Photobucket - Video and Image Hosting

ยินดีต้อนรับจ้า ทั้งผู้ที่แวะมาด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ ^o^ ใครเข้ามาเป็นครั้งแรก อย่าลืมไปอ่านระเบียบข้อบังคับการใช้บล็อคด้วยน้า ส่วนเพื่อน ๆ ในหมวดของ Game Zone อย่าลืมอ่านประกาศด้านขวามือด้วยนะคะ ขอให้สนุกกันนะเจ้าคะ ^o^

~~ ตอนนี้ CSI ทั้งสามภาคจบเรียบร้อยแล้วนะคะ ~~ สำหรับเพื่อน ๆ ที่รอเกมส์โซนกันอยู่ ขอเวลาหน่อยค่ะ เพราะตอนนี้ถึงเวลาของเกมส์โซนกันบ้างแล้ว ~~
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
ตอนที่ 1 - 5

ตอนที่ 1 แขก


“ออโรร่า แต่งตัวเสร็จหรือยังลูก เราต้องรีบไปแล้ว” เสียงที่ร้องถามมาทำให้มือที่กำลังเปิดหนังสืออ่านเล่นอยู่นั้นรีบวางหนังสือในมือทันที
“เสร็จแล้วค่ะแม่” เด็กสาวร้องบอก แล้วรีบออกจากห้องไป


*********************************


“หนูไปอยู่ที่โน่นต้องทำตัวดี ๆ นะลูก” นางเดมมิ่งหันไปบอกลูกสาวขณะที่กำลังขับรถไปส่งยังบ้านเดอร์สลีย์
“ค่ะแม่...แต่แหม...แม่ไม่น่าต้องลำบากเอาหนูไปฝากกับบ้านเดอร์สลีย์เลยนะคะ หนูอยู่คนเดียวก็ได้...”
“ไม่มีทางหรอกจ๊ะ ที่แม่กับพ่อจะให้หนูอยู่คนเดียว หนูเป็นผู้หญิงจะอยู่คนเดียวได้ยังไง พ่อกับแม่ไปเยอรมันตั้งหลายเดือน กว่าจะกลับมาหนูก็เปิดเทอมพอดี”
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้หนูไปอยู่บ้านเพื่อนหนูก็ได้นี่คะ”
“ไม่ได้หรอกจ๊ะ ถ้าหนูไปอยู่กับเพื่อนหนูแล้วเกิดหนูทำตัวเกเรจะว่ายังไง แม่ไม่ไว้ใจหรอก ที่แม่ให้หนูไปอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์ ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นคนดี แม่กับพ่อทำงานกับคุณเดอร์สลีย์มานาน แล้วก็รู้จักครอบครัวเดอร์สลีย์ดี ทุกคนเป็นคนดีมาก ๆ จ๊ะ” นางเดมมิ่งพูดอย่างชื่นชม แต่นางไม่ทันสังเกตเห็นลูกสาวคนเดียวที่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

ออโรร่าไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ของเธอถึงชอบครอบครัวเดอร์สลีย์นัก เธอนั้นไม่ชอบครอบครัวนี้เลย บริษัทที่นายเดอร์สลีย์ทำงานอยู่นั้น เป็นของครอบครัวเธอ ซึ่งนายเดอร์สลีย์เองก็เป็นลูกน้องของพ่อซึ่งชอบที่จะอวดตัวเองกับใครต่อใคร
ส่วนนางเดอร์สลีย์ก็ชอบที่จะยุ่งกับเรื่องของคนอื่นเสียจริง ๆ อะไรก็ไม่เลวร้ายเท่าลูกชายของพวกเขา เมื่อใดก็ตามที่ครอบครัวเดอร์สลีย์ไปที่บ้านของเธอนั้นเขาก็ชอบที่จะเอาลูกชายตัวอ้วนไปด้วย แม้จะลูกชายของพวกเขาจะทำตัวเรียบร้อยเวลาอยู่ต่อหน้าครอบครัวของเธอ แต่ออโรร่าสามารถบอกได้ว่ามันไม่ใช่ เพราะแววตาที่มองมาอย่างเจ้าเล่ห์ และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เธอไม่ชอบพวกเดอร์สลีย์เพราะว่าเพื่อนของเธอคนหนึ่งบังเอิญเป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับดัดลีย์ เดอร์สลีย์

“นอกจากที่จะทำตัวเป็นเด็กดีแล้ว สิ่งที่หนูต้องระวังอีกอย่างก็คือ...เอ่อ...” นางเดมมิ่งลังเล ทำให้ออโรร่าสงสัย “อะไรหรือคะแม่”
“ครอบครัวเดอร์สลีย์น่ะ มีหลานชายอยู่คนหนึ่งจ๊ะ เห็นว่าเป็นเด็กเกเร ครอบครัวเดอร์สลีย์ก็เลยต้องเอาไปฝากไว้ที่ ‘สถานดัดสันดานอาชญากรเด็กและเยาวชนเซนต์บรูตัส‘ ” ออโรร่าขมวดคิ้ว “แม่อยากให้หนูระวังตัวหน่อยนะจ๊ะ ระวังอย่าไปยุ่งกับเด็กคนนั้นนะ”


*********************************


“ตายจริง..เสร็จหรือยังคะเวอร์นอน คุณนายเดมมิ่งมาถึงแล้ว” ป้าเพ็ตทูเนียร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นรถของนางเดมมิ่งเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน แล้วหันไปทางลูกชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “อย่าลืมนะจ๊ะดัดดี้ ยิ้มให้หวาน ๆ เข้าไว้” ดัดลีย์พยักหน้า แล้วชะเง้อมองไปนอกหน้าต่างอย่างตื่นเต้น สิ่งที่ทำให้ดัดลีย์ตื่นเต้นน่ะไม่ใช่นางเดมมิ่งหรอก แต่เป็น ออโรร่า เดมมิ่งต่างหากล่ะ

“เวอร์นอน” ป้าเพ็ตทูเนียร้องเรียกสามีอีกครั้ง ลุงเวอร์นอนรีบออกไปต้อนรับนางเดมมิ่งหน้าบ้าน สักพักประตูหน้าบ้านก็เปิดขึ้น นางเดมมิ่งและลูกสาวเดินเข้ามา ตามด้วยลุงเวอร์นอนที่กำลังขนกระเป๋าเสื้อผ้าของออโรร่า
“สวัสดีค่ะคุณนายเดมมิ่ง” ป้าเพ็ตทูเนียร้องทักอย่างอ่อนหวาน พร้อมกับยื่นมือให้
“สวัสดีค่ะคุณนายเดอร์สลีย์” นางเดมมิ่งทักตอบพร้อมกับจับมือทักทาย “สวัสดีจ๊ะดัดลีย์” นางเดมมิ่งหันไปทักดัดลีย์ที่ยืนจ้องออโรร่าอยู่อย่างไม่วางตา
“สะ..สวัสดีครับคุณนายเดมมิ่ง” ดัดลีย์กล่าวทักทายเมื่อป้าเพ็ตทูเนียสะกิดที่แขนเบา ๆ
“สวัสดีค่ะคุณนายเดอร์สลีย์” ออโรร่าทักทายพร้อมกับยื่นมือให้ แต่ป้าเพ็ตทูเนียกับดึงเธอเข้าไปกอดอย่างแรง
“สวัสดีจ๊ะออโรร่า แหม..ไม่เจอกันไม่เท่าไหร่ สวยขึ้นมากเลยนะจ๊ะเนี่ย” ป้าเพ็ตทูเนียปล่อยเธอแล้วหันไปหาดัดลีย์ “หนูจำดัดดี้ได้ไหมจ๊ะ ออโรร่า”
“จำได้ค่ะ” ออโรร่าตอบ แล้วหันไปยิ้มให้ดัดลีย์ “สวัสดีจ๊ะดัดลีย์” ดัดลีย์ไม่ตอบ แต่เขาหน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อเห็นรอยยิ้มสวยที่ส่งมาให้เขา
“หนูขึ้นไปดูห้องก่อนดีมั้ยจ๊ะออโรร่า” ป้าเพ็ตทูเนียเอ่ยขึ้น
“ค่ะ”
“เวอร์นอนคะ” ป้าเพ็ตทูเนียหันไปหาสามีที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังแขก
“เชิญทางนี้เลยจ๊ะออโรร่า” ลุงเวอร์นอนเดินนำออโรร่าขึ้นไปในขณะที่ป้าเพ็ตทูเนียก็เชิญนางเดมมิ่งเข้าไปในห้องรับแขก

“เป็นไงจ๊ะ ชอบมั้ยจ๊ะออโรร่า” ลุงเวอร์นอนถามเมื่อทั้งคู่เข้าไปในห้องพักของออโรร่าแล้ว
“ชอบค่ะ ขอบคุณมากค่ะคุณเดอร์สลีย์”
“ถ้ายังไงเราไปที่ห้องรับแขกก่อนดีมั้ย” ลุงเวอร์นอนถาม “ค่ะ” เมื่อออโรร่าออกมานอกห้อง เธอเห็นห้อง ๆ หนึ่งที่อยู่เลยเธอไป 2 ห้องปิดกุญแจเอาไว้ เธอได้แต่มองแต่ไม่ได้สนใจอะไร


*********************************


“อย่าลืมนะจ๊ะออโรร่า ว่าต้องเป็นเด็กดี อย่าก่อเรื่องอะไรให้กับคุณเดอร์สลีย์นะจ๊ะ” นางเดมมิ่งเอ่ยสั่งลูกสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขับรถออกไป
เมื่อออโรร่าเห็นรถของมารดาลับไปจากสายตาแล้วนั้น เธอก็มองไปรอบ ๆ บ้าน ‘มันต้องเป็นปิดเทอมที่น่าเบื่อและก็น่ารำคาญมาก ๆ แน่เลย’ ออโรร่าคิดอย่างเบื่อหน่าย ‘หวังว่าจะมีอะไรมาช่วยแก้เบื่อได้นะ’


*********************************


“อรุณสวัสดิ์จ๊ะออโรร่า” ป้าเพ็ตทูเนียทักเมื่อเห็นออโรร่าเดินมาที่โต๊ะอาหารในเช้าวันต่อมา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณนายเดอร์สลีย์…อรุณสวัสดิ์จ๊ะดัดลีย์” ออโรร่าเอ่ยทักเมื่อนั่งที่โต๊ะ
“อรุณสวัสดิ์” ดัดลีย์ตอบแล้วก้มหน้าที่แดงเรื่อลง
“เป็นยังไงจ๊ะหลับสบายไหม”
“ก็..หลับ ๆ ตื่น ๆ ค่ะ สงสัยจะผิดที่” ออโรร่าตอบ ใครจะหลับลงล่ะ ได้ยินแต่เสียงกรนของดัดลีย์กับคุณเดอร์สลีย์ เธอคิด แล้วหันไปรอบ ๆ ห้อง “ขอบคุณค่ะคุณนายเดอร์สลีย์...คุณเดอร์สลีย์ไปทำงานแล้วหรือคะ”
ป้าเพ็ตทูเนียวางอาหารเช้าไว้ข้างหน้าเธอ “จ๊ะ เห็นว่าวันนี้มีประชุม...เสร็จหรือยังจ๊ะดัดดี้ รถโรงเรียนมาแล้วนะ” ป้าเพ็ตทูเนียบอกเมื่อเห็นรถโรงเรียนแล่นมาจอดหน้าบ้าน
“แล้วเจอกันตอนเย็นนะดัดลีย์” ออโรร่าบอกดัดลีย์ที่ลุกขึ้นยืน ดัดลีย์พยักหน้าที่ยังคงแดงแล้วหยิบกระเป๋าเดินออกไปจากห้อง


*********************************


ออโรร่าวิ่งหนีเสียงประหลาดที่วิ่งไล่มาอย่างตระหนก เธอไม่รู้ว่าอะไรกำลังวิ่งไล่เธออยู่ แต่บางครั้งเธอได้ยินเสียงขู่คำรามที่ดังมา หรือเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้เธอเสียวสันหลังวาบ พุ่มไม้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ทำให้เธอรู้สึกเหมือนสวรรค์มาโปรด เธอรีบเข้าไปซ่อนในพุ่มไม้โดยเร็ว
สักพักเธอก็เห็นตัวประหลาดที่วิ่งไล่เธอมา จะว่าม้าก็ไม่ใช่ คนก็ไม่เชิง เพราะว่าส่วนล่างเป็นม้า แต่ว่ามีหัวเป็นคน

“หายไปไหนแล้ว” ตัวหนึ่งพูด
“สงสัยจะหนีไปได้แล้วมั้ง” อีกตัวหนึ่งบอก
“ดูนั่นสิ...นั่นใครมา” อีกตัวหนึ่งมองไปบนฟ้าแล้วร้องออกมาอย่างแปลกใจ
ออโรร่ามองตาม แล้วเธอก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งขี่อะไรบางอย่างที่เหมือนไม้กวาดอยู่บนฟ้า แล้วเมื่อเด็กผู้ชายคนนั้นลงมาถึงพื้น เธอก็เห็นรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างชัดเจน เขาเป็นเด็กชายที่มีรูปร่างสูงผอม มีผมสีดำยุ่งเหยิง สวมแว่นตา แต่เธอก็สามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เขาหล่อมากจริง ๆ

“มาที่นี่มีอะไรพ่อหนุ่ม” ตัวประหลาดตัวหนึ่งพูดขึ้น
“ก็รู้อยู่ไม่ใช่หรือว่า’คน’น่ะ ไม่เป็นที่ต้อนรับ” อีกตัวหนึ่งคำราม
“ผมทราบครับแต่พอดีว่า...เอ่อ...ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ให้ผมมาเชิญพวกคุณไปที่ปราสาทครับ” เด็กชายคนนั้นพูด
“ทุกคนหรือ” อีกตัวหนึ่งพูดขึ้น
“เอ่อ...ครับ”
“เอาเถอะ เดี๋ยวเราจะไป ขอบใจมาก”
“ครับ” แล้วเด็กคนนั้นก็ขี่ไม้กวาดขึ้นไปบนฟ้า ออโรร่าพูดไม่ออกได้แต่เหตุการณ์ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ


*********************************


ปัง!! ออโรร่าสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ เสียงที่ดังขึ้นสงสัยเป็นเสียงที่ดัดลีย์นอนละเมออีก(ละเมอทุกคืน) เธอมองไปรอบ ๆ ตัว แล้วก็ต้องถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นตัวเองอยู่ในห้องพักของบ้านเดอร์สลีย์ ไม่ใช่อยู่ในป่าอย่างในฝัน
ฝันหรือ...แต่ทำไมถึงเหมือนจริงจัง ออโรร่าคิดอย่างฉงน ครึ่งคนครึ่งม้า แล้วยังเด็กผู้ชายคนนั้น... ออโรร่าครุ่นคิดถึงเด็กผู้ชายที่เธอฝันเห็น เธอถอนใจอย่างเสียดายที่เป็นเพียงความฝัน เพราะเธออยากเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นอีก


ตอนที่ 2 สมาชิกคนสุดท้ายของบ้านเดอร์สลีย์



วันรุ่งขึ้น แม้ว่าเธอจะพยายามหางานทำให้มันวุ่นวายเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาอีก แต่ว่าในช่วงที่เธอว่าง ไม่มีอะไรทำ เธอก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แม้เธอจะรู้ว่ามันเป็นเพียงความฝัน แต่เธอก็ยังคงรู้สึกถึงความกลัวในตอนที่หนีตัวประหลาดที่เหมือนทั้งม้าและคน (ตัวเซนทรอน่ะ) หรือความรู้สึกประหลาดใจที่เห็นเด็กผู้ชายคนนั้นขี่ไม้กวาดอยู่ ความฝันที่เกิดขึ้นมันคืออะไร เธอได้แต่สงสัย มันเป็นเพียงจินตนาการที่เธอสร้างมันขึ้นมาหรือมันเป็นเรื่องจริงที่บังเอิญเธอเข้าไปมีส่วนร่วมเท่านั้น


*************************************


ออโรร่าก้าวออกมาจากห้องในตอนเช้าวันหนึ่ง “ทำอะไรอยู่หรือคะคุณนายเดอร์สลีย์” ออโรร่าถามเมื่อเห็นป้าเพ็ททูเนียยืนอยู่หน้าห้องที่ล็อคกุญแจ
“อ๋อ..ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวรับลงไปทานอาหารเช้าเลยนะจ๊ะ ถ้าช้าเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน” ป้าเพ็ททูเนียบอกแล้วรีบลงไปข้างล่าง ออโรร่ารับคำ

แต่พอลับหลังป้าเพ็ททูเนียแล้วเธอเดินไปยังห้องที่อยู่ถัดไปจากเธอ 2 ห้อง ห้องที่ปกติจะล็อคกุญแจ แต่วันนี้ กุญแจที่เคยอยู่กลับไม่มีเสียแล้ว “สงสัยจะเป็นห้องของหลานชายล่ะมั้ง” ออโรร่าคิด เพราะว่าในบ้างหลังนี้นั้นมีห้องนอนอยู่ด้วยกัน 4 ห้อง (สมมตินะ)
ห้องแรกคือห้องนอนใหญ่เป็นของสองสามีภรรยา ห้องที่ 2 เป็นห้องของดัดลีย์อยู่ติดกันกับเธอ ห้องที่ 3 คือห้องที่เธออยู่ ส่วนห้องสุดท้ายคือห้องนี้ ห้องที่ล็อคกุญแจไว้

ด้วยความสงสัย ออโรร่าลองเข้าไปในห้อง แล้วเธอก็ต้องย่นจมูกอย่างไม่ชอบใจนัก “ทำไมห้องเหม็นอับจัง สงสัยจะเป็นเพราะปิดไว้ตลอดเวลามั้ง” ภายในห้องแทบจะไม่มีอะไรเลย มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือเท่านั้น
“ห้องเปล่า ๆ อย่างนี้อยู่ได้ยังไงกันนะ” ออโรร่าสงสัย แม้ว่าห้องที่เธออยู่เป็นเพียงห้องรับแขกของบ้าน แต่ว่าเมื่อเทียบกับห้องนี้แล้ว ต้องบอกว่าต่างกันลิบลับ เพราะห้องเธอมีครบไม่เหมือนห้องที่เป็นเหมือนห้องร้างห้องนี้
“ออโรร่าทำอะไรอยู่จ๊ะ” ป้าเพ็ททูเนียเรียก
“เดี๋ยวหนูจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ออโรร่าตอบแล้วรีบออกจากห้องไป


*************************************


เมื่อมาถึงข้างล่างออโรร่าก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่า 2 สามีภรรยาแต่งตัวด้วยชุดที่พร้อมจะออกข้างนอกทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันหยุดแท้ ๆ “เอ๊ะ…เดี๋ยวพวกคุณจะออกไปข้างนอกกันหรือคะ”
“จ๊ะ” ป้าเพ็ททูเนียตอบแล้วหันหลังให้ “พอดีว่าหลานชายของพวกเราจะกลับวันนี้น่ะจ๊ะ เราก็เลยจะออกไปรับเขา” ขณะที่ตอบป้าเพ็ททูเนียก็ยังวุ่นวายกับการเตรียมอาหารเช้า “หนูคงอยู่คนเดียวได้นะจ๊ะออโรร่า เราไปแป๊บเดียวเท่านั้น”
“ผมไม่ไปไม่ได้หรือครับแม่ ผมเหนื่อยอยากพักผ่อน” ดัดลีย์ที่กำลังดูโทรทัศน์อยู่หันมาอ้อนป้าเพ็ททูเนีย “ถ้ายังไงผมจะได้อยู่เป็นเพื่อนออโรร่าด้วย เธอจะได้ไม่เหงา”
ออโรร่าที่นั่นทานขนมปังอยู่นั้น รีบยกแก้วนมขึ้นดื่มเพื่อดันก้อนขนมปังที่กำลังติดคอให้ลงไปทันที อยู่เป็นเพื่อนหรือ เธอน่ะทำให้ฉันรำคาญต่างหากดัดลีย์ ออโรร่าค้านในใจอย่างเบื่อหน่าย เพราะว่าตั้งแต่ที่ดัดลีย์ปิดเทอมนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกินและนอน แถมยังเป็นตัววุ่นวายสำหรับเธอด้วย แต่ด้วยความที่เธอเป็นแขกในบ้านจึงทำให้ได้แต่นั่งเงียบเท่านั้น

เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงได้พูดถึง ดัดลีย์ เดอร์สลีย์ว่าเป็นจอมเกเรประจำโรงเรียน นั้นเป็นเพราะว่าสองสามีภรรยาเดอร์สลีย์นั้นเลี้ยงลูกชายคนเดียวเหมือนเป็นเจ้าชาย ไม่ว่าสิ่งใดที่เขาต้องการพวกเขาจะรีบหามาให้ทันที และดูเหมือนว่า ลูกชายของพวกเขานั้นไม่เคยผิด ทุกอย่างถูกต้องเสมอ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ดัดลีย์เป็นคนเกเรและเอาแต่ใจตัวเอง เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนนอกถึงได้ชื่นชมครอบครัวนี้นัก นั่นเป็นเพราะพวกเขามองครอบครัวเดอร์สลีย์เพียงแค่ภายนอก ไม่ใช่มองที่ภายในครอบครัวเหมือนอย่างเธอนั่นเอง


*************************************


“แขกหรือครับ” แฮร์รี่ทวนคำ เมื่อได้ยินคำบอกกล่าวจากลุงเวอร์นอน
“ใช่ เค้าเป็นลูกสาวของเจ้านายชั้น แกต้องทำตัวดี ๆ นะรู้มั้ย ถ้าแกก่อเรื่องล่ะก็…ฮึ่ม…” ลุงเวอร์นอนคำราม
แฮร์รี่ถอนใจเฮือก ลุงเวอร์นอนพูดยังกับว่าเขาชอบไปหาเรื่องใครอย่างนั้นแหละ ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่เฉย ๆ แท้ ๆ
“แกอยู่ห่าง ๆ หนูออโรร่านะรู้ไหม อย่าให้รู้นะว่าแกเข้าไปสุงสิงกับเขา” ป้าเพ็ททูเนียตวาด “ให้มันรู้ซะมั่งว่าแกกับพวกชั้นน่ะมันต่างกัน ไม่มีใครเค้าอยากยุ่งกับตัวประหลาดอย่างพวกแกหรอก”
แฮร์รี่รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาทันที ตัวประหลาดหรือ เขาไม่ใช่ตัวประหลาดสักหน่อย แค่ไม่เหมือนพวกมักเกิ้ลเท่านั้นเอง
“พยายามเก็บตัวเองอยู่แต่ในห้องของแกนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะก็ แกอย่าหวังเลยว่าปีนี้แกจะได้กลับไปที่โรงเรียนบ้า ๆ นั่นอีก”


*************************************


ออโรร่าวางผ้าที่กำลังเช็ดโต๊ะไว้แล้ววิ่งไปที่หน้าต่างเมื่อได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามา วันนี้ทั้งบ้านมีเพียงเธอกับดัดลีย์เท่านั้น แล้วเธอก็เบื่อกับนิสัยที่เอาแต่กินและก็นอน (ดูโทรทัศน์) ของดัดลีย์เต็มที เธอจึงขึ้นมาทำความสะอาดห้องที่ถูกใส่กุญแจไว้
ตอนแรกดัดลีย์ค้านเป็นการใหญ่ โดยอ้างเหตุผลร้อยแปด เช่น เธอเป็นแขกของบ้านบ้างล่ะ หรือว่าจะเป็นการสร้างความเคยตัวให้ ‘เจ้าเด็กเกเร’ บ้างล่ะ
จากน้ำเสียงที่ดัดลีย์พูดถึงลูกพี่ลูกน้องของเขานั้น บ่งบอกถึงความเกลียดชัดและความหวาดกลัวเอาไว้ นั่นทำให้เธออยากพบเขามากยิ่งขึ้น และสงสัยว่าคนที่ทำให้คนอย่างดัดลีย์ เดอร์สลีย์กลัวได้นั้นจะหน้าตาเป็นอย่างไร จะมีท่าทางกักขฬะหยาบคายอย่างที่เธอเคยคิดเอาไว้หรือเปล่า


*************************************


แฮร์รี่วางหีบที่ทั้งใหญ่และหนักของเขาลงอย่างแรง ความหนักของมันทำให้แขนทั้งสองข้างแทบจะหลุดออกจากไหล่ ความจริงเขาควรที่จะชินกับน้ำหนักของหีบได้แล้ว เพราะว่าทุกปีนั้น เขาจะเป็นคนยกและลากหีบใบนี้เอง ซึ่งครอบครัวเดอร์สลีย์นั้นมีหน้าที่คอยเฝ้าและล็อกกุญแจเมื่อหีบนั้นถูกเก็บไว้ในห้องใต้บันได้แล้วเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
แต่ปีนี้สิ่งที่ผิดแปลกไปก็คือ ปีนี้เขาได้รับอนุญาตให้เก็บหีบไว้ในห้องส่วนตัวของเขาได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเมื่อนึกถึง ‘คำเตือน’ ที่เหล่าสมาชิกภาคีมีให้กับลุงเวอร์นอนและป้าเพ็ททูเนีย แต่ปัญหาในตอนนี้คือ เขาจะลากหีบที่ทั้งใหญ่และหนักขึ้นไปชั้นบนคนเดียวได้อย่างไร

ขณะที่แฮร์รี่กำลังยืนลังเลอยู่ว่าจะทำอย่างไรกับหีบของเขาอยู่นั้น เขาก็ต้องหันขวับไปทางด้านหลัง เมื่อได้ยินเสียงอุทานอย่างแปลกใจ ดวงตาคู่สีเขียวของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ที่บันไดด้านหลังเขา
ให้ตายสิ แฮร์รี่อุทานในใจ เขาไม่เคยเห็นใครสวยเท่าผู้หญิงคนนี้มาก่อน ดวงหน้าหวานถูกเปิดออกให้เห็นความงามเด่นชัดขึ้น เมื่อผมสีบลอนด์ของเธอถูกรวบเป็นหางม้าไว้ทางด้านหลัง ดวงตาคู่กลมโตของเธอเป็นสีฟ้าและตอนนี้บ่งบอกถึงความประหลาดใจเมื่อเห็นเขา ผิวของเธอเป็นสีขาวอมชมพู ไม่ขาวเผือดเหมือนผู้หญิงบางคน ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นที่ใบหน้าของเธอนั้น เหมือนจะถูกเลือกสรรมาอย่างดี เธอเป็นผู้หญิงที่ผู้หญิงคนอื่น ๆ ต้องอิจฉาเมื่อได้เห็นเธอ

“สวัสดีจ๊ะ เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของดัดลีย์ใช่ไหม” เด็กสาวถาม แฮร์รี่ไม่ตอบ เขาเพียงพยักหน้า เนื่องจากยังตะลึงในความงามของเด็กสาวตรงหน้า
“ฉันชื่อ ออโรร่า เดมมิ่งจ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” เธอยิ้ม แล้วยื่นมือขวาออกมา เขามองมือข้างนั้นอย่างลังเล แต่เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นฉายแววใสซื่อ บริสุทธิ์ใจ เขาจึงยื่นมือออกไป
“ฉันชื่อแฮร์รี่...แฮร์รี่ พอตเตอร์” เขายิ้มให้เธอนิดหนึ่ง แล้วก็เห็นดวงหน้าหวานมีสีแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย
ออโรร่าปล่อยมือแล้วมองข้าวของที่กองอยู่รอบ ๆ ตัวแฮร์รี่อย่างสนใจ “ของพวกนี้ของเธอทั้งนั้นเลยเหรอ”
“ใช่”
“ทำไมมันมากอย่างนั้นล่ะแฮร์รี่”
“ก็...ฉันอยู่โรงเรียน..เอ่อ...โรงเรียนประจำน่ะ พอปิดเทอมทีก็เลยต้องขนของกลับบ้านที”
“หีบนั่น...”
“เสื้อผ้ากับหนังสือเรียนน่ะ”
“แล้วกรงนกนั้น...นกฮูกเหรอ”
“เอ่อ...ใช่...ที่โรงเรียนอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้น่ะ”
“แล้วนั่น...ไม้กวาดหรือ”
“ใช่” แฮร์รี่คิดหาคำตอบอย่างรวดเร็ว
“เอาไว้..เอาไว้ทำความสะอาดโรงเรียนน่ะ” แฮร์รี่รีบหยิบกรงเฮ็ดวิกกับไม้กวาดขึ้นมา “ถ้าเธอไม่ว่าอะไรฉันขอตัวก่อนนะ ต้องเอาของไปเก็บน่ะ”

เพราะความรีบร้อนที่จะไปให้พ้นจากเหตุการณ์ตรงนั้น แฮร์รี่หยิบ(กระชาก)กรงของเฮ็ดวิกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว(และรุนแรง) ทำให้เฮ็ดวิกที่กำลังหลับสะดุ้งตื่นและส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ
“ไอ้นกบ้านั่น...ทำให้มันเงียบเดี๋ยวนี้” ลุงเวอร์นอนส่งเสียงคำรามออกมาจากห้องครัว “แกจะให้เพื่อนบ้านรู้ถึงความ...” ลุงเวอร์นอนชะงักเมื่อออกมาจากห้องครัว แล้วพบว่าออโรร่ายืนอยู่กับแฮร์รี่ “อ้อ อยู่นี่เองหนูออโรร่า เรากำลังสงสัยกันว่าหนูหายไปไหน” ลุงเวอร์นอนถามพร้อมกับรอยยิ้มที่แฮร์รี่บอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าฝืนเต็มที่
“พอดีหนูอยู่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำก็เลยไปทำความสะอาดห้องของแฮร์รี่น่ะคะ นี่ก็ว่าจะช่วยแฮร์รี่เอาของขึ้นไปข้างบน” เด็กสาวบอกอย่างร่าเริง แต่ทำให้รอยยิ้มลุงเวอร์นอนเจื่อนลงไป ส่วนแฮร์รี่นั้นเขาอยากจะหลีกหนีไปให้ไกล ๆ อย่างรวดเร็ว!!!!
“เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอกออโรร่า ของแค่นี้เองเดี๋ยวฉันเอาขึ้นไปเองได้” แฮร์รี่รีบบอก
ลุงเวอร์นอนสนับสนุน “จริงด้วย...หนูไปในห้องครัวกับฉันดีกว่า”
ออโรร่าขมวดคิ้ว “เธอจะเอาขึ้นไปคนเดียวได้ยังไงกันแฮร์รี่ หีบใบเบ้อเริ่มเธอเอาขึ้นไปคนเดียวไม่ไหวหรอก“ แล้วเดินไปจับหีบอีกข้างหนึ่ง “มาสิแฮร์รี่ ช่วยกันจะได้เสร็จเร็ว ๆ “
แฮร์รี่มองหน้าที่โกรธจัดของลุงเวอร์นอนแล้วถอนใจ ผู้หญิงคนนี้นำความเดือดร้อนมาให้เขาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าบ้านทีเดียว พนันได้เลยว่าปิดเทอมหน้าร้อนปีนี้ เขาไม่มีทางอยู่อย่างสงบสุขได้แน่ ๆ


ตอนที่ 3 เรื่องไม่คาดฝัน



และแล้วก็จริงอย่างที่แฮร์รี่คาดเอาไว้ ออโรร่า เดมมิ่งนำความเดือดร้อนมาให้เขาจริง ๆ เพียงอาทิตย์แรกของการปิดเทอม เธอก็ทำให้บ้านเป็นเหมือนนรกสำหรับเขา
ปกติครอบครัวเดอร์สลีย์มักจะเมินเฉยต่อเขา ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน แต่ปีนี้มันไม่เป็นอย่างนั้น ถ้าเขา ‘บังเอิญ’ เดินผ่านคนในคนหนึ่งในครอบครัวเดอร์สลีย์แล้ว เขาไม่โดน ‘ตบหัว’ โดยป้าเพ็ททูเนียก็อาจจะโดน ‘ยัน’ (หรือถีบ) โดยลุงเวอร์นอนกับดัดลีย์ หรือไม่ก็โดนอย่างอื่นอีกมากมาย

นั่นเป็นเพราะว่าออโรร่ามักที่จะใช้เวลาอยู่กับเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะหนีไปที่ส่วนใดของบ้าน เธอก็มักจะตามไปด้วย นอกจากนั้นแล้วอีกสิ่งที่ทำให้ครอบครัวเดอร์สลีย์ (โดยเฉพาะดัดลีย์) ทนไม่ได้คือ เวลาที่เธอพูดคุยอยู่กับแฮร์รี่ เธอมักจะยิ้มอย่างสดใดหรือบางครั้งก็หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่เมื่อได้พูดคุย (ซึ่งส่วนมากเป็นเรื่องที่ออโรร่าเล่า) ผิดกับเวลาที่เธอคุยกับครอบครัวเดอร์สลีย์นั้น เธอจะมีรอยยิ้มน้อย ๆ ประดับที่ใบหน้าสวยงามของเธอไว้เสมอ (ซึ่งคนที่เห็นจะมีความรู้สึกเหมือนกับกำลังมองรูปปั้นที่ยิ้มอยู่) ส่วนคำพูดก็จะเอ่ยออกมาตามมารยาทเท่านั้น (แฮร์รี่คิดว่าถ้าออโรร่าเกิดไม่ใช่ลูกสาวของเจ้านายของลุงเวอร์นอนล่ะก็ เธอคงโดนไล่ออกไปจากบ้านเดอร์สลีย์นานแล้ว)

แฮร์รี่มีความรู้สึกเหมือนกับไม่เป็นตัวของตัวเอง เขารู้สึกอึดอัด ยิ่งนานวันเข้า เขาก็ไม่มีความเป็นส่วนมากขึ้น ทุกวันนี้เขาเตือนตัวเองด้วยคำว่า “อดทน” เสมอ แต่แล้ววันนี้ความอดทนของเขาก็มาถึงขีดสุด


*************************************


แฮร์รี่วางปากกาขนนกลง แล้วขยับตัวไปมาเพื่อขับไล่ความปวดเมื่อย เขาหันไปมองนาฬิกาที่วางไว้ข้างหัวเตียง มันเป็นเวลาเกือบตี 1 แล้ว และเขาก็เพิ่งจะทำการบ้านเสร็จไปอีกวิชาหนึ่ง
มันเหมือนเป็นเรื่องตลกที่เขามีเวลาในตอนกลางวันตั้งหลายชั่วโมง แต่ไม่สามารถหยิบการบ้านขึ้นมาทำได้ ต้องทำหลังจากที่คนอื่นหลับกันเรียบร้อยแล้ว แฮร์รี่ถอนใจ เขาลุกขึ้นแล้วดึงหีบออกมาจากใต้เตียง เพื่อเก็บข้าวของต่าง ๆ ไว้ในหีบ ในระหว่างที่เขากำลังเก็บของอยู่นั้นเอง ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา


*************************************


ออโรร่าวางขวดน้ำลงแล้วถอนใจอย่างหงุดหงิด เธอตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกกระหายน้ำ แต่ปรากฎว่าขวดน้ำดื่มในห้องนั้นแห้งไม่มีน้ำเหลือเลย เธอจึงลุกขึ้นและตั้งใจว่าจะไปดื่มน้ำที่ห้องครัว เมื่อเธอออกมาจากห้องนั้น เธอเหลือบไปเห็นแสงไฟที่ลอดออกมาจากประตูห้องแฮร์รี่ ‘ดึกขนาดนี้แล้วแฮร์รี่ยังไม่นอนอีกเหรอ’ เธอคิดอย่างสงสัย เมื่อเธอเดินมาหยุดหน้าห้องของแฮร์รี่เธอก็ได้ยินเสียงกุกกักดังอยู่ข้างใน เธอจึงเปิดประตูเข้าไปด้วยความสงสัย

“ดึกแล้วยังไม่นอนอีกเหรอแฮร์รี่” ออโรร่าถามเมื่อเห็นแฮร์รี่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง มีหีบใบใหญ่เปิดอยู่
แฮร์รี่หันไปมองออโรร่าด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าจะมีใครมาพบเขากลางดึกในขณะที่มี ‘หีบ’ ของเขาเปิดอยู่อย่างนี้ แฮร์รี่เร่งมือเก็บของโดยเร็วเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้อง “กำลังจะนอนเดี๋ยวนี้แหล่ะ แล้วทำไมเธอยังไม่นอนอีกล่ะ”
“หิวน้ำน่ะ ก็เลยว่าจะลงไปดื่มน้ำ” แฮร์รี่กำลังจะปิดหีบ แต่ตอนนั้นเองที่ออโรร่าเหลือบไปเห็นของสิ่งหนึ่งที่อยู่ในหีบเข้า “นี่ไม้อะไรน่ะแฮร์รี่ แปลกจัง” ออโรร่าถาม พร้อมกับหยิบขึ้นมา
แฮร์รี่มองตามมือนั้นด้วยความตกใจแล้วก็ใจหายวูบเมื่อเห็นอีกฝ่ายขยับ ‘ไม้กายสิทธิ์’ ของเขาไปมา
ตอนนั้นเองที่เกิดแสงสว่างพุ่งออกมาจากไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ ทั้งแฮร์รี่และออโรร่าได้แต่ยืนตัวแข็งด้วยความตกใจ ออโรร่าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แฮร์รี่กำลังกังวลว่าจะโดนสอบเรื่องการใช้เวทมนตร์นอกฮอกวอตส์อีก (ก็แน่ล่ะไม้กายสิทธิ์เป็นของเขานี่)

“นั่นแสงอะไรน่ะแฮร์รี่ พุ่งออกมาจากไม้ด้วย” ออโรร่าถามหลังจากที่หายตกใจแล้ว เธอทำท่าจะขยับไม้นั้นอีกครั้ง แต่แฮร์รี่ไวกว่า เขาแย่งไม้กายสิทธิ์คืนมาเสียก่อน
“ออกไปจากห้องฉัน” แฮร์รี่พูดเสียงเรียบ “มันจะเป็นการดีสำหรับตัวเธอเอง ถ้าเธอจะไม่มายุ่งกับฉันอีก” เขาเน้นหนักทุกคำพูด
ออโรร่าเริ่มหน้าเสีย “แฮร์รี่...”
“ออกไป...เดี๋ยวนี้” เขาตวาดออกมา ออโรร่าวิ่งออกไปจากห้องด้วยความตกใจ หลังจากที่ออโรร่าออกไปแล้ว แฮร์รี่ก็เขียนจดหมายถึงรอนทันที

รอนเพื่อนรัก

จะเป็นการรบกวนมั้ย ถ้าเกิดว่า อีก2 วันข้างหน้า นายจะมารับฉันไปอยู่กับนายที่บ้านโพรงกระต่ายด้วยจนถึงวันเปิดเทอม แล้วฉันจะรอคำตอบ


แฮร์รี่


แฮร์รี่ออกไปยืนที่หน้าต่างเพื่อมองหาเฮ็ดวิก แล้วเขาก็เห็นมันกำลังบินกลับมาพอดี “เดี๋ยวเอานี่ไปส่งให้รอนนะแล้วเอาคำตอบกลับมาด้วย” เขาบอกขณะที่ผูกจดหมายไว้ที่ขาของมัน เฮ็ดวิกส่งเสียงร้องออกมาเบา ๆ ก่อนจะบินออกไป


*************************************


ออโรร่าโถมตัวลงบนเตียงนอนแล้วสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจ ตั้งแต่แฮร์รี่กลับมาอยู่บ้านนั้น เขาไม่เคยขัดใจเธอหรือทำอะไรให้เธอเป็นทุกข์เลย การที่เธอได้อยู่ใกล้ ๆ เขานั้นถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งสำหรับเธอ แต่วันนี้เธอรู้สึกเหมือนถูกทรยศยังไงไม่รู้ มันเหมือนกับว่าเอาความทุกข์ตลอดสิบหกปีที่ผ่านมามารวมกันแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำให้เธอเสียใจได้อย่างนี้ เธอไม่เข้าใจว่าเธอทำอะไรให้แฮร์รี่โกรธ เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่โดนครอบครัวเดอร์สลีย์รังแก แต่ว่าตอนนี้...ออโรร่าสะอื้นออกมาอีก เธอไม่เข้าใจว่าทำไม...แล้วเป็นเพราะอะไร


*************************************


“ฮะ..แกว่าอะไรนะ” ลุงเวอร์นอนถามแฮร์รี่อีกครั้ง เพื่อความแน่ใจในสิ่งที่เขาได้ยิน
แฮร์รี่ได้รับคำตอบจากรอนแล้วในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น เขาจึงบอกลุงเวอร์นอนว่าจะไปพักกับครอบครัววีสลีย์จนถึงเปิดเทอม “ตอนนี้ที่บ้านมีแขกมาพัก ผมก็เลยอยากจะไปอยู่กับเพื่อน ลุงคงไม่อยากให้เธอรู้เรื่องผมหรอกจริงมั้ยฮะ” แฮร์รี่ถาม โดยเขาไม่ได้บอกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ลุงเวอร์นอนหน้าซีดด้วยความกังวล
“วันพรุ่งนี้ตอนบ่าย 2 ครอบครัววีสลีย์จะมารับผม เพื่อเป็นการป้องกันผมว่า ลุงพาเธอออกไปข้างนอกละกัน เธอจะไม่ได้เจอกับพวกเค้า ลุงว่าดีมั้ยฮะ” แฮร์รี่ถามอีกครั้ง ลุงเวอร์นอนพูดไม่ออกได้แต่พยักหน้า

หลังจากได้รับการอนุญาตจากลุงเวอร์นอนแล้ว แฮร์รี่ก็กลับขึ้นไปบนห้องเขียนจดหมายถึงพ่อทูนหัวของเขา (แบบว่า สมมุติว่าไม่ตายน่ะนะ) อีกฉบับหนึ่ง

คุณซิเรียสครับ

ผมจะไปอยู่กับครอบครัววีสลี่ย์ ถ้ามีอะไร ติดต่อไปทางนั้น
รัก
แฮร์รี่


แฮร์รี่พับจดหมายแล้วผูกให้เฮ็ดวิก “เดี๋ยวพอส่งให้ซิเรียสแล้ว ไปรอฉันที่บ้านรอนเลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตามไป” เฮ็ดวิกส่งเสียงร้องเบา ๆ เป็นการตอบรับ แล้วโผขึ้นไปสู่ท้องฟ้าทันที


*************************************


“ออโรร่าเป็นอะไรลูก” คุณนายเดมมิ่งหันมาถามลูกสาวหลังจากที่ออกจากบ้านเดอร์สลีย์มาได้สักพักแล้ว “หนูเป็นอะไรไปหรือเปล่าลูก ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย”
ออโรร่าลอบถอนใจ “เปล่าค่ะแม่ หนูไม่เป็นอะไร” ออโรร่าบอกพลางมองออกไปนอกรถ เธอไม่สามารถบอกเล่าความทุกข์ใจของเธอให้ใครฟังได้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ป้าเพ็ททูเนียพาเธอกับดัดลีย์ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า พอเธอกลับเข้าบ้านในตอนเย็นก็พบว่า แฮร์รี่นั้นได้เดินทางไปบ้านเพื่อนอย่างกะทันหัน ออโรร่าเองเมื่อทราบเรื่องก็แทบช็อค
เธอรู้ว่าเหตุการณ์ในคืนนั้น ทำให้ตัวเธอกับแฮร์รี่เข้าหน้ากันไม่ติด เนื่องจากแฮร์รี่คอยหลบหน้าเธอตลอด และถ้าเธอเดาไม่ผิดการที่แฮร์รี่ต้องไปอยู่บ้านเพื่อนนั้น เหตุผลก็น่าจะมาจากตัวเธอเอง ขณะที่เธอรู้สึกเบื่อในการต้องอยู่บ้านเดอร์สลีย์เพียงลำพัง(เพราะขาดแฮร์รี่) หลังจากแฮร์รี่ไปได้ 2-3 วัน เธอก็ได้รับการติดต่อจากบิดาและมารดาว่างานนั้นเสร็จก่อนกำหนดที่วางไว้ และเธอก็จะได้กลับบ้าน นั่นทำให้ออโรร่าค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย


*************************************


“ว่าแต่ทำไมงานเสร็จเร็วตั้งเกือบเดือนคะแม่” ออโรร่าหันไปถามมารดาที่กำลังขับรถ ถ้าเธอเดาไม่ผิด เธอเห็นสีหน้ามารดาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ความจริงแล้วงานยังไม่เสร็จหรอกจ๊ะ แต่ว่าเรามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ...”
“อ้าว...”
“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร” คุณนายเดมมิ่งรีบบอก “ส่วนงานทางโน้น คุณพ่อดูอยู่จ๊ะ”
ออโรร่าขมวดคิ้ว “เกี่ยวกับหนูหรือคะ”
“จ๊ะ เดี๋ยวพอถึงบ้านแล้วเราค่อยคุยกัน”


ตอนที่ 4 บนรถไฟด่วนฮอกวอตส์



แฮร์รี่ไม่รู้ว่าจะเรียกวันปิดเทอมหน้าร้อนว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนสุขหรือเป็นช่วงเวลาที่น่ากังวลดี เพราะว่าเขาได้มาอยู่กับครอบครัววีสลีย์ และใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ตั้งแต่อาทิตย์ที่ 3 ของการปิดเทอม (โดยมีเฮอร์ไมโอนี่มาร่วมแจมด้วยตอน 2 อาทิตย์สุดท้ายของการปิดเทอม)
แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องมานั่งกังวลเรื่องแสงที่เกิดจากไม้กายสิทธิ์ของเขา ว่าจะเป็นปัญหากับโรงเรียนฮอกวอตส์และกระทรวงเวทมนตร์หรือไม่ เขาคิดว่าจะได้รับจดหมายจากกระทรวงเวทมนตร์ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง
แต่ว่า 1 วันก็แล้ว 1 เดือนก็แล้วก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเขาเล่าเรื่องนี้ให้รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ฟัง ทั้งสองก็แสดงความคิดเห็นต่างกัน (รอนเห็นว่าเป็นเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่พร่ำบ่นถึงเรื่องความประมาทของเขา)
แต่ว่าเมื่อสรุปโดยรวมแล้ว ทั้งสองไม่ให้เขากังวลถึงผลที่จะเกิดขึ้น เพราะถ้ามีผลเกิดขึ้นในทางที่ไม่ดี เขาคงได้รับจดหมายแจ้งตั้งแต่ชั่งโมงที่เกิดเรื่องแล้ว แฮร์รี่จึงเลิกกังวลและสนุกกับวันปิดเทอมอย่างเต็มที่จนถึงวันสุดท้าย แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยบอกเล่าให้เพื่อนทั้ง 2 ฟังคือ ความกังวลที่เขามีต่อ ออโรร่า เดมมิ่ง และสีหน้าของเธอตอนที่เขาตวาดใส่เธอไป


*************************************


วันเดินทาง บนรถไฟด่วนฮอกวอตส์ “เดี๋ยวพวกนายต้องไปตรวจนักเรียนตามตู้ก่อนใช่ไหม” แฮร์รี่ถามเพื่อนทั้งสอง ขณะที่เขากับรอนช่วยกันจัดหีบให้เข้าที่
“ใช่” เฮอร์ไมโอนี่บอกขณะที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อคลุม และขยับหมุนตัวไปมา
รอนมองอย่างหมั่นไส้ “นี่เธอ…ไปตรวจความเรียบร้อยนะ ไม่ได้ไปอวดโฉมใคร ไม่รู้จะสวยอะไรหนักหนา แค่นี้หนุ่ม ๆ ก็มองกันตากลับแล้ว” เฮอร์ไมโอนี่หันมาค้อนเพื่อนหนุ่มก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไป
“รอน…นายนี่ก็น้า” แฮร์รี่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เมื่อเห็นรอนยั่วโมโหเฮอร์ไมโอนี่จนอีกฝ่ายงอน รอนยักไหล่แล้วเดินตามเฮอร์ไมโอนี่ไป


*************************************



เฮอร์ไมโอนี่เดินตรวจตามตู้ต่าง ๆ เธอได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตรจากเพื่อนักเรียนหลายคน โดยเฉพาะนักเรียนชาย ซึ่งมักจะมองตามหลังเธอตาปรอย
ก็ทำไมจะไม่เป็นอย่างนั้นล่ะ เมื่อปีที่แล้วได้มีการโหวต ’หนุ่มหล่อสาวสวยประจำฮอกวอตส์’ ขึ้นมา และเฮอร์ไมโอนี่นั้นก็มีคะแนนห่างจาก โช แชง สาวสวยจากบ้านเรเวนครอที่ได้ที่ 1 เพียงคะแนนเดียว (ทำให้โช แชงไม่ชอบขี้หน้าเธอมากขึ้น)
ส่วนที่ 1 ของฝ่ายชายนั้นมีสองคน คือ แฮร์รี่ กับ เดรโก มัลฟอย ซึ่งเมื่อทั้ง 2 คนมายืนอยู่คู่กันแล้ว เมื่อเธอลองพิจารณาดู (อย่างยุติธรรม) เธอก็เห็นด้วยกับสาว ๆ หลายคนที่ต้องบอกว่า เดรโก มัลฟอยนั้นเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา (ซึ่งเธอไม่เคยสังเกตมาก่อน) แต่เธอเกลียดไอ้ท่าทางหยิ่งยะโส และสายตาเย็นชาที่คอยกวาดตามองรอบ ๆ ตัวของเขา มันทำให้เธอไม่อยากเข้าใกล้ (โดยเฉพาะเมื่อสายตาที่เย็นชาเปลี่ยนเป็นเกลียดชังเมื่อหันมาเจอเธอ) แต่สาว ๆ หลายคนกลับเห็นว่าท่าทางอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายพวกเธอมากขึ้น

เฮอร์ไมโอนี่ชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ยืนดักหน้าเธออยู่..เดรโก มัลฟอย!!!
“ไง…อยู่คนเดียวหรือเกรนเจอร์ แล้วสองหนุ่มของเธอหายไปไหนล่ะ” ถามพลางขยับเข้ามาใกล้ เฮอร์ไมโอนี่ถอยหลัง เธอมองไปรอบ ๆ ตัว “หาคนช่วยเหลือหรือ จะมีใครแถวนี้กันเกรนเจอร์ ตรงนี้เป็นที่เก็บสัมภาระ”
จริงอย่างที่มัลฟอยว่า ตรงกลางของขบวนรถไฟนั้นเป็นที่เก็บของที่ทางโรงเรียนต้องใช้ตลอดปีการศึกษา ซึ่งต้องใช้ตู้ถึง 3 ตู้ด้วยกัน จึงจะต่อด้วยตู้ของนักเรียน “นายมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่ามัลฟอย ถ้าไม่มีก็ขอตัว”
มัลฟอยยิ้มยั่วแล้วเขยิบเข้าไปอีก เฮอร์ไมโอนี่ก็ถอยหนีอีก เธอถอยจนติดกับกล่องของโรงเรียน “จะหนีไปทางไหนอีกเกรนเจอร์ หมดทางหนีแล้ว” เขาก้มลงมองเด็กสาวที่สูงเกินหัวไหล่เขาเพียงนิดเดียวแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ
“ว่ายังไงมีธุระอะไร” เธอถามอย่างหงุดหงิด
มัลฟอยยักไหล่ “เปล่า ก็แค่สนใจเท่านั้นเองว่าทำไมถึงอยู่คนเดียว แล้วสองหนุ่มที่เคยขนาบข้างเธออยู่ไหนเท่านั้น เป็นไงบ้างไปอยู่บ้านรูหนูของวีสลีย์น่ะ คงจะอบอุ่นล่ะสิท่า ฝากเนื้อฝากตัวกับพ่อแม่ของวีสลีย์เรียบร้อยแล้วหรือยังล่ะ”
เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย “ฝากตัว…ฝากเรื่องอะไรล่ะ แล้วทำไมต้องฝาก”
มัลฟอยเบิกตากว้าง เขาพูดออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “เอ้า…ก็ฝากตัวเป็นลูกสะใภ้ยังไงล่ะ ระวังตัวดี ๆ นะเกรนเจอร์ ถ้าเธอไม่ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะก็ จะมีน้องออกมาเรียนด้วยนะ”
เฮอร์ไมโอนี่เบิกตาอย่างตกใจ เธอกรีดเสียงร้องออกมา “มัลฟอย..คนบ้า..ปากอย่างนี้มันน่า…” เธอเงื้อมมือขวาขึ้นหมายจะฟาดลงบนใบหน้าซีดที่ยิ้มกริ่ม แต่มัลฟอยรู้ทันเขาจับข้อมือของเฮอร์ไมโอนี่ไว้ “คิดจะตบฉันน่ะ รออีก 10 ปีแล้วกันยายเลือดสีโคลน”
เฮอร์ไมโอนี่กระชากข้อมือกลับอย่างแรง ตอนนั้นเองที่ขบวนรถไฟกระตุก ทำให้เฮอร์ไมโอนี่เสียหลักถลาเข้าหาร่างสูงของมัลฟอยทันที แล้วชนล้มลงไปทั้งคู่

มัลฟอยไม่ทันระวังตัว เมื่อเฮอร์ไมโอนี่เสียหลักล้มหาเขา มัลฟอยอ้าแขนกอดอีกฝ่ายไว้อย่างลืมตัว เขาล้มลงนอนหงายกับพื้น โดยมีร่างบางของเฮอร์ไมโอนี่ล้มทับอยู่ด้านบน แต่ที่น่าตกใจคือ ริมฝีปากทั้งคนชนกัน
ทั้งสองตกใจดวงหน้าแดงกล่ำ มัลฟอยนอนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่นั้น เธอลุกพรวดขึ้น มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดริมฝีปากไว้ ก่อนจะวิ่งหนีไปทางท้ายขบวน ส่วนมัลฟอย เขายังคงนอนอยู่อย่างนั้น แต่มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะริมฝีปากอย่างแผ่วเบา


*************************************


“นี่แฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่เป็นอะไรทำไมเงียบจัง” รอนกระซิบถามเมื่อเห็นเฮอร์ไมโอนี่นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ขณะที่พวกเขานั้นรถลากไปยังปราสาท
แฮร์รี่ส่ายหน้า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเป็นอะไร แต่ที่เขารู้ก็คือ ท่าทางตื่นตกใจในตอนที่เธอกลับเข้ามาในห้องพักบนรถไฟ เมื่อเขาสอบถามเฮอร์ไมโอนี่ก็ปฏิเสธ เธอบอกว่าไม่เป็นอะไร เมื่อเห็นเธอทำท่าไม่อยากจะพูดด้วย เขาจึงไม่เซ้าซี้อีก

ตอนที่ 5 กัปตันทีมคนใหม่


รอนบ่นพึมพำถึงอาหารที่จะได้กินในงานจัดเลี้ยง ในขณะที่เขากับแฮร์รี่นั้นเดิมตามศาสตราจารย์มักกอนนากัลไปยังห้องพักอาจารย์
เมื่อครู่นี้ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปในห้องโถงใหม่ ศ.มักกอนนากัลก็เข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน แล้วบอกให้พวกเขาเดินตามมา เมื่อทั้งสองเดินตามเข้าไปในห้องพักอาจารย์ พวกเขาก็เห็นมาดามฮูซและจินนี่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“นั่งก่อนสิ” ศ.มักกอนนากัลบอกพลางชี้ไปที่นั่งว่างข้าง ๆ จินนี่ เมื่อทั้งสองนั่งลง ศ.มักกอนนากัลก็เอ่ยขึ้น

“ที่ครูเรียกพวกเธอมาก็อยากจะพูดถึงเรื่องของทีมควิชดิชของบ้าน เนื่องจากว่านักกีฬาเก่าของเรานั้นได้จบกันไปเกือบหมดเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ปีนี้เรามีนักกีฬาเหลือเพียง 3 คนเท่านั้น ครูกับมาดามฮูซปรึกษากันแล้วเห็นว่า...มีอะไรหรือพอตเตอร์” ศ.หันมาถามแฮร์รี่ เมื่อเห็นเขายกมือขึ้น
“เอ่อ..ศ.คงลืมไปแล้วมั้งฮะว่า ผมถูกสั่งห้ามเล่นตลอดชีวิต” เขาบอกเสียงอ่อย
“เรื่องนั้นเธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกพอตเตอร์” มาดามฮูซเอ่ยขึ้น “เนื่องจากว่าเมื่อปีที่แล้วนั้น กระทรวงเวทมนตร์ได้เข้ามายุ่งกับการบริหารงานของโรงเรียนเรา ทำให้เกิดเรื่องกับบรรดาอาจารย์และนักเรียนของฮอกวอตส์มากมาย ฉะนั้นทางกระทรวงเวทมนตร์จึงได้ส่งหนังสือขออภัยมาและแจ้งกับศ.ดัมเบิลดอล์ว่า การกระทำใด ๆ ก็ตามที่ศ.อัมบริดจ์ได้ทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษอาจารย์หรือนักเรียนให้ถือเป็นโมฆะทั้งสิ้น”
“นั่นหมายความว่า การสั่งห้ามเธอเล่นควิชดิชนั้นก็ถือว่าไม่มีผลอีกต่อไป” ศ.มักกอลนากัลเอ่ยต่อ แฮร์รี่ยิ้มกว้างทันที เขามัวแต่ดีใจเลยไม่ทันได้ยินจินนี่กับรอนเอยแสดงความยินดี “ด้วยเหตุนี้...” ศ.มักกอนนากัลเอ่ยขึ้น “...เธอจึงได้กลับมาเป็นสมาชิกหลักของทีมเราอีกครั้งหนึ่ง และเนื่องจากว่ามีสมาชิกที่จบไปแล้วเหลือเพียงสมาชิกเก่าคือเธอ และมีคุณวีสลีย์ทั้งสอง ซึ่งถือว่าเป็นสมาชิกใหม่ของทีม” ศ.มักกอนนากัลกระแอม “ครู มาดามฮูซและศ.ดัมเบิลดอร์ได้ปรึกษากันแล้วเห็นว่า พอตเตอร์นั้นเหมาะกับตำแหน่งของกัปตันทีมมากที่สุด” แฮร์รี่เบิกตากว้างอย่างตกใจ รอนหันมามองหน้าแฮร์รี่อย่างไม่เชื่อสายตา ส่วนจินนี่ยิ้มกว้างอย่างยินดี
“พวกเธอเห็นว่าเป็นอย่างไร” ศ.มักกอนนากัลหันมาถามรอนกับจินนี่ เมื่อไม่มีคำตอบจึงสรุป
“สรุปว่าพอตเตอร์เป็นกัปตันทีมนะ แล้วพวกเธอก็เตรียมตัวคัดเลือกและฝึกซ้อมสมาชิกใหม่ด้วย อย่าให้คนอื่นเห็นว่าพอเปลี่ยนสมาชิกแล้ว ประสิทธิภาพของทีมก็เปลี่ยนไปด้วย!!!”


*************************************


การคัดสรรผ่านไปแล้ว ตอนนี้นักเรียนกำลังอร่อยกับอาหารเลี้ยงต้อนรับเมื่อแฮร์รี่ก้าวเข้าไปในห้องโถงใหม่ เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าของรอน “เป็นอะไรไปน่ะรอน ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” รอนส่ายหน้า ตอนนี้เรื่องตำแหน่งใหม่ของแฮร์รี่นั้นถูกลืมไปทันทีเมื่อเห็นอาหารตรงหน้า
เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเมื่อเห็นอาการ ’ตะกละ’ ของเพื่อน เธอหันไปทางแฮร์รี่ที่มีท่าทางแปลก ๆ ไม่แพ้กัน “แล้วศ.เรียกพวกเธอไปทำไมกัน”
“ก็..เอ่อ...” แฮร์รี่กระแอม “อาจารย์พูดเรื่องทีมควิชดิชน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่มองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ
“จริงสินะฉันลืมไป เธอถูกสั่งห้ามเล่นตลอดชีวิตนี่ ฉันรู้ว่ามันต้องทรมาณใจแย่ที่เธอไม่ได้เล่นควิชดิชที่เธอรักแล้ว.....”
“เอ้าไอ้เอ็นอัปอันอีมอ่ะ”
“เธอว่าอะไรนะ” เฮอร์ไมโอนี่หันไปถามรอนอย่างสุภาพในขณะที่สีหน้าแสดงความรังเกียจ เมื่อรอนพยายามพูดทั้งที่อาหารเต็มปาก
รอนกลืนอาหารอย่างยากเย็น “แฮร์รี่ได้เป็นกัปตันทีมล่ะ” รอนบอกน้ำเสียงที่พูดมีแววอิจฉานิด ๆ
เฮอร์ไมโอนี่อ้าปากค้าง “แต่ว่าเค้าถูกสั่งห้ามเล่นตลอดชีวิตไม่ใช่เหรอ”
“มีการยกเลิกคำสั่งหรือข้อห้ามทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นคำสั่งห้ามของแฮร์รี่ก็ถูกยกเลิกไปด้วย”
เฮอร์ไมโอนี่ร้องกรี๊ดออกมาอย่างยินดี ทำให้นักเรียนหลายคนที่นั่งอยู่แถวงนั้นหันมามองอย่างสังสัยว่าเกิดอะไรขึ้น “เยี่ยมไปเลยแฮร์รี่!! นอกจากจะยกเลิกคำสั่งแล้วยังได้เป็นกัปตันทีมด้วย โชคดีจัง”
แฮร์รี่ยิ้มออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก “ไอยินดีก็ยินดีหรอก แต่ว่าตำแหน่งนี้มันหนักนะเฮอร์ไมโอนี่ เห็นทีต้องรบกวนนายกับจินนี่ช่วยคัดคนด้วยล่ะ เพราะฉันคนเดียวคงไม่ไหว” แฮร์หันไปขอร้องรอน
รอนยิ้ม เขารู้สึกภูมิใจนิดๆ เมื่อถูกเพื่อนขอร้อง “ไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงพวกเราต้องช่วยนายอยู่แล้วล่ะ”


*************************************


เฮอร์ไมโอนี่หาวออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ ขณะที่เปิดประตูห้อง วันนี้มันเป็นวันที่ยาวนานและน่ายินดีสำหรับพวกเธอ โดยเฉพาะแฮร์รี่ เพราะมีการฉลองวันเปิดเทอมด้วยข่าวดี แม้งานเลี้ยงจะเลิกแล้ว
แต่ในหอกริฟฟินดอร์ นักเรียนหลายคนยังคงนั่งสนทนากันอยู่ในห้องโถงของหอพักอย่างสนุกสนาน (รวมทั้งแฮร์รี่และรอนที่ตาสว่างผิดปกติ) ถึงช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา (แฮร์รี่เป็นฝ่ายรับฟังอย่างเดียวเช่นเคย) แต่เธอทนง่วงไม่ไหวเลยขอตัวขึ้นมาก่อน ทำให้เพื่อนหลายคนบ่นออกมาอย่างเสียดาย (“สงสัยกลัวตื่นสายไม่ทันไปห้องสมุดพรุ่งนี้เช้ามั้ง” รอนพึมพำ)







Create Date : 22 พฤษภาคม 2549
Last Update : 13 ธันวาคม 2549 14:43:07 น. 0 comments
Counter : 355 Pageviews.

s_sut
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





contatore visite clocks for websites

     
 
เกมส์ที่มีปัญหา อยู่ในระหว่างการแก้ไขค่ะ

ปัญหาของเวป Reflexive ปี 2009
 
     

ღแจ้งอัพเดทตอนล่าสุดของฟิคแต่ละเรื่องจ้าღ

[HP] HP กับ ผองเพื่อนในปีที่ 6
ตอนที่ 36.1 ตอนที่ 36.2

[HP] ช่วงหนึ่งของชีวิต
ตอนที่ 6

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

จบ

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้น...ของมิตรภาพ
จบ

[HP/Y] The hoodwink love
ตอนที่ 6

[HP/Y] Darling. You're my love...my heart
ตอนที่ 7

[จอนที] คนรักของพี่ชาย
ตอนที่ 4

[HP] HP and the Daughter Twin
ตอนที่ 1


ღMember Zoneღ


     
 
อยู่ระหว่างการแก้ไขไฟล์ทั้งหมดค่ะ
 
     

     
 

♬CSI Zone

CSI : Miami (S9) Ep.02

CSI : NY (S7) Ep.01

CSI : Las Vegas (S11) Ep.02
 
     

ทางลัดไปเครื่องมือเวปต่าง ๆ


เช็ค Link Download ว่ายังใช้ได้ไหม

ทดสอบโค้ด

Pasta Pronta
Free Web Counter
Pasta Pronta

free counters


widgeo
Emo ลิงน้อยน่ารัก
Emo ลิงน้อยน่ารักภาค 2
X
X
Friends' blogs
[Add s_sut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.