มิถุนายน 2561

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
28
29
 
All Blog
เจ้าสำนักหมายเลข ๑ ในประวัติศาสตร์: บทที่ ๖ เจ้ากำลังจะถูกป่วนแล้ว


History’s Number 1 Founder:chapter 6 You’re Going to Get Screwed

[史上第一祖师爷]

ผู้แต่ง 八月飞鹰

Fan's Translation for fans only. Do not use it forbusiness purpose. And please support the original work. This translation willend if the right is available in my country.

รูปร่างหน้าตาของเด็กสาวคนนี้โดดเด่นอย่างยิ่ง นางมีกิริยาโดดเด่นสุภาพเรียบร้อย เปล่งออร่าเย็นชาและงดงามนัก

ติ่งหูอ่อนนุ่มของนางสวมใส่ตุ้มหูหยกสีเขียว ยามขยับตัวพวกมันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งออกมา ส่งเสริมความงามให้แก่นางอย่างไม่ตั้งใจ

จากลักษณะ หลิงเฟิงดูเหมือนเด็กชายมอซอคนหนึ่งซึ่งถูกความงามของเด็กสาวผู้นี้เขี่ยหลบไปข้างทาง เขาก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างอายๆ

อันที่จริงแล้วเขาไม่ต้องการให้ผู้คนเห็นว่าสองตาของตนกำลังเป็นประกาย

ประกาศยกเลิกการแต่งงาน นี่คือการประกาศยกเลิกการแต่งงานในตำนานที่สร้างอัจฉริยะผู้สามารถท้าทายอำนาจสวรรค์มานับไม่ถ้วนนั่น!

ข้างๆ เด็กสาวเป็นเด็กรุ่นหนุ่มคนหนึ่งซึ่งสวมใส่ชุดสีขาวแบบเดียวกัน เขาตัวสูงและมีใบหน้าหล่อเหลา คลื่นพลังปราณที่โคจรอยู่รอบตัวแสดงให้เห็นว่าเขามีพลังชี่ระดับผู้ฝึกตนขั้นสิบ

เด็กหนุ่มชุดขาวผู้นี้ชำเลืองมองหลินเฟิงและไม่แลเขาอีกต่อไป หันกลับไปมองหินก้อนที่หลินเฟิงเพิ่งใช้กระบี่แสงเหนือทำลายทิ้ง เขาทำหน้าบึ้งและย่นหน้าผาก “พูดตามหลักแล้ว คนผู้นั้นไม่น่าจะหนีไปไหนได้ทันเพราะพวกเรามาถึงที่นี่อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

เด็กสาวส่ายศีรษะ “หากคนผู้นั้นจากไปแล้วก็แล้วไปเถอะ”

เด็กหนุ่มชุดขาวพลันใช้พลังปราณของตนปกปิดเสียงคุย เอ่ยแก่เด็กสาว “ศิษย์น้องเยียนหยาน ข่าวลือบอกว่าเซียวเอี๋ยนก็เป็นนักยุทธ์อัจฉริยะคนหนึ่ง เพียงแต่ไม่ทราบเหตุใดเขาจึงเสื่อมถอยลงจนกลายเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง?”

มู่หรงเยียนหยานไม่ค่อยชอบใจกับการกระทำของเขา สองคิ้วของนางยู่ย่น “ที่นี่มีคนนอกอยู่ หยุดพูดเรื่องนี้กันก่อนเถิด”

เด็กหนุ่มชุดขาวหัวเราะออกมาเบาๆ “เขาเป็นแค่พวกบ้านนอก ข้าเองก็กำลังใช้พลังปราณถ่ายทอดเสียง เขาจะได้ยินได้อย่างไร?”

หลินเฟิงกระพริบตาปริบๆยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ เขาไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดนักพรตเต๋าของตนและยังคงใส่เสื้อผ้าป่านธรรมดา เขาจึงดูเหมือนชาวป่าชาวเขาจริงๆ

ได้ยินคำพูดของเขา มู่หรงเยียนหยานได้แต่ส่ายศีรษะของนาง “ไม่ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะหรือว่าคนขี้แพ้ ข้าก็ต้องไปยกเลิกการหมั้นหมายนี้อยู่ดี แม้แต่ท่านปู่ก็ไม่อาจบังคับให้ข้าแต่งกับคนที่ข้าไม่เคยพบหน้าค่าตามาก่อนได้”

สีหน้าของหลินเฟิงยิ่งมาก็ยิ่งดูใสซื่อ ทว่าในใจกลับกำลังโห่ร้องยินดี “สาวน้อย... ทำได้ดีมาก! ทำต่อไป อย่าได้ใจอ่อนกับแรงกกดดันจากภายนอก ยืนหยัดมั่นคงและไปยกเลิกการหมั้นหมายเสีย ข้าตั้งความหวังกับเจ้าไว้สูงมากเลยนะ!”

เคยเป็นอัจฉริยะ เวลานี้กลายเป็นไอ้ขี้แพ้ แถมตอนนี้คู่หมั้นของเขาก็กำลังเดินทางมาเพื่อยกเลิกการหมั้นหมายและทำให้เขาขายหน้า... พับผ่าเถอะ นี่ต้องเป็นชะตากรรมของพระเอกในนิยายแฟนตาซีเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน

เวลานี้หลินเฟิงแทบจะอดใจพุ่งไปหาเซียวเอี๋ยนไม่ได้แล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าใจ ความต้องการของระบบต่อคุณสมบัติของศิษย์นั้นสูงอย่างไม่เป็นเหตุเป็นผลและบางทีอาจจะมีเพียงผู้คนระดับตำนานที่ได้รับพรจากสวรรค์เท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติพอ พระเอกในเรื่องเหล่านั้นจึงจะเข้าตาของมัน

แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่เมื่อสรุปจากเหตุการณ์ของเสี่ยวปู้เตี่ยนแล้ว หลินเฟิงมั่นใจถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวว่าเซียวเอี๋ยนน่าจะผ่านมาตรฐานของระบบการตรวจสอบคุณลักษณะของศิษย์ได้

“เดี๋ยวก่อน... พระเอกผู้มีศักยภาพสามารถท้าทายสวรรค์ได้แบบนี้...”

หลินเฟิงพลันครุ่นคิด “เวลานี้เซียวเอี๋ยนเป็นแค่คนโชคร้ายธรรมดาๆคนหนึ่ง หากมู่หรงเยียนหยานเดินทางไปทำลายการหมั้นหมาย เขาก็จะถูกบังคับกดดันให้ปลดปล่อยศักยภาพของตนออกมา

ยังไม่แน่ชัดว่าเขากำลังแบกตาเฒ่าคนหนึ่งอยู่กับตัวหรือไม่ หรืออาจจะเจอไอเท่มวิเศษระดับพระเจ้าสักอย่าง หรือกระทั่งเจอคู่มือวิเศษสักเล่มหนึ่งจากบรรดาหนังสือเก่าแก่ไร้ประโยชน์อันเป็นสมบัติของพ่อแม่...

(สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านศึกรบทะลุแดนสวรรค์/มังงะศึกรบทะลุสวรรค์ของท่านบาทเดียว /BTTH ก็ไปลองอ่านดูนะงับพระเอกมีอาจารย์เป็นวิญญาณของนักแปรธาตุเฒ่าซึ่งจะพบกันหลังจากถูกถอนหมั้น)

ที่น่าจะเป็นไปได้อย่างมากก็คือ หากมู่หรงเยียนหยานเดินทางไปถึงเพื่อยกเลิกการหมั้นหมาย จิตวิญญาณในการต่อสู้ของเซียวเอี๋ยนก็จะถูกปลุกเร้าขึ้นมา พลิกฟ้าเปลี่ยนชะตาของเขาได้

ปลาคาร์พสีทองในบ่อจะกลายเป็นมังกรตัวหนึ่งได้ก็เมื่อต้องเผชิญกับพายุลูกใหญ่

เซียวเอี๋ยนเพียงต้องการโอกาสเล็กน้อยเพื่อก้าวเดินให้ถูกทาง ดังคำพังเพยที่ว่ากงล้อแห่งโชคชะตากำลังจะเริ่มหมุน และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เด็กคนนั้นก็จะก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่อาจถอยกลับได้ เปลี่ยนเป็นฮีโร่คนหนึ่ง

หลินเฟิงไม่ได้วางแผนเพื่อจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของเซียวเอี๋ยนในอันที่จะกลายเป็นฮีโร่ เขาเพียงต้องการมีส่วนร่วมในขั้นตอนที่เซียวเอี๋ยนจะก้าวขึ้นเป็นวีรบุรุษคนหนึ่ง ซึ่งเขาจะคอยเป็นพายุที่กระตุ้นเปลี่ยนเซียวเอี๋ยนจากปลาคาร์พให้กลายเป็นมังกรได้

อีกนัยหนึ่ง เขาจะกลายเป็นปู่เฒ่าของเซียวเอี๋ยนแทนนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หลินเฟิงยังไม่อาจจากไปได้ในเวลานี้จนกว่าเขาจะจัดการเรื่องของเสี่ยวปู้เตี่ยนเสร็จสิ้นเสียก่อน

“หากข้าปล่อยให้มู่หรงเยียนหยานเดินทางไปทำลายการหมั้นหมายเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เซียวเอี๋ยนก็อาจจะเจอปู่เฒ่าคนอื่น งั้นข้าก็จะต้องเสียโอกาสแล้ว...”

การหมั้นหมายนี้ต้องถูกยกเลิก ทว่าจะเป็นเวลานี้ไม่ได้เด็ดขาด

ในขณะนี้ความคิดหนึ่งก็พลันโผล่ขึ้นมาในใจ รอยยิ้มอบอุ่นเจิดจ้าราวแสงตะวันย่อมผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของเขาแล้ว

เด็กหนุ่มชุดขาวยิ้มแย้มกล่าว“หากพวกเราไม่พบต้นเหตุของคลื่นพลังผันผวนเมื่อครู่ เช่นนั้นพวกเราก็ลืมมันเสียเถอะ เราควรเร่งเดินทางไปบ้านตระกูลเซียวในเมืองอูโจวให้เร็วที่สุด หนทางจากที่นี่ไปถึงเมืองอูโจวยังอีกยาวไกลนัก”

ชายสูงวัยชุดขาวผู้ไม่พูดจามาตั้งแต่แรกในที่สุดจึงเปิดปากเอ่ย “เยียนหยาน เจ้าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างยิ่ง ดังนั้น อนาคตของเจ้าจึงยาวไกลไร้ขีดจำกัด เจ้าเป็นศิษย์เอกผู้หนึ่งของพรรคกระบี่รุ่งโรจน์ เจ้าไม่อาจเสียเวลากับมนุษย์ทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปยกเลิกการหมั้นหมายเช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ถือเป็นเรื่องหยามเกียรติและไม่น่าพึงใจ อย่าลืมหาวิธีชดเชยให้แก่เซียวเอี๋ยนด้วย”

มู่หรงเยียนหยานและเด็กหนุ่มชุดขาวพยักหน้าพร้อมกล่าว “พวกเราจะทำตามคำสั่งสอนของผู้อาวุโสเย่”

ผู้เฒ่าชุดขาวเย่เก๋อพยักหน้าอย่างพึงพอใจและพลันตระเตรียมเดินทางต่อไป นับแต่ต้นจนจบ เขาทำราวกับว่าหลินเฟิงไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

ชั่วขณะนี้ หลินเฟิงพลันสาวเท้าเดินเข้าไปหาพวกเขาพร้อมด้วยสีหน้าหวาดกลัว “พวกท่าน... นายท่านทั้งสาม พวกท่านเป็นชาวกระบี่สวรรค์ในตำนานใช่หรือไม่?” สีหน้าของเขาเจ็ดส่วนเต็มไปด้วยความชื่นชมบูชา สามส่วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและขลาดเขลา

มู่หรงเยียนหยานใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย ไม่พูดไม่จา

ใบหน้าของเด็กหนุ่มชุดขาวแสดงความหยิ่งทระนงออกมา พยักหน้าน้อยๆ และกล่าว “ใช่แล้ว เจ้าต้องการอะไร?”

ใบหน้าของหลินเฟิงแสดงความดีใจใหญ่หลวงรีบตอบออกไป “มีปีศาจตนหนึ่งปรากฏกายขึ้นในหมู่บ้านที่ข้าอาศัยอยู่ ได้โปรดช่วยพวกเรากำจัดมันด้วยเถิด! พวกเราทั้งหมู่บ้านจะสำนึกในบุญคุณของพวกท่าน ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด!”

เด็กหนุ่มชุดขาวทำสีหน้าไม่ใส่ใจ ภูเขารกร้างกว้างใหญ่มีเรื่องราวเกี่ยวแก่ปีศาจและภูตผีมากมาย ปกติย่อมไม่อาจถือเป็นเรื่องจริงจังได้

หลินเฟิงพูดต่อไป “ข้าเห็นมันกับตา! เดิมทีต้นท้อแก่ต้นนั้นเคยถูกฟ้าผ่าจนกลายเป็นตอตะโก จู่ๆก็งอกกิ่งใหม่ออกมาและกระทั่งออกดอกเป็นดอกท้อที่งดงามยิ่ง...”

เด็กหนุ่มชุดขาวโบกสองมือตัดบท “ต้นไม้ตายฟื้นสภาพในระหว่างฤดูใบไม้ผลิมิใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด”

หลินเฟิงพยักหน้าซ้ำๆ “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ท่านกล่าวได้ถูกต้อง ทว่าดอกท้อพวกนั้นฆ่าคนได้ พวกมันฆ่าคนไปมากมาย!”

มู่หรงเยียนหยานและเด็กหนุ่มชุดขาวสบตากันและเริ่มสนใจขึ้นมา “บอกข้ามา ดอกท้อพวกนั้นฆ่าคนมากมายได้อย่างไร?”

หลินเฟิงรีบอธิบายเรื่องราวช่วงที่กลีบดอกท้อร่วงจากต้นและแปะตัวเองลงบนหน้าผากของผู้คนอย่างไร ก่อนที่จะบินกลับไปยังต้นหลังจากดูดจนผู้คนแห้งตายแล้วอย่างไร

เด็กหนุ่มชุดขาวเลิกคิ้วสูง ได้ยินสิ่งที่หลินเฟิงบอกเล่า ดูเหมือนว่าต้นท้อต้นหนึ่งกลายเป็นปีศาจตนหนึ่งและสร้างปัญหาจริงๆ สามารถใช้กลีบดอกออกไปฆ่าคนได้ ต้นท้อแก่ต้นนี้คงเริ่มเกิดเชาวน์ปัญญาและเข้าใจพรสวรรค์กับความสามารถของตน

ปีศาจจำพวกนี้ปกติจะให้กำเนิดผลึกปีศาจชิ้นหนึ่ง ดังนั้นจึงคุ้มค่าที่จะกำจัดมัน

สองคิ้วของมู่หรงเยียนหยานยู่ย่นและหันไปมองผู้เฒ่าชุดขาวเย่เก๋อ “ผู้อาวุโสเย่ พวกเราไปได้หรือไม่? ไม่เช่นนั้น ต้นท้อปีศาจต้นนั้นก็คงยิ่งเข่นฆ่าผู้คนมากขึ้น”

เย่เก๋อลูบไล้หนวดเคราของตนและพลันสอบถามหลินเฟิงอย่างละเอียดว่าต้นท้อแก่นั้นฆ่าคนอย่างไร อดทนสอบถามทุกรายละเอียด

พร้อมด้วยสีหน้าเรียบง่ายสัตย์ซื่อ หลินเฟิงอดทนตอบคำถามแต่ละข้อของเย่เก๋อ

เขาไม่กลัวการสอบถามของเย่เก๋อเพราะทุกอย่างที่เขาเล่าล้วนเป็นความจริง

เพียงตัดทอนบางส่วนออกไปเล็กน้อยเท่านั้น

หลินเฟิงไม่ได้บอกพวกเขาว่าท้อแก่ต้นนั้นสามารถฆ่าจอมยุทธ์ระดับชี่ฝึกตนขั้นสี่ได้อย่างง่ายดายราวกับขยี้มดตัวหนึ่ง

เย่เก๋อถามซ้ำๆ บางจุดเป็นพิเศษ หลังจากยืนยันได้ว่าคำตอบของหลินเฟิงไม่มีจุดผิดใดๆ ในที่สุดเขาก็พยักหน้า “ก่อนอื่น การกำจัดปีศาจและการรักษาความเป็นธรรมถือเป็นหน้าที่ของชาวกระบี่สวรรค์ บัดนี้เมื่อพวกเราได้ตระหนักถึงความคงอยู่ของปีศาจต้นท้อในวันนี้ พวกเราย่อมไม่อาจปล่อยมันไว้ได้ พ่อหนุ่ม นำทาง”

หลินเฟิงดีใจนัก พร่ำขอบคุณพวกเขามากมาย ทว่าในใจลอบหัวเราะอยู่เงียบๆ “เยี่ยมมาก!”

พวกเจ้าทั้งสามมาได้จังหวะเหมาะเจาะที่สุดแล้ว ทันเวลาช่วยข้าปกป้องศิษย์คนแรกพอดี

ส่วนความเป็นปรปักษ์ระหว่างพวกเจ้ากับศิษย์คนที่สองของข้า หากไม่ป่วนพวกเจ้าแล้วข้ายังจะป่วนใครได้อีก?




Create Date : 26 มิถุนายน 2561
Last Update : 26 มิถุนายน 2561 16:24:12 น.
Counter : 247 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นักผจญภัยมือใหม่
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 81 คน [?]



มันจะเป็นยังไง ถ้าเราทำต่อไปด้วยใจรัก...
New Comments