Photobucket - Video and Image Hosting

ยินดีต้อนรับจ้า ทั้งผู้ที่แวะมาด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ ^o^ ใครเข้ามาเป็นครั้งแรก อย่าลืมไปอ่านระเบียบข้อบังคับการใช้บล็อคด้วยน้า ส่วนเพื่อน ๆ ในหมวดของ Game Zone อย่าลืมอ่านประกาศด้านขวามือด้วยนะคะ ขอให้สนุกกันนะเจ้าคะ ^o^

~~ ตอนนี้ CSI ทั้งสามภาคจบเรียบร้อยแล้วนะคะ ~~ สำหรับเพื่อน ๆ ที่รอเกมส์โซนกันอยู่ ขอเวลาหน่อยค่ะ เพราะตอนนี้ถึงเวลาของเกมส์โซนกันบ้างแล้ว ~~
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
22 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
ตอนที่ 16 - 20

ตอนที่ 16 ความทรงจำในอดีต



จูเลียน่าถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อปิดประตูตามหลังพี่ชายคนเดียวของเธอได้สำเร็จ สเนปยังคงไม่หายโกรธเธอเรื่องที่เธอมาเป็นที่ปรึกษาชมรมให้กับแฮร์รี่ เธอหยิบหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่งเพื่อเตรียมการสอนสำหรับวันรุ่งขึ้น แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกล่องไม้กล่องหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ ๆ มันเป็นกล่องไม้หอมกรุ่นสีขาวไข่มุกและมีการวาดลวดลายด้วยหมึกสีดำ
แววตาของเธอหมองลงเมื่อเปิดฝากล่องขึ้นและเห็นดอกกุหลาบสีดำแวววาววางอยู่ในนั้น มันยังคงความสดอยู่แม้เวลาจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม ดอกกุหลาบพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่ใช้ในการถ่ายทอดความรักจากคน ๆ หนึ่ง ไปสู่คนอีกคนหนึ่ง เธอได้รับกุหลาบสีดำดอกนี้จากชายผู้เป็นคู่หมั้น มันเป็นของขวัญชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่เธอได้รับจากเขา


***************************************


“ดอกกุหลาบดอกนี้หมายถึงความรักชั้นที่มีต่อเธอ” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาบอกในวันที่เขาจบจาก ฮอกวอตส์ “มันจะไม่มีวันเหี่ยวเฉาตราบใดที่ฉันยังคงรักเธอ” เขาอ้อนวอนขอให้เธอเชื่อ ซึ่งเธอคงจะเชื่อ ถ้าเขาไม่มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งยืนรออยู่ห่าง ๆ
จูเลียน่ามองอีกฝ่ายอย่างเจ็บปวด “ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไง ในเมื่อเธอมีผู้หญิงคนนั้นอยู่ข้าง ๆ เธอบอกว่าเธอรักชั้น แต่ในขณะเดียวกันเธอไม่เคยเห็นความสำคัญของชั้นเลย” จูเลียน่าตัดพ้ออีกฝ่าย
แววตาของชายหนุ่มหมองลง เขาหันไปมองหญิงสาวผมสีบลอนด์ที่มองมาที่ทั้งสองอย่างเศร้า ๆ “ครอบครัวของอมิเลียโดนผู้เสพความตายฆ่าตาย” จูเลียน่าอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยความตกใจ “ตอนนี้เค้าไม่มีใครอีกแล้ว ชั้นต้องดูแลเค้า”
“แล้วชั้นล่ะ” จูเลียน่าร้องถามอย่างเจ็บปวด “มันเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นไม่มีใคร เธอเลยทิ้งชั้นยังงั้นเหรอ”
“ชั้นเสียใจจูเลีย” เขาเอ่ยออกมาเบา ๆ แล้วรีบหลบตาเมื่อเห็นหยาดน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาสีดำสนิท
จูเลียน่ายกมือขึ้นแล้วตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง “ชั้นเกลียดเธอ ซีเรียส แบล็ค” จูเลียน่าบอกเสียงสั่นเครือก่อนจะวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ยืนนิ่งด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน


***************************************


จูเลียน่าปิดฝากล่องลง เธอนำกล่องไม้ไปวางไว้ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือ การกลับมาฮอกวอตส์ในปีนี้นำความทรงจำมากมายกลับคืนมาอีกครั้ง
หลังจากที่จบจากฮอกวอตส์เธอก็หันหลังให้ประเทศอังกฤษแล้วเดินไปอยู่ที่อื่นเพื่อลืมเลือนความทรงจำที่เจ็บปวดและคู่หมั้นที่เห็นแก่ตัว

จูเลียน่าครุ่นคิดถึงเพื่อนสาวคนหนึ่งของแฮร์รี่ ‘ออโรร่า เดมมิ่ง’ เป็นเหมือนเงาของผู้หญิงที่พรากความฝันทุกอย่างไปจากเธอ มันเหมือนกับว่าตอนนี้เวลาในอดีตได้หมุนกลับมาอีกครั้ง จูเลียน่าถอนใจแล้วเดินไปหยุดยืนข้างหน้าต่าง แหงนหน้ามองดูดวงจันทร์อย่างเศร้า ๆ “ตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะซีเรียส”


***************************************


“ก๊อก ๆๆ”
“เข้ามา” ซีเรียสร้องบอกแล้วเก็บรูปที่อยู่ในมือสอดเข้าไปในไดอารี่ “อ้าว รีมัส มีอะไรเหรอ” ซีเรียสถามเมื่อเห็นรีมัสเดินเข้ามาในห้อง แล้วเอาไดอารี่สอดไว้ใต้หมอน รีมัสจับตามองไดอารี่อย่างสนใจ
“นอนไม่หลับน่ะก็เลยว่าจะมาคุยกับนาย นั่นใช่ไดอารี่ที่เจมส์ให้ตอนคริสมาตส์ตอนปี 1 ใช่ไหม” ซีเรียสพยักหน้า “นี่นายยังเก็บไว้อีกเหรอ ชั้นนึกว่ามันจะหายไปแล้วเสียอีก”
“ชั้นฝากไว้ที่ดัมเบิลดอร์น่ะ เค้าส่งคืนมาให้เมื่อหลายวันก่อน” ซีเรียสเดินไปหยุดข้างหน้าต่าง

“นายไม่คิดจะไปตามมาอมิเลียบ้างหรือซีเรียส” รีมัสเอ่ยถามสิ่งที่คับข้องใจมานาน ซีเรียสหันมามองหน้าเค้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ “ตามหาเพื่อให้ได้อะไรขึ้นมารีมัส ชั้นมีคดีติดตัวอยู่ ตอนนี้ชั้นไม่สามารถอยู่กับเค้าหรือดูแลเค้าได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”
“ทำไมตอนนั้นนายไม่แต่งงานกับเค้าล่ะ ชั้นนึกว่านายจะรีบแต่งก่อนเจมส์กับลิลลี่ด้วยซ้ำ แต่พวกนายกลับอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ไม่ยอมแต่งงานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว” ซีเรียสเมินหน้าหนีไปทางอื่น

“ชั้นถามจริง ๆ เถอะซีเรียส นายรักอมิเลียหรือเปล่า” รีมัสเอ่ยถามหลังจากที่เงียบกันไปพักหนึ่ง “การที่นายใช้ชีวิตร่วมกันกับอมิเลียเป็นเพราะนายรักเค้า หรือว่าเป็นเพราะนายต้องการตอบแทนกับสิ่งที่เค้าทำเพื่อนายตลอด 7 ปีที่เรียนที่ฮอกวอตส์” ซีเรียสยังคงเงียบ รีมัสถอนใจอย่างอ่อนใจ เค้าเป็นเพื่อนกับซีเรียสมานาน แต่ก็ยังไม่สามารถเดาเพื่อนคนนี้ได้ถูกเสียที
“ดึกแล้ว ชั้นไปนอนก่อนแล้วกัน” รีมัสบอกพร้อมกับตบบ่าเพื่อนเบา ๆ
“อือ ราตรีสวัสดิ์”
“ราตรีสวัสดิ์ซีเรียส”


***************************************


‘แต่งงานเหรอ ทำไมจะไม่เคยคิด’ ซีเรียสคิด ขณะที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เค้าเคยขออมิเลียแต่งงานหลังจากที่เรียนจบใหม่ ๆ แต่เธอให้เหตุผลว่าเธอยังไม่พร้อม เธอมักจะยิ้มอย่างร่าเริงเสมอ แต่บ่อยครั้งที่เขามักจะเห็นแววตาคู่สีฟ้าเปล่งประกายเศร้าออกมาเมื่ออยู่เพียงลำพัง

“การแต่งงานไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดหรอกนะซีเรียส” อมิเลียเอ่ยขึ้นในวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสองนอนอยู่บนเตียง เขากอดร่างบางเอาไว้อย่างอ่อนโยน “ความรักต่างหากที่สำคัญที่สุดซีเรียส ตราบใดที่เธอรักชั้นและชั้นเองก็รักเธอ ตราบนั้นการแต่งงานก็จะไม่มีค่าอะไรเลย”
เขาจำได้ว่า ตอนนั้นที่ได้ยินเธอพูดอย่างนั้น เขาถึงกับตัวแข็งและไม่ได้พูดอะไรอีก แม้กระทั่งเธอหลับไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้

ซีเรียสถอนใจเขาหยิบไดอารี่ออกมาจากใต้หมอน ดึงรูปที่สอดไว้ออกมา “แม้กระทั่งตอนนี้ ความรักที่ชั้นมีต่อเธอก็ยังคงไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป จูเลีย” เขากระซิบกับเด็กสาวผมสีดำยาวสลวยที่ส่งยิ้มอ่อนหวานมาให้จากในรูป เอารูปถ่ายแนบอก แล้วครุ่นคิดถึงอดีตที่ผ่านมา


***************************************


‘มันเป็นงานรวมญาติที่น่าเบื่อ’ หนูน้อยซีเรียสวัย 11 ขวบคิดขณะที่กวาดตามองไปรอบ ๆ รอบตัว วันนี้ตระกูลแบล็กได้มีการจัดงานเลี้ยงส่งสำหรับผู้ที่จะไปเรียนฮอกวอตส์ในวันพรุ่งนี้
เขาตื่นเต้นมากที่จะได้ไป ไม่ใช่เพราะอยากจะไปเรียนหรอก แต่เพราะอยากจะหนีไปให้พ้น ๆ คนเหล่านี้ต่างหาก

ทุกคนที่มาร่วมงานดูสนุกกันมาก อารามินต้า เมลิฟลูตกำลังฟังเรื่องตลกที่เรกูลัสน้องชาย (สุดงี่เง่า) ของเขาเล่าอย่างตั้งใจ เบลลาทริกซ์กำลังกระซิบกระซาบกับนาร์ซิสซาแล้วหัวเราะกันคิกคัก ส่วนพวกผู้ใหญ่เองก็จับกันเป็นกลุ่มใหญ่
“ฉันเกลียดงานรวมญาติ” ซีเรียสพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด เขารู้สึกว่าเป็นส่วนเกินทุกครั้งที่มาร่วมงานพวกนี้ เขารู้ว่าญาติทุกคน (ในงานนี้) เกลียดเขา ซึ่งก็เหมือนกับที่เขาเกลียดทุกคนนั้นแหละ

ซีเรียสเดินเลี่ยงออกมาจากงาน เขาเห็นเด็กหญิงอายุประมาณ 6-7 ปีนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้เงียบ ๆ ซีเรียสเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ใกล้ ๆ “ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวล่ะ”
“เบื่อน่ะก็เลยไม่อยากเข้าไป” เด็กหญิงตอบทั้งที่ยังก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่
“นั่นสินะ” ซีเรียสเห็นด้วยเขาทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ “ฉันชื่อซีเรียส แล้วเธอล่ะชื่ออะไร” ซีเรียสถาม
เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นปัดผมสีดำเงางามที่ปิดหน้าออกแล้วถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย “จูเลียน่า”
“จูเลีย?”
“จู-เลีย-น่า” เด็กหญิงย้ำเสียงดังฟังชัด
ซีเรียสเบ้ปาก “จูเลียน่า...ไม่เห็นเพราะเลย ชั้นเรียกเธอว่าจูเลียแล้วกัน” เด็กหญิงขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ซีเรียสไม่สนใจ

“นั่นเธออ่านอะไรน่ะ” เขาถามแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู “ ‘พื้นฐานศาสตร์มืดที่ควรรู้’ นี่เธอสนใจศาสตร์มืดด้วยเหรอ” เขาถามอย่างสงสัย
จูเลียยักไหล่ “มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอซีเรียส สำหรับพวกเราแล้วศาสตร์มืดก็เป็นเหมือนสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว”
“แต่ชั้นไม่ต้องการ” ซีเรียสสวนทันควัน “สำหรับชั้นแล้ว มันเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย พ่อมดแม่มดที่ดีไม่ควรเข้าไปแตะต้องมัน”
จูเลียมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาแล้วถามอย่างสงสัย “ถ้าชั้นจำไม่ผิดเธอกำลังจะเข้าฮอกวอตส์ปีนี้ใช่ไหมซีเรียส” ซีเรียสพยักหน้า “ชั้นถามจริง ๆ เถอะซีเรียส ถ้าเลือกได้เธออยากจะอยู่บ้านไหน”
ซีเรียสยืดตัวตรงแล้วตอบไปโดยไม่ต้องคิด “กริฟฟินดอร์!!!”


***************************************


2 ปีต่อมา บนรถไฟด่วนฮอกวอตส์
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะเพื่อน” เจมส์ถามพลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ไม่ได้เจอกันตั้งนานน่าจะยิ้มหน่อยนะ”
ซีเรียสหันหน้าที่หงิกงอมองไปยังเพื่อนทั้ง 3 คนที่กำลังทรุดตัวลงนั่ง “มันควรเป็นวันที่มีความสุขจนกระทั่งเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว”
“ทำไมล่ะ” รีมัสถามอย่างสงสัย
“แม่บอกฉันเรื่องคู่หมั้นน่ะสิ”
“คู่หมั้น!!!” ทั้ง 3 คนร้องเสียงหลง
“เออ” ซีเรียสกระแทกเสียงใส่
“อะไรกัน นายเพิ่งอายุ 13 ก็มีคู่หมั้นแล้ว...เก่งจริงนะตัวแค่เนี้ย” เจมส์ล้อเพื่อนอย่างสนุก
ซีเรียสมองอีกฝ่ายตาขุ่น “ไม่ตลกเลยนะเจมส์”
“ขอโทษทีเพื่อน” เจมส์พยายามกลั้นหัวเราะแล้วกระแอมออกมาเบา ๆ
“เอ่อ...แล้วคู่หมั้นนายเป็นใครล่ะ”
ซีเรียสกวาดตามองเพื่อนทั้ง 3 “น้องสาวของสเนป!!!”


***************************************


“ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยซีเรียส” เจมส์กระซิบเบา ๆ ขณะที่ดวงตาจับจ้องไปยังพิธีคัดสรร ซีเรียสหันหน้าที่บึ้งตึงมา “ยิ้มหน่อย ตอนนี้แฟนนายนั่งจ้องเขม็งเลยนะ”
ซีเรียสหันไปที่โต๊ะฮัฟเฟิลพัฟเห็นเด็กสาวผม บลอนด์มองจ้องมาท่าทางเป็นกังวล ซีเรียสส่งยิ้มให้และอีกฝ่ายก็ส่งยิ้มหวานมาให้

“จูเลียน่า สเนป” ศ.มักกอนนากัลเรียกเสียงดัง ซีเรียสสะดุ้งเขาหันไปมองพิธีคัดสรร เห็นเด็กสาวผมสีดำเดินไปยังหมวกคัดสรร
“ไม่...ไม่อยากเชื่อเลย” ซีเรียสครางเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจน “จูเลียน่า...จูเลีย!!!”

“เป็นอะไรไปซีเรียส” ปีเตอร์กระซิบถามเมื่อเห็นซีเรียสนั่งตัวแข็ง
“คนนั้นใช่มั้ยคู่หมั้นนาย” รีมัสหันมาถาม ซีเรียสไม่ตอบเขาจ้องไปที่อีกฝ่ายเขม็ง ขณะที่หมวกคัดสรรตะโกนออกมา “เรเวนคลอ”
“นายรู้จักผู้หญิงคนนั้นใช่มั้ย” เจมส์ถามขณะที่มองตามเด็กสาวที่เดินไปยังโต๊ะเรเวนคลอ
“เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งก่อนที่จะเข้าฮอกวอตส์ แต่เธอบอกแต่ว่าชื่อจูเลียน่า”
“เธอน่ารักนะ แต่ดูขรึม ๆ ยังไงก็ไม่รู้” รีมัสบอก
“แปลกจัง ทำไมเธอไม่ได้อยู่สลิธีริน” เจมส์ตั้งข้อสงสัย
“จะ...จริงด้วย น้องของสเนปแท้ ๆ “ ปีเตอร์ร้องเสียงแหลม ซีเรียสเม้มปาก เขามองอีกฝ่ายเขม็งและเห็นดวงตาของเด็กสาวมองตอบมาแล้วเลิกคิ้วให้


***************************************


“สวัสดีซีเรียส” ขาที่กำลังก้าวออกจากห้องโถงใหญ่ชะงัก ทำให้อีก 3 คนชะงักตาม ซีเรียสหันมาเห็นเด็กสาวผู้เป็นคู่หมั้นหยุดยืนอยู่ข้างหลัง ซีเรียสมองดวงตาสีดำสนิทที่จับจ้องมาทางเขาอย่างเคร่งขรึม
“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนจูเลีย” เด็กสาวเลิกคิ้ว “เธอยังคงเย็นชาเหมือนเดิม”
เด็กสาวยิ้มที่มุมปาก “เธอเองก็ไม่เคยจำเลยว่าชั้นชื่อจูเลียน่าซีเรียส”
“ชั้นไม่คิดว่าเธอจะเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์”
“ทำไมล่ะ” เธอถามอย่างสงสัย
“ก็..เอ่อ...วันนั้น...หนังสือ”
“อ๋อ..” เด็กสาวยิ้ม “การที่ชั้นอ่านหนังสือเล่มนั้นคงทำให้เธอคิดว่าชั้นไปเรียนที่เดิร์มสแตรงก์ล่ะมั้ง”
“เธออ่านอะไรเหรอ” ปีเตอร์ถามอย่างสงสัยแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อรีมัสกับเจมส์ที่ยืนขนาบข้างอยู่กระแทกข้อศอกเข้าหาเขาพร้อม ๆ กัน
“ ‘พื้นฐานศาสตร์มืดที่ควรรู้’ น่ะเป็นหนังสือสำหรับเด็กปี 1 ที่เดิร์มสแตรงก์” รีมัสกับปีเตอร์นิ่วหน้า ส่วนเจมส์ชักสีหน้าไม่พอใจทันที “ขอแนะนำตัวหน่อยแล้วกัน ฉันชื่อจูเลียน่า สเนป ยินดีที่ได้รู้จัก”
เด็กหนุ่มทั้ง 3 ฝืนยิ้มให้อย่างสุภาพ
เธอหันไปมองซีเรียสเห็นเขามองข้ามไหล่เธอไป ดวงตาสีน้ำเงินที่เมื่อกี้มองเธออย่างเย็นชาและห่างเหินดูอบอุ่นขึ้นมาฉับพลัน เธอมองไปตามสายตาเขาเห็นเด็กสาวร่างเล็ก ผมสีบลอนด์ยาวเดินตรงมา

เด็กสาวผมบลอนด์เกาะแขนซีเรียสอย่างสนิทสนม “สวัสดีจ๊ะซีเรียส ปิดเทอมเป็นยังไงบ้าง”
ซีเรียสยิ้ม “ก็เป็นเหมือนเดิมน่ะแหละอมิเลีย อมิเลีย...นี่จูเลียน่า สเนป” ซีเรียสหันมามองคู่หมั้นอย่างท้าทาย “จูเลีย...นี่อมิเลีย วีเบอร์ เป็นนักเรียนปี 3 บ้านฮัฟเฟิลพัฟ...เป็นแฟนชั้นเอง”
โดยที่ไม่มีใครสังเกต ดวงตาสีดำสนิทไหววูบชั่วครู่ก่อนเป็นปกติ “ยินดีที่ได้รู้จักมิสวีเบอร์” จูเลียน่ายิ้มอย่างสุภาพ
“ยินดีเช่นกันจ๊ะมิสสเนป” อมิเลียยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
“ชั้นคงต้องขอตัวเสียที แล้วเจอกัน” จูเลียน่าเอ่ยอย่างสุภาพแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับนักเรียนบ้านเรเวนคลอที่กำลังจะกลับหอ
ซีเรียสมองตามเด็กสาวไป ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แทน โดยไม่รู้เลยว่ามีดวงตาคู่หนึ่งที่มองตามอย่างเศร้าสร้อย


ตอนที่ 17 นัดหมาย



เฮอร์ไมโอนี่ค่อย ๆ ย่องออกมาจากหลังรูปสุภาพสตรีอ้วน “ฮ้าว...อรุณสวัสดิ์จ๊ะ” สุภาพสตรีอ้วนทักพลางหาว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ทักตอบก่อนจะรีบหนีห่างออกมาเพราะกลัวว่าจะเจอคำถามจากสุภาพสตรีอ้วน “แล้วจะไปหาที่ไหนกันล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่บ่นพึมพำเมื่อคืนมัลฟอยนัดแต่เวลาเธอแต่ไม่ได้นัดสถานที่ “หรือว่าจะให้ไปหาที่ริมทะเลสาบ?”


***************************************


เฮอร์ไมโอนี่มองไปรอบ ๆ บริเวณ แต่ก็ไม่เห็นมัลฟอยอยู่บริเวณไหนเลยที่ริมทะเลสาบ “หรือว่าจะไม่ใช่ที่นี่”
“เธอมาสาย” เสียงยานคางดังขึ้น เฮอร์ไมโอนี่หันไปตามเสียงเธอเห็นมัลฟอยนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้ เฮอร์ไมโอนี่ก้มลงมองนาฬิกา
“เพิ่งจะผ่านมา 2 นาทีเอง” เฮอร์ไมโอนี่ท้วง
“ถึงจะ 1 วินาทีก็ถือว่าสาย” มัลฟอยบอกพร้อมกับกระโดดลงมา “นอกเสียจากว่าเธอจะไม่อยากได้ ‘ของ’ คืน”
เฮอร์ไมโอนี่มองอีกฝ่ายที่ปัดรอยเปื้อนบนเสื้อด้วยท่าทางสบายอย่างขัดใจ “ไหนล่ะพวงกุญแจ” มัลฟอยล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมหยิบพวงกุญแจออกมา แล้วชูสูงในระดับสายตาของเด็กสาว
ดวงตาของเฮอร์ไมโอนี่เป็นประกายด้วยความยินดีเมื่อเห็นพวงกุญแจลอยเด่นอยู่ตรงหน้า เธอยื่นมือออกไปจะคว้าไว้แต่มัลฟอยดึงหนีเสียก่อน

“อะไรอีกล่ะมัลฟอย” เธอถามอย่างหงุดหงิด
มัลฟอยยักไหล่ “ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่เธอคงไม่คิดว่าฉันจะคืนให้เธอง่าย ๆ หรอกนะ”
“แล้วนายต้องการอะไรล่ะ”
“แล้วเธอจะให้อะไรฉันเป็นการตอบแทนล่ะ” เด็กหนุ่มย้อนถาม
เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้ว “แล้วนายอยากได้อะไรล่ะ” เด็กสาวถามอีกครั้ง
“มันไม่สำคัญหรอกเกรนเจอร์ว่าชั้นอยากได้อะไร” มัลฟอยบอก “มันสำคัญตรงที่ว่าเธอจะ ‘ให้’ ได้ไหม”
เด็กสาวถอนใจอย่างหงุดหงิด “ก็ได้...ไม่ว่านายจะต้องการอะไร ฉันก็จะให้” เด็กสาวบอกอย่างไม่เต็มใจนัก
“ทุกอย่าง?” มัลฟอยถาม
“ทุกอย่าง!!! พอใจหรือยังล่ะ” เธอกระแทกเสียงถาม มัลฟอยยิ้มกริ่ม เขายื่นพวงกุญแจให้ เฮอร์ไมโอนี่รับมาอย่างรวดเร็ว
แต่โดยที่เธอไม่ทันระวังตัว มัลฟอยกระตุกมือข้างที่ยื่นมารับพวงกุญแจเบา ๆ

“อุ๊ย...” เฮอร์ไมโอนี่อุทานออกมาเบา ๆ ขณะที่เซไปข้างหน้าเล็กน้อย แม้จะพยายามทรงตัวแต่ก็ยังเสียหลักเข้าไปในอ้อมแขนแกร่งที่อ้ารับไว้พอดี
เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกใจเมื่อเอวบางถูกตวัดรัดไว้แน่น แล้วก็ต้องตาพร่าลงเมื่อเด็กหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากร้อนระอุประทับเข้าหาริมฝีปากบาง

เฮอร์ไมโอนี่ตกตะลึงในตอนแรกแล้วก็ดิ้นสุดแรงให้พ้นอ้อมแขนและริมฝีปากร้อน ๆ ที่ประทับลงมาอย่างหนักหน่วง แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งยุ แขนที่รัดรอบเอวรัดแน่นขึ้น ฝ่ามือของเขาดันขึ้นมาจากด้านหลังบังคับให้อกนุ่มแนบไปกับอกกว้างถนัดถนี่ จูบที่ประทับลงมาอย่างดูดดื่มดังจะดึงวิญญาณเธอออกจากร่าง

เฮอร์ไมโอนี่หายใจถี่แรง มือที่ทุบไปตามหลังไหล่เมื่อครู่หมดแรงไปดื้อ ๆ พร้อมกับรู้สึกเหมือนจะขาดใจ นานเท่านานกว่ามัลฟอยจะถอนริมฝีปากจากปากนุ่ม ๆ ทั้งหวานและหอมอย่างเสียดาย เขาก้มลงมองดวงหน้าหวานที่หลับตาพริ้มแล้วกระซิบเรียกเบา ๆ “เกรนเจอร์”

เฮอร์ไมโอนี่ลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาคู่สีน้ำตาลกระพริบถี่ ๆ เหมือนงง ๆ แล้วดวงหน้าหวานก็แดงขึ้นมาทันตา เธอผลักมัลฟอยออกสุดแรง แต่ก็ทำให้เขาเซไปเล็กน้อยเท่านั้น “นายทำบ้าอะไรของนาย” เฮอร์ไมโอนี่ร้องถามเสียงดัง
“ก็ค่าตอบแทนยังไงล่ะ”
“ค่าตอบแทน!!!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องเสียงหลง
“ช่าย...ก็เมื่อกี้เธอบอกว่าจะให้ทุกอย่าง” เขาทวนคำด้วยท่าทางกวน ๆ เด็กสาวกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ เธอหมุนตัวออกวิ่งทันที “เดี๋ยว...เกรนเจอร์” มัลฟอยเรียกหลังจากที่เธอวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว
“อะไรอีกล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่หันมาถามเสียงห้วน มัลฟอยก้มลงเก็บพวงกุญแจที่ตกอยู่บนพื้น
“อ้ะ...” เขาโยนพวงกุญแจให้อีกฝ่าย “อย่าลืมทิ้งไว้สิ เดี๋ยวก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ชั้นอีกหรอก”


***************************************


“เธอหายไปไหนมาน่ะเฮอร์ไมโอนี่” รอนร้องถามขณะที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงใหญ่ “เราตามหาเธอตั้งนาน”
“พอดี...ชั้นตื่นเช้าน่ะก็เลยไปเดินเล่น” เธอบอกเพื่อน ๆ ที่ทรุดตัวลงนั่ง “ขอโทษนะที่ไม่ได้ทิ้งโน้ตเอาไว้” เด็กสาวบอกเสียงอ่อน
“ไม่เป็นไรหรอกเฮอร์ไมโอนี่” แฮร์รี่ปลอบ “รอนเค้าก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ”
“นึกว่าเธอละเมอเห็นห้องสมุดเป็นหอนอนเสียอีก” รอนพูดลอย ๆ
“เอาเถอะอย่าเพิ่งเถียงกันเลย” ออโรร่าขัดขึ้นเมื่อเห็นรอนแยกเขี้ยวใส่เฮอร์ไมโอนี่ที่ทำตาเขียว “เดี๋ยวก็กินไม่ทันหรอกจะได้เวลาเรียนแล้วนะ” รอนกับเฮอร์ไมโอนี่หันมาสนใจกับอาหารตรงหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก


***************************************


ตอนเย็นวันนั้น ขณะที่แฮร์รี่กับเพื่อน ๆ กำลังเดินออกจากห้องโถงใหญ่หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว
“พี่พอตเตอร์ค่ะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น แฮร์รี่หันไปเขาเห็นเด็กสาวผมเปียยาวสองข้างยืนส่งยิ้มสดใสมาให้ “ขอรบกวนเวลาพวกพี่สักหน่อยได้ไหมคะ”
“ครับ...ได้ครับ” แฮร์รี่ตอบรับอย่างงง ๆ เมื่อสังเกตเห็นเสื้อคลุมของอีกฝ่าย

“หนูชื่อเฮลีน่า เทเรียโคสค่ะ อยู่ปี 1 บ้านสลิธีริน”
“อ่า...ครับ”
“คือหนูทราบว่าพวกพี่จัดตั้งชมรมขึ้นมา หนูก็เลยอยากจะขอสมัครเข้าชมรมหน่อยน่ะค่ะ”
“เราไม่ต้อนรับเด็กบ้านสลิธีริน” รอนบอกเสียงห้วน
“รอน!!!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาอย่างตกใจ เฮลีน่าหน้าเสียเล็กน้อย

“ทำไมถึงอยากเข้าชมรมนี้ล่ะจ๊ะมิสเทเรียโคส” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างสงสัย มันแปลกที่เด็กสลิธีรินอยากเข้าชมรมของเด็กกริฟฟินดอร์
“เรียกหนูว่าเฮลีน่าก็ได้ค่ะ คือหนูเห็นว่ามันน่าสนใจดีค่ะและก็คิดว่าสิ่งที่พวกพี่สอนน่าจะใช้ป้องกันตัวเองได้” เด็กสาวบอกเสียงร่าเริง
แฮร์รี่มองอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ เขาเหลือบมองรอนที่มองไปทางอื่นเฉย “เอาเถอะ ถ้าน้องอยากเข้าล่ะก็พรุ่งนี้เช้ามาเอาในสมัครที่พี่แล้วกัน” เฮอร์ไมโอนี่บอก รอนหน้าบึ้งขึ้นมาทันทีแล้วกระแทกเท้าเดินตรงกลับไปยังหอพักกริฟฟินดอร์ คนอื่น ๆ มองตามอย่างไม่สบายใจนัก
“ดูพี่วีสลีย์ไม่ค่อยชอยหนูเท่าไหร่นะคะ” เฮลีน่าพูดเสียงอ่อย
แฮร์รี่ถอนใจ “ไม่ใช่ว่ารอนไม่ชอบน้องหรอก แต่รอนเขาไม่ชอบเด็กสลิธีรินต่างหาก!!!!”


***************************************


“ทำไมต้องรับยัยเด็กนั่นเข้าชมรมด้วย” รอนตะโกนถามเสียงดังลั่นห้องโถงของกริฟฟินดอร์ เด็กคนอื่นต่างเงียบกริบหันมามองรอนอย่างสนใจ
“เบา ๆ ก็ได้รอน ไม่เห็นต้องเสียงดังเลย” เฮอร์ไมโอนี่ปรามอีกฝ่าย รอนส่งสายตาขุ่นเคืองไปยังเด็กคนอื่น ทุกคนรีบหันหน้าหนีแล้วพูดคุยกันเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความสนใจ
“ทำไม” รอนถามอีกครั้ง
“ก็แล้วทำไมถึงรับเด็กคนนั้นไม่ได้ล่ะ” ออโรร่าถามอย่างสงสัย
“ก็เพราะ...” รอนที่ลืมตัวตะโกนออกมารีบลดเสียงลดทันที “ก็เพราะเขาเป็นเด็กสลิธีรินน่ะสิ”
“แล้วเด็กสลิธีรินไม่ดียังไง” ออโรร่ายังคงสงสัย
“หยาบคาย เห็นแก่ตัว ชอบดูถูกและชอบรังแกคนอื่น” รอนสาธยายออกมาอย่างรวดเร็ว
ออโรร่าขมวดคิ้ว “แต่เด็กคนนี้ไม่เห็นเป็นอย่างนั้นนี่”
“ที่นายพูดมาดูไม่เหมือนนิสัยของเฮลีน่าเลยนะรอน” แฮร์รี่ที่นั่งนิ่งอยู่นานเอ่ยขึ้น
“ใช่...เด็กคนนี้ดูนิสัยดีแล้วก็น่ารักด้วยนะรอน” เฮอร์ไมโอนี่สนับสนุน รอนหน้าบึ้งยิ่งกว่าเดิม

“ชั้นเองก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วันเองนะรอนก็เลยไม่รู้ว่าสลิธีรินน่ะแย่ยังไง” ออโรร่าเอ่ยเสียงอ่อน “แต่มันจำเป็นด้วยเหรอรอนที่เธอจะตัดสินเด็กคนนั้นว่าไม่ดีด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเค้าเป็นสลิธีรินเท่านั้น”
รอนเงียบแต่หน้าเริ่มแดงขึ้นมาเรื่อย ๆ ตอนนี้พวกเขาทั้ง 4 ไม่ได้สังเกตเลยว่า คนที่อยู่ในห้องโถงต่างเงียบกริบคอยฟังพวกเขาอยู่
“เธอคงไม่ตัดสินคนด้วยเหตุผลเพียงแค่นั้นใช่ไหมรอน” ออโรร่าถาม
“เอาเลย...พวกนายจะทำอะไรก็ทำไป” รอนตะโกนออกมาอย่างโกรธจัดเมื่อว่าเพื่อนต่างก็เข้าข้างเฮลีน่า “แต่ชั้นขอบอกไว้ก่อนนะว่าห้ามให้ยัยเด็กนั่นมายุ่งกับชั้นอย่างเด็ดขาด เข้าใจมั้ย!!!!” แล้วรอนก็เดินขึ้นไปบนหอนอนทันที
แฮร์รี่ถอนใจเขาหันมาทางเฮอร์ไมโอนี่กับออโรร่าที่สีหน้าไม่ค่อยดีนั้น “ชั้นไปก่อนนะแล้วเจอกันพรุ่งนี้”
“ราตรีสวัสดิ์”



ตอนที่ 18 ความรู้สึกประหลาด



“อรุณสวัสดิ์แฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ร้องทักขณะที่เธอกับออโรร่าเดินลงมาจากบันไดหอพัก “อ้าว...” เฮอร์ไมโอนี่อุทานออกมาเมื่อเห็นแฮร์รี่นั่งอยู่คนเดียว “รอนล่ะ...ยังไม่ตื่นเหรอ”
แฮร์รี่ลุกขึ้นบิดตัวไปมา “ไปแล้ว ถามอะไรก็ไม่ตอบ สงสัยคงยังไม่หายโกรธ” สองสาวมองหน้ากันอย่างกังวล “งั้นเราก็รีบไปกันเถอะชั้นเองก็หิวแล้ว”


***************************************


แฮร์รี่มองไปยังโต๊ะกริฟฟินดอร์ทันทีที่ก้าวเข้าห้องโถงใหญ่ เขาเห็นรอนนั่งอยู่กับดีนและเชมัส “อรุณสวัสดิ์” แฮร์รี่เอ่ยทักเมื่อเดินเข้ามาใกล้ หลายเสียงทักตอบ แต่รอนเงียบ ทั้ง 3 คนมองหน้ากัน
เฮอร์ไมโอนี่ขยับไปยืนด้านหลัง “เธอหิวมากถึงขนาดไม่รอเราเลยเหรอรอน”
...เงียบ...

“วันนี้พวกนายมีเรียนกันหรือเปล่า” ดีนหันไปถามแฮร์รี่ขณะที่ลุกขึ้น
“ไม่ วันนี้พวกเราว่าง แล้วพวกนายล่ะ”
“เรามีเรียนประวัติศาสตร์เวทมนตร์น่ะ แล้วเจอกันนะ”
“อืม” ดีนกับเชมัสจากไปโดยทิ้งความเงียบชวนอึดอัดของบริเวณนั้นเอาไว้ รอนยังคงก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจใคร เขาทำเหมือนเพื่อนทั้ง 3 คนไม่มีตัวตนอย่างงั้นแหละ และ...

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เสียงร้องทักอย่างร่าเริงดังมาจากด้านหลัง พวกเขาเห็นสีหน้าที่เรียบเฉยของรอนบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเฮลีน่ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ ๆ
“อรุณสวัสดิ์จ๊ะเฮลีน่า” เฮอร์ไมโอนี่ทักตอบ “ว่าไงจ๊ะตัดสินใจหรือยัง”
“ค่ะ หนูตัดสินใจแล้วค่ะ...ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

ปัง!!! รอนกระแทกมีดกับส้อมที่อยู่ในมืออย่างแรงจนคนรอบข้างต่างพากันสะดุ้ง (ดีว่าใกล้เวลาเข้าเรียนแล้วเลยมีคนอยู่ไม่ถึง 10 คน) แฮร์รี่มองตามรอนที่เดินปึงปังออกไปจากห้องโถงใหญ่อย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
เฮอร์ไมโอนี่ล้วงเอากระดาษที่อยู่ในเสื้อคลุมออกมายื่นให้เฮลีน่า “นี่เป็นใบสมัครนะ อ่านรายละเอียดข้อบังคับต่าง ๆ ให้เรียบร้อย ถ้าเธอลงชื่อเมื่อไหร่นั่นหมายความเป็นการทำสัญญากับชมรม กรอกแล้วเอามาให้พี่ เราจะเริ่มฝึกกันวันเสาร์นี้ตอนทุ่มนึง ไปให้ตรงเวลาด้วยนะเฮลีน่า”
“ค่ะ” เฮลีน่าตอบรับอย่างตื่นเต้นแล้วยื่นมือออกไปรับเอกสาร แต่มีมือข้างหนึ่งแย่งใบสมัครออกไปอย่างรวดเร็ว เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองเจ้าของมือแล้วได้ยินเสียงแฮร์รี่คำรามออกมาเบา ๆ “มัลฟอย!!!”

มัลฟอยก้มลงมองกระดาษในมือ แล้วตวัดดวงตาสีซีดมองเฮลีน่าอย่างไม่พอใจ “นี่มันอะไรกันเฮลีน่า อย่าบอกนะว่าเธอจะเข้าไปชมรมบ้า ๆ นี่” เขาถามเสียงห้วน
เฮลีน่ากระชากกระดาษกลับ “หนูจะเข้าชมรมอะไรมันก็เรื่องของหนูพี่เดรโก” เธอตอบเสียงห้วนไม่แพ้กัน “แล้วชมรมนี้ก็ไม่ใช่ชมรมบ้า ๆ ด้วย มันเป็นชมรมที่น่าสนใจ”
มัลฟอยถลึงตาใส่ “เธอจะเข้าไอ้ชมรมนี้ไม่ได้” มัลฟอยห้ามเสียงแข็ง “มีแต่พวกปัญญาอ่อนเท่านั้นแหละ ที่จะเข้าชมรมห่วย ๆ พวกนี้”
สิ้นคำพูดก็เกิดปฏิกิริยาทันที เฮอร์ไมโอนี่กับออโรร่าต้องช่วยกันรั้งแฮร์รี่เอาไว้อย่างเต็มที่ ปากก็ร้องห้ามแฮร์รี่ที่สบถออกมาไม่ขาดปาก ตัวเฮลีน่าเองก็ร้องออกมาด้วยความโกรธ “พี่เดรโกจะพูดอย่างนี้ไม่ได้นะ นี่...เอาคืนมานะ” เฮลีน่าร้องเสียงหลงเมื่อมัลฟอยกระชากกระดาษกลับไป
เธอพยายามกระโดดแย่งเอากระดาษที่ถูกชูขึ้นสูงคืน มัลฟอยชูกระดาษจนสุดมือ มืออีกข้างหนึ่งพยายามกันเด็กสาวให้ถอยห่างออกไป จนทำให้อีกฝ่ายเสียหลัก

“อุ๊ย...” เฮลีน่าอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อทำท่าจะล้ม มัลฟอยทิ้งกระดาษในมือแล้วถลาเข้าไปรับเด็กสาวอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะล้มลงกระแทกโต๊ะที่ตั้งอยู่ แต่ร่างที่ถลาเข้ามาในอ้อมแขนนั้นไม่ใช่เฮลีน่า แต่กลับเป็นออโรร่า เดมมิ่ง!!!

แฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่และออโรร่ายืนมองมัลฟอยกับเฮลีน่าเถียงและยื้อแย่งใบสมัครกันอย่างงุนงง จากคำสนทนาเห็นได้ชัดว่าทั้งสองยิ่งกว่ารู้จักกัน แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเฮลีน่าทำท่าจะล้ม ออโรร่าที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ยื่นมือเข้าไปกระชากแขนอีกฝ่ายอย่างแรง ส่วนตัวเธอเองก็เสียหลักเข้าไปในอ้อมแขนของเดรโก มัลฟอยที่ก้าวเข้ามารับเฮลีน่าเอาไว้แทน
เธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของวงแขนแกร่งที่รัดเอวเธอเอาไว้แน่นด้วยความตกใจ เหมือนกับที่เขาเองก็ก้มลงมองดวงหน้าหวานที่อยู่ห่างจากใบหน้าเขาเพียงนิดเดียวอย่างคาดไม่ถึง

พวกเขาเคยพบกันเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น และตลอดเวลาก็ไม่เคยพิจารณาอีกฝ่ายอย่างจริงจัง จนกระทั่งตอนนี้...พวกเขาจ้องตากันนิ่ง ตอนนั้นเองที่ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขา ความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน เหมือนกับได้พบใครคนหนึ่งที่สำคัญ ใครคนหนึ่งที่รอคอยมานาน

“ออโรร่าเป็นอะไรหรือเปล่า” แฮร์รี่ (ที่โดนออโรร่าเหวี่ยงเฮลีน่าใส่อย่างแรง) ร้องถามออกมาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเด็กสาวยืนนิ่ง
ออโรร่ากับมัลฟอยสะดุ้ง พวกเขาผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว “เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เฮอร์ไมโอนี่ถามเบา ๆ เธอลอบมองไปยังมัลฟอยที่ถูกเฮลีน่าซักถามด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
“พี่เดรโกเป็นไงบ้างคะ” เด็กสาวถามเสียงสั่น
“ไม่...พี่ไม่เป็นอะไร” มัลฟอยบอกมือก็พยายามปัดมืออีกฝ่ายที่ลูบหาแผลที่เธอคิดว่าน่าจะมี “รีบไปเถอะเฮลีน่า ได้เวลาเรียนแล้ว เดี๋ยวจะสาย”
“ค่ะ” เฮลีน่ารับคำ เธอก้มลงหยิบใบสมัครที่ตกอยู่กับพื้นขึ้นมา “หนูไปก่อนแล้วกันนะคะ” เฮลีน่าหันมาบอกพวกแฮร์รี่ แล้ววิ่งไปหาเพื่อนที่ยืนรออยู่ที่ประตู

มัลฟอยหันมามองหน้าแฮร์รี่ “ยังไงชั้นก็ไม่ยอมให้เฮลีน่าเข้าชมรมนายแน่พอตเตอร์” มัลฟอยพูดเสียงเรียบ “ชั้นไม่ยอมให้สายเลือดที่สูงส่งของน้องสาวชั้นมาแปดเปื้อนเพราะพวกเลือดชั้นต่ำอย่างพวกนายแน่”
“นายว่าใครมัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่ถามเสียงแข็ง
“ก็แล้วแต่เธอจะคิดยัยเลือดสีโคลน” มัลฟอยบอกอย่างเย็นชา เขาเหลือบมองออโรร่าแวบหนึ่งก่อนจะสะบัดเสื้อคลุมแล้วเดินจากไป

“ไอ้...” แฮร์รี่ตัวสั่นด้วยความโกรธ เขาพยายามสรรหาคำด่าตามหลังมัลฟอยแต่คิดไม่ออก (ถ้าเป็นรอนสงสัยคงยาวเป็นขบวนรถไฟ) เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองออโรร่า เธอเห็นสายตาของออโรร่าที่มองตามมัลฟอยไปจนลับสายตา และเห็นสายตาที่มัลฟอยมองมายังออโรร่า สายตาที่แสดงความสนใจ มันทำให้เธอไม่ค่อยสบายใจนัก เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงรู้สึกอย่างนั้น มันทำให้เธอเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก
“นี่...พวกเธอได้ยินอย่างที่ชั้นได้ยินไหม” แฮร์รี่ถาม “มัลฟอยบอกว่า ‘น้องสาว’ งั้นเหรอ”


***************************************


“มันไม่น่าจะเป็นไปได้นะเฮอร์ไมโอนี่ ชั้นไม่เคยได้ยินเลยว่ามัลฟอยมีน้องสาว” แฮร์รี่บอกขณะที่พวกเขากำลังเดินตรงไปยังสนามควิชดิช
“อย่าว่าแต่น้องสาวเลยแฮร์รี่ ชั้นว่าเราไม่เคยได้ยินว่ามัลฟอยมี ‘พี่’ หรือว่า ‘น้อง’ เลยต่างหาก” เฮอร์ไมโอนี่บอก
“แต่ ‘น้องสาว’ นี่มันมีหลายความหมายนะแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่” ออโรร่าค้าน “คนรู้จักกันแต่โตมาด้วยกัน เขาก็ถือว่าเป็นพี่น้องกันได้นะ”
“มันก็จริงนะ” เฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วย “นี่แฮร์รี่ เธอจะฝึกบินให้ออโรร่ายังไงล่ะ ถ้าไม่หยิบไม้กวาดมา” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างสงสัย เพราะแฮร์รี่เดินมาตัวเปล่า แต่จะพาพวกเธอมาฝึกบิน
แฮร์รี่ยิ้ม “ไม่ต้องห่วงหรอกเฮอร์ไมโอนี่ เพราะไม้กวาดน่ะอยู่ที่นั่นแล้ว”
เฮอร์ไมโอนี่กับออโรร่ามองตามมือของแฮร์รี่ที่ชี้ไปข้างหน้า พวกเธออดที่จะยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นรอนนั่งหน้าหงิกอยู่กับไม้กวาดสองอัน



ตอน 19 ฝึกบิน



“พวกนายมัวทำอะไรกันอยู่ มัวแต่โอ๋ยัยเด็กนั่นอยู่หรือไง” รอนเอ็ดตะโรใส่เพื่อนเมื่อพวกเขามาหยุดยืนใกล้ ๆ “ชั้นมานั่งรอพวกนายนานแล้วนะ”
“ขอโทษทีนะรอน” เฮอร์ไมโอนี่พูด “พอดีพวกเรา...” เธอเหลือบตามองแฮร์รี่กับออโรร่า “...เจอมัลฟอยน่ะก็เลยเถียงกันนิดหน่อย ใช่มั้ยแฮร์รี่”
“ใช่” แฮร์รี่รีบพยักหน้า ถ้ารอนรู้ว่าเฮลีน่ากับมัลฟอยเกี่ยวข้องกันล่ะก็รอนต้องอาละวาทหนักหว่าเดิมแน่ “เรายังเสียดายเลยที่นายไม่อยู่ด้วย”
สีหน้ารอนดีขึ้นเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป งั้นพวกเรามาฝึกบินกันเถอะ” รอนยื่นไม้กวาดที่วางอยู่ให้ออโรร่ากับเฮอร์ไมโอนี่ ออโรร่ารับมาอย่างตื่นเต้น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ทำหน้างง ๆ
“เธอส่งให้ชั้นทำไมรอน จะให้ชั้นสอนออโรร่าเหรอ”
“เปล่าหรอกเฮอร์ไมโอนี่” รอนบอกแล้วก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อเฮอร์ไมโอนี่หน้าซีดกับคำพูดของแฮร์รี่ “เธอจะต้องฝึกบินพร้อมกับออโรร่าด้วยเฮอร์ไมโอนี่”


***************************************


“สิ่งแรกที่เธอต้องทำก่อนฝึกก็คือการสั่งให้ไม้กวาดทำตามคำพูดของเรา เธอลองสั่งให้มันลอยขึ้นมาหาเธอสิ” แฮร์รี่บอกออโรร่าที่ยืนอยู่ข้างไม้กวาดไฟร์โบลต์ของเขาโดยพยายามไม่สนใจกับเสียงทะเลาะของรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่ดังลั่นมาจากอีกฟากหนึ่งของสนาม (“ชั้นเรียนฝึกบินมาตั้งแต่ปี 1 แล้วนะ ทำไมชั้นต้องมาฝึกพิเศษอีก” “ก็เพราะว่าเด็กปี 1 ยังดูดีกว่าเธอน่ะสิ ถ้าเธอไม่อยากขายขี้หน้ารุ่นน้องก็ฝึกไป ไม่ต้องพูดมาก”)
“ขยับไปยืนข้าง ๆ แล้วสั่งให้มันลอยขึ้นมา” ออโรร่าทำตามที่แฮร์รี่สั่งแล้วไม้กวาดก็ลอยขึ้นสู่มือเธออย่างรวดเร็ว “เยี่ยมนี่” แฮร์รี่ชม “สำหรับครั้งแรกทำได้ขนาดนี้แล้ว” ออโรร่ายิ้มกว้าง
“ขึ้นขี่ไม้กวาดนะ แล้วถีบเท้าแรง ๆ พอไม้กวาดลอยขึ้นไปแล้วพยายามบินนิ่ง ๆ ช้า ๆ ถ้าเวลาจะล่อนลงก็กดหัวไม้กวาดลง แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ถ้าจะหยุดก็ดึงหัวไม้กวาดเข้าหาตัว...ลองบินดูสิ ช้า ๆ นะอย่าเร็วมากนัก ตั้งสติไว้ให้มั่นอย่าตื่นตูมเหมือนยัยกระต่ายนั่น” เขาบอกแล้วชี้ไปทางอีกฟากของสนาม


**************************************


“ยอดเยี่ยมมากออโรร่า” แฮร์รี่เอ่ยชมขณะที่เด็กสาวค่อย ๆ ร่อนไม้กวาดลงจอดช้า ๆ “เก่งจัง แค่ชั่วโมงเดียวเธอก็บินได้คล่องแล้ว”
ออโรร่าทรงตัวยืนบนพื้นช้า ๆ ดวงหน้าเป็นสีแดงระเรื่ออย่างเขินอาย “เพราะว่าเธอสอนดีมากกว่าแฮร์รี่” เธอก้มลงมองไม้กวาดในมือแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เธอขำอะไรเหรอออโรร่า” แฮร์รี่สงสัย
“ก็นึกถึงวันแรกที่เจอเธอน่ะ เธอบอกชั้นว่าไม้กวาดเอาไว้กวาดพื้น”
“อ๋อ” แฮร์รี่เกาหัวที่ยุ่งเหยิงเป็นการแก้เขิน “ถ้าชั้นบอกว่าเอาไว้ขี่ เธอก็ต้องว่าชั้นเป็นบ้าน่ะสิ...แล้วเป็นไงล่ะ เธอชอบบินมั้ย”
“มันยอดมากเลยล่ะ หยั่งกับได้ขึ้นสวรรค์เลยเวลาได้โต้ลมข้างบนนั่น” ออโรร่าลูบด้ามไม้กวาดไปมา “ไม้กวาดนี่ก็ยอดไปเลย มันเร็วมากแต่ก็นิ่งมากด้วย ไม้กวาดนี้ของเธอเหรอ”
“ใช่ ชั้นได้มันมาตอนปี 3 น่ะ แทนอันเก่าที่พังไป”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอแฮร์รี่”

แฮร์รี่เดินไปทรุดตัวลงนั่งที่ขอบสนาม สองตาจับจ้องไปยังรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ที่อยู่อีกฟากของสนาม “นั่งให้มันสบาย ๆ หน่อยสิเฮอร์ไมโอนี่ อย่ากอดไม้กวาดแน่นอย่างนั้น” แฮร์รี่ตะโกนบอกเฮอร์ไมโอนี่ที่กรีดร้องไม่หยุด เขาหันมามองออโรร่าที่ทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ

“ตอนที่แข่งควิชดิชชั้นตกจากไม้กวาดน่ะ พอดีวันนั้นฝนตกหนัก ลมก็เลยพัดไม้กวาดไปโดนต้นวิลโลว์จอมหวด”
“ต้นวิลโลว์จอมหวด?? ชื่อแปลกนะ”
“มันเป็นต้นไม้ที่จะทำลายทุกอย่างที่เข้าไปใกล้ พอไม้กวาดชั้นเข้าไปใกล้มัน มันก็เลยฟาดซะไม่มีชิ้นดี” แฮร์รี่พูดเสียงขื่น “ชั้นได้เข้าร่วมทีมควิชดิชตั้งแต่ตอนปี 1 ศ.มักกอนนากัลซื้อ ‘นิมบัส2000’ ให้ชั้นเป็นของขวัญ”
“นิมบัส2000??”
“ชื่อรุ่นของไม้กวาดน่ะ ตอนนั้น ‘นิมบัส2000’ เพิ่งจะออกใหม่น่ะมันเร็วมาก มันไม่เคยทำให้ชั้นผิดหวังเลยสักครั้ง” แฮร์รี่ก้มหน้า ออโรร่ายื่นมือไปแตะหลังมือแฮร์รี่ที่ลูบด้ามไม้กวาดไปมาเบา ๆ
“ ‘ไม้กวาดโฟร์โบลต์’ นี้เป็นของขวัญวันเกิด...มันมาจากพ่อทูนหัวของชั้นเอง” เขายิ้มน้อย ๆ ออโรร่างง
“เธอมีพ่อทูนหัวด้วยเหรอแฮร์รี่”
“ใช่...เค้าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อชั้นเอง แล้วเขาก็รักชั้นไม่น้อยไปกว่าที่ชั้นรักเขาเลย”
“แล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะแฮร์รี่ ทำไมแทนที่จะอยู่กับเขา เธอกลับไปอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์แทนล่ะ”
แฮร์รี่เงียบไป เขาเพิ่งรู้ตัวว่าได้พูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา เขาพยายามหาคำตอบแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเฮอร์ไมโอนี่เดินหน้าหงิกตรงมาโดยมีรอนเดินถือไม้กวาดตามมาด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม


**************************************


“ชั้นไม่เอาแล้วนะแฮร์รี่” เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาอย่างหัวเสีย “ถ้าชีวิตนี้ชั้นจะบินไม่ได้ก็ช่างหัวมันเถอะ แต่ชั้นไม่ยอมเป็นตัวตลกให้รอนเขาคอยหัวเราะเยาะชั้นเด็ดขาด...นี่เธอจะหัวเราะอะไรหนักหนานะโรนัลด์ วีสลีย์” เธอหันไปตวาดรอนที่หัวเราะเสียงดังลั่น
“ชั้นมีความสุขที่ได้รู้ว่าเธอก็ไม่ได้เก่งไปกว่าชั้นทุกอย่างน่ะสิเฮอร์ไมโอนี่” รอนสวน
“รอน เธอ...”
“เอาน่าอย่าทะเลาะกันเลย” แฮร์รี่รีบห้าม “ไม่ฝึกก็ไม่ฝึก งั้นเราก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวเราจะได้ไปเตรียมตัวเรียนตอนสาย” แฮร์รี่คว้าไฟร์โบลต์แล้วรีบก้าวนำ เขาถอนใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามของออโรร่า


****************************************


ระหว่างทาง...”เดี๋ยวพวกนายไปก่อนละกัน เดี๋ยวชั้นไปหาเฮ็ดวิกแป๊บ” แฮร์รี่หันมาบอกเมื่อเดินผ่านโรงนกฮูก
“งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ห้องเรียนนะแฮร์รี่” รอนตะโกนบอกตามหลังแฮร์รี่แล้วหันมาคุยกับเฮอร์ไมโอนี่ก่อน ออโรร่ามองตามเธออยากจะตามเขาไปแต่ก็ทำได้เพียงแค่ก้าวเดินไปพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่กับรอนเท่านั้น

แฮร์รี่กวาดตามองไปรอบ ๆ โรงนกฮูก สักพัก เฮ็ดวิกก็บินลงมาเกาะที่ไหล่ แฮร์รี่ลูบที่ปีกเฮ็ดวิกเบา ๆ “เดี๋ยวเอาจดหมายไปส่งให้ซีเรียสนะเฮ็ดวิก” เฮ็ดวิกร้องเบา ๆ ยื่นขาให้แฮร์รี่ผูกจดหมาย แล้วบินจากไป


***************************************


‘ถึง สนัฟเฟิลส์
เป็นยังไงบ้างครับ คุณกับศ.ลูปินคงสบายดีนะครับ ผมสบายดี โรงเรียนเปิดเทอมได้ 3 วันแล้ว มันยอดเยี่ยมมากเลย ผมมีข่าวดีตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้าฮอกวอตส์ ทายสิว่าข่าวดีของผมคืออะไร คุณคงจำคำสั่งห้ามเล่นควิชดิชตลอดชีวิตของผมได้ ทางกระทรวงยกเลิกคำสั่งนั้นแล้ว แถมผมยังได้เป็นกัปตันทีมด้วย!! มันวิเศษมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ อีกเรื่องก็คือเรื่อง ก.ด. ของพวกเรา ศ.ดัมเบิลดอร์อนุญาตให้พวกผมจัดทำเป็นชมรมเรียบร้อยแล้วครับ
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ค่อนข้างประหลาดอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องที่สุดช็อคของคนทั้งโรงเรียน จนตอนนี้ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย ให้ตายเถอะ...สเนปมีน้องสาว!!!! ศ.จูเลียน่า สเนป เธอเป็นอาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มือของพวกเราและก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมของผมด้วย คุณคงจำเธอได้นะครับ เธอเคยเล่าให้ฟังว่ารู้จักพ่อผมด้วย เธอเก่งและก็น่ารักมากเลย ช่างเป็นน้องสาวที่แตกต่างจากพี่ชายเสียเหลือเกิน
ส่วนอีกเรื่องค่อนข้างจะแปลก ๆ สักหน่อย พวกเรามีเพื่อนใหม่คนหนึ่งครับ เธอชื่อออโรร่า เดมมิ่ง เธอมาจากครอบครัวของสควิป มันเหลือเชื่อมากที่ได้รู้ว่า ทุกคนในครอบครัวของเธอเป็นสควิปแต่เธอกลับได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เท่านั้นยังไม่พอ เธอไม่เคยรู้เรื่องที่ตัวเองมีเวทมนตร์เลยจนกระทั่งตอนที่เธออายุ 16 ปี (หรือเมื่อ 2 เดือนก่อนครับ) เธอไม่ต้องเข้าเรียนปี 1 แต่โดดขึ้นมาที่ปี 6 จนตอนนี้เราก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเป็นเพราะอะไร ทำไมเธอถึงได้รับสิทธิพิเศษจากคนอื่น ๆ พวกคุณเคยเจอเรื่องที่ประหลาดอย่างนี้บ้างหรือเปล่าครับ
ผมหวังเหลือเกินว่าจะได้มีโอกาสเจอคุณสักวัน อยากให้คดีคุณพลิกเร็ว ๆ จัง
คิดถึงคุณกับศ.ลูปินมาก
แฮร์รี่’


ซิเรียสวางจดหมายลงแล้วถอนใจ เขาโล่งอกเมื่อได้รู้ว่าแฮร์รี่ได้เริ่มเทอมใหม่อย่างแสนวิเศษ และสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมากสิ่งหนึ่ง ได้กลับคืนเข้ามาในชีวิต แต่ซิเรียสไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า คนอีกคนหนึ่งที่สำคัญที่สุด ที่เคยเดินจากไป กำลังจะกลับเขามาในชีวิตของเขาอีกครั้งหนึ่ง เส้นทางเดินที่เคยเป็นเส้นขนานระหว่างเขาและเธอ กำลังจะบรรจบพบกันอีกครั้ง


ตอนที่ 20 เส้นทางระหว่างเขาและเธอ


‘ความรักคืออะไร’ นั่นคือคำถามที่ใครต่อใครมักจะคอยถามตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ ความรักเกิดขึ้นได้ยังไงไม่มีใครรู้ กว่าจะรู้สึกตัวเขาหรือเธอก็มีคนอีกคนหนึ่งอยู่เต็มหัวใจ ใครต่อใครมักจะเป็นอย่างนี้ ทุกคนไม่เว้นแม้แต่เขา...ซิเรียส แบล็ก

ตั้งแต่จำความได้ เขาไม่เคยรักหรือเป็นที่รักของครอบครัวหรือญาติพี่น้อง เขามักจะรู้สึกถึงความแตกต่างอยู่เสมอ บ้านเป็นเหมือนนรกสำหรับเขาและเมื่อเขาได้รู้ว่าจะต้องเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ นั่นคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดสำหรับเขา

ในวันเดินทาง เขาพบว่ามีเด็กมากมายให้ความสนใจและอยากเป็นมิตรกับเขา เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเขาเป็นทายาทของตระกูลแบล็กที่โด่งดังน่ะสิ และแน่นอนว่าเด็กเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกับครอบครัวของเขาน่ะแหล่ะ พวกสายเลือดบริสุทธ์สุดงี่เง่าที่คลั่งเรื่องสายเลือดและเกลียดมักเกิ้ลจนขึ้นสมอง ตลอดเวลาที่เขาอยู่บนรถไฟจนถึงตอนที่เขาสวมหมวกคัดสรร เขาได้แต่ภาวนาว่าเขาจะไม่ต้องอยู่บ้านร่วมกับเจ้าพวกสมองกลวงพวกนี้ ไม่ต้องทนอยู่กับพวกสลิธีริน!!!

แล้วคำภาวนาของเขาก็ได้ผล เขาถูกส่งไปอยู่กริฟฟินดอร์ บ้านที่เขาใฝ่ฝันอยากอยู่มาตลอด แต่ช่วงเดือนแรกช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อและอึดอัด เขาถูกเพื่อนร่วมบ้านทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน ไม่มีใครใส่ใจหรือพูดคุยกับเขา ในขณะที่เด็กบ้านสลิธีรินนั้นจะคอยหาเรื่องเขาตลอดเวลา

ก็แหม...มันไม่เคยมีประวัติมาก่อนนี่ว่าทายาทของตระกูลแบล็กที่ยิ่งใหญ่และโด่งดังนั้นจะแหกคอกไปอยู่กริฟฟินดอร์ศัตรูตัวฉกาจของสลิธีริน แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนักเมื่อปรากฎว่าเขาได้จัดการเคลียร์กับเพื่อนร่วมบ้านและเด็กบ้านสลิธีริน ซึ่งก็เหมือนกับว่าระเบิดเวลาที่ถูกวางเอาไว้ตั้งแต่วันเปิดเรียนได้ระเบิดขึ้น

เขาประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่า เขาเป็นศัตรูกับสลิธีริน (เขาระงับอารมณ์ไม่อยู่ก็เลยเสกคาถาใส่เด็กสลิธีรินคนหนึ่ง) และแม้เด็กกริฟฟินดอร์จะทำเหมือนกับเขาไม่มีตัวตน แต่กลับมีคนคนหนึ่งที่เป็นศัตรูของเขาอย่างเปิดเผย ด้วยสาเหตุเพียงเพราะว่าเขาเป็นคนตระกูลแบล็ก

‘น่ารำคาญจริง ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา ถ้าเลือกได้ฉันก็ไม่อยากเกิดเป็นคนตระกูลแบล็กเหมือนกันแหล่ะ’ ซิเรียสตะโกนคำพูดนี้ใส่เด็กบ้านกริฟฟินดอร์คนหนึ่งเมื่อเด็กคนนั้นพูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าเขาว่า เขาและเพื่อนคนอื่นนั้น ไม่ต้องการพักร่วมห้องเดียวกันกับเขา แล้วหลังจากนั้นเขาก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มาจำได้อีกทีเขากับเด็กคนนั้นก็ถูก ศ.มักกอนนากัลสั่งกักบริเวณด้วยกันโทษฐานทะเลาะวิวาทเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ‘อยู่ด้วยกันนาน ๆ เผื่อพวกเธอจะสามัคคีกันมากขึ้น’ นั่นคือเหตุผลของอาจารย์ประจำบ้านกริฟฟินดอร์

วันแรกของการกักบริเวณ เต็มไปด้วยความเงียบ ตามด้วยวันที่ 2, 3 และในวันที่ 4 นั้นคำถามหนึ่งก็ดังออกมาจากอีกฝ่าย ‘จริงหรือเปล่าที่เขาว่ากันว่านายน่ะ ไม่เหมือนกับตระกูลแบล็กคนอื่น ๆ ’ เด็กคนนั้นถามขึ้น

แน่นอน...ทำไมอีกฝ่ายจะไม่รู้ล่ะ ซิเรียสคิด ก็เมื่อเช้านี้คุณแม่ที่น่ารักของเขาส่งจดหมายกัมปนาทมาให้เขา เป็นของขวัญเนื่องจากเขาได้รับคัดเลือกให้เข้ากริฟฟินดอร์ (ไม่รู้ใครมันฟ้อง อุตส่าห์ไม่เขียนไปบอกแล้วเชียว ซิเรียสคิดอย่างเบื่อหน่าย)

คำถามที่เกิดจากความสงสัย เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ใหม่ แล้วจากศัตรูก็เปลี่ยนมาเป็นเพื่อน เด็กคนนั้นเป็นเพื่อนคนแรกที่เขามี เพื่อนที่ชื่อ...เจมส์ พอตเตอร์...

ชีวิตในฮอกวอตส์สำหรับเขานั้นเป็นชีวิตที่มีความสุข ฮอกวอตส์เป็นบ้านและเขาก็มีเพื่อนและอาจารย์เป็นครอบครัว เขามีเพื่อนที่สนิทอยู่ 3 คน คือ เจมส์ พอตเตอร์, รีมัส ลูปิน และ ปีเตอร์ เพ็ตติกรูส์ และเขาก็ยังมีสาวน้อยน่ารักจากบ้านฮัพเฟิลพัฟเป็นคนรัก...อมิเลีย วีเบอร์

อมิเลียเป็นเด็กสาวที่มาจากครอบครัวของมักเกิ้ล เธอเป็นคนเรียบร้อยและอ่อนหวาน ในขณะที่เขาเป็นคนกระด้างและสนุกกับการเล่นสนุกไปวัน ๆ แม้พวกเขาจะเป็นนักเรียนรุ่นเดียวกันและพบกันบ่อย ๆ ในเวลาเรียน แต่เส้นทางเดินของพวกเขาไม่เคยเฉียดใกล้กันเลย

จนกระทั่งวันหนึ่ง...มันเป็นเวลาค่ำมากแล้ว ขณะที่เขารีบเดินไปห้องสมุดเพื่อคืนหนังสือที่ยืมมาทำการบ้านวิชาปรุงยา ระหว่างทางเขาเห็นอมิเลียโดนเด็กบ้านสลิธีริน 2 –3 คนรุมรังแกและเขาก็ได้เข้าไปช่วยเธอเอาไว้...นั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของเขาและเธอ

จากที่เคยเป็นแค่คนแปลกหน้า พวกเขาเริ่มจากคนรู้จักที่พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นคนรัก ซิเรียสรู้สึกอบอุ่นเมื่อรู้ว่านอกจากเพื่อนทั้งสามแล้ว เขายังมีคนอีกคนหนึ่งคอยห่วงใยและอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ซิเรียสคิดเสมอว่าอมิเลียคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ เธอคือคนรักและเป็นความรักเดียวที่จะอยู่ในชีวิตของเขา เขาเคยมั่นใจเช่นนั้น แต่แล้วความมั่นใจนั้นก็หมดไป เมื่อผู้หญิงอีกคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา ผู้หญิงที่เขาถูกหมั้นหมายไว้ตั้งแต่ยังเด็ก...จูเลียน่า สเนป!!!

จูเลียน่ากับอมิเลีย หญิงสาว 2 คนที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา หญิงสาว 2 คนที่ช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน อมิเลียคือความสว่าง สดใส ในขณะที่จูเลียน่าคือความเย็นชาและมืดมน อมิเลียมักที่จะอยู่ในวงล้อมของเพื่อน ๆ เสมอ แต่จูเลียน่ามักที่จะไปไหนมาไหนคนเดียว เธอมักจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวและไม่มีเพื่อน แต่สิ่งเดียวที่พวกเธอมีเหมือนกัน นั่นคือการจับจ้อง

มันไม่แปลกอะไรถ้า ‘แฟน’ กันจะคอยสบตากัน แต่หลายครั้งที่เขาจะเห็นสายตาของ ‘คู่หมั้น’ ที่คอยจับจ้องเขาอยู่เงียบ ๆ นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครสังเกตเห็น ก็ใครจะมาคอยสังเกตล่ะ ก็เธอน่ะไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยอยู่ในสายตาของใคร

แรก ๆ เขามักจะรู้สึกรำคาญกับสายตาคู่นั้น แต่ต่อมาเขาจะพบว่าตัวเขาเองนั้นคอยแต่จะกวาดตามองหาจูเลียน่าเมื่อไม่รู้สึกถึงสายตาของเธอ และเขามักจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่เสมอเมื่อเขาสังเกตเห็นสายตาของเด็กหนุ่มหลายคนที่มองตามร่างบางของจูเลียน่าอย่างสนใจ เขาไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงรู้สึกอย่างนั้น แต่ในฐานะของคู่หมั้น เอาเป็นว่าเขาไม่ชอบก็แล้วกัน

จากความรำคาญ กลายเป็นหงุดหงิด และมันไม่เคยลดน้อยลงเลยมีแต่จะมากขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อมีเสียงซุบซิบดังขึ้นในกลุ่มนักเรียนชายถึงความน่ารักและความเก่งกาจจนน่ายำเกรงของจูเลียน่า เขามักจะให้เหตุผลกับตัวเองเสมอว่าความรู้สึกที่มีให้เธอเกิดขึ้นตามหน้าที่ เขาคิดเช่นนั้น จนกระทั่งวันงานเลี้ยงคืนวันคริสมาสต์ในปีที่เขาเรียนชั้นปีที่ 6

เมื่อมีงานเลี้ยงก็จะมีงานเต้นรำ เขาควงคู่มาในงานพร้อมกับอมิเลีย และจูเลียน่าก็ควงคู่มาพร้อมกับเด็กปี 5 บ้านสลิธีริน เด็กผู้ชายหลายคนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นจูเลียน่าเดินเข้ามาในงานด้วยชุดสีฟ้าอ่อน ผมสีดำยาวที่มักจะถูกถักเป็นเปียก็ถูกปล่อยยาวสยายทำให้ใบหน้าสวยนั้นดูหวานขึ้น แต่สิ่งที่สะดุดใจเขาก็คือ รอยยิ้มน้อย ๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้า

แต่เมื่อสบตากับอีกฝ่าย ดวงตาคู่นั้นกลับดูไม่มีความสุข แม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มแต่ดวงตากลับดูเศร้าหมอง เจ็บปวด ซีเรียสเฝ้ามองอีกฝ่ายเงียบ ๆ ในขณะที่ทุกคนในงานสนุกและมีความสุข แต่กลับมีอีกคนหนึ่งที่ไม่เป็นเช่นนั้นเลย เขาคิด ขณะที่เฝ้ามองร่างบางที่เดินออกไปจากงานเงียบ ๆ

ซิเรียสเดินตามจูเลียน่าออกมา เขาเห็นร่างบางยืนอยู่ใต้ต้นไม้ริมทะเลสาบ เด็กสาวหันมาตามเสียงฝีเท้าที่ได้ยิน แล้วหัวใจที่แข็งกระด้างของเขาอ่อนยวบเมื่อเห็นหยาดน้ำตานองหน้าอีกฝ่าย เขาดึงร่างบางเข้ามากอดเอาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งลูบหลังไปมาอย่างปลอบโยน กิริยาเช่นนั้นแทนที่จะทำให้อีกฝ่ายหยุดร้องไห้กลับทำให้เด็กสาวสะอื้นไห้ออกมามากขึ้น

ซิเรียสหลับตาลง เขาซบหน้าลงกับกลุ่มผมดกดำเมื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดของอีกฝ่าย ปากก็พึมพำขอโทษออกมาเมื่อเด็กสาวถามเสียงสะอื้น ‘ชั้นไม่ดีตรงไหนซิเรียส ทำไมเธอถึงรักชั้นไม่ได้ ทำไมคนที่อยู่เคียงข้างเธอถึงไม่ใช่ชั้น!!!’

การหมั้นหมายของพวกเขาทั้งสอง นอกจากญาติพี่น้องแล้ว ก็มีคนอีกเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รับรู้ และมันก็ไม่แปลกอะไรที่จูเลียน่าจะรู้สึกเจ็บปวดกับท่าทางเย็นชาของเขา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับถูกปฏิเสธ มันทำให้เธอดูไร้ค่าในสายตาของเขา

ซิเรียสเชยคางเด็กสาวขึ้น นิ้วเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาออกอย่างอ่อนโยน เขาก้มหน้าลงจุมพิตริมฝีปากบางของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน เหตุผลต่าง ๆ ที่เขาเคยยกขึ้นมาเพื่ออธิบายถึงความรู้สึกที่เขามีต่อจูเลียน่านั้นมลายหายไป ตอนนี้เขาพบคำตอบแล้วนั่นก็คือ...ความรัก

เขาไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นจากตรงไหน แต่กว่าที่เขาจะรู้ตัวในใจของเขาก็มีเพียงเธออยู่เต็มหัวใจและนั่นทำให้เขาต้องหันกลับมาพิจารณาความรู้สึกของเขาที่มีต่ออมิเลียอีกครั้ง มันจะเป็นไปได้ไหมที่เขาจะรักผู้หญิงพร้อมกันทีเดียวถึง 2 คน ซิเรียสนึกสงสัย

แต่ยิ่งนับวันเวลาที่ผ่านไป ก็ยิ่งทำให้เขาแน่ใจในความรู้สึกที่มีต่อเด็กสาวทั้งสองมากขึ้น แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ นั่นก็คือการมองคนที่เขารักเดินจากไปจนลับสายตา ไม่มีทางอีกแล้วที่เส้นทางระหว่างเขาและเธอจะโคจรมาพบกันอีกครั้ง ซิเรียสคิดอย่างเจ็บปวด ต่อนี้ไปเขามีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแลรับผิดชอบ เขาจะต้องดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้ แม้จะมีเพียงร่างกายแต่ไร้หัวใจก็ตาม!!!







Create Date : 22 พฤษภาคม 2549
Last Update : 13 ธันวาคม 2549 15:09:46 น. 0 comments
Counter : 299 Pageviews.

s_sut
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





contatore visite clocks for websites

     
 
เกมส์ที่มีปัญหา อยู่ในระหว่างการแก้ไขค่ะ

ปัญหาของเวป Reflexive ปี 2009
 
     

ღแจ้งอัพเดทตอนล่าสุดของฟิคแต่ละเรื่องจ้าღ

[HP] HP กับ ผองเพื่อนในปีที่ 6
ตอนที่ 36.1 ตอนที่ 36.2

[HP] ช่วงหนึ่งของชีวิต
ตอนที่ 6

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

จบ

[HP/เดรโกเฮอร์ไมโอนี่]
จุดเริ่มต้น...ของมิตรภาพ
จบ

[HP/Y] The hoodwink love
ตอนที่ 6

[HP/Y] Darling. You're my love...my heart
ตอนที่ 7

[จอนที] คนรักของพี่ชาย
ตอนที่ 4

[HP] HP and the Daughter Twin
ตอนที่ 1


ღMember Zoneღ


     
 
อยู่ระหว่างการแก้ไขไฟล์ทั้งหมดค่ะ
 
     

     
 

♬CSI Zone

CSI : Miami (S9) Ep.02

CSI : NY (S7) Ep.01

CSI : Las Vegas (S11) Ep.02
 
     

ทางลัดไปเครื่องมือเวปต่าง ๆ


เช็ค Link Download ว่ายังใช้ได้ไหม

ทดสอบโค้ด

Pasta Pronta
Free Web Counter
Pasta Pronta

free counters


widgeo
Emo ลิงน้อยน่ารัก
Emo ลิงน้อยน่ารักภาค 2
X
X
Friends' blogs
[Add s_sut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.