critical mass
ใครเคยอ่าน ทฤษฎี ที่เรียกว่า

มวลวิกฤติ หรือ critical mass ไหม ....

ภาษาไทย เค้าบัญญัติไว้เข้ากับการละเล่นไทยว่า วิถี แห่งการกระดก

เนื่องด้วยนาย ฟิลิป บอลล์ ได้แต่งหนังสือหนึ่งไว้ชื่อว่า

How one thing leads to another ..



มีลิงฝูงหนึ่งสมมุติสักร้อยกว่าตัว อยู่ใกล้ลำธารน้ำ คนที่เลี้ยงลิงฝูงนี้จะเอากล้วยโยนลงบนดินทุกๆวัน ซึ่งลิงฝูงนี้จะหยิบกล้วยเอาเข้าปากกินเลย หรือไม่ก็ปัดเศษดินบ้าง
แต่วันหนึ่ง... มีลิงตัวหนึ่ง เกิดทำตัวนอกคอก เอากล้วยเดินไปลำธาร ล้างน้ำแล้วค่อยเอากล้วยเข้าปาก ตัวอื่นๆ ก็แปลกใจมองลิงตัวนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำตาม
ทุกๆวัน ลิงตัวนี้ก็ทำแบบนี้เสมอ จะมีบางวัน อาจจะมีลิงตัวอื่นทำเลียนแบบ แต่ก็ไม่ถึงสิบกว่าตัว บางตัวก็ทำไปวันนี้ อีกวันก็ไม่ได้เอากล้วยไปล้างที่ลำธาร สลับกันไปเช่นนี้เป็นสัปดาห์ แต่จำนวนก็มีมากขึ้นทีละน้อยๆ

จนมาวันหนึ่ง...

มีลิงเดินไปลำธารอยู่ประมาณหนึ่งมากกว่าทุกครั้งเล็กน้อย
และแล้ว ในไม่กี่นาทีก็เกิดปรากฏการณ์ ประหลาด ลิงทุกๆตัวในชุมชน ก็แห่เดินตามไปลำธาร ไปล้างกล้วยด้วยน้ำก่อนเอาเข้าปาก ...


เค้าได้สังเกตว่า การที่คนในสังคมหรือกลุ่มคนในสิ่งแวดล้อมหนึ่ง จะกระทำการใดๆ ตามกันนั้น
ไม่ใช่ว่า พอเห็นคนจำนวนเกินครึ่งแล้วจะทำตามเสมอไป ..

แต่มีจุดหนึ่ง อาจจะ 3/10 หรือ 4/10 หรือ แม้แต่ 6/10 แล้วแต่ปัจจัยเอื้อหนุนหรือ เรียกว่า trick บางอย่างเกิดขึ้นในสภาวะนั้น ทำให้เกิดกระแส การเลียนแบบ กัน ...

เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า

มวลวิกฤติ หรือ Critical mass นั่นเอง...


อ่านแล้ว คิดถึงอะไรบ้าง

……

ในจิตวิทยาการลงทุน มองเรื่องมวลวิกฤติ เป็นตัวนำพาให้มีการซื้อหุ้นจำนวนมากจนเกิดภาวะ กระทิง หรือ แม้แต่การเกิด Panic sell ที่เราเจอมาในช่วงเดือนนี้หลายหน ก็ใช้คำว่า มวลวิกฤติมาอธิบายการเกิดปรากฏการณ์นี้ได้เช่นกัน

รวมถึงการปั่นหุ้นขึ้นหรือลง ก็ใช้หลักการนี้เข้ามามีส่วนรวม

....

เรากำลังตกหลุมพรางของ จิตวิทยามวลวิกฤติ อยู่หรือไม่..

ถ้าคนไหน เข้าซื้อแล้ว ติดดอย หรือหุ้นหยุดวิ่งหรือวิ่งกลับทิศหลังเข้าซื้อ
ถ้าคนไหน ตกใจรีบคัทลอส เพราะเห็นหุ้นตกมามากจนถึงจุดหนึ่ง สุดท้ายราคาหุ้นก็ดีดตัวกลับเหนือราคาที่เราคัทลอสไว้ แล้วมานั่งเจ็บใจ ขาดทุนหนักกว่าที่ควรเป็น

ก็ให้รับรู้ไว้เลยว่า เรากำลังอยู่ในเกมส์ของคนที่ใช้มวลวิกฤติมาเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยา

……

มวลวิกฤติ นี้มันอยู่ในส่วนไหนของตลาดหุ้น..


สิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นการเข้าซื้อ หรือ การขายหุ้น นั้น แบ่งได้หลายระดับ(ยกตัวอย่าง)
-คนที่เล่นเดย์เทรดหรือ เล่นระยะสั้นมากๆ มักจะเข้าดู ticker ทั้งๆที่เราก็รู้ดีว่า รายใหญ่ หรือนักปั่นหุ้นจะทำให้ดูเหมือนว่า หุ้นวิ่งขึ้นโดยให้เหมือนมีจำนวนคนซื้อหุ้นและวอลุ่มมากๆ พอเราเห็นหุ้นที่เราเล็งหรือมองมีวอลุ่มมากๆ เข้าซื้อมา เราก็จะซื้อตามโดยไม่คิด ..
-คนที่เข้าเล่นระยะสั้นหรือกลาง ก็จะมองบิดกับออฟเฟอร์ และราคาที่วิ่งขึ้นหรือลง หรือแม้แต่ กราฟทางเทคนิคก็นำไปสู่มวลวิกฤติได้เช่นกัน
-มองภาพใหญ่ set index ตกถึงจุดหนึ่ง หรือ ขึ้นถึงจุดหนึ่ง ก็จะเกิด กระทิงในวันนั้น หรือ panic sell ในวันนั้น

....

จะเห็นว่า หลายๆส่วนหรือเกือบทุกส่วนของขบวนการเข้าซื้อหรือขายหุ้น มีหลุมพรางของ มวลวิกฤติมาเกี่ยวเสมอ....

ตอบตัวเองได้ไหมว่า ..

ที่เราเข้าซื้อหุ้น หรือ ขายหุ้น ไป เพราะว่า โดนกลไกทางจิตที่เรียกว่า มวลวิกฤติ หรือ
เรามีกลไกของเราเองในการเทรด...ไม่ได้ติดหลุมพรางนั้น ...



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 14:33:39 น.
Counter : 1368 Pageviews.

3 comments
大海 Dàhǎi ทะเลกว้าง Kavanich96
(19 ก.ค. 2563 18:34:05 น.)
สูงอายุ มาร์เก็ตเพลส (market place) ช่องทางใหม่สำหรับการสร้างรายได้ของผู้สูงอายุ นกสีเทา
(14 พ.ค. 2563 10:44:08 น.)
TIP Lady ประกันรถยนต์สำหรับผู้หญิง ที่เหนือกว่าประกันภัยชั้น 1 Rinsa Yoyolive
(5 พ.ค. 2563 16:14:16 น.)
ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน (ตอนที่ 1) อาจารย์สุวิมล
(24 มี.ค. 2563 22:40:41 น.)
  
สูตรชนะคู่ต่อสู้
โลภมากลาภหาย เสียเลือดไม่เสียชื่อ ทุกคนต้องเสียเลือด
ฆ่าคนไม่กระพริบตา ใจเหี้ยมอย่าใจอ่อน ใบหุ้นเหมือนใบมีด
ใครโดนมันเนื้อหลุดหาย มันเหมือนดาบสองคม รู้จักใช้ก็เป็นประโยชน์
เอาคมเข้าหามัน บุกเข้าไปบุกจึงจะชนะ นี่คือสูตรสำเร็จของผู้กำชัยชนะ
โดย: เกษม บางปะกอก IP: 58.64.112.182 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:19:56 น.
  
ขอบคุณ kunjoja มากครับ

จากทฤษฎีมวลวิกฤติที่ว่านี้ หากโยงมาถึงตลาดหุ้น ผมมองเห็นลักษณะอย่างหนึ่งในกราฟ ที่เราเรียกกันว่า Sideway หน่ะครับ

ขอนำมาดูกับตลาดหุ้นกับช่วงนี้เลยละกันนะครับ

เดือนพฤศจิกายนนี้ หากให้ผมเดาใจฝรั่ง ดูเหมือนพี่แกกำลังเล่น "ลิงนอกคอก" ตัวแรกนั้นนะครับ พี่แกทะยอยขายหุ้นออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นเดือนจนถึงเมื่อวานนี้ยอดขายสุทธิก็ตก 7,611 ลบ. ในขณะที่พี่กองก็เล่นบทลิงหัวเก่า เคยซื้อยังไงก็ยังซื้อยังงั้น ส่วนรายย่อยเราก็ผีเข้าผีออก บางวันซื้อบางวันขาย (แต่ก็ดูเหมือนอ่านทางขาด ขึ้นขาย-ลงซื้อ อ่ะว๊าวววว)

ประเด็นของผมก็คือ ตอนนี้พี่หรั่งทะยอยขายอกมาเรื่อยๆ พี่กองและรายย่อยก็ยังไม่รู้สึกคล้อยตาม ปล่อยหรั่งเล่นคนเดียว แต่...แต่พอถึงระยะหนึ่ง เกิดพี่กองขี้เกียจงัดข้อกับหรั่งแล้ว เทขายออกมาเท่าไหร่เท่ากัน ทีนี้หละผมว่า Critcal mass เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยอีกครั้งแน่นอน เหมือนที่เคยเกิดเมื่อกลางปีของปีที่แล้ว (2008)

ก็ภาวนาอย่าเพิ่งเกิดในเร็ววันนี้เลยนะครับ หลายคนยังกอดหุ้นอยู่ และอีกมากมายยังหวังว่าจะมี Double Top จากการไล่ซื้อของ LTF และการปิดบัญชี Window Dressing ไตรมาสสุดท้ายของปี

แต่...ทุกอย่างก็เป็นอนิจจัง ตรงตามกฏไตรลักษณ์ Whatever will be will be เรารายย่อยก็ต้องเตรียมรับสถานการณ์ ตามดู-ตามรู้-ตามเห็น แล้ว Take action ให้เหมาะสมกับเงื่อนไขและหน้าตักของแต่ละคนต่อไป

ขอให้โชคดีกันทุกๆ ค
ทั้งเจ้าของ Blog นี้-เพื่อนๆ-และรวมตัวกระมผด้วย ครับ
โดย: พ่อน้องมีมี่ วันที่: 17 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:10:22 น.
  
Critical mass คงหลีกเลี่ยงกันไม่พ้นแน่ๆถ้ายังอยู่ในตลาด มองอีกมุมหนึ่งคงต้องรู้จักดีลกับมัน ใช้ประโยชน์จากมันให้มากด้วยครับ

ขอบคุณบทความดีๆครับ :)
โดย: mod IP: 125.27.217.167 วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:23:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kunjoja.BlogGang.com

kunjoja
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด