Photobucket - Video and Image Hosting

ยินดีต้อนรับจ้า ทั้งผู้ที่แวะมาด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ ^o^ ใครเข้ามาเป็นครั้งแรก อย่าลืมไปอ่านระเบียบข้อบังคับการใช้บล็อคด้วยน้า ส่วนเพื่อน ๆ ในหมวดของ Game Zone อย่าลืมอ่านประกาศด้านขวามือด้วยนะคะ ขอให้สนุกกันนะเจ้าคะ ^o^

~~ ตอนนี้ CSI ทั้งสามภาคจบเรียบร้อยแล้วนะคะ ~~ สำหรับเพื่อน ๆ ที่รอเกมส์โซนกันอยู่ ขอเวลาหน่อยค่ะ เพราะตอนนี้ถึงเวลาของเกมส์โซนกันบ้างแล้ว ~~
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
ตอนที่ 6 -10

ตอนที่ 6 เพื่อนใหม่


เฮอร์ไมโอนี่ชะงักเมื่อเธอเห็นเด็กสาววัยเดียวกับเธอคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง “เอ่อ...ขอโทษนะคะ” เฮอร์ไมโอนี่ทัก
เด็กสาวคนนั้นหันหน้ามาแล้วยิ้ม “เธออยู่ห้องนี้เหมือนกันเหรอ” เด็กสาวคนนั้นทักพลางยืนขึ้น
เฮอร์ไมโอนี่ตะลึงเมือเห็นเด็กสาวตรงหน้า แม้จะอยู่ในความมือแต่เธอก็ยังเห็นผิวขาวอมชมพูผิดไปจากเด็กสาวคนอื่น ๆ ดวงหน้าสวยหวานส่งยิ้มมาให้เธอ และที่น่าอิจฉาก็คือผมสีบลอนด์ที่ยาวสลวยเป็นประกายกับแสงจันทร์ แม้ว่าจะเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่เธอก็บอกได้ว่าเด็กสาวตรงหน้านั้นสวยจริง ๆ เฮอร์ไมโอนี่พยายามตั้งสติที่แตกกระเจิงแล้วถามตัวเอง ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร “เธอเป็นใครกัน ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน”

อีกฝ่ายยิ้ม “ฉันเป็นนักเรียนใหม่จ๊ะ”
เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว “นักเรียนใหม่เหรอ แล้วทำไมมาอยู่ห้องนี้ ทำไมเธอไม่ไปอยู่รวมกับเด็กใหม่”
เด็กสาวหัวเราะ เธอทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง “ฉันเป็นนักเรียนเข้าใหม่ชั้นปีที่ 6 จ๊ะ”
“ชั้นปีที่ 6…เธอย้ายมาจากที่ไหนเหรอ ทำไมตะกี้ตอนคัดสรรถึงไม่เห็นเธอเลยล่ะ”
อีกฝ่ายปฏิเสธ “เปล่าหรอก ฉันไม่เคยเรียนที่ไหนมาก่อน ที่ฮอกวอตส์เป็นที่แรกน่ะ แล้วส่วนไอ้เรื่องคัดสรรน่ะ ฉันคัดไปแล้วเมื่อ 2 วันก่อน ไม่ได้คัดต่อหน้านักเรียน แต่ว่าคัดต่อหน้ากรรมการโรงเรียน”
เฮอร์ไมโอนี่มองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อถือนัก “จะเป็นไปได้ยังไง ไม่ได้คัดต่อหน้านักเรียน แล้วไม่เคยเรียนที่ไหนมาก่อน แถมเข้าเรียนครั้งแรกก็โดดมาปี 6 เลยเนี่ยนะ มันผิดระเบียบนี่ ปกตินักเรียนจะต้องเข้าเรียนตั้งแต่ปี 1 ยกเว้นว่าจะย้ายมาจากที่อื่น ถึงจะข้ามชั้นได้”

เด็กสาวยักไหล่ “ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ฉันได้รับจดหมายให้เข้ามาเรียนที่ฮอกวอตส์นี่ แล้วพอตอบตกลงเข้าเรียนฉันก็ต้องเรียนทฤษฎีและปฏิบัติต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานที่นักเรียนปี1-5ควรรู้ เพื่อสอบวัดความรู้ เพิ่งสอบผ่านเมื่อ 2 วันก่อนนี่เอง”
“2 วันก่อน...งั้นแสดงว่าตลอดเวลาเกือบ 2 เดือนนี้ เธออยู่ที่นี่ตลอดเลยเหรอ”
“ใช่”
“เธอเรียนทุกวิชาเลยเหรอ”
“จะว่าทุกวิชาก็ไม่เชิงหรอก บางวิชาต้องอ่านหนังสือเอาเอง”
“แล้วตอนทดสอบน่ะ ทดสอบกับใครกัน”
“ศ.ดัมเบิลดอร์”
“ยิ่งฟังยิ่งไม่อยากเชื่อ” เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมา เป็นที่รู้กันว่าศ.ดัมเบิล ดอร์นั้น วางมือจากการสอนมานานแล้ว แล้วถ้ามาทดสอบให้กับเด็กสาวตรงหน้านี่แสดงว่าเธอต้องเป็นคนพิเศษ

“เธอมาจากครอบครัวพ่อมดหรือมักเกิ้ลล่ะ”
“พ่อกับแม่ของฉันเป็นสควิปทั้งคู่น่ะ ญาติทางพ่อกับแม่ของฉันเองก็เป็นเหมือนกัน พวกท่านก็เลยไม่เคยเล่าเรื่องพ่อมดกับแม่มดให้ฟัง เพราะท่านไม่คิดว่าจะมีแกะดำในครอบครัว” เด็กสาวหัวเราะอย่างขบขัน “ตอนที่ได้รับจดหมายว่าให้เข้าเรียนพ่อกับแม่ฉันยังไม่อยากเชื่อเลย”
เฮอร์ไมโอนี่มองอีกฝ่ายอย่างสงสัย ตอนนั้นความคิดของเธอสับสนไปหมด เฮอร์ไมโอนี่กุมขมับ ‘สงสัยคงต้องนอนสักตื่นแล้วมั้ง ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกเลย’ “คุยกันมาตั้งนาน ฉันยังไม่รู้จักชื่อเธอเลย ฉันชื่อ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์”
อีกฝ่ายยิ้ม “ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ ฉันชื่อ ออโรร่า เดมมิ่ง”


***********************************


“ศ.ดัมเบิลดอร์ให้หาตอนนี้เลยเหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ถามเนวิลล์เพื่อความแน่ใจ เธอกับออโรร่ายังไม่ทันก้าวออกจากห้องโถงของหอ เนวิลล์ก็ก้าวเข้ามาดักหน้าเสียก่อนแล้วบอกว่า ศ.ดัมเบิลดอร์ต้องการพบเธอทั้งสองคน
“ชะ..ใช่” เนวิลล์เอ่ยตะกุกตะกักพลางเหลือบมองไปยังสาวสวยข้าง ๆ แล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่ออีกฝ่ายยิ้มให้ “ตะกี้เด็กปี 2 มาบอกน่ะ พวกรอนก็ไปก่อนแล้ว”
“2 คนนั้นด้วยเหรอ...ขอบใจมากนะเนวิลล์” เฮอร์ไมโอนี่กล่าวขอบใจ แล้วนึกขึ้นมาได้ “อ้อ..เนวิลล์ รู้จักออโรร่าไว้สิ ออโรร่า เดมมิ่ง เป็นเพื่อนใหม่ของเราเรียนปีเดียวกับเรา ..นี่เนวิลล์ ลองบัตท่อมนะออโรร่า”
“สวัสดีครับมิสเดมมิ่ง”
“สวัสดีจ๊ะ เรียกออโรร่าก็ได้” เนวิลล์เอ่ยอุบอิบในลำคอ
“เราไปกันเถอะออโรร่า เดี๋ยวศ.จะรอนาน” เฮอร์ไมโอนี่บอกพร้อมกับลากออโรร่าออกไปจากหอพักทิ้งเนวิลล์ให้ยืนอยู่ตรงนั้น


***********************************


ระหว่างทางที่เดินไปห้องศ.ดัมเบิลดอร์นั้น เฮอร์ไมโอนี่ชี้ให้ออโรร่าเห็นถึงจุดสำคัญหลายอย่าง และในระหว่างทางนั้นเอง เฮอร์ไมโอนี่ต้องเบะปากอย่างรำคาญเมื่อเห็นนักเรียนหญิงบ้านสลิธีรินกลุ่มหนึ่งยืนขวางทางอยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหน แพนซี่ พาร์กินสันกับเพื่อนนั้นเอง

“ถึงว่าบรรยากาศมันดูอึดอัดยังไงชอบกล ที่แท้ก็เพราะพวกชั้นต่ำนี่เอง” แพนซี่พูดเสียงแหลม เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนที่ยืนอยู่
ออโรร่าขมวดคิ้ว เธอรู้สึกขัด ๆ หูกับคำพูดของอีกฝ่ายยังไงไม่รู้ เธอหันไปมองเฮอร์ไมโอนี่เห็นอีกฝ่ายเดินเฉย
“เมื่อไหร่จะหมดไปจากโรงเรียนนี้ก็ไม่รู้ พวกเลือดสีโคลนนี่”
เฮอร์ไมโอนี่ยังคงนิ่ง แต่ออโรร่าสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเม้มริมฝีปาก มือที่จูงมือเธอนั้นบีบมือเธอแน่น พอพวกเธอเดินเข้าไปใกล้ ออโรร่าก็เห็นเด็กสาวที่พูดขึ้นนั้นก้าวเข้ามาขวางไว้
“ชั้นพูดด้วยไม่ได้ยินหรือไง ยังเลือดสีโคลน” อีกฝ่ายตะคอก
เฮอร์ไมโอนี่ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย “เธอจะต้องให้ชั้นพูดกี่ครั้งกันนะพาร์กินสัน ว่าชั้นน่ะฟังแต่คำพูดที่มันสร้างสรรค์ ไอ้คำพูดต่ำ ๆ ที่เธอพูดน่ะ ฉันไม่อยากฟังหรอกมันแสลงหู ฉันพึ่งรู้ว่าพวกเลือดบริสุทธิ์สูงส่งอย่างพวกเธอน่ะสื่อสารกันด้วยคำพูดต่ำ ๆ พวกนี้”
“กรี้ด” แพนซี่กรี้ดออกมาด้วยความโกรธ “นี่...นี่แกด่าฉันเหรอ”
เฮอร์ไมโอนี่เบิกตากว้าง ท่าทางซื่อบริสุทธิ์จนออโรร่านึกขำ “เปล่านี่ ฉันยังไม่ได้ด่าอะไรเธอเลยนะพาร์กินสัน ฉันเพียงแค่สงสัยก็เลยถามเธอน่ะ...แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างอยากรู้ ยิ่งเห็นอาการโกรธจนแทบเต้นของอีกฝ่ายก็ยิ่งขำจนแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
“แก...ปากดีนักนะ...” แพนซี่คำรามแล้วยกมือเพื่อตบอีกฝ่ายให้หายแค้น แต่ยังไม่ทันที่จะทำได้ดังใจหมาย ก็มีเสียงห้ามไว้เสียก่อน

“หยุดนะ...นั่นพวกเธอจะทำอะไรกัน” ทั้งหมดชะงัก เมื่อหันไปตามเสียงก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาตามทางที่เฮอร์ไมโอนี่กับออโรร่าเดิมมาเมื่อกี้ เฮอร์ไมโอนี่มองผู้หญิงคนนั้นด้วยความทึ่ง เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างบอบบางท่าทางสง่างาม ผมสีดำยาวสลวยที่ยาวจนถึงสะโพกนั้นขับให้ใบหน้ารูปไข่ของเธอดูคมเข้มและดุ ท่าทางของผู้หญิงตรงหน้าทำให้เธอนึกถึง ศ.มักกอนนากัลขึ้นมาทันที

“ครูถามว่าพวกเธอกำลังทำอะไรกัน” ผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าเฮอร์ไมโอนี่กับแพนซี่ ดวงตาคู่นั้นกวาดตามองพวกเธออย่างเย็นชา ทำให้ทั้งสองรู้สึกอึดอัด แล้วก็กวาดตามองเด็กคนอื่นอย่างพินิจ
“กริฟฟินดอร์กับสลิธีรินงั้นเหรอ ครูน่าจะรู้นะว่าพวกเธอน่ะเจอกันไม่ได้ พบกันทีไรต้องทักทายกันทุกที” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ครูไม่รู้หรอกว่ามันเรื่องอะไรกัน แต่อย่าให้เห็นอีกนะว่าพวกเธอก่อเรื่องกันอีก ไม่อย่างนั้นครูจะตัดคะแนนพวกเธอและรายงานให้ศ.ดัมเบิลดอร์ทราบ เข้าใจไหม”
“ค่ะ” ทุกคนรับคำเสียงอ่อย
“ดีถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปได้” กลุ่มของแพนซี่นั้นสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างไม่พอใจ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่นั้นคว้าข้อมือของออโรร่าแล้วรับเดินออกไปทันที

“นั่นอาจารย์สอนวิชาอะไรเหรอเฮอร์ไมโอนี่ ทำไมดุจัง” ออโรร่าถามหลังจากที่เดินพ้นออกมาแล้ว
เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว “คงจะเป็นอาจารย์ใหม่วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดมั้ง”
“ปกติใครสอนเหรอ”
เฮอร์ไมโอนี่หัวเราะ “ไม่มีอาจารย์ประจำหรอกวิชานี้ ตั้งแต่ฉันเรียนปี 1 จนถึงปี 5 น่ะ แต่ละปีอาจารย์ไม่ซ้ำกันเลยเปลี่ยนทุกปี ปีนี้เรียนปีที่ 6กับอาจารย์คนที่ 6”
“แล้วจะเรียนรู้เรื่องเหรอ”
“วิชานี้บางทีก็ใช้ตำรา บางทีก็ใช้คาถาน่ะไม่ต้องห่วงหรอก..อ้อ แล้วตอนที่เธอเรียนน่ะใครเป็นคนสอนเหรอ”
“ไม่มีใครสอนหรอก วิชานี้เป็นอีกวิชาที่อ่านหนังสือเอาเอง ศ.ดัมเบิลดอร์บอกว่าให้มาเรียนตอนเปิดเทอม เห็นว่าจะให้เข้าชมรมอะไรสักอย่างที่จะตั้งขึ้นในปีนี้”
“เหรอ”
“เรียนกับอาจารย์หลายคนก็ดีนะ หลากหลายดี ท่าจะสนุก แล้วมีอาจารย์คนไหนดุเหมือนคนเมื่อกี้หรือเปล่า”
“มีซิ” เฮอร์ไมโอนี่กระซิบ
“ศ.สเนป สอนวิชาปรุงยา เป็นอาจารย์ประจำบ้านของสลิธีริน ไม่ชอบกริฟฟินดอร์เป็นพิเศษ แล้วก็ชอบหักคะแนนบ้านอื่นน่ะ”
“สลิธีริน..พวกเมื่อกี้น่ะเหรอ”
“ใช่ สลิธีรินเป็นศัตรูกับพวกเรา เป็นพวกเกเรน่ะ พวกเขาน่ะถือตัวว่าเป็นพวกเลือดบริสุทธิ์สูงส่งกว่าใคร ในขณะที่บ้านของเราส่วนใหญ่นักเรียนจะเป็นลูกครึ่งหรือมีสายเลือดมักเกิ้ล”
“ชั้นได้ยินผู้หญิงคนนั้นเรียกเธอว่า....” ออโรร่าลังเล
“เลือดสีโคลน หมายถึงพวกชั้นน่ะ มักเกิ้ลที่มีสิทธิได้เรียนที่ฮอกวอตส์” น้ำเสียงของเฮอร์ไมโอนี่มีแววขมขื่น ออโรร่าจึงตัดบทไปเรื่องอื่น

“ชั้นยังติดใจผู้หญิงคนเมื่อกี้ไม่หายเลยนะ ดุมากแต่ว่าก็สวยด้วย” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า จริงอย่างที่ออโรร่าพูด อาจารย์ใหม่ที่พวกเธอเจอนั้น เป็นคนสวย เธอมีรูปร่างบอบบางกว่าออโรร่า แต่ว่าอีกฝ่ายนั้นมีท่าทางสง่างามแฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม ซึ่งสิ่งนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงไม่กล้าเข้าใกล้ ในขณะที่ออโรร่านั้นสดใส ร่าเริง ดวงหน้าสวยคมเข้มของอาจารย์คนนั้นดูแล้วชวนให้หลงใหล เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว อะไรบางอย่างของผู้หญิงคนนั้นทำให้เธอรู้สึกคุ้น ๆ แต่เธอนึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อน


ตอนที่ 7 ความขัดแย้งของแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่



เมื่อออโรร่าก้าวผ่านประตูเข้ามา ประตูห้องทำงานอาจารย์ใหญ่ประจำฮอกวอตส์ก็ปิดลงทันทีเหมือนทุกครั้ง แม้เธอจะเคยเข้ามาในห้องนี้หลายครั้งแล้วแต่เธอก็ยังอดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้ เธอมองไปยังกำแพงทั้งสองด้านเหมือนที่ทำทุกครั้ง เธอเห็นพ่อมดแม่มดในรูปภาพนั้นบางคนก็กำลังหลับ ส่วนบางคนก็กำลังอ่านหนังสือ

“นั่นพวกเธอขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ” ออโรร่าหันไปตามเสียง เธอเห็นเฮอร์ไมโอนี่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงห้องโถงแหงนหน้าขึ้นไปยังชั้น 2 ซึ่งเธอจำได้ว่าเป็นชั้นหนังสือ
“แล้วเธอคิดว่าเราขึ้นมาทำอะไรกันล่ะ” เสียงหนึ่งตอบ
ออโรร่าขมวดคิ้ว เธอรู้สึกคุ้น ๆ กับเสียงนี้ เธอเดินมาหยุดข้าง ๆ เฮอร์ไมโอนี่แล้วแหงนมองตาม เธอเห็นเด็กชายผมแดงยืนเกาะราวกั้นก้มหน้าลงมาทางเธอและเฮอร์ไมโอนี่ เขาจ้องมองเธอตาค้าง ออโรร่าหันไปมองเด็กชายผมดำที่ง่วนอยู่กับการหาหนังสือโดยไม่สนใจใคร เธอมองด้านหลังของอีกฝ่ายแล้วเรียกออกมาอย่างลังเล “แฮร์รี่ พอตเตอร์”

แฮร์รี่ชะงักเมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง เขาเดินมาหยุดยืนข้าง ๆ รอนแล้วก้มลงมองไปด้านล่าง หลังจากนั้นเขาก็ทำกริยาที่อีก 3 คนเห็นว่าน่าขัน นั่นคือเขาถอดแว่นตาออกมาเช็ดก่อนจะสวมใหม่แล้วก้มลงไปมองอีกครั้ง
“ออโรร่า...เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ” แฮร์รี่เอ่ยถามเมื่อแน่ใจว่าตาไม่ฝาด
“ฉันเรียนอยู่ที่นี่ เธอก็เรียนที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย” ออโรร่าเอ่ยถาม ดวงหน้าสวยเป็นสีแดงระเรื่ออย่างยินดี
“ใช่ฉันเรียนที่นี่ แต่ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลยนี่”
“ออโรร่าเป็นนักเรียนใหม่น่ะแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่บอก
ออโรร่าขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ก็ไหนคุณเดอร์สลีย์บอกว่าเธออยู่ที่ ‘สถานดัดสันดานอาชญากรเด็กและเยาวชนเซนต์บรูตัส’ ยังไงล่ะ”
แฮร์รี่ถอนใจ “ครอบครัวเดอร์สลีย์เป็นมักเกิ้ลที่กลัวพ่อมดและแม่มดที่สุด พวกเค้าเห็นว่าพวกเราน่ะเป็นตัวประหลาด เค้ากลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องชั้นก็เลยโกหกคนอื่นไปอย่างนั้น”
“มักเกิ้ลเหรอ มันหมายถึงอะไร”
คราวนี้แฮร์รี่ขมวดคิ้ว “อะไรกันเธอไม่รู้จัก ‘มักเกิ้ล’ งั้นเหรอก เป็นไปได้ยังไงกัน”
“ตะกี้ฉันบอกเธอไม่หมดแฮร์รี่ ออโรร่าเป็นนักเรียนใหม่ชั้นปีที่ 6 อยู่บ้านเดียวกับพวกเรา และเธอเป็นแม่มดได้ 2 เดือนเอง”
“ฮ้า...จริงเหรอ” แฮร์รี่กับรอนอุทานอย่างแปลกใจ
“จริง..และฉันดีใจนะที่รู้ว่าอย่างน้อยเธอก็รู้จักออโรร่าด้วย และพวกเธอจะรังเกียจมั้ยถ้าพวกเธอจะลงมาข้างล่างนี่เสียที เพราะว่าพวกชั้นนะปวดคอไปหมดแล้ว”
“ได้สิ” รอนบอกแล้วเดินลงมาข้างล่างพร้อมกับหนังสือกองใหญ่ ในขณะที่แฮร์รี่หันไปสนใจกับตู้หนังสืออีกรอบ
“ออโรร่า นี่ โรนัลด์ วีสลีย์นะ รอนนี่ ออโรร่า เดมมิ่ง” ออโรร่ายิ้มรับ ในขณะที่รอนมองอีกฝ่ายตาค้าง (เหมือนเดิม)

เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองแฮร์รี่อย่างไม่ชอบใจนัก “เธอจะลงมาได้หรือยังแฮร์รี่ ถ้า ศ.ดัมเบิลดอร์เจอเข้าล่ะแย่เลย”
“ไม่แย่หรอก” แฮร์รี่บอกพลางถือหนังสือเก่าเล่มใหญ่เล่มหนึ่งลงมาด้วย “ชั้นขออนุญาตศ.เรียบร้อยแล้วว่าจะขอยืมหนังสือไปดูหน่อย”
“งั้นก็แล้วไป แต่ชั้นแปลกใจจริง ๆ เลยนะที่เธอว่าพวกเธอหันมาสนใจหนังสือด้วย นึกว่าสนใจแต่หมากรุกพ่อมดเสียอีก” เฮอร์ไมโอนี่พูดลอย ๆ โดยไม่สนใจเสียงคราง ฮึม..ฮึม จากเพื่อนทั้งสองสักนิด เธอหยิบหนังสือเล่มหนึ่งจากกองที่รอนถือลงมาขึ้นมาดู

“ ‘คู่มือการฝึกคาถาขั้นพื้นฐาน’ “ เฮอร์ไมโอนี่อ่านเสียงดัง เธอชูหนังสือเล่นนั้นขึ้นแล้วถามแฮร์รี่อย่างแปลกใจ “เธอจะเอามันไปทำอะไรน่ะแฮร์รี่ ในเมื่อเราเรียนพื้นฐานมาหมดแล้วนี่”
รอน (ที่ตอนนี้หายตะลึงในความสวยและน่ารักของออโรร่าแล้ว) เดินมาทรุดลงนั่งข้าง ๆ แฮร์รี่ (ที่นั่งอ่านหนังสือในมือที่ตรงขั้นบันไดหน้าโต๊ะทำงานของศ.ดัมเบิลดอร์) แล้วบอกเฮอร์ไมโอนี่ว่า “ตอนแรกที่แฮร์รี่ยื่นมาให้ฉัน ฉันก็พูดเหมือนเธอนะแหละ จนกระทั่งแฮร์รี่บอกว่า...”
“...อย่าเพิ่งบ่น เปิดอ่านด้านในก่อน” แฮร์รี่กับรอนพูดพร้อมกัน เฮอร์ไมโอนี่ค้อนเพื่อนอย่างหมั่นไส้ เธอเปิดด้านใน เพียงไม่นาน...

“ยอดไปเลย” เฮอร์ไมโอนี่ร้องอย่างตื่นเต้น ออโรร่าชะโงกหน้าดูอย่างสนใจ เธอเห็นรูปภาพในหน้าหนังสือนั้นเป็นรูปมือที่ขยับไปมา
“ทำไมมีแต่รูปมือล่ะ ไม้กายสิทธิ์หายไปไหน” ออโรร่าถามอย่างแปลกใจ เพราะตอนที่เธอเรียนนั้น เธอจะต้องใช้ไม้กายสิทธิ์ควบคู่ไปด้วย
“มันเป็นการใช้คาถาโดยไม่ต้องใช้ไม้กายสิทธิ์น่ะออโรร่า” เฮอร์ไมโอนี่บอกพลางเปิดไปเรื่อย “คาถาเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ไม่ใช้ไม้...เยี่ยมไปเลย ฉันเคยได้ยินเหมือนกันนะเรื่องนี้ แต่ไม่คิดว่าจะมีจริง ๆ “

“ถ้าฉันเป็นเธอนะแม่หนู ฉันจะสนใจเล่มที่เพื่อนเธอกำลังอ่านอยู่นั่นมากกว่า” ฟินีแอส ไนเจลลัส ร้องบอกออกมาจากกรอบรูปของตนซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นปกหนังสือของแฮร์รี่ชัดเจน
รอนที่กำลังมองออโรร่าเพลินอยู่นั้น เมื่อได้ยินฟินีแอสบอก เขาจึงชะโงกหน้าเข้าไปดูแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง “ฮะ...แฮร์รี่...นี่นายอ่าน หนะ..หนังสือพวกนี้ทำไม” รอนถามตะกุกตะกัก
“เธออ่านหนังสืออะไรเหรอกแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ถามแล้วรับหนังสือที่แฮร์รี่ยื่นมาให้มาดู
“ฉันดีใจนะที่เธอสนใจมันเจ้าหนู เหมือนที่ฉันเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า เธอน่ะไม่เหมาะกับกริฟฟินดอร์หรอก พรสวรรค์อย่างเธอน่ะต้องอยู่ที่บ้านของฉัน” ฟินีแอสพูดอย่างยินดี แฮร์รี่ไม่ตอบเขาเพียงเหลือบตามองอีกฝ่าย เพราะรอคำต่อว่ามาจากเฮอร์ไมโอนี่...ซึ่งมันก็มีจริง ๆ

“ ‘คาถาต้องห้ามในศตวรรษที่ 15’ “ เฮอร์ไมโอนี่อ่านอย่างไม่อยากเชื่อ เธอมองหน้าแฮร์รี่อย่างตกใจ “แฮร์รี่นี่มัน...ทำไมเธออ่านหนังสือพวกนี้”
แฮร์รี่ถอนใจ “ก็แค่...สนใจ”
“สนใจ...” เฮอร์ไมโอนี่ร้องถามเสียงหลง ทำให้กรอบรูปทุกกรอบหันมามองอย่างสนใจ (มีฟินีแอสมองอย่างขบขัน) “เธอสนใจงั้นเหรอ หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยศาสตร์มืดทั้งนั้นเลยนะแฮร์รี่”
“แล้วไงล่ะ”
“แล้วไง” เสียงเฮอร์ไมโอนี่เริ่มดังด้วยความโมโห (มันดังจนรอนกับออโรร่าและเหล่าพ่อมดและแม่มดในกรอบรูปต้องยกมือขึ้นปิดหู) “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยแฮร์รี่ เธออ่านหนังสือเล่มนี้อย่างไม่รู้สึกรู้สมอะไร แล้วยังถามอีกเหรอกว่า ‘แล้วไง’ “
แฮร์รี่ยื่นมือออกมาแล้วบอกอย่างใจเย็น “ขอหนังสือคืนด้วยเฮอร์ไมโอนี่”
“ไม่” เฮอร์ไมโอนี่ปฏิเสธ
“ไม่เอาน่าเฮอร์ไมโอนี่”
“ไม่...ยังไงก็ไม่” เฮอร์ไมโอนี่บอกเสียงแข็ง แฮร์รี่ลุกขึ้นยืนแล้วล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม เฮอร์ไมโอนี่ล้วงตาม ทั้งสองต่างหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา (รอนลุกขึ้นแล้วดึงออโรร่าออกไปห่าง ๆ ส่วนพ่อมดและแม่มดในกรอบรูปต่างมองอย่างเป็นกังวลและฟินีแอสเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นเรื่อย ๆ )
“วางไม้กายสิทธิ์ลงแฮร์รี่”
“ไม่...แล้วเธอก็คืนหนังสือเล่มนั้นมาให้ฉันซะ”
“ไม่...” เฮอร์ไมโอนี่ปฏิเสธ แล้วยังไม่ทันที่เธอจะขยับไม้นั้น...

“คาถาต้องห้ามในศตวรรษที่ 15 แอ็กซีโอ” หนังสือพุ่งตรงไปยังมือของแฮร์รี่อีกข้างที่ยื่นมารับอย่างรวดเร็ว (“ก็รู้ว่าแฮร์รี่เร็วกว่าแล้วยังดื้ออีก” รอนบ่นอุบ)
“แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ร้องอย่างขัดใจ “เธอจะอ่านมันไปทำไมในเมื่อมันเป็นศาสตร์มืด เป็นสิ่งที่สกปรก” ฟินีแอสขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย ในขณะที่พ่อมดและแม่มดคนอื่นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“เธอจะ ‘ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด’ ได้ยังไงล่ะเฮอร์ไมโอนี่ ถ้าเธอไม่รู้จัก ‘ศาสตร์มืด’ เลย” แฮร์รี่ถาม
“แต่...” เฮอร์ไมโอนี่พยายามค้าน
“เธอรู้เพียงทฤษฎีว่าศาสตร์มืดเป็นยังไง ไม่ดียังไง ถ้าจะให้ดีเราต้องเข้าถึงศาสตร์มืดแท้ ๆ ไม่ใช่เหรอก ไม่อย่างนั้นเราจะเอาตัวรอดจากศาสตร์มืดได้ยังไง หรือว่าเธอมีวิธีล่ะเฮอร์ไมโอนี่ลองบอกมาซิ” แฮร์รี่ถาม และในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่จนด้วยเหตุผลนั่นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “เป็นเหตุผลที่ดีมากแฮร์รี่”


ตอนที่ 8 ความคิดที่ผิดแปลกของแฮร์รี่



เมื่อทั้ง 4 หันไปตามเสียงก็เห็น ศ.ดัมเบิลดอร์เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งที่แฮร์รี่กับรอนไม่เคยเห็น แต่เฮอร์ไมโอนี่กับออโรร่านั่นเพิ่งเจอเธอเมื่อครู่นี่เอง
“เธอบอกว่าต้องเข้าถึงศาสตร์มืดจึงจะป้องกันมันได้ ไหนเธอลองบอกครูสิแฮร์รี่ว่าสำหรับเธอแล้ว เธอเห็นว่าศาสตร์มืดเป็นยังไง” ศ.ดัมเบิลดอร์ถามหลังจากที่ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานแล้ว แฮร์รี่เดินมาหยุดหน้าโต๊ะทำงานแล้วตอบคำถามนั้นอย่างมั่นใจ ในขณะที่ทั้งห้องเงียบกริบคอยฟังคำตอบของแฮร์รี่

“สำหรับผม ผมเห็นว่าศาสตร์มืดเป็นเพียงแค่ศาสตร์หนึ่งที่พ่อมดและแม่มดทุกคนควรรู้ มันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่ถึงกับแตะต้องไม่ได้ จริงอยู่ที่ฮอกวอตส์อาจจะไม่มีการสอนวิชาเกี่ยวกับศาสตร์มืด แต่ว่าโรงเรียนอื่น ๆ กลับให้ความสำคัญกับมัน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่า มันเป็นสิ่งที่ท้าทายและก็น่าเรียนรู้ หลายคนอาจจะเห็นว่าคาถาต่าง ๆ ของศาสตร์มืดเป็นสิ่งที่คอยทำร้ายหรือว่าคร่าชีวิตคนอื่น ๆ แต่ผมคิดว่าข้อดีของมันก็มีนั่นก็คือ เราสามารถใช้คาถาพวกนั้นมาป้องกันตัวเองได้ ถ้าเรามัวแต่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและสกปรกแล้ว เมื่อถึงเวลาที่มีคนใช้มันกับเราแล้วเราก็ต้องป้องกันตัวเอง แล้วเราจะทำอย่างไรถ้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์มืดพวกนี้เลย ผมจึงเห็นว่าคาถาพวกนี้สามารถปกป้องเราได้”

“เป็นความคิดที่แปลกมากแฮร์รี่” ศ.ดัมเบิลดอร์บอกพลางยกแขนขึ้นเท้าโต๊ะ ดวงตาหลังแว่นตารูปจันทร์เสี้ยวเป็นประกาย “เมื่อเธอมีความเห็นแบบนี้แล้ว เธอลองตอบครูอีกข้อแล้วกัน ทำไมคนที่หมกมุ่นอยู่กับศาสตร์พวกนี้เมื่อหลงเข้าไปแล้วจึงถอนตัวออกไม่ได้ เรียกว่าถลำลึกเลยทีเดียว”
แฮร์รี่หัวเราะ “การที่คนเราศึกษาศาสตร์มืดแล้วถอนตัวไม่ขึ้นนั้น อาจารย์เห็นว่าเป็นความผิดของศาสตร์มืดหรือครับ ศาสตร์มืดเป็นเพียงแค่ความรู้แขนงหนึ่ง ถ้าคนเราไม่นำไปใช้ในทางที่ผิด คาถาพวกนั้นมันจะเลวร้ายได้อย่างไร”

“เธอกำลังจะโทษว่าเป็นความผิดของคนใช้คาถาหรือ แฮร์รี่ พอตเตอร์” หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านซ้ายมือของ ศ.ดัมเบิลดอร์เอ่ยถามขึ้น “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าศาสตร์มืดนั้นเป็นเจ้านายที่คอยชักจูงผู้ใช้มัน”
แฮร์รี่ส่ายหน้า “เปล่าหรอกครับ ผมกำลังจะบอกว่าคาถาต้องห้ามต่าง ๆ นั้นเป็นคาถาที่มีผลร้ายแรงกว่าคาถาทั่ว ๆ ไป อย่างดีอาจจะ...เป็นบ้า จำอะไรไม่ได้ แต่อย่างที่เลวร้ายที่สุดก็ถึงกับชีวิต การที่คนเรามุ่งศึกษาศาสตร์มืดแล้วถอนตัวไม่ขึ้นนั้น มันไม่ใช่ศาสตร์มืดที่คอยชักจูงเรา แต่เป็นจิตใต้สำนึกของเราเอง ถ้าคนที่ใช้มีจิตใต้สำนึกที่ดีเขาก็จะไม่ใช้มันในทางที่ผิด แต่ในขณะเดียวกันถ้าจิตใต้สำนึกนั้นหมกมุ่นอยู่กับการทำลาย, อำนาจและความยิ่งใหญ่ เมื่อนั้นศาสตร์มืดจึงจะเป็นเจ้านายโดยที่เราไม่รู้ตัว”

“เป็นยังไงบ้างล่ะลูกชายของเจมส์ พอตเตอร์” ศ.ดัมเบิลดอร์หันไปถามคนข้าง ๆ เมื่อแฮร์รี่หยุดพูดแล้วหญิงสาวคนนั้นยิ้มน้อย ๆ “เป็นความคิดที่แปลกมากค่ะศ.ดัมเบิลดอร์ แต่ในขณะที่เดียวกันก็เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยม…หรือพวกเธอเห็นว่ายังไง” เธอหันไปถามเด็กอีก 3 คนที่มองแฮร์รี่อย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อไม่มีคำค้านกลับมาเธอจึงหันกลับไปหา ศ.ดัมเบิลดอร์
“เขาเป็นเด็กที่ฉลาดมากค่ะอาจารย์ เหมาะแล้วสำหรับตำแหน่งประธานชมรม”
“ประธานชมรม” แฮร์รี่ทวนคำอย่างสงสัย
“ใช่แล้วแฮร์รี่..ประธานชมรมกองทัพดัมเบิลดอร์

ตอนที่ 9 อาจารย์ป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่



แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่มองหน้ากันอย่างงุนงง “เอาล่ะ เห็นได้ชัดว่าเธอมีความคิดที่วิเศษแฮร์รี่ และอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอก็เห็นด้วยกับความคิดนี้” ศ.ดัมเบิลดอร์บอกดวงหน้ามีรอยยิ้มอย่างสมใจ
“ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จักกับอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ศ.จูเลียน่า สเนป เธอเป็นน้องสาวคนเดียวของ ศ.สเนป” ทั้งสามคนอ้าปากค้างมองไปทางอาจารย์คนใหม่ของพวกเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ในขณะที่ออโรร่ามองไปยังเพื่อนทั้งสามอย่างไม่เข้าใจ
เฮอร์ไมโอนี่รู้แล้วความรู้สึกคุ้น ๆ ที่เธอคิดไว้เมื่อเห็นหน้าอาจารย์คนนี้เมื่อกี้เป็นอะไร ความเหมือนของเธอกับศ.สเนปนั่นเอง
“ที่ครูเรียกพวกเธอมาวันนี้มีหลายเรื่องเหมือนกันเรื่องแรกก็คือ เธอรู้จักกับมิสเดมมิ่งแล้วใช่ไหม” ศ.ดัมเบิลดอร์ถามพลางผายมือไปทางออโรร่าทั้งสามรับคำ “ครูไม่รู้หรอกว่าพวกเธอรู้แค่ไหน เอาเป็นว่าครูจะเล่าให้พวกเธอฟังใหม่เลยแล้วกัน”

“ครอบครัวของมิสเดมมิ่งต่างเป็นสควิปทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่คุณและคุณนายเดมมิ่งไม่เคยเล่าถึงโลกของพ่อมดและแม่มดให้เธอฟัง ยิ่งพบว่าในปีที่ลูกสาวมีอายุ 11 ปี และถึงเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนที่โรงเรียนเวทมนตร์นั้น ก็ไม่ได้รับจดหมายจากทางโรงเรียน พวกเขาจึงคิดว่าลูกสาวจะเป็นเหมือนตนคือไม่มีเวทมนตร์ แต่เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ทั้งสองสามีภรรยาได้รับแจ้งจากฮอกวอตส์ว่ามิสเดมมิ่งจะได้เข้าเรียนในชั้นปีที่ 6 ถ้า...” ศ.ดัมเบิลดอร์มองไปยังคนอื่น ๆ “..ถ้ามิสเดมมิ่งสามารถผ่านการทดสอบสำหรับบทเรียนสั้น ๆ ได้ และปรากฏว่ามิสเดมมิ่งได้สอบผ่านเมื่อ 3 วันก่อน และได้ผ่านการคัดสรรจากหมวกคัดสรรให้เข้าไปอยู่กริฟฟินดอร์ต่อหน้าคณะกรรมการโรงเรียน”
“ต่อหน้าคณะกรรมการโรงเรียนเหรอ เครียดยิ่งกว่าคัดต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนอีกนะเนี่ย” รอนกระซิบบอกเฮอร์ไมโอนี่
“เพราะฉะนั้นมิสเดมมิ่งถึงแม้ว่าจะโดดเข้าเรียนในชั้นปีที่ 6 เลยก็ตาม แต่ความรู้ของเธอก็เข้าขั้นแค่นักเรียนปี 1 และในปีนี้มิสเดมมิ่งก็ต้องสอบ ว.พ.ร.ส. ครูก็เลยอยากจะขอให้พวกเธอช่วยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลมิสเดมมิ่งให้หน่อย”
“ได้ค่ะศ.ดัมเบิลดอร์” เฮอร์ไมโอนี่ตอบรับ

“ส่วนเรื่องต่อไปที่ครูอยากจะพูดกับพวกเธอก็คือเรื่องชมรม”
“ชมรมหรือครับ” รอนถามอย่างสงสัย “อาจารย์หมายถึงกลุ่ม ก.ด หรือเปล่าครับ”
“ใช่แล้วมิสเตอร์วีสลีย์ ครูหมายถึงกลุ่ม ก.ด ของพวกเธอน่ะแหละ ครูอยากจะให้พวกเธอจัดตั้งเป็นชมรมให้เรียบร้อย พวกเธอไปขอเอกสารการก่อตั้งชมรมแล้วยื่นกับศ.มักกอนนากัลนะ ครูได้ปรึกษากับศ.สเนปแล้ว (แต่ละคนทำหน้าเบ้เมื่อได้ยินชื่อ) ว่าเธอยินดีเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมของพวกเธอ” แฮร์รี่ทำหน้ายุ่ง
“ดิฉันขออนุญาตคุยกับเด็ก ๆ หน่อยนะคะ” ศ.สเนปขออนุญาตเมื่อศ.ดัมเบิลดอร์อนุญาตเธอจึงเอ่ยขึ้น

“ครูรู้ว่าพวกเธออาจจะข้องใจว่าทำไมครูถึงยินดีรับตำแหน่งที่ปรึกษาชมรมของพวกเธอ อย่างที่พวกเธอคงจะรู้ก็คือ พี่ชายของครูน่ะหมกมุ่นกับศาสตร์มืดมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ จนทุกวันนี้ตำแหน่งอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดก็ยังเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน ครูอายุห่างจากพี่ชาย 2 ปี ฉะนั้นก็ไม่แปลกอะไรหรอกที่ครูเองก็รู้เรื่องเกี่ยวกับศาสตร์มืดเหมือนกัน” เด็กทั้ง 4 คนเบิกตากว้าง
“ใช่แล้วครู..ไม่ใช่สิต้องบอกว่าครอบครัวของครูศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์มืดมานาน ตัวครูเองก็ศึกษามาตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็เป็นปกติสำหรับครอบครัวของพ่อมดแม่มดที่เริ่มศึกษาศาสตร์มืดหรือคาถาต่าง ๆ ก่อนเข้าโรงเรียน”

“มันเหมือนกับเป็นความสามารถพิเศษสำหรับครูมั้ง เมื่อครูเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ได้เพียงแค่ไม่กี่เดือน ครูก็พบว่าครูนั้นก้าวหน้ามากกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน และยังมากกว่ารุ่นพี่บางคน จนทำให้เหมือนเป็นตัวประหลาดสำหรับเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ “ ถึงตอนนี้ดวงหน้าของศ.สเนปหมองลง
“เมื่อครูมาสมัครเป็นอาจารย์ที่นี่ ศ.ดัมเบิล ดอร์ก็รับครูและทาบทามครูถึงตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษา ตอนแรกครูก็ยังลังเลเลยบอกว่าอยากจะขอพูดกับนักเรียนที่รับผิดชอบชมรมเสียก่อน” ศ.สเนปหันมามองแฮร์รี่ เขาสังเกตเห็นดวงตาคู่สวยนั้นมองเขาอย่างชื่นชม
“ตอนแรกที่ครูรู้ว่าเป็นเธอนะแฮร์รี่ พอตเตอร์ ครูนึกว่าจะได้ฟังคำพูดที่บ่งบอกถึงการรังเกียจหรือต่อต้านศาสตร์มืดหรืออะไรอื่น ครูแปลกใจที่ได้ยินเธอพูดออกไปแบบนั้น ซึ่งแตกต่างจากความคิดของพ่อเธออย่างลิบลับ”
“อาจารย์รู้จักพ่อผมด้วยหรือครับ” แฮร์รี่ถามอย่างแปลกใจ
“ครูรู้จักพ่อของเธอแฮร์รี่ แม้จะไม่ได้พูดคุยกัน แต่ก็พอจะรู้นิสัยของเขาและเพื่อนคนอื่น ๆ เจมส์ พอตเตอร์นั้นเกลียดชังศาสตร์มืดและพยายามต่อต้านมันทุก ๆ ทาง”
“ผมก็เกลียดศาสตร์มืด” แฮร์รี่บอก “ผมเกลียดมันเพราะมันฆ่าพ่อกับแม่ผม ทำร้ายครอบครัวลองบัตท่อม อาจารย์ลองคิดดูสิครับว่ามีคนใช้ศาสตร์มืดมากแค่ไหน แล้วมีเด็กอีกกี่คนที่เป็นกำพร้าเหมือนผม” แฮร์รี่เมินหน้าไปทางอื่น เขาเห็นพ่อมดและแม่มดในกรอบรูปต่างมองเขาอย่างเห็นใจและรำลึกถึงอดีตที่ผ่านมา

“แต่ความเกลียดชังมันได้อะไรขึ้นมาละครับอาจารย์ การต่อต้านนั้นยิ่งทำเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีคนใช้มันมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นในความเกลียดของผมแทนที่ผมจะต่อต้านมัน ผมจึงคิดที่จะต้องการรู้เรื่องของมันให้ลึกซึ้งมากขึ้น ยิ่งเรารู้มากเท่าไหร่ อันตรายที่เกิดกับเราก็จะน้อยลงเท่านั้น อาจารย์ว่าจริงมั้ยครับ” แฮร์รี่หันมาถามอาจารย์ทั้งสอง ศ.ดัมเบิลดอร์และศ.สเนปหันไปยิ้มให้กัน แล้วศ.ดัมเบิลดอร์ก็ตัดบทไปเรื่องอื่น

“เอาหล่ะเรื่องที่ครูเรียกเธอมาก็มีเท่านี้แหละแฮร์รี่ อ้อ...แล้วเธอเจอหนังสืออะไรที่ต้องการมั่งล่ะ”
แฮร์รี่วางหนังสือในมือไว้บนโต๊ะทำงาน “ผมอยากจะยืมเล่มนี้ กับ ‘คู่มือการฝึกคาถาขั้นพื้นฐาน’ ด้วยมือ 2 เล่มครับอาจารย์”
ศ.ดัมเบิลดอร์มองหนังสือที่อยู่ตรงหน้าแล้วยิ้ม “ถึงเวลาที่จะต้องคืนเจ้าของแล้วสินะ” ศ.ดัมเบิลดอร์พึมพำยิ้ม ๆ “เห็นได้ชัดว่าเลือดพ่อเธอแรงแฮร์รี่” ศ.ดัมเบิลดอร์ยื่นหนังสือเก่าเล่มใหญ่ให้แฮร์รี่ “เปิดดูปกหลังด้านในสิแฮร์รี่ แล้วบอกครูว่าเธอเห็นอะไร”
แฮร์รี่เปิดดูปกหลังด้านในแล้วก็ต้องแปลกใจ เขาเห็นด้านในนั้นเป็นตัวหนังสือนูนออกมา “K.Potter” เขาอ่านเบา ๆ


ตอนที่ 10 ตระกูลพอตเตอร์



“ครูไม่แปลกใจหรอกนะแฮร์รี่ที่รู้ว่าเธอมีความรู้เกี่ยวกับครอบครัวน้อยมาก” ศ.ดัมเบิลดอร์บอกยิ้ม ๆ เขามองไปยังเด็ก ๆ ที่ขยับตัวไปมาด้วยความเมื่อย “ครูว่าพวกเธอนั่งกันก่อนดีมั้ย เพราะว่าเรื่องมันยาว ไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะเข้าเรียนไม่ทันเพราะพวกเธอไม่มีเรียนเข้านี้ ส่วนอาหารเช้าน่ะเดี๋ยวให้เอลฟ์จัดการให้แล้วกัน” รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ยิ้มเจื่อน ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มรู้ทันจากอาจารย์ใหญ่ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกเสกขึ้นมา

“อย่างที่พวกเธอรู้กันน่ะแหละนะว่าครอบครัวที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์มีน้อยมากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะแต่งงานกับสายเลือดมักเกิ้ล ครูต้องขอยอมรับว่าครอบครัววีสลีย์เองก็เป็นสายเลือดบริสุทธิ์ที่ยอดเยี่ยมเหมือนกัน” รอนหน้าแดงเมื่อถูกเอ่ยชม “มิสเตอร์วีสลีย์พ่อกับแม่ของเธอเคยพูดถึงตระกูลพอตเตอร์ให้ฟังบ้างไหม”
รอนพยักหน้า “พ่อเคยบอกเรื่องของพ่อกับแม่ของแฮร์รี่ครับว่าเคยเป็นเพื่อนกัน เคยร่วมงานกัน”
“แค่นั้นหรือ”
“แค่นั้นครับ” ศ.ดัมเบิลดอร์หันไปถามเฮอร์ไมโอนี่ “มิสเกรนเจอร์เธอเคยเห็นประวัติของตระกูลพอตเตอร์บ้างไหม”
เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว “ก็ทราบเรื่องของมิสเตอร์พอตเตอร์นิดหน่อยค่ะ”
“จากหนังสือ”
“ค่ะ จากหนังสือ”
“เห็นได้ชัดว่ามีการปิดบังประวัติความเป็นมาของตระกูลพอตเตอร์นะคะอาจารย์” ศ.สเนปเอ่ย
ศ.ดัมเบิลดอร์พยักหน้า “ใช่ เพราะว่าถ้านับไปแล้วแฮร์รี่เป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลพอตเตอร์ ฉะนั้นจึงจำเป็นมากที่เจมส์จะต้องทำการปกปิดเรื่องราวของตระกูลพอตเตอร์ เมื่อพบว่าพวกตนเป็นเป้าหมายของโวลเดอร์มอร์” (รอนสะดุ้ง)
“อาจารย์กำลังจะบอกว่าประวัติของครอบครัวผมมีการปกปิดหรือแต่งเติมขึ้นมาหรือครับ” แฮร์รี่ถาม
“ใช่แล้วแฮร์รี่ พ่อมดแม่มดที่มีสายเลือดบริสุทธิ์นั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นมิตรกันเสมอไปหรอกนะ มีการแบ่งเป็นสองฝ่ายเหมือนทุกวันนี้แหละ ฝ่ายหนึ่งต่อต้านศาสตร์มืดและเป็นมิตรกับมักเกิ้ล ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งนั้นศึกษาศาสตร์มืดแล้วทำลายมักเกิ้ล”

“แล้วครอบครัวของแฮร์รี่ล่ะคะ พวกเขาต่อต้านกันมาตลอดเลยหรือเปล่า” ออโรร่าถามอย่างสงสัย
ศ.ดัมเบิลดอร์ยิ้ม “ตระกูลพอตเตอร์เป็นตระกูลหนึ่งที่ต่อต้านศาสตร์มืดและการทำลายมักเกิ้ลมาตลอด ตระกูลพอตเตอร์ก็เหมือนกับตระกูลวีสลีย์ล่ะ ที่แม้นจะเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ แต่ก็เป็นมิตรกับมักเกิ้ล แต่ทั้งสองตระกูลจะต่างกันตรงที่ ตระกูลวีสลีย์นั้นจะอยู่อย่างเงียบ ๆ ในขณะที่ตระกูลพอตเตอร์เป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในสมัยก่อนและจะแสดงการต่อต้านอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่แปลกอะไรเมื่อพบว่าในสมัยผู้นำตระกูลรุ่นที่ 9 สมาชิกของตระกูลพอตเตอร์เริ่มถูกสังหารทีละคน คลาวด์ พอตเตอร์ สมาชิกคนหนึ่งในตอนนั้น เขามีความคิดเห็นแตกต่างจากสมาชิกคนอื่น...
เขาเป็นเหมือนเธอแหละแฮร์รี่ ถึงแม้เขาจะต่อต้านศาสตร์มืด แต่เขาก็ศึกษาศาสตร์มืดเพื่อใช้ป้องกันตัว เมื่อเขาศึกษามันมากขึ้น สมาชิกคนอื่น ๆ ก็เริ่มถอยห่างจากเขามากขึ้นเพราะเข้าใจว่า คลาวด์ พอตเตอร์นั้นได้เข้าพวกกับอีกฝ่ายแล้ว เมื่อคลาวด์เห็นว่า พ่อและแม่ของเขาสั่งให้เขาเลิกฝึกฝนศาสตร์มืดนั้น เขาก็ไม่พอใจจึงหนีออกไปจากบ้าน”

“หลังจากนั้นไม่กี่ปี เมื่อเขากลับมาถึงบ้านก็พบว่า ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเขาแตกกระจายไปทุกทิศ พ่อและแม่ของเขาถูกฆ่าตาย ลุงป้าน้าอาก็หนีหายไป เขาตามหาอยู่หลายปี ความมุ่งมั่นที่มีที่เป็นสาเหตุให้เขาฝึกฝนศาสตร์มืดเริ่มท้อแท้ เขาจึงนำความรู้ที่มีนั้นถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือ แล้วนำมาฝากที่ฮอกวอตส์นี่ โดยที่หนังสือเล่มนี้ถูกลงอาคมไว้ ถ้าไม่มีสายเลือดของพอตเตอร์มาเปิดไว้หรือเต็มใจให้คนอื่นอ่านล่ะก็ หนังสือก็จะเป็นเพียงกระดาษเปล่าสำหรับคนภายนอกทันที ไม่มีค่าอะไรเลย”
“แล้วไม่เคยมีพอตเตอร์คนอื่นมาเปิดเลยหรือคะ” เฮอร์ไมโอนี่สงสัย
“มีมิสเกรนเจอร์ ทุกคนพอถึงปีที่ 7 แล้วจะได้เห็นหนังสือเล่มนี้ แต่อย่างว่าแหละแม้ตระกูลจะแตกไปคนละทาง แต่ทุกคนที่เข้ามาในห้องนี้ก็ไม่ต้องการหนังสือเล่มนี้ พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขารังเกียจศาสตร์มืด และไม่ต้องการนำความหายนะมาให้ครอบครัวเหมือนที่ คลาวด์ พอตเตอร์เคยทำ”
“พวกเขาโทษ คลาวด์ พอตเตอร์ เรื่องที่ครอบครัวแตกหรือครับ” รอนถาม
“ใช่แล้ว พวกเขาโทษว่าเพราะคลาวด์นำสิ่งที่เป็นอัปมงคลเข้าบ้านเพราะฉะนั้นหายนะจึงเกิดขึ้น”
“แล้วพ่อผมล่ะครับ” แฮร์รี่ถามอย่างอยากรู้
“พ่อของเธอพูดเหมือนกับที่คนเกือบ 100 คน พูดนั่นคือ ไม่ต้องการแตะต้องมัน แต่ก่อนที่พ่อเธอจะออกจากฮอกวอตส์นั้นพ่อเธอบอกครูว่า ขอฝากไว้ก่อนแล้วจะมาเอาวันหลัง เพราะพ่อของเธอคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะต้องเป็นประโยชน์กับเขาบ้าง เขาไม่ต้องการให้หนังสือเล่มนี้มาหมกอยู่ในตู้หนังสือ แล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรเหมือนที่เป็นมาตลอด 400 ปี”
“400ปีเหรอ เหลือเชื่อเลย” รอนคราง “นั่นแสดงว่าตระกูลพอตเตอร์เก่ายิ่งกว่าตระกูลชั้นอีก”
“รู้ได้ยังไงล่ะรอน” ออโรร่าถาม
“ก็ถ้าจำไม่ผิดตระกูลฉันน่ะยาวนานเกือบ 600 ปี แล้วศ.ดัมเบิลดอร์บอกว่าหนังสือเล่มนี้มีอายุ 400 กว่าปี แล้วผู้นำตระกูลก็รุ่นที่ 9 พ่อมดคนหนึ่งมีอายุนานเป็นร้อยปีเชียวนะ เธอลองคิดดูสิว่า คลาวด์ พอตเตอร์น่ะ จากที่ฟังน่าจะเป็นรุ่นหลังที่มีอายุห่างจากรุ่นแรกประมาณ 300 ปีนะ”

“ตระกูลพอตเตอร์ถ้านับจากอดีตจนถึงวินาทีนี้ ก็มีอายุประมาณเกือบ 1,600 ปี ถึงแม้จะยาวนานกว่าตระกูลอื่น แต่ว่าตอนนี้ตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุยาวนานกว่าเกือบ 2,000 ปีก็คือ ตระกูลแบล็ก” เสียงของฟินีแอส ไนเจลลัสบอกมาจากรูปภาพ ทุกคนหันไปตามเสียง แล้วศ.ดัมเบิลดอร์ก็เอ่ยต่อ
“ตระกูลพอตเตอร์ต่างเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ทั้งนั้น จนกระทั่งถึงรุ่นพ่อเธอ”
“แม่มีสายเลือดมักเกิ้ล” แฮร์รี่พึมพำ
“และเธอเป็นที่รักของครอบครัวพอตเตอร์ด้วย” ศ.ดัมเบิลดอร์บอกแล้วลุกขึ้น ทำให้ทุกคนลุกตาม “เธอจะเอาหนังสือเล่มนั้นไปเลยก็ได้นะแฮร์รี่ ส่วนหนังสือ ‘คู่มือการฝึกคาถาขั้นพื้นฐาน’ ด้วยมือน่ะเล่มนั้นเป็นของครูเอง และครูไม่ต้องใช้แล้ว ครูยกให้เธอทั้งชุดเลยแล้วกัน เดี๋ยวครูจะให้เอลฟ์เอาไปให้ที่หอพักนะ รวมทั้งหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่เป็นของเธอด้วย เพราะมันไม่ได้มีเพียงเล่มเดียว”

ศ.ดัมเบิลดอร์เดินมาส่งเด็กทั้ง 4 ที่หน้าประตู “เวลาฝึกระวังด้วยล่ะแฮร์รี่มันไม่ง่ายเหมือนการฝึกด้วยไม้กายสิทธิ์หรอกนะ...อ้อแฮร์รี่ ถ้าเธอกับมิสเตอร์วีสลีย์มีเวลาล่ะก็ ลองไล่ลำดับตระกูลดูนะแล้วพวกเธอจะรู้ว่าเธอทั้งสองคนน่ะเป็นญาติกันตั้งแต่เมื่อไหร่”







Create Date : 22 พฤษภาคม 2549
Last Update : 13 ธันวาคม 2549 14:52:45 น. 0 comments
Counter : 300 Pageviews.

s_sut
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





contatore visite clocks for websites

     
 
เกมส์ที่มีปัญหา อยู่ในระหว่างการแก้ไขค่ะ

ปัญหาของเวป Reflexive ปี 2009
 
     

ღแจ้งอัพเดทตอนล่าสุดของฟิคแต่ละเรื่องจ้าღ

[HP] HP กับ ผองเพื่อนในปีที่ 6
ตอนที่ 36.1 ตอนที่ 36.2

[HP] ช่วงหนึ่งของชีวิต
ตอนที่ 6

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

จบ

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้น...ของมิตรภาพ
จบ

[HP/Y] The hoodwink love
ตอนที่ 6

[HP/Y] Darling. You're my love...my heart
ตอนที่ 7

[จอนที] คนรักของพี่ชาย
ตอนที่ 4

[HP] HP and the Daughter Twin
ตอนที่ 1


ღMember Zoneღ


     
 
อยู่ระหว่างการแก้ไขไฟล์ทั้งหมดค่ะ
 
     

     
 

♬CSI Zone

CSI : Miami (S9) Ep.02

CSI : NY (S7) Ep.01

CSI : Las Vegas (S11) Ep.02
 
     

ทางลัดไปเครื่องมือเวปต่าง ๆ


เช็ค Link Download ว่ายังใช้ได้ไหม

ทดสอบโค้ด

Pasta Pronta
Free Web Counter
Pasta Pronta

free counters


widgeo
Emo ลิงน้อยน่ารัก
Emo ลิงน้อยน่ารักภาค 2
X
X
Friends' blogs
[Add s_sut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.