ชีวิตนี้ พ่อก็ให้ หัวใจพ่อก็สร้าง


เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ฉันได้โทรศัพท์เข้าไปในรายการวิทยุที่พ่อจัด (คลื่น90.5nation)


แต่ก่อนโทรเข้าไป ได้เปิดฟังผ่านnet พ่อของฉันเปิดเพลงเกี่ยวกับวันพ่อ


ตั้งแต่ต้นรายการมากมายหลายเพลง


พอได้ยินฉันก็เลยคิดว่าเดี๋ยวโทรเข้าไปออนแอร์ดีกว่า

แล้วก็นั่งแต่งกลอนให้พ่อได้ด้วย


ระหว่างนั่งแต่งกลอนไป ฟังเพลงไป ฟังเสียงพ่อไป ...


ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าน้ำตามันไหลมาจากไหนไม่รู้

ไม่หยุดไม่หย่อน ...


.กลอนก็แต่งเสร็จแล้วแต่ไม่สามารถโทรไปหาได้ เพราะพูดไม่ออก


มันมีแต่ก้อนสะอื้นเต็มไปหมด..


ก็เลยโทรหาเพื่อนๆก่อนเผื่อจะทำให้หัวเราะได้บ้าง จนผ่านชั่วโมงแรกไป ...


เข้าชั่วโมงที่สองซึ่งเป็นชั่วโมงสุดท้าย

ก็พยายามอ่านทวนกลอนซ้ำ แต่ก็ร้องไห้อีก ..


ทำยังไงดี คืนนี้จะได้โทรอ่านกลอนออนแอร์ให้พ่อฟังไหมเนี่ย


ทำใจอยู่นาน เปิดทีวีดู พอหายสะอื้น ก็โทรหาพ่อ เข้ารายการ .......


ท้ายที่สุด อ่านกลอนไปก็ร้องไห้ออนแอร์จนได้.....เฮ้อ ...


แล้วฉันก็พยายามอยู่หรอกนะที่จะอ่านให้จบ

แม้มันจะปนไปกับเสียงสะอื้นด้วย

(น่าอายจัง)


แล้วก็ขอเพลงรอยเท้าของพ่อให้พ่อเปิดให้ฟังหน่อย.....

แล้วฉันก็รีบวางเลย


เพราะแค่นี้ก็อับอายแย่แล้ว ร้องไห้ไม่หยุดแล้วคนฟังกันทั้งประเทศ

แค่คิดก็แย่แล้ว.....


.หลังจากนั้น ก็ว่าจะเขียนเรื่องรอยเท้าพ่อนี่แหละ

ว่าทำไมฉันถึงต้องขอเพลงนี้ให้พ่อของฉัน....เข้าเรื่องละนะ

เพลงรอยเท้าของพ่อเนี่ยมันทำให้ฉันนึกถึงตอนเด็ก

ที่ชอบเอารองเท้าของพ่อไปใส่เล่นประจำ


เพราะพ่อมีรองเท้าอยู่4-5คู่ได้ที่ใส่ไปทำงานประจำ

และคู่นึงที่พ่อชอบใส่ตลอด
เป็นหนังสีดำ หัวเล็กเรียว มีเชือกผูก

(ก็แบบบ้านๆทั่วไปนั่นแหละ)ฉันว่ามันสวยดี


ยังไม่รวมเน็กไทอีกมากมาย สารพัดสี โอ๊ยตู้เสื้อผ้าพ่อแม่นี่

เป็นคลังของเล่นของฉันเลยแหละ



...แต่วันนี้ หลายสิบปีผ่านไป

ฉันโตจนใส่รองเท้าของพ่อไม่ได้อีกแล้ว
เพราะเท้าฉันให­ญ่กว่าพ่ออีก


และฉันก็มีรองเท้ามากมาย สารพัดคู่ สารพัดแบบ

คู่เป็นหมื่นก็ยังบ้าซิ้อมาใส่


แต่พอหันมาดู รองเท้าของพ่อ......เห็นแล้วน่ารักเท้าพ่อนิดเดียว


แต่ที่สร้างความตื่นใจก็คือ .....


รองเท้าของพ่อยังเป็นคู่เดิม....คู่ที่เคยใส่มาตั้งแต่เรายังเด็ก....



หยิบมาพลิกดูเห็นร่องรอยการเปลี่ยนส้นไปหลายครั้งแล้ว


หนังที่ถลอก พ่อก็เอาสีดำมาทาให้มันกลืนกันไปกับของเดิม


ตัวหนังสือก็เลือนหมดแล้วไม่รู้อะไรเป็นอะไร.....


ความเจ็บสะท้อนเข้าไปถึงหัวใจของฉัน.....

พ่อกำลังสอนเรื่องความมัธยัสถ์ ผ่านทางรองเท้าของพ่อ ..

โดยไม่ต้องพูด... แต่ทำเป็นตัวอย่างให้เห็น กว่า30ปี


รองเท้าทุกคู่ที่พ่อใส่ยังเป็นคู่เดิม


ที่ซ่อมแล้วซ่อมอีก เพราะมันยังดีและใช้ได้อยู่...


นึกได้ดังนั้นก้อนสะอื้นก็จุกอยู่ที่ลำคอ.....


วันนี้ต้องออกไปข้างนอกกับพ่อ ขับรถให้พ่อนั่ง และด้วยใจจดจ่อ


เฝ้ารอพ่อออกจากบ้าน......ใส่รองเท้าคู่นี้.... เราถือของเดิมตามหลังพ่อไป


เฝ้าดูพ่อเหยียบย่างผ่านพื้นดิน ......ไปที่รถที่จอดอยู่นอกบ้าน....

อีกแล้ว....ความเจ็บสะท้อนเข้าไปในหัวใจอีกแล้ว...แต่คราวนี้


มันเพิ่มความรวดร้าวและบาดลึกเข้าไปด้วย...


.เพราะพอฉันมองรอยเท้าที่พ่อก้าว....


พื้นดินมันไม่ค่อยยุบเหมือนเก่า ...ก้าวของพ่อก็ไม่ตรง

เดี๋ยวเบี่ยงซ้าย เดี๋ยวเบี่ยงขวา


และที่สำคัญ มันช้าลงๆ ทุกที
...


รอยเท้าของพ่อ ไม่มั่นคง หนักแน่นเหมือนเมื่อก่อน


รอยเท้าของพ่อไม่ว่องไว กระฉับกระเฉงเหมือนเดิม


รอยเท้าของพ่อเปลี่ยนไป แต่ภายในรองเท้าคู่เดิม.......

คู่ที่พ่อใส่มาหลายสิบปี.....

พ่อคงเหนื่อย คงล้า เพราะทำงานหนักมาหลายสิบปี


แต่พ่อไม่เคยบ่นเหนื่อยให้ลูกได้ยิน
ทำอะไรเองได้ พ่อก็จะทำเอง


แบกโน้นยกนี่ เดินไปไหนมาไหนเอง


จะไปไหนก็พยายามไปเอง (ถ้าวันไหนแม่ไม่ขับให้)


กลัวลูกจะลำบาก ไม่อยากให้ลูกเสียงาน


ที่ต้องคอยพาพ่อไปโน่นนี่ ......


แต่พ่อก็หนีธรรมดาของโลกไปไม่ได้หรอก......


มันโชว์ผ่านมาทางรอยเท้าพ่อ ..แทนคำพูด

แทนความหนักเอาเบาสู้มาทั้งชีวิต

ตลอดมา .......


เวลาเดินตามพ่อขึ้นบันได จะเดิมตามข้างหลังพ่อ


กันพ่อเผื่อพ่อหงายหลัง

ลูกจะได้คอยจับไว้ทัน.....


เวลาลงบันได ลูกก็จะเดินนำหน้าพ่อ คอยกันเผื่อพ่อหกล้ม


หัวคะมำขึ้นมา ลูกจะได้กันไว้ได้ก่อน...


เวลาเดินไปด้วยกัน ลูกก็จะพยุงพ่อเอาไว้ไม่ข้างใดก็ข้างนึง...


กลัวพ่อจะสะดุดโน้นนี่ล้ม...
.
แต่ที่ทำเท่านี้....มันยังไม่พอเลย....


ยังไม่พอเลยสักนิด เมื่อได้เฝ้าสังเกตรอยเท้าของพ่อในวันนี้.....


และนี่คือเหตุผลว่าทำไม...

ความเจ็บจึงสะท้อนเข้าไปถึงหัวใจของฉัน

รอยเท้าของพ่อ....ในรองเท้าคู่เดิม........

........ของ.....พ่อของฉัน

ปล. ช้าไปหน่อยที่จะเขียนถึงพ่อ เพราะพึ่งว่างที่จะเขียน

แต่ช้าไปก็ดีกว่าไม่เลยมิใช่หรือ





ชีวิตนี้พ่อก็ให้ หัวใจพ่อก็สร้าง
ทางเดินพ่อทอดวาง เพียงหวังลูกได้ดี
เหนื่อยหนักมามากล้น สู้ทนไม่หน่ายหนี
เหงื่อทุกหยดที่พ่อมี แทนรักทบ ทวี จากหัวใจ

วันนี้ลูกได้ดี เพราะรักมากมีที่พ่อให้
รักโดยไม่หวังสิ่งใด อุ่นหวาน.ปานใด..ใจรู้ดี
วันนี้ หากหยุดเวลาได้ จะบอกรักไปให้มากกว่านี้
จะตอบแทนทุกความห่วงใย ทุกความหวังดี

......จะเป็นคนที่ดี ให้พ่อภูมิใจ.....


รักพ่อค่ะ
ขวัญ





Create Date : 24 เมษายน 2551
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 18:01:30 น.
Counter : 681 Pageviews.

1 comments
ถนนสายนี้ ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 290 "ตัวละครที่น่ารังเกียจ" ทนายอ้วน
(19 พ.ย. 2564 11:44:34 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ  หลักกิโลเมตรที่ 290-ตัวละครที่น่ารังเกียจ ตะลีกีปัส
(19 พ.ย. 2564 12:20:59 น.)
: ความสำเร็จและโอกาส : กะว่าก๋า
(18 พ.ย. 2564 05:52:04 น.)
17 พย 64 ดอกปีบ - บ้านเกิดเมืองนอน mcayenne94
(17 พ.ย. 2564 19:53:52 น.)
  
แต่เราก็สร้างใจเราต่อให้พ่อเห็น นะขอรับ

โดย: คนสาธารณะ วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:13:15:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Voiceofangel.BlogGang.com

toyor
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]

บทความทั้งหมด