Group Blog
 
All blogs
 

10 ท่าลดพุงแบบง่ายๆ

สวัสดีค่ะ... ตั้งแต่ช่วงปีใหม่มาจนตรุษจีน สาวๆ หลายๆ คนคงจะประสบปัญหาเรื่องน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกันบ้างนะคะ ฝนเองก็กินเก่งเหลือเกินค่ะ เลยหนีไม่พ้นกะปัญหาเจ้าหน้าท้องหรือ "พุง" ที่แอบสะสมจนเกินงามกันไป พักนี้ก็เลยต้องหมั่นออกกำลังกายและหาวิธีจัดการกะเจ้าพุงส่วนเกินกันซักหน่อยค่ะ พอดีกับที่ได้รับ fwd mail 10 ท่าลดพุงแบบง่ายๆ อันนี้มาก็เลยต้องเอามาเผยแพร่ซักหน่อย เผื่อว่าจะช่วยให้ทั้งตัวเองและเพื่อนๆ กำจัดปัญหาเจ้าพุงส่วนเกินได้กันซักทีค่ะ มาร่วมมือร่วมใจกันขยันออกกำลังกายกันดีกว่าค่า...




click to comment



click to comment



click to comment



click to comment



click to comment



click to comment



click to comment



click to comment



click to comment



click to comment





ขอขอบคุณเจ้าของคนคิดทำการ์ตูนน่ารักๆ อันนี้นะคะ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ทราบที่มาเพราะได้รับมาจาก fwd mail เลยไม่ได้อ้างอิงที่มาไว้นะคะ แต่ยังไงก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


ปล. วันนี้เอาเพลง Juxtapose with you มาฝากกันค่ะ เพลงนี้จริงๆ เป็นเพลงเก่าแล้วล่ะ ฝนเคยชอบมากๆ แต่ก็ลืมๆ ไป จนเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ยินดีเจเปิดเพลงนี้ขึ้นมา แค่ฟังอินโทรก็แบบ.. เพลงนี้นี่นา ฟังทีไรก็ไม่เคยเบื่อเลยค่ะ














 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2552 1:24:11 น.
Counter : 638 Pageviews.  

ประสบการณ์กรีดสิวที่คลินิคหมอเสริม-เพ็ญจันทร์

ช่วงที่ได้กลับไปเมืองไทย ก็ได้มีโอกาสที่จะไปหาหมอสิวอีกครั้งหลังจากหน้าเยินเพราะสิวอุดตันมากมาย ก็คิดอยู่นานว่าจะไปหาที่ไหนดี สุดท้ายด้วยความอยากลองก็เลยเลือกโดนกรีดสิวที่คลินิคหมอเสริม-เพ็ญจันทร์ค่ะ เหตุผลก็เนื่องจากว่าได้ยินกิตติศัพท์ของที่นี่มานานแล้วล่ะ ว่าการกดสิวของที่นี่ไม่เหมือนที่อื่นเพราะคุณหมอจะใช้มีดผ่าตัด (ฟังแล้วหยองเนอะ) มากรีดเอาสิวอุดตันออก มีอยู่ช่วงนึงที่กระแสจะแรงมากๆ แต่พักหลังก็เงียบๆ ไป แต่ก็ยังรู้สึกว่าผลตอบรับโดยส่วนใหญ่จากคนที่เคยไปจะค่อนข้างโอเคนะ เอาล่ะ..เรามันเป็นพวกชอบลองอยู่แล้ว ใครว่าดี..คงต้องลองดูบ้างแล้วล่ะ

อ้อ.. ขอบอกเลยนะคะว่าเราไม่ได้เป็นหน้าม้าหน้าแมวใดๆ เกี่ยวกับคลินิคนี้เลยนะคะ เราเป็นแค่คนนึงที่เคยไปใช้บริการของคลินิคนี้เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรเลยกับที่นี่ เรากะว่าหลังจากเล่าเรื่องไปกรีดสิวที่นี่แล้วเราอาจจะเอาประสบการณ์การรักษาสิวจากคลินิคต่างๆ มาเพิ่มเติมในคราวหลังค่ะ เพราะเราก็ไปมาหลายที่เหมือนกันนะ เอาล่ะ..มาเข้าเรื่องต่อกันดีกว่าเนาะ เราได้ที่อยู่ของคลินิคมาจากการ search ในพันทิปนี่แหละค่ะ จากสถานีรถไฟฟ้าที่จตุจักรก็ต้องไปต่ออีกหน่อย เราไม่สามารถบรรยายได้ระเอียดกว่านี้เราโง่เรื่องถนนเป็นที่สุด เอาเป็นว่าจากจตุจักร เลย TMB แล้วเลยไปจิตรโภชนา จะเจอซอยที่มีร้านสูทอลงกรณ์อยู่ เดินเข้าไปในซอยนั้นก็จะเจอค่ะ

เข้าไปตอนแรกก็งงๆ เพราะได้ข่าวว่าที่นี่คนมาเยอะเลยล่ะ ต้องรอคิวนานมากประมาณนั้น แต่โชคดีที่วันแรกที่เราไปเป็นวันหยุดยาวคนเลยไปเที่ยวซะเยอะมังคะ เลยรอไม่นานมาก ก็เดินดุ่มๆ ไปที่เค้าเตอร์บอกจนท. ซึ่งเค้าก็จะอาศัยความจำเลยมังคะ เพราะไม่เห็นจดอะไรไว้เลย บัตรไรก็ไม่ต้องมี ครั้งหลังๆ ไปยังแอบสงสัยว่าเค้ามีให้จองป่าวหว่าเพราะบางทีคนมาทีหลังก็ได้เข้าไปทำก่อนอ่ะ หรือบางคนที่แบบคุ้นเคยกับจนท.หรือคุณหมอก็เห็นได้เข้าไปเร็วกว่าปกตินะ อันนี้เราก็ไม่รู้ระบบของเค้านะคะ เพราะเราเพิ่งเคยไปรวมแล้วสามครั้งเองค่ะ

หลังจากรอซักพักเค้าก็จะเรียกเข้าไปที่ห้องมีคุณหมอผู้หญิงเป็นคนทำ เราเห็นรวมแล้วประมาณสามคนนะคะ แล้วแต่ว่าจะเจอกับคุณหมอคนไหน ตอนทำครั้งแรกก็แอบเกร็งๆ นะ เพราะกลัวอ่ะ ก็เค้าบอกว่าใช้มีดผ่าตัดกรีด..แค่คิดก็หยองแล้วใช่มะ แต่ก็กลั้นใจนอนให้คุณหมอเอาไฟส่องหน้า แล้วก็เริ่มกระบวนการกรีดสิวค่ะ เริ่มต้นก็คงเป็นการทำความสะอาดอ่ะค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นพวกแอลกอฮอล์มาเช็ดที่หน้า หลังจากนั้นก็เริ่มแล้วค่ะ....กรีดสิว... กรี๊ดดดดดด

เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าสิ่งที่คุณหมอเค้าใช้เนี่ยใช่มีดผ่าตัดจริงรึเปล่า เราเองก็ไม่กล้ามอง แต่เคยมีครั้งนึงเห็นแบบไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่าลักษณะจะเป็นโลหะที่ปลายแหลม อันเล็กนิดเดียวเองอ่ะค่ะ ตอนแรกนึกภาพว่าเป็นมีดแบบดูน่ากลัวๆ ไงคะ แต่เวลาโดนกรีดเนี่ยก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังโดนมีดกรีดเป็นทางอะไรขนาดนั้น ก็แค่รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจึ๊กๆ นิดหน่อยที่ผิว บางทีก็อาจจะรู้สึกมากหน่อย คงจะแล้วแต่มือหมอและสิวที่เป็นน่ะค่ะ พอกรีดแล้วคุณหมอก็จะกดเอาหัวสิวข้างในออก เราว่ามันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการกดสิวที่เราเคยไปทำนะคะ (เคยทำก่อนหน้านี้ก็ที่พรเกษมอ่ะค่ะ)

หลังจากคุณหมอกดๆ จนทั่วหน้า ก็จะเอายาอะไรซักอย่างลักษณะเป็นครีมๆ แป้งๆ มาป้ายตรงที่กด (ขอบอกว่าจะรู้สึกแสบยิบๆ เวลาโดนป้ายเลยล่ะค่ะ) อันไหนเลือดสาด (พูดซะน่ากลัว..ไม่ได้ขนาดนั้นค่าแค่อันที่มีเลือดไหลซิบๆ อ่ะค่ะ) ก็จะมีผ้าก๊อตไว้ให้จับกดไว้ เสร็จกระบวนการก็ลาคุณหมอออกมาที่เค้าเตอร์เดิมจัดการรับยาซึ่งวันแรกที่เราทำจะได้ยากินแก้อักเสบ ยาทาตลับสีชมพูที่คุณหมอบอกว่าเอาไว้ทาเพื่อให้ไม่ทิ้งรอยจากการทำ และมีฟิสิโอเจลที่คุณหมอถามตอนแรกว่าใช้อะไรล้างหน้า พอบอกมีโฟมมาด้วยคุณหมอก็เลยบอกว่าให้ใช้อันนี้ดีกว่านะ ครั้งแรกก็หมดไปประมาณหกร้อยนิดๆ เป็นค่ากดสิวสามร้อยค่ะ ยาตลับชมพูรู้สึกจะหกสิบบาทนะ ที่ไม่ทราบราคาเพราะขอบอกว่าไม่มีใบเสร็จให้มาเลยล่ะ

เราก็ต้องนั่งซักพักในร้านนะคะเพราะคิดว่าคงไม่สามารถออกไปพบหน้าผู้คนช่วงนั้นได้ ก็มันยังมีรอยกดสิวแดงๆ กะรอยป้ายยาอยู่ไงคะ ก็นั่งรอซักพักจนรู้สึกว่าหน้าไม่ยิบๆ เพราะยาป้ายแล้ว ก็ไปเข้าห้องน้ำ ในห้องน้ำจะมีกล่องใส่สำลีไว้ให้เราเอามาปัดเอายาที่ป้ายออก ปัดออกแล้วหน้าเราก็โอเคแล้วค่ะ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดตอนแรกเลยล่ะ

หลังจากทำครั้งแรกก็ดีใจมากๆ เพราะได้เอาพวกสิวอุดตันออกไปเยอะเลย จับแล้วรู้สึกหน้าเรียบขึ้นอย่างแรง แต่ก็ยังมีที่ยังเอาออกไม่หมดนะคะ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเทคนิคให้ไปกดใหม่หรือว่าเป็นเพราะกดมากๆ จะหน้าเยินก็ไม่ทราบได้ แต่ด้วยความที่เราต้องรีบกลับเมกา เราเลยคุยกะหมอว่าจะต้องไปกดอีก สรุปว่าในสองอาทิตย์ที่เราอยู่เมืองไทยเราไปกดสามครั้งค่ะ ครั้งที่สามนี่ก็ว่าไม่ค่อยมีไรเหลือแล้วนะ แต่คุณหมอก็ช่างหากดได้เก่งจริงๆ เลยอ่ะ ครั้งหลังๆ ก็จ่ายแค่สี่ร้อยนิดๆ ค่ะ สบายใจว่าหน้าเรียบแล้ว ทิ้งไว้แต่รอยเดิมๆ และรอยกรีดสิวเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ

สรุปแล้วหลังจากทำเราคิดว่าเราพอใจนะคะ รอยกรีดเนี่ยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันเล็กมากๆ แล้วทิ้งไว้ไม่กี่วันก็จะหาย ตอนนี้รอยที่เหลือของเราก็คือพวกรอยสิวเดิมๆ ทั้งนั้น หน้าเรียบไม่ต้องมาหงุดหงิดกับสิวอุดตันจนต้องมามือบอนกดเองแล้วอักเสบเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้ก็ได้แต่รักษาไม่ให้มีสิวอุดตันมาเยี่ยมอีก แล้วก็รักษารอยสิวเดิมๆ ต่อปายยยย

ถ้าถามเราว่าจะไปที่นี่อีกรึเปล่า ก็คงตอบว่าไปค่ะ เราชอบการกดสิวแบบนี้นะ เพราะรู้สึกว่าหน้าไม่บอบช้ำดีอ่ะ อีกอย่างคุณหมอเป็นคนทำ ตอนเราไปกดที่พรเกษมจะไม่ใช่หมอไง เหมือนพวกพนง.ผู้ช่วยเป็นคนทำ มันก็อาจมีโอกาสกดไม่ดีแล้วอักเสบ แต่ที่นี่เราไปกดมาสามครั้งไม่มีการอักเสบตามมาเลยค่ะ (ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการที่ได้กินยาแก้อักเสบด้วยรึเปล่า.. แต่ขอสารภาพว่ากินไม่เคยครบโดสเลยอ่ะ ลืมอีกต่างหาก) แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าคลินิคนี้มีรักษาอะไรอย่างอื่นอีกรึเปล่านะคะ เพราะเห็นมีแต่คนไปกดสิวแล้วก็กลับ อาจจะมีให้บริการอย่างอื่นด้วยแต่เรายังไม่รู้ ไว้กลับไปคราวหน้าคงจะลองถามดู

แอบเสียดายเหมือนกันนะคะที่เรามีเวลาที่เมืองไทยแค่แป๊ปเดียว มีอะไรหลายๆ อย่างที่อยากทำ แต่ก็ทำไม่ได้ ไว้กลับไปคราวหน้าจะหน้าใสกิ๊งให้ได้เลยคอยดู...หุหุ (ฝันกลางวันอีกแย้วววว)


แวะมาเพิ่มเติมข้อมูลค่ะ.. ล่าสุดที่ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 08 เค้าขึ้นราคาค่ากรีดสิวเป็น 400 บาทนะคะ จริงๆ ขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะค่ะ แล้วมีจุดที่ฝนเพิ่งสังเกต พอดีไปกะเพื่อนน่ะค่ะ เพื่อนเค้าบอกว่าเค้าไม่ได้เปลี่ยนถุงมือเวลาทำให้คนใหม่ จะเห็นแต่ไปล้างมือน่ะค่ะ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีการเปลี่ยนถุงมือบ่อยแค่ไหน แต่ฝนไม่ค่อยชอบเลยนะคะ เพราะควรมีการเน้นเรื่องอนามัยเป็นพิเศษนะนี่ เพราะการกรีดสิวก็ต้องมีเลือดออกไงคะ แล้วหมอนที่ใช้ก็น่าจะมีผ้าหรือเปเปอร์รองแล้วทิ้งสำหรับแต่ละคนด้วยอ่ะ ราคาก็ขึ้นไปแล้วก็น่าจะปรับเรื่องความสะอาดหน่อยเนาะ.. ไม่รู้ว่ามีเพื่อนๆ คนไหนรู้สึกเหมือนฝนบ้างป่าวคะนี่













 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 22 กันยายน 2551 23:37:50 น.
Counter : 17054 Pageviews.  

ของเล่นตัวใหม่กะ Nivea Body Good-bye Cellulite Patch มาแล้วจ้า

วันนี้ได้รับตัวอย่างทดลองของ Nivea Body Good-bye Cellulite Patch มาล่ะค่ะ ได้ของเล่นมาแบบนี้มีเหรอจะปล่อยทิ้งไป จริงๆ เราก็ไม่ได้เป็นคนอ้วนหรอกนะคะ แต่ก็แอบเลี้ยงพุงไว้เล็กๆ 555 ไหนๆ เค้าก็ส่งมาให้ลองถึงบ้าน ก็เลยขอลองเล่นดูซักกาหน่อย เพราะงั้นอันนี้คงจะไม่ใช่การรีวิวอะไรนะคะ คงเป็นได้แค่การนำเสนอของเล่นใหม่ๆ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเล่นกันมากกว่าค่ะ

อ้อ.. เค้ามะใช่หน้าม้านะตัว เพราะไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆ กะนีเวียเลยซักกะติ๊ดนุงน้า เราไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่เมืองไทยมีรึยัง แต่ที่นี่เค้าเพิ่งออกมาได้ซักพักค่ะ เราเองก็ไม่เคยสนใจผลิตภัณฑ์ลดไขมันซักเท่าไหร่เลยไม่สามารถบอกข้อมูลอะไรได้ เอาเป็นว่ามาดูกันดีกว่านะคะว่าเจ้าตัวนี้คืออะไรเอ่ย



เปิดซองมาก็เจอโบรชัวร์รูปสาวๆ หุ่นดีสามคน สังเกตว่าขาของแต่ละคนเรียวยาวสวยมั่กๆ เป็นที่น่าอิจฉาเป็นที่สุด



เปิดไปดูด้านในก็จะเป็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์ สรุปได้ว่ามีผลิตภัณฑ์สองอันค่ะ อันแรกเป็น Gel cream สำหรับอีกอันเป็น Patch สำหรับจุดประสงค์ของตัวสินค้าอันนี้เค้าเอาไว้กำจัดเซลลูไลท์ค่ะ โดยเคลมว่าเจ้าสินค้านี้เนี่ยมี L-Carnitine ที่เค้าอธิบายว่าเจ้าตัวนี้พบได้ธรรมชาติในผิวและช่วยในการเปลี่ยนไขมัน (fat) ให้เป็นพลังงาน (energy) นีเวียโฆษณาสรรพคุณของสินค้าตัวนี้ว่าภายใน 2 สัปดาห์สภาพผิวจะสังเกตได้เลยว่าดีขึ้นและเฟิมขึ้น และภายใน 4 สัปดาห์เจ้าเซลลูไลท์ที่เคยปรากฏให้เห็นจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ แล้วเค้าแนะนำให้ใช้ทั้งเจลและแผ่นแปะคู่กันเพื่อผลที่ดีขึ้น อันนี้แปลมาจากในโบรชัวร์นะคะ ถูกผิดจริงไม่จริงยังไงโทษโบรชัวร์เด้อ



แล้วก็ได้เห็นหน้าตาของเจ้าแผ่นแปะที่เค้าเอามาให้ลองเล่น อยู่ในซองสำน้ำเงินเข้มสีประจำของนีเวียที่คุ้นตา กับภาพด้านล่างที่อธิบายคร่าวๆ ว่าสำหรับ patch นี่เค้าเอาไว้ใช้กับการลดไขมันเฉพาะจุด เช่น ต้นขา ก้น และหน้าท้อง ด้านหลังมีส่วนประกอบดังนี้ค่ะ เผื่อคนที่สนใจอยากจะทราบ

Ingredient: Water/eau, sorbitol, glycerin, polyacrylic acid, sodium polyacrylate, propylene glyco., cellulose gum, kaolin, carnitine, tartaric acid, hydroxypropylcellulose, ricinus communis (castor) seed oil, dinydroxyaluminum aminoacetate, disodium EDTA, methyparaben




พอฉีกซองออกมาก็จะเจอแผ่นขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือสีขาวนิ่มๆ แผ่นนึงค่ะ ด้านหน้าจะเป็นคล้ายๆ ผ้าสำลีนุ่มๆ



ส่วนด้านหลังจะเป็นพลาสติกใสแปะติดไว้ค่ะ มองผ่านๆ ยังกะลายหนังงูเลยแฮะ น่ากลัวจัง คาดว่าคงต้องลอกออกนะคะ



อันนี้เอามาเทียบกับขนาดมือ (อันอวบอ้วน) ให้ดูค่ะ



และแล้วก็เริ่มอยากทำการทดลอง ก็เลยลอกแผ่นพลาสติคใสด้านหลังออกค่ะ



ลอกออกมาแล้วพบว่าด้านในตรงด้านที่ลอกเป็นเหมือนเนื้อพลาสติคนุ่มนิ่มหยึยๆ แตะไปโดนแล้วจะแอบยืดติดมือเรานิดนุงให้ได้รู้สึกหยุ่นๆ เล่น อืม..แอบคิดเอาเองว่ามันคงต้องเหนียวนิดๆ เพื่อจะได้แปะติดกะตัวเราเนี่ยแหละเนาะ

ได้เล็งๆ เอาไว้แล้วว่าจะทดลองกับน้องพุงน้อยๆ ของเราดีกว่า ก็เลยเอามาแปะป๊าบลงไปบนพุงค่ะ อันนี้ขอเซ็นเซอร์ไม่มีภาพนะคะ เกรงจะเป็นภาพที่น่ากลัวจนเกินไป เค้าเขียนบอกว่าแปะไปแล้วให้เอามือลูบๆ และจะรู้สึกร้อนๆ ตรงที่แปะ ขอบอกว่าตอนแปะนี่แทบสะดุ้งเพราะตรงวุ้นๆ มันเย็นๆ อ่ะค่ะ (ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ในห้องแอร์รึเปล่า) แปะแล้วก็เย็นๆ ที่ผิว ไม่เห็นจะร้อนเลยแฮะ แต่ตอนเอามือไปถูๆ ตรงแผ่นด้านหน้าก็อุ่นๆ ที่มือนะคะ

เค้าบอกว่าให้แปะไว้ 8 ชม. ระหว่างที่แปะเนี่ย เจ้า L-Carnitine ก็จะซึมเข้าสู่ผิวหนัง แล้วช่วยไปเพิ่มปริมาณของ L-Carnitine ในผิวค่ะ จำนวนการใช้ที่แนะนำคือ 2-3 แผ่นต่อสัปดาห์ เราแปะทิ้งไว้ตอนนอนค่ะ ตื่นมาก็เอาออก คงเดากันได้นะคะว่าเราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกค่ะ ก็แหม.. ทำแค่ครั้งเดียวพุงยุบไร้ไขมันเลยก็คงเกินไปแระ ก็ได้แต่แอบสงสัยว่ามันจะได้ผลจริงๆ เหรอเนี่ย กับการแค่แปะเจ้าแผ่นนี้หรือทาเจลลงไปเนี่ย

สรุปก็คือ.. ของเล่นอันนี้ยังไม่สามารถบอกผลอะไรได้เลยค่ะ เพราะการจะเห็นผลต้องใช้เป็นประจำอย่างน้อยสองสัปดาห์ ซึ่งเราเองก็ไม่ได้คิดจะลดเซลลูไลท์อะไรอยู่แล้ว ก็เลยได้เล่นของเล่นอันนี้แค่พอหนุกๆ พอค่ะ..แฮะๆ เพื่อนคนไหนเคยเล่นไรแบบนี้มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ เพราะแอบสงสัยจริงๆ นะว่ามันช่วยได้จริงๆ เหรอ ขอบคุณที่ติดตามค้าบ เป็นอะไรที่ไร้สาระจังแฮะเรา














 

Create Date : 07 กันยายน 2550    
Last Update : 8 กันยายน 2550 7:18:04 น.
Counter : 1027 Pageviews.  

เปิดกรุรองเท้าล็อตใหม่ (อีกแล้ว)

ก่อนหน้านี้ช่วงต้นปีเพิ่งจะเปิดกรุรองเท้าล็อตใหม่ไปเอง ตอนนี้สะสมรองเท้าได้เพิ่มอีกแล้วจำนวนนึง ที่ซื้อเพราะมันถูกมั่กๆ ให้ซื้อที่เมืองไทยคงไม่ได้ราคาแบบนี้แน่ๆ ก็เลยซื้อไว้ซะเลย 555 ยังไงก็ใช้ด้วยกันกะคุณน้องสาวและม่ามี้ได้ มาดูกันดีกว่าว่าได้รองเท้าแบบไหนมาบ้างเอ่ย



เริ่มจากคู่นี่ก่อนแล้วกันนะคะ จริงๆ แอบโชว์ไปแล้วตอนปล่อยของที่ซื้อมาตอน semi-annual sales แต่อยากเอามารวมเป็นกรุรองเท้าเลยเอามารวมด้วยแระกัน คู่นี้ชอบมากมาย เหมาะกะการใส่ไปงานจัง ชอบที่มีลูกปัดเล็กๆ ปักไว้ดูหรูดีอ่ะค่ะ สีก็สวย แถมลดราคาซะรีบคว้าหมับเลยล่ะ ว่าแต่ตั้งกะซื้อมายังมะมีโอกาสได้ใส่เลยอ่ะ เพราะไม่มีงานให้ไป เศร้าจาย



ส่วนคู่นี้ก็แอบปล่อยไปตอนช้อปปิ้งกลางปีอีกเช่นกัน ซื้อมาเพราะมันถูกเป็นหลักเลยค่ะ แล้วแบบก็โอเคใส่ได้ง่าย แต่จริงๆ ยังมีข้อดีที่เป็นรองเท้าสูงสี่นิ้วที่ใส่สบายเชียวล่ะค่ะ ไม่ได้รู้สึกเลยนะว่าสูงขนาดนั้น ถือว่าคุ้มราคาดีค่ะ




หลังจากนั้นไม่นานก็ไปเดินเล่นในห้าง ไปเจอคู่นี้ลดราคาอยู่ จากที่ลดอยู่แล้ว 50% ก็ยังลดเพิ่มอีก 35% มังนะถ้าจำไม่ผิด ก็เลยซื้อมาซะเลย จริงๆ ไม่ค่อยชอบรองเท้าคัชชูเลยนะคะ เพราะใส่แล้วอึดอัด แถมเสี่ยงต่อการโดนกัดมากๆ แต่คู่นี้ยกให้เลยค่ะ ใส่สบายมากๆ แม้จะสูงสามนิ้วครึ่ง ชอบใส่กับวันที่แต่งตัวไปทำงานแบบเรียบร้อยหน่อยนึงค่ะ




ต่อปาย.. อันนี้ซื้อมาเพราะราคาอีกแระ จริงๆ ตอนนั้นอยากได้รองเท้าสีดำด้วยแหละค่ะ เพราะตอนซื้อเหมือนยังไม่มีรองเท้าสีดำแบบใส่เรียบร้อยๆ ไปทำงานเลย ไปเจอคู่นี้ลดราคาเลยสอยมาเลยค่ะ แต่พอซื้อมาแล้วก็เฉยๆ อ่ะ คาดว่าคงจะโอนไปให้คุณม่ามี้ดีกว่า สงสัยสูงไม่สะใจ 555




ไหนๆ ก็เป็นรองเท้าสีดำมาหลายคู่แล้ว ตบท้ายสีดำด้วยคู่นี้อีกคู่แล้วกันค่ะ อันนี้เพิ่งซื้อมาเองล่ะค่ะ หยุดวันแรงงานเลยไปเดินเล่นค่ะ เจอเจ้าคู่นี้ลดราคาอยู่ แบบสวยดีค่ะแล้วก็ใส่สบายด้วย สูงกำลังพอดี ก็เลยจัดการซื้อมาซะเลย






คู่นี้เป็นรองเท้าแบบนี้คู่แรกของเราเลยมังคะ เพราะปกติไม่ค่อยชอบใส่แบบนี้เท่าไหร่ แต่พอดีมันน่ารักมากๆ เลยแถมถูกด้วยอ่ะแค่สิบเหรียญ ด้านนอกเป็นผ้าลูกไม้หวานแหววมั่กๆ ด้านในบุหนังใส่สบายสุดๆ เหมาะกะวันแต่งตัวสบายๆ ไปเดินเล่นเลยล่ะ



อ้นนี้เป็นรองเท้าแตะ เห็นน่ารักดี เสียอย่างเดียวที่ไม่สามารถใส่สมบุกสมบันได้เพราะไม่กันน้ำไงคะ แต่ไงก็ได้คะแนนความน่ารักและใส่สบายไปแทนค่ะ



แล้วก็มาถึงคู่สุดท้ายล่าสุดที่ซื้อค่ะ คู่นี้ซื้อมาเพราะความบ้ารองเท้าพื้นไม้เลยค่ะ เห็นแล้วเป็นต้องหยิบมาลองใส่ คู่นี้สูงสามนิ้วเกือบๆ จะสี่นิ้วเลยล่ะค่ะ แต่ว่าใส่แล้วไม่ค่อยรู้สึกว่าสูงมากเลย คงเพราะพื้นด้านหน้าก็สูงเหมือนกัน เป็นรองเท้าไม้ที่ใส่สบายค่ะ ชอบอีกเช่นกัน วันนี้เพิ่งบ้าเห่อใส่ไปทำงานเอง


หมดแล้วค่าสำหรับรองเท้ากรุที่สอง รู้สึกว่าชักจะซื้อรองเท้ามากเกินไปแล้วเหมือนกันนะเนี่ย นี่ถ้ากลับไปเมืองไทยคงต้องหากล่องรองเท้าแบบใสๆ ที่เห็นเพื่อนๆ ซื้อมาใส่เก็บรองเท้ามาใช้บ้างดีกว่า จะได้เป็นระเบียบเรียบร้อยและรักษารองเท้าด้วย ว่าแต่จะมีรองเท้าล็อตต่อไปป่าวน้า...แง้ววววววววว















 

Create Date : 06 กันยายน 2550    
Last Update : 6 กันยายน 2550 9:49:41 น.
Counter : 1141 Pageviews.  

Aspirin Mask ของดีราคาถูกที่น่าลอง

พักนี้กระแส Aspirin Mask ค่อนข้างมาแรง เราเองเคยได้ยินเจ้ามาส์กตัวนี้มานานแล้วตั้งแต่สมัยคุณรำเพยเคยเอามาเผยแพร่หลายปีที่แล้ว ตอนนั้นก็ลองทำดูเหมือนกันค่ะ ราวๆ สองครั้งได้ ผลก็เหมือนโอเค แต่ก็ไม่ได้ทำต่อเพราะความขี้เกียจไปหาซื้อ aspirin แล้วก็เลยลืมๆ มันไป ตอนหลังก็มีคนเอามาแนะนำอีกรู้สึกจะเป็นคุณ tu111 ขอยกเครดิตให้ด้วยนะคะ เพื่อนๆ สามารถตามไปอ่านข้อมูลที่บล็อคคุณ tu111 ได้ที่นี่เลยค่ะ แอสไพรินมาส์ก เวิร์คมากๆครับสำหรับคนผิวมัน เป็นสิว



ก็ต้องขอขอบคุณสำหรับกระแสอันใหม่นี้ ที่ทำให้เราอยากลองที่จะทำอีกหน ผนวกกับว่าช่วงที่ผ่านมาได้เริ่มลองใช้ TTAC แล้วเกิดน้องสิวยักษ์สองเม็ดบึ้มขึ้นมาเป็นที่น่าอับอายยิ่งนึก เลยได้โอกาสลองทดสอบประสิทธิภาพของ Aspirin Mask ซะเลย โดยการไปซื้อ Aspirin มาขวดนึง ซื้อแบบถูกๆ เนี่ยแหละค่ะ จากข้อมูลควรเป็นแบบที่ไม่มีการเคลือบ เพื่อจะได้ละลายได้ อ่านในรีวิวเค้าบอกว่าอันที่ไม่เคลือบก็คืออันที่ข้างขวดไม่ได้มีบอกว่าเป็นแบบเคลือบน่ะค่ะ ตอนเราซื้อก็ไม่ได้รู้หรอกค่ะว่ามีแบบเคลือบไม่เคลือบด้วย เพิ่งมาเห็นว่าก็เป็นแบบเคลือบนะ แต่เป็นแบบ lite coat เค้าเขียนว่างี้อ่ะนะ แต่อันนี้พอโดนน้ำก็เละๆ นะคะ แต่ไม่ขนาดละลายเป็นน้ำไปด้วย จะเป็นลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ เหมือนสครับน่ะค่ะ



ข้อควรระวัง

1. คนที่แพ้แอสไพริน หรือ salicylic acid ไม่ควรใช้ค่ะ เนื่องจากตอนเราทาแอสไพรินลงไปบนผิว ตัวยาสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ ดังนั้นถ้าใครแพ้ยานี้จึงไม่แนะนำค่ะ ส่วน salicylic acid นั้น เนื่องจากว่าแอสไพริน มี acetylsalicylic acid ซึ่งมี salicylic acid 1% (ข้อมูลจากคนที่มารีวิวใน MUA นะคะ) เพราะงั้นถ้าใครไม่ถูกกะเจ้า salicylic acid ก็ควรเลี่ยงเช่นกันค่ะ

2. คนที่ผิวแห้งอาจจะยิ่งทำให้หน้าแห้งมากขึ้นค่ะ เนื่องจากการใช้ Aspirin mask จะมีผลทำให้ผิวแห้งและแดงได้ค่ะ

3. ผลสำหรับบางคนที่ใช้อาจจะเป็นไปในทางลบคือทำให้เกิดสิว หน้าแดง แห้ง ลอก และแสบผิวค่ะ

4. ไม่ควรทำต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ นะคะ แล้วก็ไม่ควรทาทิ้งไว้นานมากๆ เพราะเคยอ่านมาว่าอาจจะทำให้เกิดรอยด่างขาวได้ค่ะ ฟังแล้วน่ากลัวแฮะ


อุปกรณ์

1. Aspirin ใช้กี่เม็ดแล้วแต่ความพอใจเลยค่ะ สำหรับเราใช้สองเม็ด แต่เห็นหลายๆ คนใน MUA จะใช้ประมาณ 5 เม็ด คือเอาขนาดที่พอเหมาะกับการเอามาพอกหน้าให้พอดีกับที่เราต้องการไม่หนาไม่บางเกินไปค่ะ

2. น้ำเปล่า และ/หรือ ส่วนผสมอื่นๆ ที่ต้องการ ส่วนใหญ่ใช้กับน้ำเปล่าก็พอใจแล้วและมองว่าการใช้แค่น้ำเปล่าทำให้ตัวยาซืมเข้าไปได้ดีกว่า แต่บางคนมองว่าการใช้น้ำเปล่าอาจจะทำให้หน้าแห้งเกินไป จึงนำเอาส่วนผสมอื่นๆ มาช่วยเสริมผลการใช้ค่ะ ขอสรุปจากที่อ่านมาตามนี้แล้วกันนะคะ

2.1 น้ำเปล่า ปกติใช้ปริมาณไม่มาก แค่หยดลงไปบนเม็ดยาซักสองสามหยด เพื่อให้เม็ดยาละลายและสามารถทาติดกับหน้าได้ก็พอค่ะ

2.2 คนที่มีปัญหาพวกสิวหรือรอยสิว อาจเพิ่มน้ำผึ้ง เพื่อช่วยเสริมผลด้าน antibacteria ได้ค่ะ แถมน้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ดีต่อผิวด้วยค่ะ

2.3 คนที่ผิวแห้ง อาจเพิ่มหรือใช้ Aloe vera gel หรือ Jojoba oil ผสมเพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว

2.4 คนที่ผิวมันมากๆ อาจจะผสมไข่ขาว เพื่อช่วยดูดซับความมันส่วนเกินค่ะ

2.5 ยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่มีคนนำมาผสม เช่น เราชอบใช้ผสมกับโยเกิร์ตค่ะ เพราะช่วยทำให้ผิวหน้านุ่มและไม่แห้งจนเกินไป หรือบางคนก็เอาไปผสมกับ Witch Hazel, cleanser (อันนี้เป็นการใช้งานเป็นสครับเลยค่ะ), oil อื่นๆ หรือครีมบำรุงอื่นๆ ที่เค้าใช้แล้วพอใจค่ะ


ขั้นตอนการทำ Aspirin Mask แบบผสมกับน้ำเปล่า

1. สำหรับคนที่เลือกผสมกับน้ำเปล่าธรรมดา ก็อาจจะแค่เอายาวางไว้บนอุ้งมือหรืออาจจะหาภาชนะเล็กๆ มาใส่ แล้วหยดน้ำลงไปบนเม็ดยาซักสองสามหยดต่อเม็ดยาหนึ่งเม็ด แค่นี้ยาก็จะละลายแตกตัวออกมาแล้วค่ะ เอามือหรือช้อนเล็กๆ บี้ๆ ก็จะได้หน้าตาออกมาแบบนี้ค่ะ





2. นำเอาเนื้อยาเหลวๆ นั้นมาทาให้ทั่วใบหน้า ควรจะเว้นส่วนที่บอบบางเช่นรอบตา ปาก และปลายจมูกไว้ค่ะ (อ่านรีวิวเห็นหลายคนพูดถึงการสูดเอาผงยาเข้าไปทางจมูกตอนแห้งแล้วจะทำให้จามหรือคัดจมูกได้ค่ะ)

3. ทิ้งไว้ตามที่เราต้องการ ปกติจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10-30 นาที แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน สำหรับเราก็ทิ้งไว้จนแห้งแล้วทิ้งไว้อีกซักพักนึงเลยค่ะ

4. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า บางคนใช้น้ำอุ่น บางคนก็ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ขั้นตอนนี้ควรใช้ความระมัดระวังในการล้างหน่อยนะคะ เนื่องจากว่าเนื้อยาที่ค้างอยู่บนหน้าเราจะสัมผัสได้ว่าเนื้อจะเป็นเม็ดๆ คล้ายเม็ดสครับ เวลาล้างออกบางคนสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้เป็นการสครับหน้าไปในตัว แต่ควรทำด้วยความเบามือนะคะ เพราะว่าเม็ดจะไม่ได้ละเอียดมากจึงอาจจะรุนแรงกับหน้าเกินไปค่ะ

5. ถ้าใช้น้ำอุ่นล้างหน้าก็อาจจะตามด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยปิดรูขุมขนเป็นการตบท้ายค่ะ


ขั้นตอนการทำ Aspirin Mask แบบผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำเปล่า

1. นำเม็ดยา Aspirin มาใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ ของเราก็บ้านๆ เลยค่ะ หาอะไรสะอาดๆ ใกล้ๆ มือมาใส่เลยค่ะ เราใช้สองเม็ดเพราะเราจะเอาไว้ผสมกับโยเกิร์ตค่ะ




2. บดเม็ดยาให้ละเอียด เราใช้หลังช้อนเนี่ยแหละค่ะมาบดยา ทำเบาๆ ก็ละเอียดแล้วค่ะ บดไม่ได้ยากอะไร บดแล้วหน้าตาก็ประมาณนี้ค่ะ




3. นำส่วนผสมที่เราจะนำมาละลายยาหยดลงไปบนผงยาที่บดไว้เลยค่ะ แล้วก็คนๆ ให้เข้ากัน ปริมาณก็แล้วแต่ความชอบใจ ปกติเราจะใส่แค่พอให้ผสมกับผงยาแล้วเหลวพอที่จะนำมาพอกหน้าได้ค่ะ

4. ทิ้งไว้ตามที่เราต้องการ ปกติจะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10-30 นาที แล้วแต่ความพอใจของแต่ละคน สำหรับเราก็ทิ้งไว้จนแห้งแล้วทิ้งไว้อีกซักพักนึงเลยค่ะ

5. ล้างออกด้วยน้ำเปล่า บางคนใช้น้ำอุ่น บางคนก็ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ ขั้นตอนนี้ควรใช้ความระมัดระวังในการล้างหน่อยนะคะ เนื่องจากว่าเนื้อยาที่ค้างอยู่บนหน้าเราจะสัมผัสได้ว่าเนื้อจะเป็นเม็ดๆ คล้ายเม็ดสครับ เวลาล้างออกบางคนสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้เป็นการสครับหน้าไปในตัว แต่ควรทำด้วยความเบามือนะคะ เพราะว่าเม็ดจะไม่ได้ละเอียดมากจึงอาจจะรุนแรงกับหน้าเกินไปค่ะ ขอเสริมนิดนึงส่วนตัวค่ะ คือเราเองใช้โยเกิร์ตผสม เวลาล้างออกเราจะรู้สึกว่าควรล้างด้วย cleanser อีกทีน่ะค่ะ

6. ถ้าใช้น้ำอุ่นล้างหน้าก็อาจจะตามด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยปิดรูขุมขนเป็นการตบท้ายค่ะ


ความถี่ในการทำ

ด้วยความที่ Aspirin Mask จะทำให้ผิวแห้ง จึงไม่แนะนำที่จะทำทุกวัน แต่ก็เห็นมีบางคนที่ทำทุกวันนะคะ คงขึ้นกับผิวของแต่ละคนด้วย เท่าที่เค้าแนะนำกันก็จะราวๆ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือวันนึงเว้นสองวันอะไรประมาณนี้แหละค่ะ



ผลที่ได้จากการมาส์ก

ผลที่ได้จากการทำ Aspirin Mask มีทั้งผลตอบสนองในทางที่ดีและในทางกลับกันบางคนก็ทำออกมาแล้วไม่ดี

ผลออกมาดี : ผิวหน้าจะนุ่ม สะอาด ผิวเรียบเนียน ช่วยลดสิว ลดรอยแดง ลดความันของผิว กระชับรูขุมขน สีผิวสม่ำเสมอ

ผลออกมาไม่ดี : แพ้ หน้าแดง สิวขึ้น หน้าแห้ง ลอก แสบหน้า

สำหรับผลที่เราได้ส่วนตัวแล้ว เราเพิ่งกลับมาลองทำได้ประมาณสามวันค่ะ แอบโหดนะ ทำทุกวันติดๆ กันเลยล่ะ เนื่องจากสิวขึ้นน่ะค่ะ ก็แอบเข้าข้างตัวเองว่าโยเกิร์ตคงจะช่วยไม่ให้แห้งจนเกินไป แล้วเราจะโบกหนักๆ ตรงที่เป็นสิวน่ะค่ะ ผลที่ได้คือสิวยักษ์ของเรายุบลงนะ วันที่สองสิวก็ระเบิด (555 แอบบีบด้วยแหละ บอกแล้วว่าโหด) พอระเบิดแล้วก่อนนอนก็เอายามาละลายกับคลินด้าเอ็มแล้วโบกตรงสิวทิ้งไว้ทั้งคืน วันที่สามคือวันนี้มันก็ยุบแล้วอ่ะค่ะ เหลือทิ้งไว้แค่รอยแดงของสิว ---> โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ สิ่งที่เราทำไม่ได้บอกว่าดีนะ แต่เราชอบลอง และแอบโหด ซึ่งมันอาจจะรุนแรงเกินไปกับผิวนะคะ เราแค่บอกเล่าผลการทดลองของเราแค่นั้นเองค่ะ

ขอย้ำไว้หน่อยแล้วกันนะคะ จากที่อ่านๆ มาเค้าบอกว่าเจ้า Aspirin Mask เนี่ย ไม่ได้ช่วยป้องกันการเกิดสิวนะคะ เพียงแต่ aspirin จะไปช่วยให้สิวแห้งเร็วขึ้นค่ะ

ก็คงแล้วแต่ผลตอบรับที่หน้าเรามีกับมาส์กแอสไพรินอันนี้นะคะ ของแต่ละอย่างดีกับคนนึงไม่ได้หมายความว่าจะดีกับทุกคนค่ะ ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกที่จะทำนะคะ


สำหรับคนที่ต้องการอ่านผลการรีวิวเพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ เราจะยกมาจากบางเวปที่เราเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์แล้วกันนะคะ ข้อมูลที่เรานำมาก็มาจากการอ่านจากเวปพวกนี้แหละค่ะ ยกเครติตให้ไปในตัวด้วยเลยแล้วกันค่ะ

1. MakeupAlley

Product Reviews • Masks • Unlisted Brand • Aspirin Mask
Overall rating 4.3
Number of reviews 1053
Would buy this product again. 87%
Package Quality 3.3
Price 1.3

คลิ๊กที่ลิงค์ไปอ่านรีวิวของแต่ละคนได้นะคะ


2. Acne.org

Aspirin Mask Reviews
Number of votes 164
How well it works 4.4/5
Agreeability 4.4/5
Affordability 4.8/5

คลิ๊กที่ลิงค์ไปอ่านรีวิวของแต่ละคนได้นะคะ



สรุปแล้วเราคิดว่า Aspirin Mask ก็เป็นการมาส์กหน้าที่ประหยัดและได้ผลสำหรับเราในทางที่ดีอันนึงเลยค่ะ เราเลยอยากจะเอาข้อมูลมาเก็บเอาไว้เผื่อว่ามีคนสนใจอยากจะลองทำดูบ้าง หวังว่าเพื่อนๆ คงจะได้ประโยชน์จากบล็อคอันนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

เพิ่มเติมวันที่ 26 สิงหาคม 2007

หลังจากวันที่ทำรีวิวอันนี้ไปได้ประมาณอาทิตย์นึง ตอนนี้น้องสิวยักษ์สองอันเหลือแค่รอยจางลงมากๆ เลยค่ะ คือก็ยังมองเห็นนะคะ เพียงแต่ว่าเรารู้สึกได้ชัดเจนมากๆ ว่ามันจางลงเร็วกว่าปกติอ่ะค่ะ ประมาณว่ารอยจางกว่ารอยสิวเก่าสมัยสงครามโลกก่อนหน้านี้ซะอีกอ่ะค่ะ สรุปว่าพอใจกับ aspirin mask มากมายค่ะ
















 

Create Date : 18 สิงหาคม 2550    
Last Update : 30 สิงหาคม 2550 22:42:53 น.
Counter : 3628 Pageviews.  

1  2  3  

แมวจอมกวน
Location :
กรุงเทพฯ United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่อดีตคนไกลบ้านคนนึง ที่เริ่มจากหลวมตัวมาเรียนที่อเมริกา ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมายในชีวิต ได้รับประสบการณ์และแง่คิดมากมายจากดินแดนแห่งนี้ ตอนนี้หาทางกลับบ้านเจอแล้วค่า.. ได้กลับมาเริ่มต้นชีวิต (อีกครั้ง) ที่เมืองไทยซะที ที่มาของชื่อก็เพราะว่าเป็นคนที่รักแมว จึงเป็นที่มาของชื่อ "แมวจอมกวน" ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนค่ะ


Link Blog ล่าสุด

คนโสดและไม่โสดหงายมือขวามาดูเดี๋ยวนี้ (เส้นสมรส ฟันธง!!!!)
มาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจจากควายกันดูมั๊ยคะ ^^
คนค้นคน: มิสป่าตอง... หญิงที่ผูกติดกับภาพในอดีต
Cherubin Chocolate Cafe ร้านเค้กสำหรับคนรักช็อกโกแลต (และน้องหมี)
สำหรับแฟนบาร์บี้.. ชวนมาสะสมแสตมป์ไทยชุดบาร์บี้กันค่ะ
ตามรอยห้องก้นครัวไปชิม King Kong Buffet ซอยหลังสวนค่ะ
Lenka สาวสวยเสียงน่ารัก..เพลงยิ่งน่ารักน่าฟัง
หน้าร้อนแบบนี้.. มาสครับผิวกันดีกว่าค่ะ: รีวิวสครับที่กำลังปลื้ม
แอบงอน Coffee Bean เลยได้มาลอง Sugaroma ร้านเค้กน่ารักและน่ากินค่ะ
มาทำความเข้าใจกับวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์กันง่ายๆ ด้วยภาพกันค่ะ
Review น้ำหอมในกรุ (ภาค 4)
Review น้ำหอมในกรุ (ภาค 3)
Ho Kitchen กับอาหารเย็นมื้อใหญ่
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 5 Luzern & ไปลุยหิมะบนยอดเขาTitlis
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 4 Lausanne, Vevey, and Montreux
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 3 Berne & Mont Blanc
บิบิมบับ ข้าวยำเกาหลี เมนูที่ทำเองได้ไม่ยากเลยค่ะ
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2 Zurich & Geneva
สวิสเซอร์แลนด์ ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นการเดินทางและการเตรียมตัว
ผลจากโปรโมชั่นของ drugstore ทำให้ได้ไรมามั่ง มาเปิดถุงพร้อมรีวิวกันเลยค่ะ
รีวิว Bath & Body Works กลิ่นใหม่ต้อนรับสปริงค่ะ
If we hold on together >> Piano by คุณ tutu_pianist เพลงพิเศษสำหรับพี่หญิง ตัวเล็กอ้วนค่า
รีวิวผ้าเช็ดเครื่องสำอาง Pond's Cleansing Towelettes
Joanna Wang >> An Asian Version of Norah Jones
แม่ครัวสมัครเล่นกะเค้ก Tres Leches --> เค้กสามนม
รีวิว Skinceuticals C+ E Ferulic & Gamma Hydroxy & Kanebo กระปุกแดง
บล็อคสีชมพูกะเทศกาลดอกเชอรี่บาน Cherry Blossom @ DC
Review ครีมหอมๆ กลิ่นใหม่ๆ จาก Victoria's Secret และ Bath and Body Works ค่ะ
เปิดตัว MMU ตัวที่สามกับ Lumiere
เปิดตัว MMU ตัวที่สองกับน้องเหมียว Meow Cosmetics ค่ะ
รีวิว Everyday Minerals

เปิดตัว Mineral makeup ชิ้นแรกของเรา กับ Everyday Minerals ค่ะ
ประสบการณ์กรีดสิวที่คลินิคหมอเสริม-เพ็ญจันทร์

Magic Liquid Powder & Magic Illuminating Potion by Prescriptives
Aspirin Mask ของดีราคาถูกที่น่าลอง

บลัชลุงชู P Amber 87 VS elf Sun Kissed ความเหมือนที่แตกต่าง
Review Eyeshadow ของ Nars ค่ะ

รีวิวสีบลัช NARS ตามสัญญาค่ะ


   
11 March 2008
Friends' blogs
[Add แมวจอมกวน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.