยยสิกา ปฏิญญาตกรณะ ติณวัตถารกะ.
สมถะ ๓ อย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งอาปัตตาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย ปฏิญญาต-
*กรณะ ติณวัตถารกะ. สมถะ ๔ อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอาปัตตาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา
สติวินัย อมูฬหวินัย ตัสสปาปิยสิกา.
สมถะอย่างหนึ่ง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งกิจจาธิกรณ์ คือ สัมมุขาวินัย. สมถะ ๖
อย่าง เป็นไปในส่วนอื่นแห่งกิจจาธิกรณ์ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
ตัพภาคิยวารที่ ๘ จบ
-----------------------------------------------------
เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ บรรทัดที่ ๖๘๖๐ - ๖๘๗๙. หน้าที่ ๒๖๑ - ๒๖๒.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=8&A=6860&Z=6879&pagebreak=0

วารที่ ๙ ว่าด้วยสมถะทั่วไปแก่สมถะ
[๘๙๒] สมถะทั่วไปแก่สมถะ สมถะไม่ทั่วไปแก่สมถะ สมถะบางอย่างทั่วไปแก่
สมถะ สมถะบางอย่างไม่ทั่วไปแก่สมถะ.
ถามว่า อย่างไร สมถะบางอย่างทั่วไปแก่สมถะ อย่างไร สมถะบางอย่างไม่ทั่วไป
แก่สมถะ?
ตอบว่า เยภุยยสิกา ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่สติวินัย อมูฬหวินัย
ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
สติวินัย ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา.
อมูฬหวินัย ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา
ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย.
ปฏิญญาตกรณะ ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ
เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย.
ตัสสปาปิยสิกา ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย
อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ.
ติณวัตถารกะ ทั่วไปแก่สัมมุขาวินัย ไม่ทั่วไปแก่เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย
ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา.
สมถะบางอย่าง ทั่วไปแก่สมถะอย่างนี้ สมถะบางอย่าง ไม่ทั่วไปแก่สมถะอย่างนี้.
วารที่ ๙ ว่าด้วยสมถะทั่วไปแก่สมถะ จบ

วารที่ ๑๐ ว่าด้วยสมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ
[๘๙๓] สมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ สมถะเป็นไปในส่วนอื่นแห่งสมถะ
สมถะบางอย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ สมถะบางอย่างเป็นไปในส่วนอื่นแห่งสมถะ.
ถามว่า อย่างไร สมถะบางอย่างเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ อย่างไร สมถะบางอย่าง
เป็นไปในส่วนอื่นแห่งสมถะ?
ตอบว่า เยภุยยสิกาเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งสติ
วินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.
สติวินัยเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งอมูฬหวินัย
ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา.
อมูฬหวินัยเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งปฏิญญาตกรณะ
ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย.
ปฏิญญาตกรณะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งตัสสปา-
*ปิยสิกา ติณวัตถารกะ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย.
ตัสสปาปิยสิกาเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งติณวัตถาร-
*กะเยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ.
ติณวัตถารกะ เป็นไปในส่วนนั้นแห่งสัมมุขาวินัย เป็นไปในส่วนอื่นแห่งเยภุยยสิกา
สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา.
สมถะบางอย่าง เป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะอย่างนี้ สมถะบางอย่างเป็นไปในส่วน
อื่นแห่งสมถะอย่างนี้.
วารที่ ๑๐ ว่าด้วยสมถะเป็นไปในส่วนนั้นแห่งสมถะ จบ

สมถสัมมุขาวินัยวารที่ ๑๑
[๘๙๔] สมถะคือสัมมุขาวินัย สัมมุขาวินัยคือสมถะ. สมถะคือเยภุยยสิกา
เยภุยยสิกาคือสมถะ. สมถะคือสติวินัย สติวินัยคือสมถะ. สมถะคืออมูฬหวินัย อมูฬหวินัยคือ
สมถะ. สมถะคือปฏิญญาตกรณะ ปฏิญญาตกรณะคือสมถะ. สมถะคือตัสสปาปิยสิกา
ตัสสปาปิยสิกาคือสมถะ. สมถะคือติณวัตถารกะ ติณวัตถารกะคือสมถะ.
สมถะเหล่านี้ คือ เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิย-
*สิกา ติณวัตถารกะเป็นสมถะ, มิใช่เป็นสัมมุขาวินัย, สัมมุขาวินัยเป็นสมถะและเป็น
สัมมุขาวินัย.
สมถะเหล่านี้ คือ สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณ-
*วัตถารกะ สัมมุขาวินัยเป็นสมถะ, มิใช่เป็นเยภุยยสิกา, เยภุยยสิกาเป็นสมถะและเป็น
เยภุยยสิกา.
สมถะเหล่านี้ คือ อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ
สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกาเป็นสมถะ, มิใช่เป็นสติวินัย, สติวินัยเป็นสมถะและเป็นสติวินัย.
สมถะเหล่านี้ คือ ปฏิญญาตกรณะ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย
เยภุยยสิกา สติวินัยเป็นสมถะ, มิใช่เป็นอมูฬหวินัย, อมูฬหวินัยเป็นสมถะและเป็น
อมูฬหวินัย.
สมถะเหล่านี้ คือ ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สติวินัย
อมูฬหวินัยเป็นสมถะ, มิใช่เป็นปฏิญญาตกรณะ, ปฏิญญาตกรณะเป็นสมถะและเป็น
ปฏิญญาตกรณะ.
สมถะเหล่านี้ คือ ติณวัตถารกะ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย
ปฏิญญาตกรณะเป็นสมถะ, มิใช่เป็นตัสสปาปิยสิกา, ตัสสปาปิยสิกาเป็นสมถะและเป็น
ตัสสปาปิยสิกา.
สมถะเหล่านี้ คือ สัมมุขาวินัย เยภุยยสิกา สติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ
ตัสสปาปิยสิกาเป็นสมถะ, มิใช่เป็นติณวัตถารกะ, ติณวัตถารกะเป็นสมถะและเป็นติณวัตถารกะ.
[๘๙๕] วินัยคือสัมมุขาวินัย สัมมุขาวินัยคือวินัย. วินัยคือเยภุยยสิกา เยภุยยสิกา
คือวินัย. วินัยคือสติวินัย สติวินัยคือวินัย วินัยคืออมูฬหวินัย อมูฬหวินัยคือวินัย. วินัยคือ
ปฏิญญาตกรณะ ปฏิญญาตกรณะคือวินัย. วินัยคือตัสสปาปิยสิกา ตัสสปาปิยสิกาคือวินัย.
วินัยคือติณวัตถารกะ ติณวัตถารกะคือวินัย.
สมถสัมมุขาวินัยวารที่ ๑๑ จบ

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ บรรทัดที่ ๖๙๒๑ - ๖๙๕๐. หน้าที่ ๒๖๓ - ๒๖๔.
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=8&A=6921&Z=6950&pagebreak=0
สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๘
http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๘
http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_8



Create Date : 26 กรกฎาคม 2555
Last Update : 26 กรกฎาคม 2555 20:42:07 น. 1 comments
Counter : 769 Pageviews.

 
กมฺมํ เจตนาหํ ภิกฺขเว วิทามิ. (พุทธวจนะ)

www.sapanaka.com


โดย: sapa IP: 110.77.204.166 วันที่: 20 สิงหาคม 2555 เวลา:13:58:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

shadee829
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add shadee829's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.