My view : Treasury stock…มาพยายามเข้าใจกับหุ้นซื้อคืน
หมายเหตุ : ข้อมูลหลายๆส่วนคัดลอกมาและเป็นมุมมองของผู้เขียนร่วมประกอบด้วย

ด้วยความที่มีหุ้นในพอร์ทเกี่ยวข้องกับ หุ้นซื้อคืน (Treasury stock ) อยู่หลายตัวรวมถึงมีข่าวคราว ก็เลยมาคิดทบทวนดู การมีหุ้นซื้อคืน หรือการขายหุ้นซื้อคืนนั้นมีดีไม่ดีอย่างไรในมุมมองต่างๆ พอสังเข

ขอคัดลอก หลักการมาลงไว้คร่าวๆ ดังนี้ …


1.กรณีเหตุของการซื้อหุ้นคืน
มาตรา 66/1 บทบัญญัติตามมาตรา 66 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการที่บริษัทเป็นเจ้าของหุ้นของตนเองมิให้นำมาบังคับใช้ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งแก้ไขข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผล ซึ่งผู้ถือหุ้นเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม (2) บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน เมื่อบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกิน และการซื้อหุ้นคืนนั้นไม่เป็นเหตุให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน

หุ้นที่ซื้อคืนนั้นจะไม่นับเป็นองค์ประกอบในการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผลด้วย หุ้นที่ซื้อคืนตามวรรคหนึ่ง บริษัทต้องจำหน่ายออกไปภายในเวลาที่กำหนดในกฏกระทรวง ถ้าไม่จำหน่ายหรือจำหน่ายไม่หมดในเวลาที่กำหนด ให้บริษัทลดทุนที่ชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนส่วนที่จำหน่ายไม่ได้ การซื้อหุ้นตามวรรคหนึ่ง การจำหน่ายหุ้น และการตัดหุ้นตามวรรคสาม ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง

ประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการจำหน่ายและการตัดหุ้นที่ซื้อคืน กฏกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้บริษัทจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้ เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับตั้งแต่การซื้อหุ้นในแต่ละคราว และต้องจำหน่ายให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดในโครงการซื้อหุ้นคืน แต่ไม่เกิน 3 ปี การจำหน่ายหุ้น

มุมมองส่วนตัว : โดยทั่วไปเราจะเข้าใจว่า การซื้อหุ้นคืน เป็นเครื่องมือในการบริหารการเงินและการปรับโครงสร้างทางการเงิน กล่าวคือ เมื่อบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องทางการเงินสูง คือ มีเงินเพียงพอที่จะไปลงทุนในหุ้นบริษัทเอง เมื่อเห็นว่าหุ้นมีราคาต่ำเกินจริง และการลงทุนในหุ้นของบริษัทจะได้รับอัตราผลตอนแทนจาการลงทุนสูงกว่าลงทุนประเภทอื่น และผลของการซื้อหุ้นคืนกลับมาทำให้โครงสร้างทาการเงินเปลียนแปลงคือโดยแต่จะครั้งจะทำให้จำนวนหุ้นลดลง ทำให้ EPS เพิ่มขึ้น เป็นต้น
แต่การซื้อหุ้นคืนยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ที่เรียกว่า การแก้ไขปัญหาระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัท และการคงอำนาจการต่อรองของผู้บริหารในบริษัทได้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งสองกรณีหลัง นักลงทุนอาจจะไม่คอ่ยได้ยินหรือได้พบบ่อย อันเนื่องจากประเทศไทยยังเป็นการผ่องถ่ายอำนาจของเจ้าของบริษัทไปสู่ผู้ถือหุ้นไม่ได้เด็ดขาด เหมือนกับหลายๆประเทศ(หมายความว่า ผถห.ที่เป็นเจ้าของบริษัทดั้งเดิมยังกุมอำนาจของผถห.ที่มีสัดส่วนมากและมีอำนาจเด็ดขาด(มากน้อยแล้วแต่บริษัท)จนผถห.รายใหญ่อื่นๆไม่สามารถมาทดแทนเป็นเจ้าของบริษัทแทน)
ตัวอย่างกรณีการแก้ไขปัญหา เช่น การซื้อหุ้นคืนเข้าบริษัทจากนักลงทุนรายใหญ่หรือกองทุนเพื่อไม่ให้เกิดภาวะเรียกว่า take over กิจการ เป็นการรักษาอำนาจเดิมของเจ้าของบริษัท(และทำให้สัดส่วนของผถห. ของผบห.เพิ่มขึ้นมีอำนาจต่อรองมากขึ้นได้)



2.คุณสมบัติของบริษัทที่มีสิทธิ์ในการซื้อหุ้นคืนได้
1. มีกำไรสะสม โดยการซื้อหุ้นคืนจะทำได้ไม่เกินวงเงินสะสม และบริษัทควรกันกำไรสะสมไว้เป็นเงินสำรองเท่ากับจำนวนเงินที่ได้จ่ายซื้อหุ้นคืนจนกว่าจะมีการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้หมด หรือลดทุนชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นซื้อคืนที่จำหน่ายไม่หมด แล้วแต่กรณี
2. มีสภาพคล่องส่วนเกิน โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ภายใน 6 เดือน ข้างหน้าว่าถ้านำเงินมาซื้อหุ้นคืนแล้ว จะไม่กระทบกับการชำระหนี้ของบริษัท
3. ไม่ทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย ( Free Float) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (> 15% ของทุนชำระแล้ว และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 150 ราย)
ณ ปัจจุบัน บริษัทที่จะซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 10% ของทุนจดทะเบียน หลังจากที่คณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ มีมติ ก็ให้ใช้วิธีแจ้งกับผู้ถือหุ้นโดยใช้หนังสือเวียนแทนการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้ แต่เดิมต้องผ่านขั้นตอนที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาเร็วขึ้น และคาดว่าโครงการดังกล่าวน่าจะทำให้ราคาหุ้นสะท้อนภาพราคาที่แท้จริงได้มากขึ้น


3.ผลของการประกาศซื้อหุ้นคืนของบรัษัทจดทะเบียน

มีเอกสารเชิงวิจัยที่น่าสนใจ ขอยกมาคร่าวๆ …
การศึกษาผลกระทบการซื้อหุ้นคืนต่อผลตอบแทนที่ผิดปกติสะสมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดเอ็ม เอ ไอ
วารสารบริหารธุรกิจ นิด้า - เล่มที่ 5 พฤศจิกายน 2552

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดเอ็ม เอ ไอ มีการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2544 ด้วยวัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินในการรักษาระดับราคาหุ้น ดังนั้น การศึกษานี้เพื่อสำรวจการตอบสนองของตลาดที่มีต่อราคาหุ้นโดยศึกษาจากอัตราผลตอบแทนที่ผิดปกติและอัตราผลตอบแทนที่ผิดปกติสะสม ในช่วงประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน ช่วงดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนและในช่วงประกาศลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านอัตราส่วนทางการเงินก่อนและหลังการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
ผลการศึกษา พบว่ามีอัตราผลตอบแทนที่ผิดปกติเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน แต่ทั้งนี้ไม่เกิดอัตราผลตอบแทนที่ผิดปกติเมื่อมีการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน และผลการดำเนินงานของบริษัทที่ซื้อหุ้นคืนวัดโดยอัตราส่วนทางการเงิน ได้แก่ เงินปันผลต่อหุ้นมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีภายหลังการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งพบว่าราคาของหลักทรัพย์มีการปรับตัวในเชิงลบก่อนที่จะมีการประกาศลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทที่ไม่สามารถจำหน่ายหุ้นคืนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี

//journal.nida.ac.th/journal/index.php?option=com_content&view=article&id=1008%3A2010-04-08-01-53-09&catid=162%3A-5--2552&Itemid=95&lang=th


4.ผลกระทบจาการซื้อหุ้นคืน
ผลกระทบของการซื้อหุ้นคืนในแง่ผู้บริหาร
ข้อดี - ซื้อหุ้นคืนเพื่อชลอการจ่ายเงินปันผลและรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
- สะดวกแก่การชำระตามข้อผูกพัน เช่น เตรียมไว้เพื่อการแปลงสภาพ
- สามารถนำไปขายในตลาดเมื่อต้องการเงินทุน
- รักษาอำนาจการควบคุม
- เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุน

ข้อเสีย - เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อผู้ลงทุน เพราะอาจถูกมองว่าไม่มีโครงการลงทุนอื่นที่ดี จึงต้องซื้อหุ้นคืน
- หลีกเลี่ยงภาษี เพราะทำให้การจ่ายปันผลน้อยลง

ผลกระทบของการซื้อหุ้นคืนในแง่ผู้ถือหุ้น
ข้อดี - ราคาหุ้นจะสูงขึ้น ทำให้ได้กำไรจากการขายหุ้น ซึ่งเสียภาษีน้อยกว่าได้เงินปันผล
- ชลอการจ่ายภาษี เพราะเลือกได้ว่าจะขายหรือไม่
- ลดจำนวนหุ้นส่วนเกิน สามารถระบายหุ้นส่วนเกินความต้องการออกจากตลาด เพื่อรักษาสภาพราคาให้คงไว้

ข้อเสีย - ผลประโยชน์ด้ายภาษีในกรณีผู้ถือหุ้นมีรายได้น้อย การเสียภาษีในรูปเงินปันผลอาจให้ประโยชน์มากกว่าการขายหุ้นที่มี ราคาสูงขึ้นเพราะการซื้อหุ้นคืน
- ถ้าหุ้นที่หมุนเวียนมีน้อย เมื่อซื้อแล้วอาจมีผลให้ราคาหุ้นตกได้
- ความเสี่ยงสูง เพราะสัดส่วนของหนี้สินและทุนจะสูงขึ้น
…….

5.มุมมองเพิ่มสำหรับการซื้อหุ้นคืน
โดยสรุป
ให้มองก็คือการลงทุน ของบริษั่ท เพียงแต่เป็นการลงทุนที่ได้ประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมหลายต่อ ในแง่ของจิตวิทยา ก็จะมองว่าบริษัทมีสภาพคลอ่ง มีเงินสดเหลือเพียงพอที่จะนำเงินสดไปต่อยอดการลงทุนเพื่อให้เกิดผลตอบแทนใหม่ขึ้นมา ซึ่งอาจจะไปลงตราสารหนี้ หรือไปซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอื่นได้
แต่ถ้าบริษัทมองแล้ว นี่คือโอกาสในการซื้อหุ้นตัวเองในราคาที่ถูก และเล็งเห็นว่าบริษัทตัวเองจะเติบโตได้แน่ๆ ในอนาคต ก็สู้มาลงทุนในหุ้นตัวเองก็ได้เช่นกัน
แต่ท้ายสุด ถ้าบริษัทยังคงความมีสภาพคล่อง มีการเติบโตที่สูงไปอีก ก็สามารถตัดหุ้นซื้อคืนออกจากบริษัทได้เช่นกัน
และสามารถขายคืนให้กับตลาดหุ้นในกรณีเราต้องการเงินทุนจำนวนหนึ่ง ก็ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้ยืมเงินมา





Create Date : 06 สิงหาคม 2554
Last Update : 6 สิงหาคม 2554 12:27:41 น.
Counter : 11027 Pageviews.

4 comments
์No. 917 เหมืองทองคำ ให้อะไร... กับคนไทยบ้าง...? ไวน์กับสายน้ำ
(14 ก.ย. 2563 05:57:35 น.)
大海 Dàhǎi ทะเลกว้าง Kavanich96
(19 ก.ค. 2563 18:34:05 น.)
ตอนที่ 4 มาลุ้นกันหน่อย Lease รถแล้วเอาเงินไปซื้อหุ้น ใครจะดีกว่ากัน เวลาสามปี newyorknurse
(26 มิ.ย. 2563 01:08:18 น.)
จุฬาฯ ชวนเสวนาออนไลน์ ฟรี! “จุฬาฯ ธุรกิจพิชิตโควิด-19” หัวข้อ “Digital ยาพิชิตโควิด SME” DigitalMarketing
(8 พ.ค. 2563 11:43:09 น.)
  
สวัสดีค่ะ มือใหม่ยังไม่มีค่อยความรู้เลย ขอรบกวนถามเรื่องการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนค่ะ KCE ประกาศจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน วันที่ 9-21 สค.54 KCE ซื้อหุ้นคืนมาที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 8.30 บาท แต่ตอนนี้ ราคาKCE ร่วงมาที่ 6.80 บาท แล้วอย่างนี้บริษัทจะต้องขาดทุนจากการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนหรือคะ แล้วโดยทั่วไปแล้วการประกาศจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนจะมีผลอย่างไรต่อราคาหุ้น
ขอบคุณค่ะ
โดย: kaset IP: 110.49.240.8 วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:16:22:41 น.
  
ขอเขียนรวมๆในกรณี การขายหุ้นซื้อคืน นะครับ
โดยปกติ บริษัทที่จะขายหุ้นซื้อคืน คงย่อมมีเหตุผลในตัว อาทิเช่น การจำหน่ายหุ้นซื้อคืนในกรณีที่มีความเป็นไปได้ที่สลับกับตอนที่ซื้อหุ้นคืน ความหมายก็คือ สภาพคล่องหายไปเงินสดร่อยหรอ จำเป็นต้องมีเงินสดมาใช้แต่ไม่อยากกู้เงิน เป็นต้น
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป
มีหลายๆกรณี ที่มีสภาพบริษัทที่กำลังเติบโตมากขึ้น มีเงินสดในมือพอสมควร แต่ต้องการขยายกิจการ และอยากได้เงินทุนโดยไม่ต้องกู้เงิน ก็จำหน่ายหุ้นซื้อคืนมาเพื่อใช้ในการซื้อสินทรัพย์เข้ามาในบริษัทได้เช่นกัน
อีกเหตุผลหนึ่่งคือ สภาพคล่องในตลาด ค่อนข้างน้อย ผบห มีแผนจะใช้เงินมากขึ้นในอนาคต ก็ถือโอกาสจำหน่ายหุ้น

บางกรณี อาจจะเป็นในลักษณะ ต้องการตัดจำหน่ายหุ้นซื้อคืน แต่ไม่ได้ตอ้งการขายหุ้นจริงๆ ดังนั้นท้่ายสุด บริษัทก็ไม่ได้จำหน่ายหุ้นออกมาก็เป็นไปได

ในกรณีบริษัท kce ไม่ได้ติดตาม เลยไม่ทราบทีมาที่ไป
จุดที่อาจจะไปต่อยอดหาข้อมูลเพิ่มก็คือ
- เหตุผลของการจำหน่ายหุ้นซื้อคืน คืออะไร
-ตอนซื้อหุ้นคืนเมื่อไร หลังจากซื้อหุ้นมาแล้วมีการแตกพาร์หรือไม่ ซึ่งราคาซื้ออาจจะคุ้มกับที่ผ่านมา
- หลังการซื้อหุ้นคืนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งมานานแค่ไหน อย่าลืมว่า หุ้นซื้อคืนไม่มีการเสียภาษีของปันผลที่ให้กับผถห. ดังนั้น ภาษีที่ควรเสีย ก็ไม่ได้เสีย ดังนั้นจึงมองว่า การขายราคาที่ต่ำกว่าทุนที่ซื้อก็ไม่ถึงกับเสียเปรียบมากนัก ยกเว้นจะซื้อและขายหุ้นในระยะเวลาที่สั้นมากเกินไป
- บางทีการกำหนดเวลาขายหุ้นซื้อคืน ก็ไม่ได้แปลว่า จะต้องขาย สุดท้าย ถ้าผบห พิจารณาแล้ว่ว่า ขายออกมาไม่คุ้มกับเหตุผลที่จะอยากขาย ท้ายสุดก็อาจจะไม่ได้ขายก็ได้ครับ

นึกได้คร่าวๆเท่านี้ ไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหนครับ
โดย: kunjoja IP: 223.204.33.225 วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:17:38:10 น.
  
ส่วนราคาหุ้นในระหว่างการขายหุ้นซื้อคืนนั้น
ทาง ตลท. ,มีกฎเกณฑ์วางไว้ เพื่อไม่ให้
การขายหุ้นซื้อคืน ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในตลาดมากเกินไป
...
โดย: kunjoja IP: 223.204.33.225 วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:17:46:53 น.
  
ขอบคุณมากค่ะ
โดย: kaset IP: 110.49.242.90 วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:13:12:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Kunjoja.BlogGang.com

kunjoja
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด