มิถุนายน 2561

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
28
29
 
All Blog
เจ้าสำนักหมายเลข ๑ ในประวัติศาสตร์: บทที่ ๑๐ โอกาสเสี่ยงโชคครั้งที่ ๒


History’s Number 1 Founder:chapter 10 Second Lottery Chance

[史上第一祖师爷]

ผู้แต่ง 八月飞鹰

Fan's Translation for fans only. Do not use it forbusiness purpose. And please support the original work. This translation willend if the right is available in my country.

Smiley

หลินเฟิงทำงานอย่างหนัก ต่อสู้กับจอมยุทธ์ตระกูลอวี๋ หลอกมู่หรงเยียนหยานและพวก ต่อสู้กับต้นท้อแก่ ในที่สุดก็ได้เวลาเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว

จ้องมองเสี่ยวปู้เตี่ยนที่เดินตามมาข้างหลัง หลินเฟิงดีใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย

หลังกล่าวคำร่ำลากับผู้คนในหมู่บ้านศิลาและสอบถามเส้นทางไปยังเมืองอูโจว หลินเฟิงพาเสี่ยวปู้เตี่ยนเดินไปตามถนน

ที่เมืองอูโจวยังมีเซียวเอี๋ยน พระเอกผู้มีศักยภาพคนหนึ่งรอคอยเขาอยู่

จากหมู่บ้านศิลาสู่เมืองอูโจวต้องเดินผ่านเทือกเขากว้างใหญ่และข้ามป่าดึกดำบรรพ์

ป่าดึกดำบรรพ์เหล่านี้ย่อมไม่เหมือนกับป่าที่โลก มีเพียงผู้ที่ได้เห็นมันจึงจะเข้าใจในจุดนี้

ต้นไม้ยักษ์แผ่กิ่งก้านปกคลุมฟ้าปิดกั้นแสงตะวัน ทุกๆปีพวกมันสร้างเศษใบไม้ทับถมเป็นจำนวนมหาศาล ในบริเวณที่แฉะชื้นอบอ้าวปานนี้ ใบไม้ร่วงไม่อาจย่อยสลายกลายเป็นดินแห้งๆ ได้ ตรงกันข้าม พวกมันจะใช้เวลาเน่าเปื่อยยาวนาน กลายเป็นหนองน้ำแบนๆ คู่กับดินชื้นแฉะ ป่าเหล่านี้ย่อมเต็มไปด้วยภยันตรายมากมาย

แมลงในป่ามีขนาดใหญ่กว่าแมลงในโลกหลายเท่า ยุงที่บินกันเป็นฝูงดูราวกับฝูงนกก็ไม่ปาน!

โคนไม้ข้างทางผสมผเสกับเถาวัลย์แก่สีเขียวชั้นแล้วชั้นเล่า วงแล้ววงเล่า ครั้นพอหลินเฟิงเดินผ่าน งูสีเขียวเข้มตัวหนึ่งก็พลันดีดตัวออกมาจากเถาวัลย์เหล่านั้น!

หลินเฟิงต้องยอมรับ การเดินทางเชื่องช้าในป่าดึกดำบรรพ์เช่นนี้ตามลำพังคงต้องกลายเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง

ทว่าเวลานี้ พร้อมด้วยเสี่ยวปู้เตี่ยน ทุกอย่างย่อมแตกต่างออกไป

ทั้งๆ ที่เพิ่งจะอายุสี่ขวบ แต่ด้วยเติบโตมาในป่าเขา เสี่ยวปู้เตี่ยนจึงมีประสบการณ์มากมายกับชีวิตในป่าเขา

เมื่อมีเสี่ยวปู้เตี่ยนคอยนำทาง หลินเฟิงจึงมีเวลาสบายๆในการตรวจสอบระบบการสร้างเจ้าสำนักผู้เป็นเลิศของตนขณะเดินทางไป

หลังจากที่เสี่ยวปู้เตี่ยนกลายเป็นศิษย์ของเขาแล้ว ระบบลูกศิษย์อย่างใหม่ก็ปรากฏขึ้นในระบบ

ในรายชื่อของระบบลูกศิษย์ยังมีเพียงเสี่ยวปู้เตี่ยนชื่อเดียว

ชื่อ: สือเทียนฮ่าว

อายุ: ๓ปี ๗ เดือน

ระดับในปัจจุบัน: ระดับผู้ฝึกชี่ขั้น๒

คุณสมบัติ: ธาตุเต๋า- ๑๐, สติปัญญา - ๘, ความมุ่งมั่น - ๘, โชค - ๘

หมายเหตุ: เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก เหนือกว่าผู้ฝึกชี่ระดับสองทั่วไปเป็นอันมาก

แผนการสอนที่แนะนำ: แนะนำเคล็ดวิชาเต๋าสายฟ้า ในแง่ของทักษะ เขาสามารถฝึกได้ทั้งวิชาเวทย์และศิลปะการต่อสู้

หลินเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาสามารถถ่ายทอดวิชาเก้าสายฟ้าสวรรค์ให้แก่เสี่ยวปู้เตี่ยนได้อย่างเหมาะเจาะพอดี

เขาเข้าไปในระบบล๊อตเตอรี่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเขาได้รับเสี่ยวปู้เตี่ยนเข้าเป็นศิษย์แล้ว ระบบได้ให้รางวัลเป็นโอกาสในการเสี่ยงโชคหนึ่งครั้ง

ระบบลูกเต๋าและระบบรูเล็ต หลินเฟิงสำรวจดูของรางวัลทั้งหมดและค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย ไม่มีอะไรดีเป็นพิเศษเลย เขาได้แต่ฝากความหวังไว้กับกล่องปริศนา

หลังจากที่ได้กระบี่แสงเหนือมาแล้ว หลินเฟิงเชื่อว่ากล่องปริศนานี้คงมีของรางวัลมูลค่าพอๆกับของรางวัลพิเศษและก็อาจจะได้ไอเท่มดีๆ

ครั้งนี้หลินเฟิงเลือกระบบรูเล็ต

ภายในที่ว่างแบ่งเป็นสิบแปดช่องล้อมเป็นวงกลม มีไอเท่มสิบห้าอย่างวางอยู่ภายในรวมถึงกล่องปริศนาซึ่งมีเครื่องหมายคำถาม และยังมีช่องว่างอีกสองช่อง

“กล่อง กล่อง กล่อง... เริ่ม!”

เพียงคิดขึ้นมา จุดแสงจุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในวงล้อและเริ่มหมุนไปรอบวงล้ออย่างรวดเร็ว

ผ่านไปราวๆ สองรอบ ความเร็วของจุดแสงนั้นจึงค่อยๆ ลดลง

หลินเฟิงจ้องมองจุดแสงนั้นอย่างจดจ่อ ในใจคาดคะเนว่ามันจะหยุดลงตรงไหน

ยิ่งจุดแสงวิ่งไปมันก็ยิ่งช้าลง มันยังวิ่งใกล้เข้าไปหากล่องปริศนากล่องนั้นอีกด้วย

ไอเท่มที่เป็นไปได้มีสามไอเท่ม เวทย์ดาบโค้งเพลิง เครื่องรางป้องกันปีศาจและกล่องปริศนา

ดาบโค้งเพลิงมีระดับสูงกว่าเวทย์ทั่วไปเช่นลูกไฟและฝ่ามือสายฟ้าอยู่บ้าง มันเหมาะสมกับหลินเฟิงที่เพิ่งอยู่ในระดับผู้ฝึกชี่ขั้นสองพอดิบพอดี เวทย์ที่สูงเกินไปต้องใช้ความต้องการสูงและอาจจะไม่สามารถใช้ได้โดยง่าย

เครื่องรางป้องกันปีศาจเป็นเครื่องรางที่มีประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำลายปีศาจและพวกวิญญาณ แม้จะเป็นสิ่งที่ใช้ได้ครั้งเดียวก็ตาม ทว่าหากใช้ให้เหมาะสมก็มีประโยชน์กว่าดาบโค้งเพลิง

ไอเท่มสองอย่างนี้ต่างก็มีในระบบแลกเปลี่ยนและพวกมันทั้งคู่ต้องแลกด้วยแต้มสอง-สามร้อยแต้ม

แต่ความดึงดูดใจของพวกมันไม่อาจเทียบกับกล่องปริศนาได้เลย

จุดแสงวิ่งมาถึงดาบโค้งเพลิง ดูเหมือนกำลังจะหยุด หลินเฟิงกลั้นลมหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ทว่าเขากลับกำลังตะโกนในใจไม่หยุด “ผ่าน ผ่าน ผ่าน!”

ราวกับได้ยินความคิดของหลินเฟิง จุดแสงค่อยๆขยับผ่านดาบโค้งเพลิงและไปถึงช่องของเครื่องรางปกป้องปีศาจ

“ผ่านอีก ผ่านอีก ผ่านอีก!”

จุดแสงไม่ทำให้ผิดหวัง มันขยับจากเครื่องรางป้องกันปีศาจไปตามที่หลินเฟิงปรารถนา

หลินเฟิงดีใจ “โชคของข้าค่อนข้างใช้ได้ เล่นล๊อตเตอรี่สองครั้งข้าก็ได้กล่องปริศนาทั้งสองครั้ง”

“หรือจะเป็นเพราะว่าระดับโชคของข้าก็ค่อนข้างสูงมากเช่นกัน?” หลินเฟิงครุ่นคิดดีใจอยู่ในอก ทว่าชั่วขณะที่หางตาของเขาชำเลืองมองไปที่กงล้อ เขาก็แทบเจ็บปวดเจียนตายแล้ว

จุดแสงยังคงเคลื่อนไปและกำลังจะเคลื่อนผ่านกล่องปริศนา

หลินเฟิงกังวลขึ้นมาในทันที “หยุด! หยุด! หยุด!...ให้ตายเถอะ!”

จุดแสงในที่สุดก็ค่อยๆ หยุดลง ทว่ามันผ่านกล่องปริศนาไปเรียบร้อยและหยุดลงบนช่องหลังจากนั้น

หลินเฟิงมองไปและรู้สึกงุนงง

หญ้าสงบวิญญาณ

มีประสิทธิภาพในการให้ความสงบและความมั่นคงแก่จิตวิญญาณและเป็นส่วนผสมหลักของยาตรึงวิญญาณ พวกมันล้วนเป็นของหายากและยากจะพบเห็นได้

หลินเฟิงใบหน้าบูดบึ้ง สายตาของเขาแข็งทื่ออยู่กับหญ้าสงบวิญญาณที่หล่นลงมาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ความคิดหนึ่งแล่นวาบเข้ามาในใจ หญ้าสงบวิญญาณนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อเขามากก็เป็นได้

ทว่าความคิดนี้คลุมเครือเกินไป หลินเฟิงรีบกลับเข้าไปในระบบแลกเปลี่ยน เขาพบยาตรึงวิญญาณและอ่านคำบรรยายของมัน

ยาตรึงวิญญาณไม่มีประโยชน์สำหรับคนทั่วไป ทว่ามันสามารถช่วยสร้างความเสถียรให้แก่จิตและวิญญาณที่สูญเสียร่างกายของตนไป พวกเขาจะสามารถเดินทางได้ไกลในเวลากลางวัน ท่องเที่ยวออกไปได้ไกลนับหมื่นไมล์โดยไม่ทำร้ายหรือทำลายจิตวิญญาณของตน

หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยๆ ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาทว่ายังคงไม่ชัดเจนนัก เขาต้องการเวลาสำหรับคิดแผนการออกมา เขาเก็บหญ้าสงบวิญญาณและยังคงมองหาสิ่งต่างๆในระบบแลกของ

หลังจากรับเสี่ยวปู้เตี่ยนเข้ามาเป็นศิษย์แล้วเขาก็ได้รับรางวัลมาห้าร้อยแต้มซึ่งยังมากกว่าทุนรอนเริ่มแรกจากระบบของรางวัลสำหรับผู้เริ่มต้นเสียอีก

หลินเฟิงเตรียมแลกทักษะวิชาอย่างหนึ่ง เวทย์หรือวิชายุทธ์สักอย่างหนึ่ง

สำหรับเคล็ดวิชาเต๋า เขาได้เคล็ดวิชาเก้าสายฟ้าสวรรค์มาแล้ว สำหรับของวิเศษ เขาก็ได้กระบี่แสงเหนือมาแล้ว เขาไม่ต้องรีบด่วนใช้มัน ตรงกันข้าม เกี่ยวแก่พวกวิชาเวทย์ แม้พลังของวิชาเรียกเก้าสายฟ้าสวรรค์จะโดดเด่น ทว่ามันมีข้อจำกัดมากมายเกินไปสำหรับใช้ในการต่อสู้จริง

ท้ายที่สุดแล้ว เวทย์เรียกเก้าสายฟ้าสวรรค์เป็นวิชาค่ายกลอย่างหนึ่ง ผู้ใช้ต้องวางค่ายกลคาถาเอาไว้ก่อนล่วงหน้าและจึงดึงพลังของโลกซึ่งช่วยเกื้อหนุนต่อค่ายกลเข้ามา

ทว่าทุกสิ่งย่อมมีข้อดีและข้อด้อยของมัน พลังของค่ายกลนี้นับว่ายิ่งใหญ่ ทว่าการวางค่ายกลมิใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายกลนั้นตายตัวและไม่อาจเคลื่อนที่ได้ การวางค่ายกลยังต้องใช้เวลาและวัตถุดิบมากมาย หากประสบกับเหตุการณ์กะทันหันก็อาจจะเสียรู้ได้โดยง่าย

ดังนั้นครั้งนี้หลินเฟิงจึงตัดสินใจจะแลกคาถาหรือทักษะอย่างหนึ่ง เขาหมายตาคาถาอย่างหนึ่งเอาไว้ มันเรียกว่ามังกรเมฆาเร้นกาย

วิชาหลบหนีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ หากมีความเชี่ยวชาญในการหลบหนีก็ย่อมหนีได้เมื่อตกเป็นฝ่ายอ่อนแอกว่าหรือไล่ล่าตามคู่ต่อสู้ก็ได้หากเป็นผู้แข็งแกร่งกว่า

คาถามังกรเมฆาเร้นกายนี้เป็นแขนงหนึ่งในชุดวิชาหลบหนีที่ดีเยี่ยม วิชาชุดนี้มีชื่อว่ามังกรซ่อนกาย อันได้แก่มังกรเมฆาเร้นกาย มังกรเงาเร้นกาย มังกรวารีเร้นกาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งชุดต้องใช้แต้มแลกเป็นจำนวนมากเกินไปและย่อมไม่อยู่ในความสามารถของหลินเฟิงในขณะนี้ เขาได้แต่ยอมถอยหลังหนึ่งก้าว หลังใคร่ครวญอย่างละเอียดแล้วเขาจึงเลือกแขนงวิชามังกรเมฆาเร้นกาย

เคล็ดวิชามังกรเมฆาเร้นกายใช้หลักการระเบิดท่าเคลื่อนไหวในระยะสั้นๆและกระโจนหนีอย่างรวดเร็วได้ภายในพื้นที่เล็กๆ ท่าเท้าของผู้ฝึกยุทธ์จะเคลื่อนไหวราวกับงูและมังกร ราวกับกำลังขี่เมฆ และทำให้คู่ต่อสู้ไม่อาจแตะผู้ใช้ได้แม้แค่ชายเสื้อ นับว่ามีคุณค่าสูงส่งในการต่อสู้จริง

สติสัมปชัญญะของเขาถอนออกจากระบบและพบว่าเสี่ยวปู้เตี่ยนกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตารอคอยคาดหวัง “อาจารย์ เมื่อไหร่ข้าจะได้เรียนวิชาเต๋ากับท่าน?”

หลินเฟิงยิ้มบางและแตะศีรษะของเขา “ใจเย็นๆ เจ้าเป็นศิษย์ใหญ่ของอาจารย์ อาจารย์จะลืมเจ้าได้อย่างไร?”

ดวงตาดำขลับของเสี่ยวปู้เตี่ยนเบิกกว้าง “อาจารย์ ข้าไม่อยากเป็นศิษย์พี่ใหญ่ ข้า...ข้าอยากจะเป็นศิษย์น้องเล็ก”

มองดูเสี่ยวปู้เตี่ยนผู้ดูราวตุ๊กตาเคลือบที่มีริมฝีปากแดงเรื่อและเรียวฟันขาวสะอาด หลินเฟิงสับสนใจเล็กน้อย “อย่าห่วงไปเลย แม้เจ้าจะยังเด็ก ทว่าเจ้าเข้าเป็นสมาชิกพรรคยาวนานที่สุด แม้เจ้าจะเป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอันใด อนาคตข้างหน้าเมื่ออาจารย์รับศิษย์ใหม่ พวกเขาทุกคนล้วนต้องเป็นศิษย์น้องของเจ้าอย่างเชื่อฟัง”

เสี่ยวปู้เตี่ยนคว้ามือของหลินเฟิงและเขย่าเบาๆ “แต่ว่าอาจารย์ ข้าอยากจะเป็นศิษย์น้องเล็กคนสุดท้องจริงๆ”

หลินเฟิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ทำไม?”

ปลายเท้าของเสี่ยวปู้เตี่ยนขยี้พื้นขณะก้มศีรษะลงด้วยท่าทางเอียงอาย “ตอนอยู่ในหมู่บ้าน ครอบครัวที่มีลูกหลายคนมักจะรักลูกคนเล็กที่สุดเสมอ... ในหมู่บ้านข้าเด็กที่สุด ดังนั้นทุกๆคนจึงรักข้าที่สุด...”

หลินเฟิงจ้องมองเสี่ยวปู้เตี่ยนจอมป่วนตรงหน้าตนด้วยความตกตะลึง ผ่านไปนาน หลินเฟิงจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งเคืองกึ่งขำ “เจ้าปีศาจน้อย ข้าไม่รู้ว่าควรจะว่าเจ้าโง่หรือฉลาดดี นั่นเป็นเรื่องของหมู่บ้านศิลาของเจ้า ไม่ใช่ทุกหนแห่งจะเป็นเช่นเดียวกันเสียหมด”

“ตรงกันข้าม ยังมีสถานที่ที่เด็กจะถูกผู้คนกลั่นแกล้งได้”

หลินเฟิงจ้องมองเสี่ยวปู้เตี่ยนพร้อมยิ้มบาง “เจ้าคิดถี่ถ้วนแล้วหรือไม่? หากเจ้าอยากจะเป็นศิษย์น้องเล็กก็ไม่มีปัญหาอันใดหรอก อย่าได้เสียใจก็แล้วกันหากศิษย์พี่ของเจ้าจะสั่งให้เจ้าไปขัดส้วมหรือตักน้ำอาบ”

ดวงตาของเสี่ยวปู้เตี่ยนเบิกกว้าง กุมมือของหลินเฟิงไว้และเขย่าพร้อมยิ้มกว้าง เขากล่าวพร้อมอมยิ้ม “ข้าจะตักน้ำอาบ ขัดส้วมและก็นวดไหล่ให้อาจารย์ มีอาจารย์อยู่ด้วย เสี่ยวปู้เตี่ยนจะทำตัวดีๆ ศิษย์พี่ของข้าจะไม่แกล้งข้าอย่างแน่นอน”

หลินเฟิงจ้องมองเจ้าปีศาจน้อยตรงหน้าและนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ในตอนท้าย เขาส่งเสียงหัวเราะออกมาและจิ้มหน้าผากของเสี่ยวปู้เตี่ยน “เจ้านี่...”

เสี่ยวปู้เตี่ยนส่งยิ้มไร้เดียงสาและหัวเราะร่าขึ้นมา




Create Date : 30 มิถุนายน 2561
Last Update : 30 มิถุนายน 2561 17:51:43 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นักผจญภัยมือใหม่
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 81 คน [?]



มันจะเป็นยังไง ถ้าเราทำต่อไปด้วยใจรัก...
New Comments