Group Blog
 
All blogs
 
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 3 Berne & Mont Blanc

หวัดดีค่า.. ห่างหายไปนานไม่ได้อัพบล็อคเลยค่ะหลังจากหนีไปเป็นแม่ครัวสมัครเล่นลองทำบิบิมบับทานครั้งแรก พอดีช่วงที่ผ่านมาต้องวุ่นวายกับชีวิตเล็กน้อย ตอนนี้ก็กลับมามีเวลาอีกนิดหน่อยก่อนที่จะกลับไปสู่ชีวิตการทำงานอีกแล้ว เลยต้องรีบจัดการพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวสวิสให้จบก่อนเริ่มงานดีกว่าค่ะ สำหรับวันนี้ได้รวบพาไปเที่ยวสองที่สองประเทศเลยค่ะ ที่แรกคือเมืองเบิร์น เมืองหลวงของสวิสเซอร์แลนด์ ส่วนอีกที่คือ Mont Blanc ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขา Alps และยุโรปตะวันตกที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศสค่ะ

ขอเริ่มต้นที่กรุงเบิร์นก่อนเลยนะคะ เมืองเบิร์น (Bern หรือ Berne) ชื่อเมืองนี้ก็แปลว่า "หมี" เนี่ยแหละค่ะ ที่มาของชื่อคุณไกด์เล่าให้ฟังว่ามาจากผู้ก่อตั้งเมืองได้ตั้งใจว่าตอนเค้าออกไปล่าสัตว์แล้วสามารถล่าสัตว์ชนิดไหนได้เป็นตัวแรกก็จะตั้งชื่อเมืองตามนั้น และแล้วผลก็คือเจ้าหมีกลายเป็นสัตว์ที่โดนล่าได้ ก็เลยได้เป็นที่มาของชื่อเมืองแห่งนี้มาดังนี้แหละค่า (ไม่รู้นุ้งหมีจะดีใจรึเสียใจนะนั่น ) แต่เชื่อหรือไม่คะว่าในปัจจุบันแทบจะไม่มีคนเจอหมีอาศัยอยู่ในป่าของเมืองนี้อีกแล้ว เห็นคุณไกด์บอกว่าเท่าที่เคยเจอก็เป็นนุ้งหมีที่เดินหลงทางมาจากที่อื่นอ่ะค่ะ อ้อ..คงยกเว้นนุ้งหมีที่อยู่ในบ่อหมีตรงจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองอีกสองตัวนะคะ

วันนี้นั่งรถบัสมาที่กรุงเบิร์นใช้เวลาจากเจนีวาไม่นานค่ะ พอมาถึงจุดแรกที่แวะก็คือสวนดอกกุหลาบ Garden of Roses (Rosengarten) บริเวณนี้จะมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นกรุงเบิร์นจากมุมสูงทำให้เห็นเมืองโดยรอบเลยค่ะ



เมืองเก่าของกรุงเบิร์นมีความสวยงามและมีความสำคัญมากๆ ในฐานะเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจาก UNESCO ภาพที่ฝนถ่ายมาอาจจะไม่ค่อยสวยนักนะคะ แต่ถ้าใครได้ไปเห็นก็จะเห็นความสวยงามของการจัดวางบ้านเมือง ที่เค้าจะสร้างด้วยหลังคาสีส้มอมน้ำตาลไปทั้งเมือง มีแม่น้ำ Aare สีเขียวตัดผ่านเป็นรูปคล้ายๆ ตัวยูเลยล่ะค่ะ เมืองนี้คนส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมันกันนะคะ เดินผ่านตรงจุดชมวิวก็จะเป็นทางเดินลงไปเจอบ่อหมี จุดขายจุดนึงของเมืองนี้ค่ะ



เห็นมีบ่อหมีอยู่สองบ่อนะคะ แต่จะมีบ่อเดียวที่มีน้องหมีอยู่ เท่าที่เห็นมีอยู่สองตัวค่ะ ทำท่าน่ารักขออาหารจากนักท่องเที่ยวเป็นด้วยนะคะ ยืนดูไปก็แอบสงสารเหมือนกันนะคะ เหมือนเป็นผู้ยอมเสียสละอิสรภาพของตัวเองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ทำรายได้ให้กับเมืองเลยอ่ะค่ะ หลังจากอยู่แถวนั้นซักพักก็ได้เวลาเดินเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองเก่าแล้วค่ะ เมืองเบิร์นจะมีสัญลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ทั่วไปตามถนนในเมืองเก่าก็คือ "น้ำพุ" ค่ะ เพราะที่นี่จะมีน้ำพุอยู่มากกว่าร้อยอันเรียงรายอยู่ตามถนน โดยบางอันจะเป็นรูปปั้นสวยงามที่สร้างมาตั้งแต่สมัยคริสตศตวรรตที่ 16 เลยค่ะ







จุดสำคัญอันนึงของเมืองก็คือหอนาฬิกา หรือ The Clock Tower (Zeitglockenturm) เอ่อ.. อย่าถามว่าในวงเล็บอ่านว่าอะไรนะคะ แต่ก่อนตรงนี้เป็นประตูเมืองเก่าค่ะ ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมายืนคอยดูตอนครบชั่วโมงด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นตุ๊กตาออกมาขยับแข้งขยับขากันอย่างหอนาฬิกาดังๆ ทั่วไป แต่สำหรับที่นี่ฝนไปยืนรอดูมาสองรอบก็ได้เห็นแค่ไก่ขยับออกมาขัน แล้วก็มีตุ๊กตุ่นตุ๊กตาขยับกันนิดๆ หน่อยๆ แค่นั้นเองค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะต้องเป็นเวลากี่โมงถึงจะได้เห็นแบบเต็มรูปแบบนะคะ แอบขำเหมือนกันเพราะนักท่องเที่ยวที่มารอดูแต่ละคนได้แต่หัวเราะแล้วบอกว่า..มีแค่นี้เหรอ แถมยังแบบไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตกลงมาทันเวลารึเปล่า



ในเมืองมักประดับประดาตึกด้วยธงเต็มไปหมด ส่วนใหญ่จะเป็นธงประจำเมืองต่างๆ ของสวิสเซอร์แลนด์ ธงของกรุงเบิร์นคงเดากันได้ไม่ยากนะคะว่าก็เป็นรูปหมีนี่แหละค่ะ แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าน้องหมีแลบลิ้นสีแดงออกมาด้วยนะคะ



ในรูปข้างบนจะเป็นธงที่อยู่ด้านขวามือค่ะ พื้นสีเหลืองมีสีแดงที่ขอบๆ เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอบ้านที่ไอสไตน์เคยอาศัยอยู่ค่ะ



ในช่วงปี 1903-1905 ไอสไตน์เคยอาศัยอยู่ในอพาทเม้นต์ Kramgasse 49 แห่งนี้ค่ะ ในรูปด้านบนก็จะเห็นตัวหนังสือสีแดงที่เค้าจะเขียนไว้ชัดเลยค่ะว่าบ้านของไอสไตน์ มีใครแอบสงสัยรึเปล่าคะว่าเจ้าประตูทางด้านขวาล่างคืออะไร...



เราก็แอบสงสัยค่ะ จนได้ไปเจออันที่เค้าเปิดเอาไว้ ถึงได้ถึงบางอ้อว่าที่แท้ก็เป็นทางเดินลงไปชั้นใต้ดินนั่นเองค่ะ เพราะบริเวณนี้จะเป็นพวกร้านค้าน่ะค่ะ ชั้นใต้ดินก็จะมีเปิดเป็นร้านค้าด้วยเหมือนกัน มาดูนี่กันดีกว่า..



จากบ้านของไอสไตน์ พอหันไปฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกันบ้านผีสิง...บรื๋ออออ จำไม่ได้แล้วว่าเป็นห้องชั้นไหน แต่จะเป็นห้องที่ไม่มีคนอยู่อ่ะค่ะ ประมาณว่าใครที่มาอยู่ห้องนี้ก็จะมีเหตุเป็นไปให้ต้องย้ายออกไปทุกที เมื่อกี้ลองซูมรูปดูว่าห้องไหนหว่า.. ก็ไปเจอว่าห้องที่สงสัยจะเป็นห้องตรงตึกซ้ายมือชั้นสามอ่ะค่ะ ที่เหมือนจะมีม่านปิดไว้นะ แต่ตอนซูมดูหน้าตาฝั่งซ้ายจะมีเงาดำๆ จนเราไม่กล้าดูต่อเลยง่ะ เดี๋ยวไว้จะลองให้คนอื่นลองดูดีกว่าว่าเราตาถั่วมองให้น่ากลัวไปเองรึเปล่า



เท่าที่ฝนสังเกตบ้านเรือนบริเวณนี้ ฝนจะชอบหลังคาอ่ะค่ะ เพราะบนหลังคาจะมีปล่องหรือห้องเล็กๆ อยู่เต็มไปหมดเลย ก็แอบสงสัยอีกว่าทำไมต้องมีแบบนี้ด้วย ถามคุณไกด์เค้าก็ไม่แน่ใจนะคะว่าใช่เอาไว้สังเกตการณ์ไรงี้รึเปล่า แต่มองๆ ไปก็น่ารักดีนะคะว่ามั๊ย



แล้วเดินๆ ไปก็ไปเจอเจ้านี่เข้าค่ะ รถอะไรก็ไม่ทราบ..เก๋ซะ มาวิ่งอยู่ถนนเมืองไทยจะรอดมั๊ยน้า.. แต่อย่างน้อยก็กันฝนได้นะนั่น



ในเมืองจะใช้รถรางเยอะเหมือนกันค่ะ เวลาเดินชมเมืองก็ให้ระวังหน่อยนะคะ ตรงจุดนี้เดินผ่านเห็นสายระโยงระยางของทางเดินรถรางแล้วก็เห็นเค้าจัดเมืองต้อนรับฟุตบอลยูโร 2008 สีฟ้าไปหมดเลยค่ะ



เดินไปซักพักจะผ่านตลาดนัดของเค้า ก็จะมีของมาขายหลายอย่างเลยค่ะ ชอบตรงส่วนขายต้นไม้ดอกไม้จังค่ะ ดอกไม้ที่นี่สวยจริงๆ นะคะ อยากจะหอบกลับมาเมืองไทยจริงๆ เลย




เดินถัดมาอีกหน่อยก็จะเจอ House & square of Parliament หรือรัฐสภาของเค้าอ่ะค่ะ ที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้นะคะ แต่ต้องเช็คเรื่องวันและเวลาก่อนนะคะ เพราะตอนฝนไปเค้าปิดค่ะ (แต่ถึงเปิดก็คงไม่มีเวลาเข้าไปอยู่ดีแหละน้า..ไปกะทัวร์เนี่ย)



ด้านหน้าของรัฐสภาเค้าจะครึกครื้นมากเลยค่ะ เพราะจะมีเด็กๆ มาวิ่งเล่นน้ำพุด้านหน้ารัฐสภากันเต็มไปหมด มองแล้วก็น่าสนุกดีแฮะโดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนๆ เนี่ยช่วยคลายร้อนได้ดีทีเดียวค่ะ



พอเดินกลับก็เหลือบไปเห็นหมากรุกยักษ์ค่ะ มีคนมุงหลายคนเลย เพราะมีคุณลุงสองคนกำลังเล่นกันหน้าเครียดเชียวค่ะ



แล้วจุดท่องเที่ยวอีกที่ที่พลาดไม่ได้ก็คือ The Münster ค่ะ เป็นโบสถ์สไตล์โกธิคที่สวยเด่นกลางเมืองเก่าของกรุงเบิร์นค่ะ ที่นี่มีหอคอยที่สูง 100 เมตร ที่ว่าสูงที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์ และด้านนึงของประตูโบสถ์จะมีรูปแกะสลักที่เรียกว่า "The Last Judgement" ที่แสดงตามความเชื่อของชาวคริสเตียนในเรื่องของ The Last Judgement ที่จะมีการแยกคนทำดีและคนทำไม่ดีออกจากกันชัดเจน โดยในภาพจะแยกคนทำไม่ดีที่จะอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าและถูกทรมานอยู่ทางด้านขวามือของเรา ส่วนคนดีก็จะสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวอยู่ทางด้านซ้ายมือ ของเราค่ะ ตรงกลางก็จะเป็นผู้ตัดสินและนักบุญต่างๆ ค่ะ



ด้านในโบสถ์จะตกแต่งสไตล์โกธิค และมีหน้าต่างประดับด้วยแก้วสีหรือ Stained Glass ที่มีคุณค่ามากเลยค่ะ เพราะทำตั้งแต่สมัยคริสตศตวรรตที่ 14 โดยอันที่มีสำคัญที่สุดเรียกว่า "The Dance of Death" ที่จะแสดงถึงความตายของมนุษย์ที่ไม่ว่าใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอจบเที่ยวที่กรุงเบิร์นไว้แค่นี้นะคะ มาต่อกันที่ Mont Blanc เลยดีกว่า ยอดเขามองบลังค์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์อยู่ในเมือง Chamonix ประเทศฝรั่งเศสค่ะ โดยจากสวิสก็สามารถเดินทางโดยรถไปได้ค่ะ ปกติถ้าจะเข้าไปที่ฝรั่งเศสที่ถูกต้องก็จะต้องมีการทำเชงเก้นวีซ่าก่อนนะคะ แต่เนื่องจากตอนฝนไปเนี่ยไม่มีเวลาที่จะไปทำเลยค่ะ แล้วก็เป็นคนเดียวในกรุ๊ปทัวร์ด้วยที่ไม่ได้ทำ เพราะคนอื่นทางทัวร์เค้าจัดการให้แล้วไงคะ ของฝนต้องจัดการเองเพราะตอนนั้นยังอยู่ที่เมกา คุณไกด์ก็ไปแอบถามพนง.ในโรงแรมดูว่ามันจำเป็นรึเปล่า ทางพนง.เค้าก็บอกว่าปกติไปแค่นี้ไม่ต้องใช้ก็ได้ คุณไกด์เลยบอกให้ฝนลองเสี่ยงไปค่ะ โดยโดนเนรเทศให้ไปนั่งหลังสุดเผื่อว่าเวลามีจนท.มาตรวจวีซ่าเค้าจะได้สุ่มดูแต่คนหน้าๆ นั่งอยู่หลังๆ จะได้รอด ตอนขับผ่านด่านนี่แทบทุกคนจะคอยลุ้นช่วยฝนกันใหญ่เลยค่ะ แต่เอาเข้าจริงรถไม่ได้จอดเลยล่ะค่ะ สรุปคือจนท.ไม่ได้ขอตรวจเช็คอะไรเลย..ผ่านฉลุย หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านไปก็เริ่มชมวิวได้สบายใจแระ ก็เริ่มผ่านภูเขากะทุ่งหญ้าไปเรื่อยๆ จากที่ไม่มีหิมะ..



ก็เริ่มเจอภูเขาที่มีหิมะปกคลุม..



และแล้วก็มาถึงซะที แต่..ค่ะ มีแต่ เพราะพอไปถึงทางขึ้นกระเช้าพบว่าเค้ายังไม่อนุญาตให้ขึ้นไปบนยอดเขาค่ะ เนื่องจากว่าสภาพอากาศแย่มากๆ จนท.บอกว่าจะเปิดให้ขึ้นตอน 11 โมงค่ะ



ระหว่างนั้นนักท่องเที่ยวจากหลายสัญชาติก็มานั่งรอยืนรอกันเต็มไปหมด บางคนบอกว่ามาตั้งแต่เมื่อวานแต่ขึ้นไม่ได้เลยต้องมาวันนี้อีกที ฝนก็ตกประปราย..แอบลุ้นเหมือนกันค่ะว่าจะได้ขึ้นรึเปล่า และแล้วพอ 11 โมงก็ได้ฤกษ์ซะทีค่ะ Mt Blanc นี้ทอดยาวระหว่างประเทศฝรั่งเศสและอิตาลีค่ะ กระเช้าที่ขึ้นไปบนยอดเนี่ยยาวมากกกกกกกกก ต้องมีการต่อระหว่างทางด้วยนะคะ ขึ้นถูกขึ้นผิดก็ระวังไปโผล่ผิดที่ได้นะคะ และแล้วก็ได้ขึ้นแล้วค่า..



มองไปเริ่มเห็นแต่หิมะแย้ว...



และแล้วก็ขึ้นมาถึงซักทีค่ะ.. และนี่คือสิ่งที่เห็น 555



อันนี้เห็นจากด้านในก่อนออกมาที่ทางออกไปดูจุดชมวิวค่ะ พอออกไปข้างนอกแทบผงะ..



ราวกั้นที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง..



คุณจานดาวเทียมที่น่าสงสาร..



จุดชมวิวที่ต้องทำใจและฟิตร่างกายก่อนออกไป เพราะไม่งั้นอาจปลิวและหน้าชาได้ค่ะ



เกร็ดน้ำแข็งที่อยู่ตามผนัง..



คุณน้องสาวยังไม่เคยได้สัมผัสหิมะ พอมาเจอที่นี่ก็คงเหวอไปเลยอ่ะค่ะ ลมแรงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หิมะก็ตกหนักมากกกกกกกกกกกก และก็หนาวมากกกกกกกกกกกกกกก แอบขำเหมือนกันที่เอาไปเอามาอุตส่าห์ได้ขึ้นมาข้างบนแต่ก็ไม่ได้เห็นหรอกยอดเขามองบลังค์เนี่ย เจอแต่พายุหิมะค่ะ



หลังจากวิ่งเล่นอยู่ข้างบนซักพักก็ขอลงดีกว่า อยู่ไปก็มองไรมะเห็น..



กลับลงมาสู่ความสงบสุขข้างล่าง.. ที่อบอุ่นกว่า



แล้วก็ได้เวลาทานอาหารซักที หิวมากมาย.. อันนี้เป็นวิวที่มองจากร้านอาหารค่ะ



อันนี้ภาพวิวอีกมุมนึงเห็นธารน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะจากบนเขา น้ำไหลแรงมากกกกกกก สีขุ่นข้นยังกับโอวัลตินไวท์มอลต์เลยอ่ะค่ะ



ปิดท้ายทริปวันนี้ด้วยทาร์ตผลไม้อาหารหวานของมื้อเที่ยง..เอ บ่ายแล้วสิจากเมือง Chamonix ประเทศฝรั่งเศสค่ะ อ้อ..หลังทานอาหารแอบหนีไปช้อปปิ้งกะรุ่นพี่คนนึง เสียดายสุดๆ ที่มีเวลาแค่สิบนาที ไม่งั้นคงได้สอยไรกลับมาแน่ๆ เลยอ่ะ ไม่เป็นไร..ไปซื้อที่สวิสก็ได้เนาะ แต่จะเป็นไงต่อไป ติดตามชมตอนหน้าแล้วกันนะคะ..


















Create Date : 09 กันยายน 2551
Last Update : 6 ตุลาคม 2552 0:11:36 น. 21 comments
Counter : 971 Pageviews.

 
Mont Blanc สวยมากเลยค่ะ เคยขับรถผ่านป้ายบอกทางมาแล้วค่ะแต่ไม่ได้มีโอกาสแวะขึ้นไปเที่ยวเลยค่ะ แต่เดี๋ยวปีนี้ครอบครัวแนนอาจหาโอกาสขึ้นไปเที่ยวให้ได้ค่ะ


โดย: Genéve วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:19:54:03 น.  

 
สวยจังค่ะ


โดย: mai (maistyle ) วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:20:44:03 น.  

 
โห...คงจะหนาวมากมายเชียวนะค่ะ
ภาพสวยมากๆค่ะ


โดย: andamonn วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:21:40:25 น.  

 
ภาพสวยจังเลยคะ อ่านไปดูรูปไปเพลินเลยคะ
แล้วจะแวะมาอ่านตอนต่อไปนะคะ


โดย: mook (haiti ) วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:21:58:21 น.  

 
ตอน 3 มาแล้ว

ยิ่งอ่านยิ่งอยากไป หิมะตกหนาสะใจจริงๆ คงหนาวไร้คำบรรยายเลยนะคะ จิ๊บตามอ่านตอนต่อไปนะคุณฝน



โดย: kaajibjib วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:22:43:28 น.  

 
งามหลายครับ

อยากไปอีกสักครั้ง


โดย: พนบ. วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:22:57:06 น.  

 
คุณแนน -- ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวด้วยกันนะคะ ฝนไปที่มองบลังค์มาก็ไม่ได้เห็นยอดเขาด้านบนหรอกค่ะ อากาศแย่มั่กๆ แต่ก็สนุกไปอีกแบบดีค่ะ วันหลังคุณแนนได้ไปเอาภาพมาฝากหน่อยนะคะ

คุณ mai -- ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวด้วยกันนะค้า..

คุณ andamonn -- ขอบคุณที่แวะมานะคะ ใช่แล้วค่ะ ข้างบนยอดเขาอากาศหนาวมาก เพราะว่ามีพายุน่ะค่ะ ลมเลยแรงจัดแล้วก็หิมะตกด้วย

คุณ mook -- ขอบคุณมากๆ นะคะ ยังไงอย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคะ ช่วงหลังๆ ได้เที่ยวเองแล้วประทับใจกว่าไปกะทัวร์เยอะเลยค่ะ

คุณจิ๊บ -- ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดนะค้าคุณจิ๊บ อยากให้คุณจิ๊บได้ไปมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะที่เมือง Murren ที่ฝนจะพาไปเที่ยวในตอนหลังๆ เมืองนี้โรแมนติคมั่กๆ เหมาะกะการไปฮันนีมูนสุดๆ เลยค่ะคุณจิ๊บ รอติดตามนะคะ

คุณ พนบ. -- ขอบคุณมากๆ ค่า.. ฝนเองก็อยากกลับไปที่สวิสอีกเหมือนกันค่ะ


โดย: แมวจอมกวน วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:2:37:23 น.  

 
แวะมาชมครับ


อิจฉาจังเลยย ปีนี้ ยังไม่มีกำหนดไปยุโรปเลยครับ


อยากไปบ้างงงงง




เที่ยวเอเซียไปก่อนแล้วกันเนอะ 55555



อยากไปปปปป ช๊อปปิ้งอะไรกันมาบ้าง ต้องมาเปิดถุงด้วยนะ รอชมครับ


โดย: BIZZARE IP: 58.9.23.219 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:3:10:08 น.  

 
ท่าจะหนาวมากเลยนะคะ แต่สวยมาก ๆ เลย
รถคันนั้นได้แรงบันดาลใจจากรถตุ๊ก ๆ บ้านเราหรือเปล่านะ


โดย: beautystone วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:3:10:55 น.  

 
wow... ่สวยมาก ๆ เลย
I so wanna go there


โดย: A Princess IP: 128.206.107.22 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:5:12:20 น.  

 
กี๊ซซซซซซซซซซซวิวสวยมากกกกกกน้องฝน เจ๊ชอบรูปที่น้องฝนถ่ายมาที่ซู้ดดดดดรวมทั้งรูปขนมด้วย



บ้านเมืองเค๊าท่าทางสะอาดและเป้นระเบียบเรียบร้อยดีนะน้องฝน น้องฝนถ่ายรูปได้เก่งและเล่าได้ละเอียดมั่กมาก(หยั่งกะเจ๊ได้ร่วมทริปไปด้วยแน่ะ ) แต่เสียดายนี้ดดดนุ้งส์ตรงที่ไม่เห้นหน้านางแบบนี่แหละจ้า แง๊ววววว


โดย: ตัวเล็กอ้วน วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:7:50:54 น.  

 
น้องหมีน่ารักน่ากอดมากเลยค่ะ


โดย: ลูกแม่ดอกบัว วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:8:24:24 น.  

 
สวยมากเลยจ๋า ฝนจัง
อากาศคงจะบริสุทธิ์น่าดู
ฝนจังไม่เห็นยอดเขา Mont Blanc คงอารมณ์เดี๋ยวกับเราตอนที่ไป Hakone แล้วหิมะตกมองไม่เห็นอะไร นอกจากสัมผัสประสบการณ์หิมะตกครั้งแรก โชคดีวันรุ่งขึ้นแดดออกแต่ก็ยังมีเมฆบังบางส่วนของภูเขาไฟฟูจิอยู่ดี


โดย: Cottony IP: 203.170.145.19 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:10:07:58 น.  

 
^^

พี่ฝนคับ

แวะมาทักทายพี่สาว

อยากไปบ้างงงงงงงง ^^
อากาศที่นั่น ท่าทางจะดีมาก ๆ เลยนะคับ
ว่าแต่พี่ฝนไม่หนาวเหรอคับเนี่ย หิมะหนามาก ๆ
ที่สำคัญ ทิวทัศน์ ตรงยอดเขา สวยมาก ๆ คับ



โดย: ปั้นเจ้าสำอาง IP: 124.120.108.78 วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:13:43:01 น.  

 
กิ๊ดดดเป็นประเทศที่สวยงาม เรียบง่ายจริงๆ อยากไปๆ มากๆ ดูท่าจะหนาวสุดขั้วเลยนะภาพที่มีหิมะ ภาพออกเบลอไปด้วยฝุ่นขาวๆ เลยอ่ะ


โดย: ชฎาแหลม วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:14:03:42 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยกับตอนที่ 3 เห็นภาพแล้วคิดถึงสวิสมากๆ ตอนที่เรียนอยู่ที่โน่น ไปเมืองเบิร์นบ่อยๆ ค่ะ บรรยากาศเมืองสวยมาก ปีนี้ตอนกลับไปอีกหน เผอิญไปเที่ยวเบิร์นตอนฝนตกเลยไม่สนุกเท่าไหร่ เอาไว้จะติดตามไปเที่ยวด้วยภาพของเมืองอื่นๆ อีกนะคะ โดยเฉพาะ Murren ค่ะ ยังไม่เคยไปเมืองนี้เลย กำลังวางแผนว่าไปสวิสอีกรอบ เผื่อจะได้แวะไปเมืองนี้บ้าง


โดย: vanillahome วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:15:40:34 น.  

 
น้องกอฟท์ -- คงมะมีเปิดถุงจ้า เพราะอะไร..เดี๋ยวจะเฉลยตอนจบล่ะ พูดแล้วปวดใจ

พี่หิน -- บนยอดเขาหนาวมากๆ ค่ะพี่ แต่ก็หนุกดีค่ะ ส่วนรถคันนั้นก็ไม่แน่อาจจะได้แรงบันดาลใจจากตุ๊กๆ อย่างที่พี่หินว่าก็ได้นะคะ

พี่เอ๋ -- แอบยุให้พี่เอ๋หาโอกาสไปเที่ยวให้ได้นะคะ ไปกะหวานใจคงสวีทน่าดูเลยค่ะ

พี่หญิง -- บ้านเมืองที่สวิสน่าอยู่มากๆ เลยค่ะพี่หญิง ฝนยังอยากหาเรื่องไปเรียนที่นี่เลย แต่แก่แระสงสัยจะไม่ไหว 555 ส่วนรูปนางแบบนี้ถ้ามีเกรงว่าจะทำให้ความสวยของสวิสหมดไปอ่ะจิคะ แง้ววววววววว

พี่ปุ้ม -- น้องหมีน่ารักมั่กๆ ค่ะ ฝนชอบตอนเค้านอนขดตัวอ่ะค่ะพี่ปุ้ม น่ากอดจิงๆ

ฝ้ายจัง -- น่านจิฝ้าย อารมณ์เดียวกันเลย แต่พอได้ไปหลายๆ เขาก็ชักจะเฉยๆ อ่ะฝ้าย เพราะที่สวิสมันมีเขาให้ขึ้นเยอะจัดอ่ะ

น้องปั้น -- หวัดดีจ้า ที่นั่นอากาศกำลังดีเลยจ๊ะ เสียแต่ที่ช่วงที่พี่ไปฝนตกบ่อยน่ะ นี่ถ้าอากาศและฟ้าเป็นใจคงได้ภาพสวยกว่านี้อ่ะ

คุณโอ๋ -- อยากให้คุณโอ๋ไปจังค่ะ แอบเชียร์ว่าเอาไว้ไปช่วงฮันนีมูนนะคุณโอ๋ เค้ามี 10 เส้นทางสุดโรแมนติคในสวิสด้วยนะคะ ฝนไปมาเหมือนจะครบเลยอ่ะค่ะ ขาดแต่ไม่มีหวานใจไปด้วยเนี่ยแหละค่ะ 555

คุณ vanillahome -- ดีจังเลยค่ะที่มีโอกาสได้ไปเรียนที่สวิส.. ฝนอยากมีโอกาสแบบนี้มั่งจัง เพราะคงจะเป็นช่วงที่มีความสุขมากแน่ๆ เลยอ่ะค่ะ เพราะที่นั่นมีที่เที่ยวเยอะแยะไปหมดขนาดเป็นประเทศเล็กๆ สำหรับ Murren เดี๋ยวรอหน่อยนะคะ คงจะเป็นตอนท้ายๆ เพราะฝนไปช่วงวันหลังๆ น่ะค่ะ แต่เป็นที่ๆ ฝนประทับใจที่สุดในสวิสเลยล่ะค่ะ


โดย: แมวจอมกวน วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:20:17:47 น.  

 
วันนี้ใช้คอมคุณแฟน เข้าได้ซะที เครื่องพี่แก้ไม่หายสักทีอ่ะน้องฝนมันบล๊อกพวกป๊อบอัพแล้วเลยเปิดไม่ได้หลายอย่างเลย

ตามมาเที่ยวสวิสด้วยคน บ้านเมืองเค้าสวยมากเลยนะ หิมะตกหนาและดูหนาวยะเยือกจริงๆ แต่พี่ชอบอ่ะเย็นๆ เนี่ยเย็นตลอดปียิ่งชอบ ตอนอยู่ซีแอทเทิ้ล ชอบมากเลย อากาศเย็นตลอดปีหน้าร้อนพอมืดแล้วก็เย็นชอบสุดๆ


โดย: ซัน IP: 218.186.8.13 วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:12:18:37 น.  

 
สวยจังค่ะ เห็นแล้วอยากไปจัง


โดย: kidthung maanoy วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:5:50:26 น.  

 
โห พี่ฝน เห็นรูปแรกก็ได้ใจแล้ว ชอบจังเลย ต้นไม้เขียวๆเนี่ย อยากดูรูปมากกว่านี้อีกจังเลย สวยๆ


โดย: สึมิเระสีฟ้า IP: 203.152.27.211 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:16:43:40 น.  

 
เบิร์นก็สวย ชาโมนิคก็น่าเที่ยวครับ


โดย: น้องลัคกี้ (ปูเป็น ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:19:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แมวจอมกวน
Location :
กรุงเทพฯ United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่อดีตคนไกลบ้านคนนึง ที่เริ่มจากหลวมตัวมาเรียนที่อเมริกา ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมายในชีวิต ได้รับประสบการณ์และแง่คิดมากมายจากดินแดนแห่งนี้ ตอนนี้หาทางกลับบ้านเจอแล้วค่า.. ได้กลับมาเริ่มต้นชีวิต (อีกครั้ง) ที่เมืองไทยซะที ที่มาของชื่อก็เพราะว่าเป็นคนที่รักแมว จึงเป็นที่มาของชื่อ "แมวจอมกวน" ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนค่ะ


Link Blog ล่าสุด

คนโสดและไม่โสดหงายมือขวามาดูเดี๋ยวนี้ (เส้นสมรส ฟันธง!!!!)
มาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจจากควายกันดูมั๊ยคะ ^^
คนค้นคน: มิสป่าตอง... หญิงที่ผูกติดกับภาพในอดีต
Cherubin Chocolate Cafe ร้านเค้กสำหรับคนรักช็อกโกแลต (และน้องหมี)
สำหรับแฟนบาร์บี้.. ชวนมาสะสมแสตมป์ไทยชุดบาร์บี้กันค่ะ
ตามรอยห้องก้นครัวไปชิม King Kong Buffet ซอยหลังสวนค่ะ
Lenka สาวสวยเสียงน่ารัก..เพลงยิ่งน่ารักน่าฟัง
หน้าร้อนแบบนี้.. มาสครับผิวกันดีกว่าค่ะ: รีวิวสครับที่กำลังปลื้ม
แอบงอน Coffee Bean เลยได้มาลอง Sugaroma ร้านเค้กน่ารักและน่ากินค่ะ
มาทำความเข้าใจกับวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์กันง่ายๆ ด้วยภาพกันค่ะ
Review น้ำหอมในกรุ (ภาค 4)
Review น้ำหอมในกรุ (ภาค 3)
Ho Kitchen กับอาหารเย็นมื้อใหญ่
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 5 Luzern & ไปลุยหิมะบนยอดเขาTitlis
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 4 Lausanne, Vevey, and Montreux
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 3 Berne & Mont Blanc
บิบิมบับ ข้าวยำเกาหลี เมนูที่ทำเองได้ไม่ยากเลยค่ะ
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2 Zurich & Geneva
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นการเดินทางและการเตรียมตัว
ผลจากโปรโมชั่นของ drugstore ทำให้ได้ไรมามั่ง มาเปิดถุงพร้อมรีวิวกันเลยค่ะ
รีวิว Bath & Body Works กลิ่นใหม่ต้อนรับสปริงค่ะ
If we hold on together >> Piano by คุณ tutu_pianist เพลงพิเศษสำหรับพี่หญิง ตัวเล็กอ้วนค่า
รีวิวผ้าเช็ดเครื่องสำอาง Pond's Cleansing Towelettes
Joanna Wang >> An Asian Version of Norah Jones
แม่ครัวสมัครเล่นกะเค้ก Tres Leches --> เค้กสามนม
รีวิว Skinceuticals C+ E Ferulic & Gamma Hydroxy & Kanebo กระปุกแดง
บล็อคสีชมพูกะเทศกาลดอกเชอรี่บาน Cherry Blossom @ DC
Review ครีมหอมๆ กลิ่นใหม่ๆ จาก Victoria's Secret และ Bath and Body Works ค่ะ
เปิดตัว MMU ตัวที่สามกับ Lumiere
เปิดตัว MMU ตัวที่สองกับน้องเหมียว Meow Cosmetics ค่ะ
รีวิว Everyday Minerals

เปิดตัว Mineral makeup ชิ้นแรกของเรา กับ Everyday Minerals ค่ะ
ประสบการณ์กรีดสิวที่คลินิคหมอเสริม-เพ็ญจันทร์

Magic Liquid Powder & Magic Illuminating Potion by Prescriptives
Aspirin Mask ของดีราคาถูกที่น่าลอง

บลัชลุงชู P Amber 87 VS elf Sun Kissed ความเหมือนที่แตกต่าง
Review Eyeshadow ของ Nars ค่ะ

รีวิวสีบลัช NARS ตามสัญญาค่ะ


   
11 March 2008
Friends' blogs
[Add แมวจอมกวน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.