เราอยู่บนโลกกว้าง...มีป้ายบอกทางเพียงน้อยนิด
เราอยู่บนโลกกว้าง มีป้ายบอกทางเพียงน้อยนิด
จึ่งต้องพึ่งความคิด....ซึ่งมักผิดจากความจริง
..................................
คนเราเกิดมาต้องเคยรัก และเคยทอเคยถักหลายความฝัน
ชีวิตสวยสดเป็นบางวัน....และขีดคั่นด้วยอัปลักษณ์ อัปยศ อันตราย
..............................
น้ำตากี่หยดแล้วที่ไหลหลั่ง เมื่อครั้งเธอพบ "ครึ่งที่ขาดหาย"
มากกว่านั้นรินให้เรื่องร้ายๆ...สุดเสียดายเมื่อต้องพรากต้องจากกัน
..................................
ในอ้อมกอดของธารดาว พร่างพราวเวิ้งฟ้ากว่าสวรรค์
คนมีรัก....ใครบ้างอยากให้กลางคืนสั้น
คืนที่เธอและฉัน......เป็นหนึ่งเดียว.....
............................
ความรักมีกลิ่นหอมค่อนข้างจัด
เย็นลมพัด..มือกุมกัน...ใจพันเกี่ยว
ขณะที่หัวใจหยุดท่องเที่ยว...ความโดดเดี่ยวรกร้างก็จางเลือน
..........................................
แต่ขณะโอบล้อมด้วยราตรี ซึ่งมิได้มีแต่สิ่งที่เป็นเพื่อน.....
บางครั้งเคราะห์กรรมอาจมาเยือน โดยมิแจ้งเตือนให้รู้ตัว
.......................................
แล้วเคียดแค้นชิงชังก็ปรากฎ ร้าวรันทดครอบคลุมไปทั่ว
ดวงจิตขุ่นข้องหมองมัว...กริ่งเกรงกลัวเข้าแทรกซ้ำช้อนชำเรา
...................................
เธออยู่ในโลกเหมือนไม่อยู่......
บางเวลาซ่อนซุกในปรารถนาอย่างเงียบเหงา
ยามค่ำร่ำเมรัยไปถึงเช้า....
จันทร์วางเงาอยู่ทุกคืนก็ขืนมอง......
................................
เธอต้องเลือกที่จะปล่อยปลง....หรือจะนั่งทรนงคงสาปแช่งใครๆ
.........................
ชีวิตก่อเกิดและผันผ่าน ประดุจสายอสุนี
ถูกก็ดี...ผิดก็ดี....จะวัดได้ด้วยสิ่งใด
ดีใจหรือเสียใจ ฤาแยกได้เป็นส่วนเดียว
.........................
รักชังล้วนโน้มเหนี่ยวมิให้ถึงธารแห่งธรรม
........................
เนื่องเพราะเหตุใดหนอ ความเข้าใจในรักจึงยากเย็น
ไยต้องผ่านด่านทุกข์ลำเค็ญ..จึงจะได้เป็นผู้พ้นเวทนา
........................
หรือเธอมองทุกอย่างเป็นสิ่งอื่น
จะชมชื่นอันใดต้องให้ผล.....เธอคิดว่านี่คือวิถีคน
ที่จะรัก...จะแค้น...และครอบครอง......
ยิ่งนานวันบนครรลอง....ยิ่งแยกขาดทุกสัมพันธ์
ตัวของฉัน...คนของฉัน....จะยึดมั่นไม่ยอมคลาย
.....................................
เธอชิงชังเมฆแห้งที่แต่งฟ้าหน้าร้อน
ไม่ยอมดูเขาพักผ่อนก่อนสูญสลาย
ยามวสันต์มา...ฟ้าหม่นมีหยาดฝนโปรยปราย
เธอก็ว่าฟ้าร้ายทำเปียกปอน
......................
แต่ชีวิตมีเงื่อนไขไร้ขอบเขต....บางทีผลก็คือเหตุ
และต้นสายคือปลายทาง..........
ด้วยเหตุนี้คนจึงชอบตกค้าง อยู่ด้านข้างๆของความจริง
เลือกรักบางอย่าง เลือกชังบางสิ่ง
ที่เหลือแอบโยนทิ้ง...ในนามของความดี.....
.............................

เช่นนี้หนอ...
เราอยู่ในโลกใบกว้าง มีป้ายบอกทางเพียงน้อยนิด
จึงต้องพึ่งความคิด...ซึ่งมักผิดจากความจริง!
หากไม่อยากถูกทอดทิ้ง.....เธอควรรู้เท่าทัน.....
..........เธอควรรู้เท่าทัน........


ขวัญค่ะ





Create Date : 16 มีนาคม 2552
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 11:06:19 น.
Counter : 709 Pageviews.

2 comments
การสละ ปัญญา Dh
(18 พ.ย. 2564 08:41:18 น.)
: คิดทีละวันก็พอ : กะว่าก๋า
(15 พ.ย. 2564 05:43:11 น.)
: Way of Life 3 : กะว่าก๋า
(13 พ.ย. 2564 06:37:39 น.)
ความเหมือนและแตกต่างระหว่างคนทีไม่ได้ฝีกจิตและคนทีฝีกจิตมาดีแล้ว นมสิการ
(11 พ.ย. 2564 14:31:42 น.)
  
อารมณ์ไหนนี่...
ไม่ลองเรียงร้อยเป็นบทกลอนดูฤๅ....

๐ สังสารวัฏวกวนให้ทนว่าย
วุ่นวายและว้าเหว่เพราะเร่หวัง
ชะวากเวิ้งเวียนไหวไล้ภวังค์
จะกลบฝังกายฝากให้ยากฟื้น

๐ ลมลูบคลื่นแตกฟ่องเป็นฟองฝอย
เหน็บหนาวกล่อมรูปรอยให้พลอยตื่น
ลืมตาหลงแลต่ำในค่ำคืน
ก็รับรู้ความขมขื่นที่ยืนคอย

๐ แต่ละฝัดเฟื้อยฟองเหมือนร้องร่ำ
บอกบท/พฤติกรรมอันต่ำต้อย
กอปรภาพมารยาอันบ่ารอย
ที่ทยอยยกย้ำเข้าย่ำเยือน

๐ ไม่มีขอนลำไม้ลอยให้คว้า
ในทะเลเหว่ว้าอันล้าเลื่อน
มีแต่เศษขยะพิษลอยบิดเบือน
ตามเตือนเกลื่อนขวางอยู่กลางแคว

๐ เหลือแต่มือทั้งสองให้ปองหมาย
แหวกว่ายต้านปะทะแรงกระแส
กับแรงฤทธิ์โชติช่วงจากดวงแด
จะปรับแปรเปลี่ยนร้ายให้กลายกล
โดย: พี่กาย IP: 125.27.94.220 วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:19:55:19 น.
  
เขียนออกมาได้ดีครับ
ป้ายบอกทางมีเยอะนะครับ
แต่ป้ายที่บอกถูกนั้นมีแค่ป้ายเดียวเท่านั้น
โดย: อัสติสะ วันที่: 18 มีนาคม 2552 เวลา:19:10:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Voiceofangel.BlogGang.com

toyor
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]

บทความทั้งหมด