Photobucket - Video and Image Hosting

ยินดีต้อนรับจ้า ทั้งผู้ที่แวะมาด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ ^o^ ใครเข้ามาเป็นครั้งแรก อย่าลืมไปอ่านระเบียบข้อบังคับการใช้บล็อคด้วยน้า ส่วนเพื่อน ๆ ในหมวดของ Game Zone อย่าลืมอ่านประกาศด้านขวามือด้วยนะคะ ขอให้สนุกกันนะเจ้าคะ ^o^

~~ ตอนนี้ CSI ทั้งสามภาคจบเรียบร้อยแล้วนะคะ ~~ สำหรับเพื่อน ๆ ที่รอเกมส์โซนกันอยู่ ขอเวลาหน่อยค่ะ เพราะตอนนี้ถึงเวลาของเกมส์โซนกันบ้างแล้ว ~~
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
ตอนที่ 26.2




ตอนที่ 26 เดท


ภาคที่ 3

สุนัขสีดำตัวใหญ่เดินไปตามถนนที่คราคร่ำไปด้วยบรรดานักเรียนจากฮอกวอตส์ที่พากันเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน สองมือของเด็กเหล่านั้นเต็มไปด้วยขนมและของเล่นที่จะทำให้พวกเขาอยู่ไปได้จนถึงการมาฮอกมี้ดในคราวหน้า
สุนัขสีดำตัวใหญ่ถอนใจออกมาอย่างมีความสุข แม้ว่าเขาจะไม่ได้ถูกขังอยู่ในอัซคาบันแล้วแต่การถูกจำกัดบริเวณให้อยู่ในบ้านที่เขาฝังใจเกลียดมาแต่เด็กนั้นก็นับว่าทารุณกับจิตใจพอสมควร แม้จะเสี่ยงกับการถูกจับได้ในฮอกมี้ดแต่มันก็นับว่าคุ้มที่จะเสี่ยงถ้าเขาได้เจอกับคนที่ตั้งใจไว้

สุนัขสีดำตัวใหญ่เดินไปเรื่อย ๆ 2 ตาจับจ้องมองกลุ่มคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอย่างระมัดระวัง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาวิ่งหนีแทบไม่ทันเมื่อเห็นน้องเล็กของบ้านวีสลีย์เดินมาแต่ไกล ถ้างานนี้มอลลี่หรือคนอื่นรู้เข้าล่ะก็ว่าเขาแอบออกจากบ้านมา เขาคงอยู่อย่างไม่สงบสุขไปอีกนานทีเดียว!!!

หลังจากเดินอยู่นับชั่วโมงจนเริ่มท้อ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาแต่ไกล ในขณะที่คนอื่น ๆ (ยกเว้นเด็ก ๆ) ต่างอยู่ในชุดเสื้อคลุมตัวยาว เธอกลับแต่งกายง่าย ๆ เพียงเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนส์เท่านั้น เสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีแดงสดขับให้ผิวเธอดูผุดผ่องมากยิ่งขึ้น ผมสีดำยาวสลวยถูกรวบขึ้นสูงเผยให้เห็นใบหน้าที่เคยดุนั้นแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ดวงตากวาดมองไปยังเด็ก เหมือนกับว่าการที่เด็ก ๆ มีความสุขนั้นก็ทำให้เธอมีความสุขขึ้นมาด้วย
หัวใจที่เฉยชาสั่นไหวขึ้นมาทันที นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้พบเธอ แม้เวลาจะผ่านมานับเกือบ 20 ปี แต่เพียงแค่แวบเดียวที่เห็น ดวงใจทั้งดวงก็เหมือนกับถูกกระตุกอย่างแรง ความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับเธอก็ย้อนกลับมาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ “ชั้นไม่เคยลืมเธอได้เลย” ซิเรียสพึมพำกับตัวเอง ดวงตาจับจ้องร่างบางที่เดินตรงเข้ามาอย่างอ่อนโยน “แล้วเธอล่ะ จะยังคงนึกถึงชั้นเหมือนอย่างที่ชั้นนึกถึงเธอหรือเปล่าจูเลีย”


****************************************


เสียงหัวเราะที่ได้ยินตลอดทางเดินทำให้จูเลียน่าที่แม้จะรู้สึกเศร้าเล็กน้อยอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ นี่ล่ะมั้งที่เขาบอกว่าความสุขเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่...ใหญ่พอที่จะละลายความทุกข์ของเธอได้ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่การที่ได้เห็นคนอื่นมีความสุขในขณะที่ตัวเธอไม่ได้มีความสุขด้วยนั้นมันก่อให้เกิดความรู้สึกเล็ก ๆ ขึ้นในใจเธอ
น่าอิจฉาเด็กพวกนี้ที่ไม่มีความทุกข์เหมือนกับเธอ จูเลียน่าถอนใจ เธอยังคงเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย จากเส้นทางที่มีคนเดินพลุกพล่านเหลือเพียงถนนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน
ขาที่ก้าวเดินเริ่มช้าและเบาลง ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกเธอว่าเธอกำลังถูกตาม จูเลียน่าทำทีเป็นมองไปตามร้านค้า แต่เธอก็เห็นเพียงพ่อมดแม่มด 2 – 3 คนที่กำลังเดินออกมาจากร้านแล้วเดินไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับเธอ จูเลียน่าเดินต่อไปแล้วรีบเลี้ยวเข้าไปในซอยแรกที่พบทันที


****************************************


สุนัขสีดำตัวใหญ่พยายามมองหาร่างบางของศาสตรจารย์สาวอย่างร้อนรน เขาเดินตามเธอมานานนับชั่วโมง จนกระทั่งมาคลาดสายตาเมื่อมีพ่อมดแม่มดกลุ่มหนึ่งที่เดินออกมาจากร้านค้าบังเธอออกจากสายตาเขาจนมิด มารู้อีกทีเธอก็หายไปแล้ว สุนัขสีดำตัวใหญ่วิ่งวนไปมา เขาพยายามมองว่าหญิงสาวเดินเข้าไปในร้านไหนหรือไม่ แต่ก็ไม่มีแม้แต่เงาของเธอ เขายืนคอตกด้วยความสิ้นหวังแล้วก็เดินเลี้ยวเข้าไปในซอยที่มืดสลัวซอยหนึ่ง


****************************************


จูเลียน่าเพ่งมองร่างที่เดินเข้ามาในซอยอย่างเงียบ ๆ ‘หมอนี่เป็นแอนนิเมจัสนี่เอง มิน่าถึงมองหาไม่เจอ’ เธอบอกกับตัวเองเมื่อเห็นว่าทันทีที่พ้นแสงสว่างสุนัขสีดำตัวใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นชายร่างสูงเดินตรงมาทางเธอ เธอยืนนิ่งอยู่ในเงามืด กำไม้กายสิทธิ์ที่อยู่ในมือแน่นอย่างรอคอย


****************************************


แรงกดที่ต้นคอทำให้ซิเรียสถึงกับตัวแข็ง เขาเหลือบมองไม้กายสิทธิ์ที่กดอยู่อย่างระวัง นึกโกรธตัวเองที่มัวแต่เอาแต่ใจจนไม่ทันระวังตัว ‘งานนี้โดนขังลืมแน่ตู’ เขาอยากจะหันไปมองเจ้าของไม้กายสิทธิ์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่พอขยับตัวอีกฝ่ายก็กดไม้แรงกว่าเดิม แม้ภายในซอยนั้นจะมืดแต่ซิเรียสมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องมองเห็นเขา ไม่อย่างนั้นจะเอาไม้กายสิทธิ์มาจี้เขาได้อย่างเหมาะเจาะได้ยังไง
ซิเรียสชูมือทั้ง 2 ข้างขึ้นอย่างช้า ๆ เป็นการบอกว่าเขามาตัวเปล่า ไม่มีอาวุธอะไร เนื่องจากว่ามารยาทของพ่อมดที่ดีจะไม่ทำร้ายพ่อมดที่ไม่มีอาวุธหรือไม่คิดที่จะต่อสู้ เขาค่อนข้างที่จะแน่ใจว่าถ้าทำอย่างนี้แล้วจะไม่โดนทำร้าย แต่นั่นต้องหมายความว่าไอ้หมอนั่นเป็นพ่อมดที่ดีนะ!!


****************************************


จูเลียน่ามองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วขมวดคิ้ว ไม่มีอาวุธ? ไม่ต้องการสู้? แล้วตามเธอมาทำไมกัน? “แกเป็นใคร? ต้องการอะไร?” ซิเรียสอึ้ง ความรู้สึกสิ้นหวังหายวับไปทันที “ถ้าแกไม่บอกว่าตามชั้นมาทำไม ชั้นจะฆ่าแกซะ!!!”
“เธอจะใจร้ายกับชั้นอย่างนั้นเชียวเหรอ” เขาถามอย่างอ่อนโยน “เธอจะลงมือฆ่าชั้นได้ลงคอเชียวเหรอจูเลีย”

จูเลียน่าสะดุ้งเฮือกทันทีที่ได้ยิน ‘ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้’ แม้สมองจะสั่งให้ปฏิเสธแต่สิ่งที่ใจคิดนั้น... ‘ใช่สิ ทำไมจะไม่ใช่...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีชั้นก็ไม่เคยลืม’ มือที่ถือไม้กายสิทธิ์สั่นระริกจนอีกฝ่ายรู้สึก ซิเรียสยืนนิ่งรอว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่จูเลียน่าก็ยังคงยืนอยู่ท่านั้นไม่ยอมขยับเขยื้อน ซิเรียสจึงหันมาเผชิญหน้าหญิงสาวอย่างช้า ๆ

แม้จะคอยบอกตัวเองให้ทำใจด้วยว่าไม่อาจจะมีครอบครัวได้อย่างที่เคยฝันเอาไว้ แม้จะคอยบอกตัวเองให้ทำใจนับแต่ได้รู้ว่าเธอเลือกที่จะหันหลังให้กับครอบครัวและชีวิตเดิมเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสักวันหนึ่งจะต้องมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง...ด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

“สวัสดีจูเลีย” เขาทักอย่างอ่อนโยนกับหญิงสาวที่ยังคงชี้ไม้กายสิทธิ์ค้างมายังเขา ดวงตาเธอเบิกกว้างเหมือนไม่เชื่อว่าจะพบเขา ซิเรียสคอยระวังท่าทีของเธอ จริงอยู่ว่าเขา ‘เคย’ เป็นคู่หมั้นของเธอ และเขายังคงมีใจให้กับเธอไม่เคยเปลี่ยน แต่เธอล่ะ ระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี เขาไม่รู้ว่าเธอเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน ยังคง ‘รู้สึก’ เหมือนที่เขารู้สึกกับเธอหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขามีคดีติดตัวอยู่ในขณะนี้

เธอกวาดตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แม้จะได้ยินเสียง แม้จะได้เห็นลักษณะท่าทางอันคุ้นตาแค่เพียงเลือนลาง แต่เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเขา มือที่ทำท่าจะลดไม้กายสิทธิ์ลงถูกตวัดขึ้นมาอีกครั้ง “ลูมอส...น๊อกซ์!!!” ปลายไม้สว่างวาบขึ้นมาแล้วดับลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นแน่ใจว่าจำคนตรงหน้าได้ไม่ผิด จูเลียปล่อยทิ้งไม้กายสิทธิ์ลง สองขาก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ทันรู้ตัว

ซิเรียสทำท่าจะถอยหนีเมื่อเห็นไม้กายสิทธิ์ที่ถูกตวัดขึ้น เขารีบหลับตาทันทีเมื่อจู่ ๆ ก็มีแสงสว่างวาบออกมาจากไม้กายสิทธิ์ “อะ!!…” เขาอุทานออกมาเมื่อรู้สึกเหมือนถูกกระแทกและถูกอะไรบางอย่างรัดเอาอย่างแรง ซิเรียสลืมตาขึ้นแล้วยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่อเห็นร่างบางที่กอดรัดเขาไม่ยอมปล่อย

“ซิเรียส...ซิเรียส...” จูเลียน่าพร่ำเรียกชื่อเขาไม่ขาดปาก ซิเรียสโอบกอดเธอไว้อย่างอดใจไว้ไม่อยู่ จูเลียน่าเงยหน้าขึ้น แม้จะไม่มีเสียงสะอื้น แต่ดวงหน้ากลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ซิเรียสประคองดวงหน้าที่ประทับอยู่ในความทรงจำนั้นไว้อย่างอ่อนโยน “ชั้นนี่แย่จริง ๆ พอเจอกันก็ทำให้เธอร้องไห้อีกแล้ว” เขาเอ็ดตัวเองด้วยรอยยิ้มกว้าง
จูเลียน่าหัวเราะเสียงสั่น แล้วก็หลับตาพริ้มเมื่อซิเรียสก้มหน้าลงมาหาช้า ๆ จุมพิตที่เปลือกตาทั้ง 2 ข้างอย่างเบา ๆ ลิ้นร้อนรุ่มเช็ดรอยน้ำตาที่แก้มทั้ง 2 ข้างแล้วหยุดที่ริมฝีปากอวบอิ่ม จูบเธออย่างกระหายและหนักหน่วงตามความต้องการและโหยหาที่ซุกเงียบมาตลอด

ช่วงที่ถูกขังอยู่ในอัซคาบันนั้น นอกจากความมุ่งมั่นที่จะปกป้องและดูแลลูกชายเพียงคนเดียวของเพื่อนสนิทแล้วนั้น สิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวสติไม่ให้หลุดลอยออกไปก็คือความทรงจำของหญิงสาวตรงหน้า...ริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาเคยได้ลิ้มรสเพียงครั้งเดียวและภาพถ่ายที่เขาได้มาจากเพื่อนคนหนึ่งจากบ้านเรเวนคลอ (ซึ่งต้องหมดเงินไปหลายเหรียญทองทีเดียว)...ภาพถ่ายที่เขาเก็บไว้ไม่เคยห่างตัวเลยแม้แต่วินาทีเดียว...

เสียงพูดคุยที่ดังอยู่ไม่ไกลนักทำให้ทั้งสองต้องถอยห่างจากกันอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เมื่อเห็นเงาคนเดินผ่านที่ปากซอย ซิเรียสจึงดึงจูเลียน่าถอยเข้าไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว
จูเลียน่านึกถึงสถานการณ์ในตอนนี้ได้ เธอเงยหน้ากระซิบถามเขาอย่างเป็นกังวล “เธอมาทำอะไรแถวนี้ซิเรียส” แม้จะมองเห็นไม่ชัด (เพราะมันมืดกว่าเดิม) แต่เธอก็รู้สึกว่าเขากำลังยิ้ม
“ก็มาหาเธอไง”
“มาหาชั้น? ที่ฮอกมี้ดเนี่ยนะ เธอไม่รู้เหรอว่ามันอันตราย ถ้ามีคนจับเธอได้ล่ะก็....”
“ไม่มีใครจับชั้นได้หรอก” ซิเรียสขัด “ชั้นเป็นแอนนิเมจัสนะอย่าลืม ไม่มีใครสนใจสุนัขที่เดินไปมาหรอก” ถึงจะอย่างนั้นแต่เธอก็ยังกังวลใจอยู่ดี
“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี”
“อย่าคิดมากเลยน่าจูเลีย ยิ่งคิดมันก็ยิ่งไม่สบายใจ” เขาปลอบขณะชะโงกหน้าไปมองที่ปากซอย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงหันมาเอ่ยชวน “เราไปหาที่เงียบ ๆ คุยกันดีมั้ย มาแอบยืนคุยที่มืด ๆ อย่างนี้มันรู้สึกอึดอัดพิกล”


****************************************


เพราะปกติเพื่อนสาวจะแวะมาเยือนพร้อมรอยยิ้ม ดังนั้นเมื่อเห็นจูเลียน่าเดินเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรนทำให้บรินน์ต้องวางมือจากงานที่ทำทันที “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าจูเลียน่า” เธอถามอย่างห่วงใย
จูเลียน่าฝืนยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะซินดี้ เอ่อ...เธอช่วยหาโต๊ะที่เงียบ ๆ ผู้คนไม่พลุกพล่านให้ชั้นหน่อยได้มั้ย”
“ได้สิ” บรินน์รับคำทั้ง ๆ ที่ยังขมวดคิ้ว เธอมองไปด้านหลังเพื่อนก็เห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่นั่งกระดิกหางไปมา
“นั่น...เอ่อ...เขา...เอ่อ...มากับชั้นเอง” อ้อมแอ้มตอบ “เธอคงจะไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าชั้นจะพาเข้ามาข้างใน” แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่ถาม
“งั้นเธอไปนั่งทางโน้นละกัน...” ชี้ไปทางด้านในสุดของร้าน “...เดี๋ยวชั้นจะเอาขนมกับเครื่องดื่มไปให้” “ขอบใจจ๊ะ”


****************************************


สุนัขสีดำตัวใหญ่มองไปรอบ ๆ แล้วอดทึ่งในความช่างคิดของเจ้าของร้านไม่ได้ ในหมู่บ้านของพ่อมดแม่มดแท้ ๆ อย่างฮอกมี้ดแต่ก็กลับเปิดร้านที่ขายแต่ขนมและเครื่องดื่มแบบมักเกิ้ลซึ่งนั่นก็เรียกว่าแปลกแล้ว แต่การคิดถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าโดยการใช้กระจกเป็นกำแพงนั่นยิ่งแปลกเข้าไปอีก “นี่...ตามมาทางนี้สิ”
สุนัขสีดำตัวใหญ่เดินตามจูเลียน่าเข้าไปเมื่อไปถึงที่โต๊ะเขาก็กระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้ ถึงมันจะดูเป็นส่วนตัวก็เถอะ แต่การที่มีกระจกใสแจ๋วนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการนั่งอยู่ในร้านอื่นหรอก ทำไมไม่นั่งโต๊ะที่มีกระจกสีดำก็ไม่รู้!!!

ยังไม่ทันจะพูดอะไรกันบรินน์ก็ยกถาดใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยชุดน้ำชากับขนมมาให้
“โอ้โห!!…นี่มันทำไมเยอะขนาดนี้ล่ะซินดี้” จูเลียน่าอุทาน
“ก็เผื่อเธอกับ ‘เพื่อน’ จะหิวยังไงล่ะจะได้ไม่ต้องสั่งหลายรอบ” บรินน์พูดอย่างมีเลศนัยทำเอา 1 คนกับ 1 ตัวถึงกับสะดุ้ง “ชั้นไม่กวนแล้วล่ะจ๊ะ เชิญตามสบายละกัน”

พอลับหลังบรินน์จูเลียน่าก็กดปุ่มปิดกระจกแล้วเลือกวิวท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ เธอรินน้ำชาลงในแก้วแล้วเงยหน้าขึ้นจะเอ่ยถามชายหนุ่ม (ในร่างสุนัข) แต่ก็ต้องสะดุ้ง...
”ขอน้ำตาลก้อนเดียวก็พอ” ซิเรียสที่ตอนนี้กลับสู่สภาพเดิมแล้วบอก เขาเอาส้อมเขี่ยขนมหลากหลายชนิดที่วางเรียงอยู่ตรงหน้าอย่างสนใจ “ขนมนี่เพื่อนเธอทำเองเหรอ”
“ใช่” เธอตอบพร้อมกับวางแก้วน้ำชาลงตรงหน้า เขาเอ่ยขอบคุณเบา ๆ “เพื่อนเธอคนนี้อยู่บ้านเรเวนคลอใช่มั้ย ถ้าชั้นจำไม่ผิดเขาเป็นเพื่อนสนิทของเธอ” เขาจำได้ว่าสมัยที่เรียนที่ฮอกวอตส์นั้นมักจะเห็นจูเลียน่าไปไหนมาไหนคนเดียวอยู่บ่อย ๆ แต่ก็จะมีบางครั้งที่จะเห็นเด็กสาวอีกคนคอยวิ่งตามหรือพยายามที่จะเดินตามให้ทันเธออยู่บ่อย ๆ

“ซิ้นดี้เป็นเพื่อนคนเดียวที่ชั้นมี” จูเลียน่าเอ่ยเสียงเรียบ แววตาล่องลอยกลับไปในอดีต “การที่ชั้นได้เข้าไปอยู่ที่เรเวนคลอนั้นมีเด็กหลายคนไม่ยอมรับ มันจำเป็นด้วยเหรอว่าชั้นเป็น ‘สเนป’ แล้วต้องอยู่ ‘สลิธีริน’ “
“ก็เหมือนชั้นแหล่ะ ช่วงเทอมแรกเข้ากับใครไม่ได้เลย กริฟฟินดอร์ก็ทำเหมือนกับชั้นเป็นตัวเชื้อโรค น่าขยะแขยงจนไม่อยากเข้าใกล้ ส่วนสลิธีรินก็ว่าเป็นพวกนอกคอก...หักหลังพวกเดียวกัน” เขาใส่อารมณ์ด้วยการคนแก้วอย่างแรง
“แต่เธอก็ได้เพื่อนสนิทตั้งแต่ปีแรก” จูเลียน่าแย้ง “ในขณะที่ชั้นใช้เวลาเกือบ 5 ปีกว่าจะมีเพื่อนสักคนหนึ่ง”
ซิเรียสวางแก้วชาลง แล้วกุมมือเธออย่างอ่อนโยน “เล่าให้ชั้นฟังหน่อยสิ หลังจากที่เรียนจบแล้วเธอทำอะไรบ้าง”

“พอเรียนจบปุ๊บชั้นก็เดินทางออกจากอังกฤษทันทีโดยไม่แวะกลับไปที่บ้านก่อน สมบัติที่มีติดตัวก็มีเพียงข้าวของที่เอามาจากฮอกวอตส์เท่านั้น”
“เขาลือกันว่าเธอใช้ชีวิตอยู่แบบพวกมักเกิ้ล”
“ใช่ ชั้นเอาเงินไปแลกเป็นเงินปอนด์ทั้งหมด แล้วไปตั้งหลักปักฐานอยู่ทางเอเชีย ชั้นใช้เงินเก็บที่มีมาหาบ้านและส่งเสียให้ตัวเองเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยของมักเกิ้ล”
“เธอเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย!!!” ถามอย่างตกใจ
จูเลียน่ายิ้ม “ใช่!!…เพราะชั้นเลือกลงวิชามักเกิ้ลศึกษาก็เลยสนใจและอยากจะศึกษาจากพวกมักเกิ้ลโดยตรง พอไปปรึกษาเรื่องนี้กับศ.ดัมเบิ้ลดอร์ ศ.ดัมเบิ้ลดอร์ก็เลยหาหนังสือและข้อสอบเก่า ๆ ของพวกมักเกิ้ลมาให้ชั้นลองทำจนชำนาญ พอเรียนจบท่านก็ออกใบรับรองว่าชั้นเรียนจบระดับเกรด 12 ของพวกมักเกิ้ลให้ชั้นอีกด้วย”
“งั้นแสดงว่านอกจากดัมเบิ้ลดอร์แล้วก็ไม่มีใครรู้ถึงการตัดสินใจของเธอเลยสิ”
“ใช่”

“ระหว่างที่เตรียมตัวสอบนั้นมีจดหมายมาจากทางบ้านนับ 10 ฉบับ ถามว่าชั้นอยู่ที่ไหนทำไมถึงไม่ยอมกลับบ้าน แต่ชั้นก็ไม่เคยตอบกลับ จนกระทั่งผลสอบออกมาว่าชั้นสอบติดได้เข้าเรียนต่อแล้ว ชั้นถึงได้ตอบกลับไป”
“ชั้นขอเดาว่าทางบ้านเธอคนโกรธมาก”
“ยิ่งกว่าโกรธอีก พ่อแม่ชั้นส่งจดหมายมายื่นคำขาดให้ชั้นกลับบ้าน แต่ชั้นปฏิเสธกลับไป พวกท่านก็เลยตัดขาดชั้นออกจากชีวิตต้องจดหมายกัมปนาท” เธอยิ้มเสียงขื่น
“มันคงเป็นช่วงเวลาที่แย่มากสิกับการที่ต้องคอยปรับตัวให้เข้ากับพวกมักเกิ้ล”
“มันแย่สุด ๆ เชียวล่ะ ชั้นต้องระวัง...ไม่ใช้เวทมนตร์ต่อหน้าคนอื่น คอยควบคุมสมาธิให้ดี ๆ ต้องปรับความคิดให้เข้ากับพวกมักเกิ้ล ช่วงปีแรกนั้นชั้นแทบเอาตัวไม่รอดด้วยซ้ำ มีเรื่องมากมายประดังเข้ามา...แต่ก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร!!”

ซิเรียสนึกทึ่งในความสามารถของหญิงสาวตรงหน้า เขารู้ว่าเธอเป็นคนเก่ง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะใช้ชีวิตกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดินเพียงลำพังได้ “แต่เธอก็รอดมาได้”
“ใช่...แต่เธอรู้มั้ยว่าเทอมแรกที่ชั้นเรียนน่ะ ชั้นสอบไม่ผ่านแม้แต่วิชาเดียว!!!”
“ฮะ!!!”
“ก่อนหน้าที่ชั้นจะสอบเพียงแค่ 2 วัน อยู่ ๆ ก็มีข่าวใหญ่เกิดขึ้น…” เขามองหน้าเธออย่างสงสัย “ ‘แก๊สระเบิดกลางกรุงลอนดอน’ “

ซิเรียสชะงัก อย่าบอกนะว่า...”หลังจากที่พ่อกับแม่ตัดขาดจากชั้นแล้ว นอกจากซินดี้ก็ไม่เคยมีใครส่งจดหมายมาหาชั้นอีก แล้วจู่ๆ ในวันนั้นก็มีนกฮูกจากที่บ้านส่งหนังสือพิมพ์มาให้ชั้น มันมาจากเซเวอรัส มีโน้ตเพียงว่า ‘เธอต้องอ่าน’ ” ส้อมเขี่ยขนมไปอยู่ในจากไปมา “ในนั้นพาดหัวเรื่องที่ลอร์ดโวลเดอมอร์สิ้นอำนาจ ส่วนอีกข่าวที่ใหญ่ไม่แพ้กันก็เรื่อง...” วางส้อมที่อยู่ในมืออย่างแรง
“ตอนที่อ่านข่าวชั้นแทบช็อค ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะทำอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายเป็นเพื่อนของเธอ ‘เพื่อนสนิท’ เชียวนะซิเรียส!!!” น้ำเสียงสั่นเครือ บ่งบอกถึงความอัดอั้น...เจ็บปวด

“แล้วเธอเชื่อหรือเปล่าล่ะ” เขาถามเสียงเรียบ “ ‘เธอเชื่อ’ อย่างที่ ‘ทุกคนเชื่อ’ หรือเปล่า”
จูเลียน่าชะงัก เชื่อหรือเปล่างั้นเหรอ เธอเคยถามตัวเองอย่างนั้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เชื่อหรือเปล่าว่าคนคนนี้จะสามารถลงมือสังหารเพื่อนได้อย่างเลือดเย็น? เชื่อหรือเปล่าว่าเขา...คนที่พยายามหลีกเลี่ยงศาสตร์มืดทุกวิถีทาง จะเลือกที่จะเดินบนทางนั้น? เชื่อหรือเปล่าว่าเขาเป็นคนโหดร้ายอำมหิตเหมือนอย่างที่ทุกคนหวาดกลัว?

เธอมองอดีตคู่หมั้นอย่างพิจารณา สมัยเรียนที่ฮอกวอตส์นั้นเขาเป็นชายหนุ่มรูปงาม เป็นที่หมายปอง...เป็นชายในฝันของเด็กสาวหลาย ๆ คน จากวันนั้นจนวันนี้แม้เขาจะเปลี่ยนแปลงไปมาก ภายใต้ริ้วรอยหยาบกร้านที่เกิดจากความทุกข์ก็ยังคงมีชายหนุ่มรูปงามคนเดิมแอบแฝงอยู่
จะว่าไปแล้วถึงแม้พวกเขาจะเป็นคู่หมั้นกัน แต่ก็รู้จักกันน้อยมาก พูดคุยกันเพียงไม่ถึง 10 ครั้งเท่านั้น ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น แต่เธอ...เลือกที่เชื่อตามเสียงเรียกของหัวใจ “ถ้าชั้นเชื่อข่าวพวกนั้น ชั้นคงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอกซิเรียส” เธอยิ้มออกมา “ชั้นเชื่อเธอ!!”

อะไรก็ไม่สำคัญอีกแล้ว ซิเรียสบอกกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับจากคนอื่นหรือการพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งปวง เพราะสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดหลังจากเกิดเรื่องนั่นก็คือความเชื่อมั่นจากแฮร์รี่และจูเลียน่า คนสองคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต และตอนนี้ทั้งสองคนก็เลือกที่จะเชื่อเขา...เชื่อเพียงเขาเท่านั้น!!!

“เธอบอกชั้นหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“คือ...เจมส์กับลิลี่เลือกชั้นเป็นคนเก็บความลับของพวกเขาน่ะ แต่ชั้นคิดว่าไม่ว่ายังไงโวลเดอมอร์ก็คงจะตามล่าชั้นก่อนเพราะเห็นว่าชั้นเป็นเพื่อนสนิท ชั้นก็เลยขอให้เปลี่ยนเป็นปีเตอร์แทน แต่กลับกลายว่ามันนั่นแหล่ะที่เป็นคนทรยศ!!!” เขาพูดออกมาอย่างแค้นใจ เพื่อนที่คบกันมา...ไม่นึกเลยว่าจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้
“พอทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่มันคิด มันก็หนีเอาตัวรอด แต่พอหมดทางหนีมันก็ระเบิดตัวเองทำให้ชั้นกลายเป็นแพะรับบาป ในขณะที่มันเป็นผู้บริสุทธิ์”
“แล้วอย่างนี้จะทำยังไงเธอถึงจะพ้นผิดได้ล่ะซิเรียส ผู้ชายคนนั้นตายไปแล้วนี่”
“ยังหรอก..”
“อะไรนะ!!!”
“มันยังมีชีวิตอยู่ แต่ซ่อนอยู่กับโวลเดอมอร์ ถ้าจับตัวมันมาได้ชั้นก็จะพ้นผิด จะเป็นอิสระเหมือนเดิมอีกครั้ง”

รอยยิ้มอย่างมีความหวังและไม่ยอมแพ้ของซิเรียส แบล็คคนเดิมทำให้เธอรู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกเยอะ
“ว่าแต่ทำไมเธอถึงตัดสินใจกลับมาสอนที่ฮอกวอตส์ล่ะจูเลีย” นึกขึ้นมาได้ เพราะไม่คิดว่าเธอจะกลับมาอังกฤษอีก
“เธอจำวาเลอรี่ได้มั้ย”
ซิเรียสย่นคิ้ว วาเลอรี่...ยัยลูกพี่ลูกน้องตัวแสบน่ะเหรอ มีเหรอจะจำไม่ได้ “จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้”
“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าวาเลอรี่แต่งงานแล้ว” เขายักไหล่ เนื่องจากเขาเป็นที่รักน้อยมาก เขาก็เลยไม่ได้สนใจเรื่องของญาติพี่น้องมากนัก
“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าสามีของวาเลอรี่น่ะเป็นมักเกิ้ล!!”

เพล้ง!! ส้อมในมือตกโดยไม่รู้ตัว จูเลียน่ามองชายหนุ่มที่นั่งอ้าปากค้างแล้วหัวเราะคิก ไม่แปลกใจหรอกที่เขาจะไม่รู้เพราะว่าเรื่องเสื่อมเสียทำนองนี้ไม่มีตระกูลเลือดบริสุทธิ์ตระกูลไหนหรอกที่อยากให้คนนอกรู้ แม้จะคนในครอบครัวอย่างเขาก็ตาม
“วาเลอรี่มีลูกสาวคนหนึ่ง เธอเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ปีนี้และก็ยังเป็นลูกทูนหัวของชั้นด้วย”
“เธอก็เลยตัดสินใจมาสอนที่นี่” ถามเมื่อตั้งสติขึ้นมาได้
“ตอนแรกชั้นก็ลังเลเหมือนกัน เพราะว่าเมื่อออกมาแล้วชั้นก็ไม่อยากกลับเข้ามาอีก แต่ศ.ดัมเบิ้ลดอร์ขอร้อง...”
“ขอร้อง? ดัมเบิ้ลดอร์เนี่ยนะ”
“ใช่” เธอพยักหน้า “ท่านบอกว่าอยากจะให้ชั้นกลับมาสอนที่นี่ แต่พอถามก็ไม่ยอมบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร”
“ฮึ...คนอย่างดัมเบิ้ลดอร์น่ะเหรอ ถึงตายยังไงเขาก็ไม่ยอมพูดออกมาหรอก ถึงแม้จะไปคุกเข่าอ้อนวอนแทบตายก็เถอะ” เขาประชด
จูเลียน่าหัวเราะ วูบหนึ่งเธอเห็นหน้าของเด็กสาวจากบ้านกริฟฟินดอร์แว่บขึ้นมาในความคิด ความคล้ายคลึงของเด็กสาวคนนั้นกับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง...นั่นคือหนึ่งในเหตุผลหรือเปล่า?

“ฟังแต่เรื่องของชั้นน่าเบื่อออก เล่าเรื่องของเธอบ้างสิ”
“เรื่องของชั้น? ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าชั้นเวลาอยู่ในคุก 13 ปี”
“แล้วแฟนเธอล่ะ เป็นยังไงบ้าง” หญิงสาวถามเสียงแผ่ว “สบายดีหรือเปล่า”
ซิเรียสมองหน้าอีกฝ่าย แต่เธอก้มหน้าลงทำให้เขาไม่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรถึงได้ถามอย่างนี้ออกไป

“เราเลิกกันแล้วล่ะ…” เขาพูดเสียงเรียบ จูเลียน่าเบิกตากว้างอย่างตกใจ “...คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
“อ้าว...” เธอเริ่มงง
“ก็...อยู่ดี ๆ เขาก็หนีไปไม่เคยติดต่อมาอีก ชั้นก็เลยคิดว่าเราคงเลิกกันแล้ว”
“เขาหายไปนานหรือยัง”
“ก็...ก่อนชั้นเข้าคุกประมาณปีนึง”
จูเลียน่าทบทวนความจำ “งั้นเหรอ? แล้วเธอไม่เคยตามหาเขาเลยหรือ”
“เคย แต่มันเหมือนกับว่าเขาหายไปจากโลกนี้ แม้แต่จดหมายที่ส่งไปก็ยังถูกตีกลับ เหมือนเขาไม่อยากให้ชั้นเจอยังไงยังงั้นแหล่ะ” จูเลียน่าถอนใจ “เขาคงรู้มั้ง...ว่าคนที่ชั้นรักไม่ใช่เขา เขาถึงได้หนีไป” รักสามเส้า...ไม่เคยทำให้ใครมีความสุขได้จริง ๆ

“ชั้นเคยขอเขาแต่งงาน...” แม้จะรู้ว่าสักวันเขาต้องเป็นของหญิงอื่น แต่ใจทั้งดวงก็อดจะหายวูบไม่ได้ “แต่เขาไม่ยอมแต่ง เขาบอกว่า การแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ความรักที่ชั้นกับเขามีต่อกันต่างหากที่สำคัญ” เขามองหญิงสาวที่นั่งหน้าเศร้า “
เธอรู้ไหมชั้นวางแผนการแต่งงานเอาไว้ เพราะอยากทำให้เขาประหลาดใจ แต่แล้วอยู่ ๆ เขาก็หายไป...”
“ซิเรียส...”
“ชั้นพยายามหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงหนีไป แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้ ก็เลยคิดว่าบางทีตอนนี้เขาอาจจะมีความสุขอยู่กับคนที่เขารักและก็คนที่รักเขาอย่างแท้จริงแล้วก็ได้” เขากุมมือเธอเอาไว้ “แล้วเธอล่ะจูเลีย...ชั้นยังหวังจะได้มั้ยว่าสักวันหนึ่ง...สำหรับเธอแล้ว ชั้นจะได้เป็นคน ๆ นั้น”

จูเลียน่าก้มลงมองมือใหญ่ที่เกาะกุมมือเธอไว้ มือข้างนี้...ครั้งหนึ่งเคยโอบประคองเธอไว้อย่างอ่อนโยน มือข้างนี้...ครั้งหนึ่งเคยเช็ดหยาดน้ำตาในยามที่เธอเจ็บปวดจนสุดจะทน และมือข้างนี้นี่แหล่ะที่เธอเคยหวังในตลอดหลายปีที่ผ่านมาว่า สักวันหนึ่งที่เธอจะได้สัมผัสมันอีกครั้งเมื่อกลับมาสู่อังกฤษ แม้ไม่คิดฝันมาก่อนเลยว่าจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้มันก็เป็นไปแล้ว!!!

“เธอคิดว่าเพราะอะไรชั้นถึงเลือกที่จะเดินทางออกจากอังกฤษกันล่ะซิเรียส” เธอถามอย่างน้อยใจ “พอเรียนจบปุ๊บชั้นก็ต้องออกมาใช้ชีวิตนอกฮอกวอตส์ มันก็ต้องมีสักวันหนึ่งล่ะที่ชั้นจะต้องได้เจอเธอกับมิสวีเบอร์ ชั้นต้องทนเห็นพวกเธออยู่ด้วยกันมาแล้วตั้ง 5 ปี แล้วยังต้องทนต่อไปอีกเหรอ ถ้าไม่เพราะว่ารักเธอมากชั้นคงไม่เลือกที่จะเดินทางไปซะไกลลิบขนาดนั้นหรอก ขนาดตอนที่ได้รับจดหมายเชิญจาก ศ. ดัมเบิ้ลดอร์ ชั้นเองก็ยังลังเลอยู่ตั้งนาน แต่เพราะว่าชั้นอยากรู้ข่าวของเธอชั้นก็เลยกลับมา” เธอสะบัดมือออก “แล้วยังมาถามชั้นด้วยคำถามงี่เง่าอย่างนั้นอีก!!!”
ซิเรียสยิ้มกว้าง ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยพูดว่า ‘รัก’ ออกมาตรง ๆ ได้แต่ ‘แสดง’ ให้อีกฝ่ายรู้ แต่คราวนี้แหล่ะ...
“อุ๊ย...นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ” จูเลียน่าอุทานเมื่อจู่ ๆ ซิเรียสก็ลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ เขาก้มลงจุมพิตมือเรียวบางทั้ง 2 ข้างหนัก ๆ แล้วดึงเข้ามาแนบอก
“ชั้นรักเธอนะจูเลีย” เขาเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล จูเลียน่าหน้าแดงระเรื่อ “ความรักที่ชั้นมีให้เธอไม่เคยจืดจางลงเลย มีแต่จะมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ” ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา “แต่งงานกับชั้นนะ”

จูเลียน่าสะอื้นออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่อยากจะเชื่อ...เขาขอเธอแต่งงาน!!! ความปิติท่วมท้นจนไม่อาจบรรยายออกมาได้ เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมาจนซิเรียสไม่สบายใจ
“เธอไม่อยากแต่งงานกับชั้นเหรอ? แต่ชั้นก็เข้าใจนะว่าไม่เหมาะ เพราะว่าชั้นมีคดีติดตัวอยู่ตอนนี้”
“...ไม่...ไม่ใช่...” เธอพยายามปฏิเสธแล้วโผเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น “ชั้น...ชั้นดีใจมากต่างหาก...”
เขาเริ่มยิ้มออก “งั้นหมายความว่าเธอจะแต่งงานกับชั้นใช่มั้ย” เธอรีบพยักหน้ารับทันที ซิเรียสหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างยินดี เขากอดเธอแน่น “ชั้นรักเธอนะจูเลีย...รักมาก...และไม่เคยรักใคร...อย่างที่ชั้นรักเธอเลย”

“อย่าพูดเป็นเล่นนะซิเรียส” จูเลียน่าเอ็ดเมื่อ ‘อดีตคู่หมั้น’ ที่ตอนนี้ขยับขึ้นมาเป็น ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ (ที่จะแต่งกันอีกเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้) ยืนยันว่าเขาสามารถลอบเข้าไปหาเธอในฮอกวอตส์ได้ “เธอจะลอบเข้าไปในฮอกวอตส์ได้ยังไงกัน เธอไม่มีทางทำได้หรอก”
“ทำได้สิ” เขายังคงยืนยัน “เธอไม่ต้องห่วงหรอกน่า ชั้นรู้วิธีเข้าไป แล้วก็ไม่มีใครจับได้ด้วย”
“เธอแน่ใจได้ยังไง”
“อ้าวววว...ก็ชั้นเคยทำมาก่อนนี่”
“อะไรนะ!!! เธอเคยลอบเข้าไปในฮอกวอตส์มาก่อนเหรอ” เธอร้องถามเสียงหลง
“ใช่...ขนาดดัมเบิ้ลดอร์ยังไม่รู้เลย” จูเลียน่าลังเล “นะ...ชั้นอยากเจอเธอบ่อย ๆ นี่” เขาอ้อน
เธอลังเลเพราะไม่อยากตามใจเขา การลอบเข้าไปในฮอกวอตส์เขาอาจจะว่าง่ายเพราะเคยทำมาแล้ว แต่หลังจากนั้นล่ะ คนมากมายจะไม่มีใครจับเขาได้เลยเหรอ!!
“โอเคนะ?” เขาพยายามระงับอาการดีใจเมื่อเห็นท่าทางลังเล แล้วก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเธอตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

จูเลียน่าก้มลงมองนาฬิกาแล้วได้แต่ถอนใจ “ไปกันเถอะ” เธอชวนชายหนุ่มที่นั่งหน้างอขึ้นมาทันทีที่เธอบอกว่าต้องกลับแล้ว
“เธอออกไปก่อนเถอะเดี๋ยวชั้นตามไป” เธอพยักหน้าแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์เพื่อไปชำระเงินและบอกลาบรินน์


****************************************


ซิเรียสพยายามระงับอาการหงุดหงิดและไม่สบายใจ เขาไม่อยากกลับไปที่ภาคี (หรือก็บ้านน่ะแหล่ะ) เลย ไม่รู้ว่านอกจากรีมัสแล้วจะมีคนอื่นรู้หรือยังเรื่องที่เขาแอบออกมา ไม่ใช่กลัวอะไรหรอก เพียงแต่รำคาญเท่านั้น ซิเรียสเปลี่ยนร่างกลับเป็นสุนัขสีดำตัวใหญ่ เขาเดินตรงไปยังหน้าร้านก็เห็นหญิงสาวยืนคุยอยู่กับใครบางคน เขามองไม่เห็นว่าเป็นใครจนกระทั่งสายตา 2 คู่สบกันเข้าอย่างจัง

‘ตายโหง!!!...เฮอร์ไมโอนี่!!! ซวยอะไรอย่างนี้ฟะ’ ซิเรียสคราง ต่างฝ่ายต่างตัวแข็งทื่อ เขาเห็นเฮอร์ไมโอนี่จ้องเขาตาไม่กระพริบ ริมฝีปากขยับไปมาแต่ก็ไม่มีเสียงหลุดรอดออกมา ซิเรียสออกวิ่งตรงไปที่ประตูเพื่อที่จะหนีแต่เฮอร์ไมโอนี่รีบก้าวมาขวางทางเอาไว้
“สนัฟเฟิลส์?...ให้ตายเหอะ ใช่จริง ๆ ด้วย!!!” เด็กสาวร้องเสียงลั่นจนซิเรียสนึกเคือง อยากจะเรียกให้คนทั้งร้านมารุมกันจับเขาหรือไงนะ ดูเหมือนว่าเด็กสาวเองก็จะคิดเหมือนกันเพราะเธอรีบยกมือขึ้นปิดปาก แต่ก็ช้าไปเพราะเสียงนั้นร้องเรียกให้เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์หันมามองทันที
“เกิดอะไรขึ้นเหรอเฮอร์ไมโอนี่”

ซิเรียสหันไปมองคนถามตาค้าง เจ้าหมอนั่นเรียกว่า ‘เฮอร์ไมโอนี่’ งั้นเหรอ หน้าตาอย่างนี้...สีผมอย่างนี้มีหรือเขาจะไม่รู้จัก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นายน้อยของตระกูลมัลฟอย...เดรโก มัลฟอย!!! ซิเรียสหันไปมองเด็กสาวที่ยืนหน้าเจื่อนอย่างกล่าวหา
‘นี่!! อย่าบอกนะว่าเธอมาเดทกับเจ้าเด็กนี่ รอนกับแฮร์รี่รู้หรือเปล่าฮะเฮอร์ไมโอนี่ว่าเธอมาเดทกับศัตรูของพวกเขา’ ตะโกนถามเด็กสาวเสียงดังลั่น แต่เพราะอยู่ในสภาพนี้เสียงที่ดังออกมาจึงกลางเป็น ‘โฮ่งๆๆๆๆๆ’ ชุดใหญ่
เฮอร์ไมโอนี่เชิดหน้าขึ้น แม้เธอจะไม่เข้าใจที่เขาพูดแต่ก็พอจะรู้ล่ะว่าพูดเรื่องอะไร “อย่ามาว่ากันนะ!!! ทีตัวเองล่ะทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ หนีออกมาได้ยังไง!!!” เธอเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
ซิเรียสเองก็นึกขึ้นได้ แต่เรื่องอะไรล่ะจะยอมรับผิด เขาหันไปมองมัลฟอยที่ยืนมองทะเลาะกันของคนกับหมาอย่างงง ๆ แล้วคำรามใส่เสียงดังลั่น


****************************************


มัลฟอยสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ ๆ สุนัขสีดำตัวใหญ่หันมาขู่คำรามใส่เขาและทำท่าเหมือนจะกัด เขาถอยหนีอย่างระแวง จะไม่ให้กลัวได้ยังไงล่ะ ถ้าตัวเล็กก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ตัวใหญ่เบ่อเริ่มถ้ายืนได้ก็คงสูงเกือบเท่าเขาล่ะ เอ๋?...ยืนได้งั้นเหรอ ดวงตาสีซีดหรี่ลงเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ‘เมื่อปีที่แล้วมีหมาตัวใหญ่ ๆ ยืนอยู่กับพอตเตอร์มันนี่หว่า‘ เขามองสุนัขสีดำตัวใหญ่อย่างพิจารณา ‘จะว่าไป...ไอ้ตัวนั้นมันก็เหมือนไอ้ตัวนี้ไม่มีผิดเลยแฮะ’ (ซิเรียสขู่ใส่หนักกว่าเดิมเมื่อเห็นเด็กหนุ่มมองเขาเหมือนท้าทาย จนไม่สนใจเสียงห้ามปรามของเฮอร์ไมโอนี่กับจูเลียน่า)

“ไอ้ตัวนี้มันหมาของพอตเตอร์ไม่ใช่เหรอเฮอร์ไมโอนี่” เธอหันมามองมัลฟอยอย่างตกใจ รู้ได้ยังไง?? “ถ้าจำไม่ผิด ชั้นว่าชั้นเห็นมันอยู่กับพอตเตอร์เมื่อตอนปีที่แล้วนี่ ใช่ไหม”
“ชะ...ใช่แล้ว นี่เป็นหมาของแฮร์รี่ เก่งนี่ที่จำได้” เอ่ยชมทั้งที่ใจไม่ดี คนอะไร...ผ่านมาตั้งปีแล้วยังจำได้อีก!!
ดวงตาสีซีดหรี่มองสุนัขตรงหน้าอย่างเกลียดชังสงสัยก็เพราะรู้ว่าใครเป็นนายของมัน ส่วนซิเรียสเองก็คำรามใส่เด็กหนุ่มไม่เลิกรา ยิ่งเห็นไอท่าทางยะโสเหมือนผู้เป็นพ่อแล้วยิ่งหงุดหงิด โว้ย!!!...เฮอร์ไมโอนี่เห็นว่ามันดีตรงไหนฟะถึงเลือกมันเป็นแฟน...อยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายเสียจริง!!

จูเลียน่ามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ เฮอร์ไมโอนี่กับซิเรียสรู้จักกันงั้นหรือ? แล้วทำไมเขาถึงไม่บอกเธอเลย เธอพยายามรั้งซิเรียสไว้ไม่ให้พุ่งเข้าหามัลฟอย เธอหันไปมองเฮอร์ไมโอนี่ที่รั้งแขนเด็กหนุ่มไว้พยายามชวนให้กลับโรงเรียน แต่ดูเหมือนมัลฟอยจะไม่สนใจ เธอเห็นขาข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มขยับไปมาเล็กน้อยเหมือนจะบอกซิเรียสว่า ‘ถ้าแกเข้ามาชั้นเตะแกกระเด็นแน่’
“นี่ไม่มีอะไรทำแล้วหรือไงถึงจะทะเลาะกันหมา” เฮอร์ไมโอนี่ร้องถามออกมาอย่างโมโหเมื่อเขาไม่ยอมกลับตามคำชวนของเธอ
“วันนี้ไม่ได้เตะเจ้าของก็ขอเตะหมามันสักทีก็ยังดี” เขาตอบกวน ๆ
“คนบ้า!!!”

“ขอโทษทีนะที่ต้องขัดจังหวะสักครู่” บรินน์เอ่ยขัดออกมาเสียงเรียบออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ แต่ก็ทำให้ทั้ง 4 ชะงักกึกทันที “ถ้าจะทะเลาะกันก็ออกไปทะเลาะข้างนอก เพราะว่าเสียงของพวกเธอจะทำให้ลูกค้าจะไม่กล้าเข้ามาในร้านชั้น เข้าใจมั้ย?”
“ขอโทษนะซินดี้”
“ขอโทษค่ะคุณคาลด์เวล” จูเลียน่ากับเฮอร์ไมโอนี่เอ่ยออกมาพร้อมกัน
“ไม่เป็นไรจ๊ะ”
“งั้นเราไปกันเถอะเดรโก”

จูเลียน่าหันไปเรียกเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังลากมัลฟอยออกจากร้าน “เอ่อ...เฮอร์ไมโอนี่จ๊ะ ครูขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย”
“ได้ค่ะ” ตอนแรกก็งงว่าเรื่องอะไร แต่พอเห็นจูเลียน่าหันไปมองซิเรียสเธอก็เข้าใจทันที คงอยากถามเรื่องของเธอกับซิเรียสล่ะสิท่า? แล้วหันไปทางมัลฟอยที่ยืนหน้าบึ้ง “เธอกลับไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวชั้นตามไป”
มัลฟอยตวัดสายตาขุ่นเคืองไปยังศ.สาวก่อนจะแสยะยิ้มให้สุนัขสีดำตัวใหญ่เป็นการส่งท้าย
“ถ้าอย่างนั้นครูว่าเราไปนั่งที่โต๊ะกันเถอะ”


****************************************


“ให้ตาย ชั้นไม่คิดมาก่อนเลยว่าเธอจะสิ้นคิดขนาดนี้เฮอร์ไมโอนี่!! ผู้ชายในโลกนี้มีที่หาดีไม่ได้แล้วหรือไงฮะ ถึงได้หันไปคบไอเด็กผีนั่นน่ะ!!!” ซิเรียสเปิดฉากใส่ทันทีที่พวกเขาอยู่กันตามลำพัง
“หนูก็ไม่เห็นว่าเขาไม่ดีตรงไหนนี่” เฮอร์ไมโอนี่เถียง “เขาออกจากน่ารัก แถมยังสุภาพแล้วก็ยังใจดีอีกด้วย”
“น่ารัก!! สุภาพ!! ใจดี!!!” ซิเรียสร้องเสียงหลง เขารู้สึกเหมือนจะคลั่งจนอย่างลงไปดิ้นกับพื้น!! “นี่เธอโดนไอหมอนี่ทำเสน่ห์ใส่หรือไงฮะเฮอร์ไมโอนี่!! ไม่มีทางที่คนอย่างมันจะเป็นอย่างที่เธอว่าได้หรอก!!!”

“แต่ตอนนี้เขาเป็นแบบนั้นนะซิเรียส” จูเลียน่าขัด “ตั้งแต่ที่ลูเชี่ยนตายไป เด็กคนนั้นเขาก็เปลี่ยนไป อาจจะไม่เปลี่ยนจนเป็นคนละคน แต่ก็ต้องบอกว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่งเลยล่ะ”
“นี่เธอกำลังเข้าข้างเด็กพวกนี้นะจูเลีย!!” ซิเรียสท้วง
“ชั้นไม่ได้เข้าข้างพวกเขานะซิเรียส” เธอทำน้ำเสียงเหมือนเบื่อหน่าย “ชั้นแค่พูดในสิ่งที่ชั้นเห็นเท่านั้น เด็กคนนั้นเมื่อก่อนอาจจะแย่ในสายตาของคนอื่น แต่ตอนนี้ศาสตรจารย์หลาย ๆ ท่านต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า ‘เขาเป็นเด็กดีขึ้น’ “ ซิเรียสทำหน้าหงิกในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มแป้นเพราะตอนนี้เธอชนะไปหนึ่งยกแล้ว

“แต่ไม่ว่ายังไงชั้นก็ยอมรับอยู่ดี” เขายังคงเถียง
“ ‘ห้าม’ คบกับไอหมอนั่นอีกนะเฮอร์ไมโอนี่”
“ไม่” เฮอร์ไมโอนี่ค้าน “ยังไงหนูก็จะไม่มีทางเลิกกับเขาเด็ดขาด คุณอย่ามาห้ามหนูเสียให้ยากเลย”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ ยังไงหนูก็จะไม่เลิกกับเขา...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
“เธอจะไม่มีทางมีความสุขได้เลยนะเฮอร์ไมโอนี่” ซิเรียสพยายามให้เหตุผล “ตราบใดที่เธอยังคบอยู่กับเขา ผู้ชายคนนั้นเขาจะไม่มีทางทำให้เธอมีความสุขได้หรอกเฮอร์ไมโอนี่ เขาเป็นใคร...แล้วเธอเป็นใครกันอย่าลืมสิ สิ่งที่เขาถูกสอนมาตั้งแต่เด็กคืออะไร แล้วเธอคิดว่าเขาจะโยนทิ้งสิ่งที่ถูกสอนไว้ข้างหลังแล้วมาใช้ชีวิตกับเธอได้ง่าย ๆ เหรอ เขาไม่มีทางทำได้หรอก” ซิเรียสย้ำอย่างหนักแน่น
“คนพวกนั้นไม่มีหัวใจหรอก แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาก็ต่างหวังผลประโยชน์จากคนรอบตัวทั้งนั้น”

เด็กสาวเม้มปากแน่น ทำไมเธอจะไม่รู้ว่า ‘เขา’ เป็นยังไง 5 ปีที่เธอรู้จักเขามา 5 ปีที่เขามักจะพูดและแสดงกิริยาหยาบคายใส่เธอมากกว่าใครทั้งหมด ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอเป็น ‘เลือดสีโคลน’ และเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ของแฮร์รี่ แต่ใจเธอก็เคยแอบหวังอยู่ ๆ เงียบว่าจะได้เป็นเพื่อนและได้พูดคุยอย่างปกติ
ตอนที่เธอเริ่มคบกับเขานั้น เธอเองก็เคยคิดเหมือนกันว่านี่เป็นความจริงหรือเปล่า แล้วสำหรับเขาเธอเป็นคนที่พิเศษมากกว่าใครคนอื่นจริงใช่ไหม และเมื่อมาถึงตอนนี้เธอก็พร้อมที่จะเสี่ยงแล้ว

“หนูจะไม่เลิกกับเขาเด็ดขาด และหนูก็จะไม่มีวันเสียใจด้วย” เฮอร์ไมโอนี่เชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงเธอเด็ดเดี่ยวอย่างคนที่เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจทำ “หนูรักเขาค่ะคุณซิเรียส และหนูต้องการอยู่ข้าง ๆ เขา ถ้าสักวันหนึ่งหนูต้องเสียน้ำตาเพราะเขา หนูก็จะไม่มีวันเสียใจเลย เพราะหนูถือว่าหนูได้ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งอยู่กับคนที่หนูรักและช่วงนั้นคือความทรงจำที่มีล้ำค่าที่หนูจะไม่มีวันลืม”

ซิเรียสกับจูเลียน่าได้แต่อึ้งกับคำตอบของเด็กสาว พวกเขามองหน้ากัน ช่วงเวลาที่ล้ำค่างั้นหรือ...ช่วงเวลาที่พวกเขาไม่มี เพราะแม้พวกเขารักกัน แต่ทางเลือกที่ซิเรียสเลือกก็คือหน้าที่และความถูกต้องไม่ใช่คนรัก
จูเลียน่าเมินหน้าหนี นึกอิจฉาเด็กสาวตรงหน้า ความเด็ดเดี่ยวของเด็กสาวที่เธอไม่เคยมี ความกล้า...ที่พร้อมจะเผชิญกับความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในขณะที่พวกเขาทั้งสองเลือกที่จะเจ็บปวดโดยการหันหลังให้แก่กัน

“อะ...อืม...” จูเลียน่ากระแอมเล็กน้อย “เอาล่ะ เมื่อเธอตัดสินใจอย่างนั้นแล้วซิเรียสคงจะไม่มีปัญหาอะไรอีก...ใช่มั้ย” หันไปถามเขา
ซิเรียสยักไหล่ “ถ้าในเมื่อพูดอย่างนี้ชั้นคงจะไม่พูดอะไรอีก ในเมื่อโตแล้ว แล้วเลือกที่จะเดินทางนี้เองก็ตามใจ”
เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มแล้วลุกขึ้นกอดเขา “ขอบคุณค่ะคุณซิเรียส”
“ในเมื่อสรุปกันได้แล้ว ตอนนี้พวกเธอก็คงให้ตอบชั้นได้แล้วเหมือนกันใช่ไหม…ว่าพวกเธอรู้จักกันได้ยังไง”

“ก็คุณซิเรียสเขาเป็นพ่อทูนหัวของแฮร์รี่นี่คะ เรารู้จักกันตั้งแต่ที่เขาหนีออกมาจากอัซคาบันใหม่ ๆ แล้วเราก็พบกันหลายครั้งแล้วค่ะ”
“ชั้นนึกว่าเธอซ่อนตัวเสียอีก” หันไปถามเขาอย่างสงสัย “นี่กลายเป็นว่าเธอติดต่อกับพวกแฮร์รี่ตลอดเลยเหรอ”
“ก็ประมาณนั้นแหล่ะ” ซิเรียสบอก “ชั้นกับแฮร์รี่เราติดต่อกันทางจดหมายบ่อย ๆ “
“แล้วไม่กลัวใครจับได้เหรอ”
“ก็...เราไม่ได้ใช้ชื่อจริงนี่ เวลาพวกเด็ก ๆ เขียนถึงชั้นก็จะเรียกชั้นว่า ‘สนัฟเฟิลล์’ “
“แล้วตอนปิดเทอมพวกเราก็ไปอยู่ที่บ้านของคุณซิเรียสด้วยค่ะ”
“บ้านเหรอ? บ้านไหน”
“ก็บ้านตระกูลแบล็คยังไงล่ะคะอาจารย์”
“อะไรนะ” จูเลียน่าตกใจ “นี่หมายความว่าตลอดเวลาเธออยู่ที่บ้านนั้นงั้นเหรอซิเรียส”
“ใช่”
“แล้วไม่มีใครรู้เลยเหรอ”
“มีตั้งหลายคนเพราะชั้นไม่ได้อยู่ที่บ้านนั้นคนเดียว...ดัมเบิ้ลดอร์ก็รู้...พี่ชายเธอเองก็เหมือนกัน”
“อะไรนะ เซเวอรัสน่ะเหรอ!!”
“ช่ายยย...” เขาลากเสียง
“แต่ทำไมเซเวอรัสถึงไม่เคยพูดถึงเธอเลยล่ะ”
“แล้วทำไมไอหมอนั่นมันถึงต้องบอกเธอล่ะ เธอก็รู้ว่ามันกับชั้นเกลียดกันอย่างกับอะไร”
“จริงสิ” เธอพึมพำ

“แล้วอาจารย์กับคุณซิเรียสรู้จักกันได้ยังไงคะ”
“เราเป็นคู่หมั้นกันจ๊ะ” ตาของเฮอร์ไมโอนี่เบิกกว้าง เธอหันขวับไปที่ซิเรียสทันที “คุณนั่นเอง ผู้ชายใจร้ายคนนั้น!!”
ซิเรียสสะดุ้ง “เฮ้ย!! เรื่องอะไรล่ะ ชั้นไปทำอะไรให้”
“ก็คุณทำให้ศ.จูเลียน่าเสียใจนี่!!!”
“เสียใจ? เรื่องอะไรกัน...นี่หมายความว่าเธอเล่าเรื่องให้คนอื่นฟังงั้นเหรอจูเลีย!!”
คราวนี้จูเลียน่าสะดุ้ง “ก็...เอ่อ...อารมณ์มันพาไปน่ะ”
“อารมณ์ส่วนไหนมานำไปฮะ!!!” เขาว๊ากใส่เสียงดังลั่นทำเอา 2 สาวสะดุ้งเฮือก “เธอถึงได้เล่าให้คนอื่นฟัง!!!”

“ก็...พอดีวันนั้นเฮอร์ไมโอนี่ไม่ค่อยสบายใจน่ะ”
“ก็เลยปลอบใจด้วยการเล่าเรื่องของเราให้ฟังงั้นสิ ช่างเป็น ศ. ที่ทุ่มเทอะไรอย่างนี้” เขาประชด “คงไม่มีใครเข้าใจลูกศิษย์ได้มากไปกว่าเธออีกแล้ว ศ.จูเลียน่า สเนป”
จูเลียน่าได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ จะโกรธเขาก็ไม่ได้ เพราะปกติแล้วเธอเป็นคนที่ไม่เคยบอกเล่าถึงความรู้สึกให้ใครฟัง แต่ทำไมไม่รู้วันนั้นเธอจึงได้เอ่ยเรื่องของเธอกับซิเรียสออกไปให้เด็กสาวฟัง สงสัยเป็นเพราะว่าในวันนั้นเฮอร์ไมโอนี่เองก็คงจะมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยต่างจากเธอเท่าไหร่หรอกมั้ง

“แล้วคุณออกมาอย่างนี้มีใครรู้หรือเปล่าคะ” เฮอร์ไมโอนี่รีบตัดบทไปเรื่องอื่น
“รีมัสรู้ แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นรู้กันหรือยัง” ซิเรียสลุกขึ้น “ชั้นกลับก่อนดีกว่า ตอนนี้ยังไม่เย็นมากคงยังไม่มาใครอยู่ที่บ้าน” เฮอร์ไมโอนี่กับจูเลียน่าพยักหน้า ซิเรียสกลายร่างเป็นสุนัขสีดำตัวใหญ่ จูเลียน่ากดปุ่มเปิดกระจก ซิเรียสขยับจะเดินออกแต่เฮอร์ไมโอนี่รั้งไว้เสียก่อน
“อย่าบอกใครเรื่องวันนี้นะคะ” เธอขอร้อง “หนูไม่อยากให้แฮร์รี่กับรอนรู้”
ซิเรียสมองเธออย่างพิจารณาแล้วพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจนัก “ขอบคุณค่ะ” เมื่อซิเรียสจากไปแล้วจูเลียน่าก็เอ่ยชวน
“เราก็กลับกันบ้างดีกว่า จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว”


****************************************


รีมัสเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนหัวเตียงแล้วถอนใจ มันเป็นเวลาเย็นแล้วแต่ซิเรียสก็ยังไม่กลับมา โชคดีที่ดูเหมือนว่าวันนี้สมาชิกภาคีคนอื่น ๆ ดูเหมือนจะยุ่งจนไม่มีเวลาแวะมาที่นี่ รีมัสก้มหน้าลงเพื่อนทำงานต่อ
กึก...กึก...รีมัสเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างเบา ๆ “กลับมาแล้วเหรอซิเรียส” เงียบ...ไม่มีเสียงตอบ เขาวางปากกาในมือลงแล้วเดินออกมาจากห้อง “ซิเรียส...นั่นนายหรือเปล่า?” รีมัสร้องเรียกเบา ๆ แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบ เขาเกือบจะเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงพูดที่ดังขึ้นมาแผ่ว ๆ
รีมัสขมวดคิ้ว เขาดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วค่อย ๆ ย่องลงมาด้านล่าง แม้จะบอกตัวเองว่าที่นี่ปลอดภัยเพราะว่านอกจากคนในภาคีแล้วไม่น่าที่จะมีใครเข้ามาในนี้ได้ แต่สัญชาตญาณที่อยู่ในตัวบอกเขาว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล นอกจากเขาแล้วยังมีคนอื่น ๆ

เสียงพูดคุยยังมีและมันก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ห้องนั่งเล่น รีมัสแอบอยู่ข้างประตูเมื่อมองเข้าไปด้านในก็ต้องขมวดคิ้ว แปลก...เสียงพูดคุยเงียบหายไปแล้ว ทั้งที่เขาได้ยินเสียงพูดของใครบางคนในห้องนี้แต่กลับไม่มีใครอยู่เลย
รีมัสเดินเข้าไปหยุดอยู่หน้าเตาผิงแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง หรือว่าจะเป็นครีเชอร์ แต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะจากวีรกรรมครั้งล่าสุดดัมเบิ้ลดอร์ก็ส่งมันไปอยู่ที่ฮอกวอตส์นี่ รีมัสเก็บไม้กายสิทธิ์แล้วหันหลังจะกลับห้อง เสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้รีมัสรีบหันกลับมาพร้อมกับดึงไม้กายสิทธิ์ออกมา

มือที่หยิบไม้กายสิทธิ์ชะงักเมื่อเห็นไม้กายสิทธิ์ที่ยื่นออกมาจากเงามืดตรงมุมห้อง รีมัสนึกแค้นใจในความประมาทของตนเองที่ไม่ตรวจดูให้ละเอียด เขามองปลายไม้ไล่เข้าไปในเงามืด ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์ที่ก้าวออกมาจากเงามืดอย่างช้า ๆ “เธอ...”
“สวัสดีรีมัส...ไม่พบกันนานเลยนะ” ‘เธอ’ ทักเสียงหวานในขณะที่ดวงตาและริมฝีปากนั้นแย้มยิ้มอย่างเย็นชา “ฝากความคิดถึงไปให้ซิเรียสด้วยละกันนะ...ครูซิโอ!!!”
“อ๊ากกกกกก!!!!”





Create Date : 22 พฤษภาคม 2549
Last Update : 23 พฤษภาคม 2549 12:04:13 น. 0 comments
Counter : 253 Pageviews.

s_sut
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





contatore visite clocks for websites

     
 
เกมส์ที่มีปัญหา อยู่ในระหว่างการแก้ไขค่ะ

ปัญหาของเวป Reflexive ปี 2009
 
     

ღแจ้งอัพเดทตอนล่าสุดของฟิคแต่ละเรื่องจ้าღ

[HP] HP กับ ผองเพื่อนในปีที่ 6
ตอนที่ 36.1 ตอนที่ 36.2

[HP] ช่วงหนึ่งของชีวิต
ตอนที่ 6

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

จบ

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้น...ของมิตรภาพ
จบ

[HP/Y] The hoodwink love
ตอนที่ 6

[HP/Y] Darling. You're my love...my heart
ตอนที่ 7

[จอนที] คนรักของพี่ชาย
ตอนที่ 4

[HP] HP and the Daughter Twin
ตอนที่ 1


ღMember Zoneღ


     
 
อยู่ระหว่างการแก้ไขไฟล์ทั้งหมดค่ะ
 
     

     
 

♬CSI Zone

CSI : Miami (S9) Ep.02

CSI : NY (S7) Ep.01

CSI : Las Vegas (S11) Ep.02
 
     

ทางลัดไปเครื่องมือเวปต่าง ๆ


เช็ค Link Download ว่ายังใช้ได้ไหม

ทดสอบโค้ด

Pasta Pronta
Free Web Counter
Pasta Pronta

free counters


widgeo
Emo ลิงน้อยน่ารัก
Emo ลิงน้อยน่ารักภาค 2
X
X
Friends' blogs
[Add s_sut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.