Saving money or Value investor
วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันออมแห่งชาติ” เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการออม รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการออมเงิน
......

เมือห้าเดือนก่อน ผมเข้ามาอบรมความรู้พื้นฐานที่ชื่อว่า technical analysis บังเอิญผมไปแต่เช้า เลยได้เจอวิทยากรที่มาสอนก่อนคนอื่นๆ ผมเลยตรงดิ่งเข้าไปแนะนำตัวเองแล้วก็บอกกับวิทยากรว่า ผมเพิ่งสมัครเข้ามา ยังไม่รู้จักอะไรทั้งสิ้น แม้แต่ตัวย่อของหุ้นต่างๆ ผมก็ยังไม่รู้จัก
คำถามแรกที่ผมโดนถาม คือ...

มีเป้าหมายอะไรในการเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์นี้

แน่นอน ก่อนตอบ ผมคิดในใจว่า วิทยากรคงต้องการคำตอบ ว่า อยากรวย อยากมีกำไร อยากได้เงินมากขึ้น

ผมพวกหัวดื้อรัน เลยตอบไปว่า อย่างน้อยเกิดมา จะได้รู้ว่า เค้าเล่นหุ้นกันยังไง จะได้รู้ว่า อ้อ เค้าเล่นแบบนี้นี่เอง

วิทยากร ก็หัวเราะออกมา แล้วก็เลยพูดออกมา ว่า เออ ตอบแปลกดี
….

จริงๆแล้ว คำตอบนี้ ก็เหมือนมีส่วนถูกสำหรับผม..
เพราะเพื่อนพามาเดิน money Expo 2009 แล้วจู่ๆ มันก็ให้ผมลองสมัครโบรกแห่งนี้ ดู
ทั้งๆที่ตอนเข้ามาไม่ได้คิดไรเลย กะว่า จะมาหาความรู้ว่า LTF กับ RMF มันต่างกันยังไง !

สมัครไ ปแล้ว ยัง งง ๆ ว่า ตกลง ทำไมง่ายยังงี้ แค่นี้ ก็สามารถเล่นหุ้นได้แล้วเหรอ..
...


ผมว่าคำตอบ อยากได้เงินงอกเงยมากกว่าเดิม(ต้นทุน) น่าจะเป็นคำตอบที่ มีในใจทุกๆคนที่เข้ามาเทรดในตลาดหลักทรัพย์
ดังนั้น ผมก็เลยเดาต่อ ..(ต่อไปนี้คือ การเดาล้วนๆ ไม่มีสถิติใดๆทั้งสิ้น)

นักลงทุน ทุกคนต้องการกำไรงอกเงยจากเดิม (คงไม่มีใครอยากขาดทุน)
การกำไรที่เกิดนั้น บางคน ต้องการกำไรอย่างรวดเร็ว บางคนก็ต้องการกำไรช้าก็ได้ไม่รีบร้อน
คนที่ต้องการกำไรเร็วๆ ก็มีทั้งเล่นแบบพนัน หวังกำไรจากผลต่างของราคาที่ขึ้นๆลงๆในแต่ละวัน
หรือ เล่นแบบหวังว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งที่มีความรู้ทางเทคนิค หรือ ไม่มีพื้นฐานไรเลย
สรุปง่ายๆคือ นี่คือการลงทุนแบบเก็งกำไรระยะสั้น..
หรือยังมีอีกหลายๆคนที่เล่นรอบ เล่นตามข่าว เล่นตามกระแส เล่นสวนกระแส
หรือ เล่นตามแนววีไอ (ก็มีหลากหลายไอเดีย)

แต่ยังมีอีกประเภท ผมก็ยังไม่รู้ว่า ควรจัดอยู่ในกลุ่มไหน หรืออาจจะเป็นวีไอ หรือเปล่า

...


เพื่อ การออมเงิน ...

คำตอบนี้ กึ่งคล้ายๆไอเดียของ ดร.นิวเศน์ ที่บอกว่า จะไม่พยายามถือเงินสดในรูปของการออมที่ไม่ใช่หุ้น ...
จะปรับเปลี่ยนหุ้นตามพื้นฐานของบริษัท ..

เพียงแต่ ไอเดียนี้คือ เงินสด เก็บไว้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะสลากออมสิน LTF หรือเงินฝากประจำ และมีส่วนหนึ่ง ฝากในรูปของหุ้น โดย ซื้อไว้ เพื่อรอปันผล เท่านั้น...

ไม่มีการซื้อขาย .... ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไร ไม่ได้ติดตามหุ้นว่า มีผลประกอบการดีขึ้นหรือแย่ลงไหม (เพราะไม่ได้ศึกษาพื้นฐานหรือเทคนิคอะไรทั้งสิ้น )
ขออย่างเดียว ขอให้อยู่ใน set50 (หวังว่า อย่างนอ้ยก็มีการกลั่นกรองของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้วว่า ไม่เป็นบริษัทเลวร้ายนัก) มีปันผลที่มากกว่า การออมเงินประเภทอื่นๆ

ถือเก็บไว้ รอเสมือนได้ดอกเบี้ย ถือเป็นเงินเย็น อาจจะเก็บยาวๆถึงห้าหกปีสิบปี
จะขายต่อเมือ จำเป็นต้องใช้เงิน ก้อนนี้ ไม่ได้ดูเกี่ยวกับหุ้นทั้งสิ้น ว่า เพราะพื้นฐานแย่ลง พีอี สูงกว่าปกติ หรืออะไรทั้งสิ้น(เพราะไม่มีความรู้อะไรเลย) เหตุผลเดียวคือ อยากใช้เงินก้อนนี้ แล้ว

กลุ่มนี้ เค้าเรียกว่า วีไอ หรือเปล่า
หรือเป็นแค่
กลุ่มคนที่ เก็บเงินออม ไว้แค่นั้น ไม่ได้เป็นกลุ่มไหน
หรือ ใครมีคำศัพท์เฉพาะ ก็ช่วยมาเฉลยให้ฟังด้วย


....

หมายเหตุ...
นำเสนอ เพื่อให้หลายๆคนเข้ามาอ่าน ได้นึกถึงว่า
การลงทุน เสมือนการออมเงิน ไม่ใช่การพนันหรือการเก็งกำไร ก็ได้เช่นกัน

อยู่ที่เป้าหมายตัวเองว่า เราต้องการอะไรจากการเข้ามาเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งนี้
…



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 19:54:42 น.
Counter : 780 Pageviews.

3 comments
การลงทุนในทองคำ ผู้ชายในสายลมหนาว
(25 มิ.ย. 2563 15:41:31 น.)
สลาก (ไม่ใช่ฉลาก) ผู้ชายในสายลมหนาว
(22 มิ.ย. 2563 14:48:00 น.)
หุ้น SCC จะจ่ายปันผล 5.5 บาทต่อหุ้น (30 ก.ค. 63) jejeeppe
(30 ก.ค. 2563 10:28:10 น.)
สูงอายุ มาร์เก็ตเพลส (market place) ช่องทางใหม่สำหรับการสร้างรายได้ของผู้สูงอายุ นกสีเทา
(14 พ.ค. 2563 10:44:08 น.)
  
เขาเรียนว่าเป็น ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ครับ

โดย: *-* IP: 61.90.100.165 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:53:23 น.
  
หากเราลงทุนตามหลักการของ Value Investor แล้ว แม้จะซื้อหุ้นทิ้งไว้โดยไม่เหลียวแล ก็ยังนับว่าเป็นการออมอย่างชาญฉลาด เพราะหุ้นที่มีพื้นฐานการบริหารบริษัทที่ดีย่อมให้ผลเติบโตตามกาลเวลาเหมือนไม้ดีได้ปุ๋ยได้น้ำ

แต่การออมในหุ้นโดยไม่ลืมหูลืมตา ไม่พิกัดคัดกรองก่อนเก็บเข้าพอร์ตแถมยังไม่ติดตามอะไรเลย อันนี้ผมไม่แนะนำ ใครจะรู้ว่าบริษัทแข็งแกร่งอย่าง AIG,Enron,Citibank ฯลฯ จะประสบภาวะล้มเหลวทางการเงินจนกลายเป็นปัญหาของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ถ้าอีกห้าหกสิบปีหรือวันที่รีบร้อนใช้เงินไม่อยากหัวใจวายตายเพราะเงินสูญสลายไปหมดแล้วจงทำดังนี้ครับ
- ศึกษาแนวทาง VI ให้เข้าใจ
- คัดกรองหุ้นด้วยความรอบคอบ อย่าประนีประยอมกับงบการเงิน กุหลาบสวยมักมีหนามแหลมเสมอ
- ติดตามข่าวสารเป็นระยะตามสะดวก
ที่เหลือปล่อยให้โตไปตามกาลเวลา ทำได้อย่างนี้จึงเรียกว่า VI ที่แท้จริงครับ
โดย: mameepoko IP: 58.8.103.104 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:06:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำคับผม

จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้เทรดในลักษณะข้างต้นที่เขียนไว้นะคับ
เพียงแต่บังเอิญรู้จักหลายๆคน มีบางคนใช้การเทรดแบบนี้ มาหลายปี อาจจะเกินห้าปีได้
ผลกำไร อยู่ที่ปันผลเป็นหลัก
เห็นพี่บางคนแทบจะคืนทุนที่ซื้อไว้แล้วด้วยซ้ำ

ไปขอคำปรึกษา ก็เจอคำตอบแบบ งง ๆ คอื ไม่รู้ไรเกียวกับตลาดหลักทรัพย์ เลย บอกแค่ว่า เอ็งก็ซื้อไปเหอะ ตัวไหนดีๆ ก็ซื้อไว้

คนที่เทรดในระบบลักษณะนี้ มีข้อร่วมอย่างหนึงคือ
มีงานมีการที่ไม่มีเวลามาดูหรอกว่า หุ้นหรือตลาดเป็นอย่างไร จะรู้ต่อเมือ มีใบปันผลส่งมาที่บ้าน ถึงจะสนใจว่า หุ้นตัวเองราคาเป็นยังไง ไม่ได้สนใจอยากเข้ามาเทรดจริงๆจังๆไร ขอให้ได้ดอกมากินพอแล้ว (เดาว่าคิดเช่นนั้น) ไม่ได้ซื้อขายบ่อยๆ ซื้อครั้งเดียวทิ้งไว้เลย
แค่หาวิธีเก็บเงินวิธีอื่นๆ เท่านั้น

โดย: kunjoja IP: 125.24.83.24 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:36:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kunjoja.BlogGang.com

kunjoja
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด