กรกฏาคม 2561

1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เจ้าสำนักหมายเลข ๑ ในประวัติศาสตร์: บทที่ ๑๒ พบเข้ากับนักล่าลูกศิษย์!


History’s Number 1 Founder:chapter 12 Meeting The Disciple Poacher!

[史上第一祖师爷]

ผู้แต่ง 八月飞鹰

Fan's Translation for fans only. Do not use it forbusiness purpose. And please support the original work. This translation willend if the right is available in my country.

Smiley

ปกติแล้วเด็กหนุ่มชุดแดงผู้นั้นย่อมต้องตกใจ เจ้าเด็กน้อยตรงหน้าเขาผู้นี้กลับมีระดับฝึกชี่ถึงขั้นสี่ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยถึงเพียงนี้ พรสวรรค์เช่นนี้ต้องนับว่าเป็นหนึ่งในล้านแม้เมื่อเทียบกับในพรรคของเขา

“หากข้าสามารถพาเจ้านี่กลับไปได้ ท่านผู้อาวุโสในพรรคคงจะต้องดีใจจนแทบเป็นบ้าแน่ๆ แม้แต่ท่านประมุขก็คงไม่อาจนั่งเฉยอยู่ได้ ข้าก็จะได้รับรางวัลใหญ่อย่างแน่นอน...” ขณะครุ่นคิดเช่นนี้ ในใจของเด็กหนุ่มชุดแดงก็เต้นระทึก เขาจ้องมองเสี่ยวปู้เตี่ยนด้วยสายตาชั่วร้ายเป็นประกาย

เสี่ยวปู้เตี่ยนชำเลืองมองเด็กหนุ่มชุดแดงอย่างระมัดระวังทว่าเขายังคงทำทีท่าไร้เดียงสาและใสซื่อ

เด็กหนุ่มในชุดสีแดงเอ่ยพร้อมยิ้มแย้ม “เจ้าหนู บ้านของเจ้าอยู่ที่ไหน?”

เสี่ยวปู้เตี่ยนกระพริบตา “ข้ามากับอาจารย์ของข้า”

เด็กหนุ่มชุดแดงเอ่ยถาม “เจ้ามาจากพรรคไหน? ผู้ใดเป็นอาจารย์ของเจ้า?” เสี่ยวปู้เตี่ยนส่ายศีรษะ “ข้าไม่มีพรรค อาจารย์ก็คืออาจารย์”

“ได้โอกาสแล้ว! ดูๆ ไปอาจารย์ของเขาคงไม่ได้มาจากพรรคใหญ่อันใด คงเป็นแค่จอมยุทธ์พเนจรผู้หนึ่ง” เด็กหนุ่มในชุดแดงเบาใจเต็มที่และใบหน้าก็เผยแววเย่อหยิ่งภาคภูมิใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว “เจ้าหนู ได้มาพบข้าในวันนี้ถือเป็นโชคใหญ่ของเจ้า ไปกับข้า ไปที่พรรคของข้า แล้วเจ้าจะได้รับการสอนเคล็ดวิชาเต๋าระดับสุดยอดและได้เรียนรู้วิถีของจักรวาล”

เสี่ยวปู้เตี่ยนกระพริบดวงตากลมโตดำขลับของตน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยท่าทีงุนงง

เด็กหนุ่มชุดแดงได้คิดเอ็ดตนเองว่าโง่เง่า เด็กตรงหน้าผู้นี้แม้จะมีพรสวรรค์อย่างยิ่งทว่าเขาก็เป็นแค่เด็กน้อยผู้หนึ่ง

ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนน้ำเสียง“พี่ชายเป็นศิษย์ของพรรคกระบี่เพลิง เจ้าเคยได้ยินไหม? ทั่วโลกใบนี้พรรคที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือพรรคของเรา พรรคกระบี่เพลิง หากเจ้าได้เข้าพรรคของเราก็จะไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าอีก เจ้าจะสามารถทำทุกอย่างได้ตามที่เจ้าต้องการ”

เสี่ยวปู้เตี่ยนอ้าปากเอ่ย“แต่ข้ามีอาจารย์อยู่แล้ว”

เด็กหนุ่มชุดแดงยิ้มบาง“นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เจ้าก็ยังสามารถเข้าพรรคกระบี่เพลิงของเราได้ พาข้าไปพบอาจารย์ของเจ้าสิ ข้าจะพูดกับเขาเอง เขาต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”

เขาหัวเราะน้อยๆ พร้อมส่ายศีรษะ “หากอาจารย์ของเจ้าผู้นั้นรู้จักคิดถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเจ้าจริงๆ เขาย่อมต้องเห็นชอบให้เจ้าเข้าร่วมพรรคกระบี่เพลิง เช่นนี้เจ้าจึงจะสามารถพัฒนาศักยภาพได้มากที่สุดและไม่ทำให้พรสวรรค์ของเจ้าเสียเปล่า ชาวยุทธ์พเนจรผู้หนึ่งจะสอนอะไรเจ้าได้? ช่างเสียของและปิดกั้นพรสวรรค์ของเจ้าเสียจริงๆ”

หลังจากที่เด็กหนุ่มชุดแดงผู้นั้นชำเลืองมองเสี่ยวปู้เตี่ยนเขายังพูดต่อไปช้าๆ “แน่นอน หากเขาต้องการที่จะเข้าร่วมกับพรรคกระบี่เพลิงของเรามาเป็นผู้อาวุโสรับเชิญ พวกเราก็ย่อมไม่ปฏิเสธเขา เจ้าจะสามารถพบกับเขาได้ตามปกติ นั่นย่อมดีด้วยกันทุกฝ่าย”

ในใจของเด็กหนุ่มชุดแดงชาวยุทธ์พเนจรผู้หนึ่งได้รับข้อเสนอให้เป็นผู้อาวุโสรับเชิญของพรรคเขาถือเป็นวาสนาที่ดีมากแล้ว

และด้วยจุดนี้เขาคงยินดีที่จะมอบศิษย์ของตนให้อย่างไม่ลังเลใจ แทบจะไม่จำเป็นต้องหว่านล้อมเขาด้วยซ้ำ เขาคงรีบตามตนกลับไปที่พรรคอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มชุดแดงกำลังครุ่นคิดอย่างสุขใจเมื่อมองเห็นเด็กน้อยตรงหน้าหมุนตัวส่งยิ้มและวิ่งหนีไป ทิ้งเงาร่างที่เล็กลงๆ ไว้เบื้องหลัง

“นี่อะไรกัน?” เด็กหนุ่มชุดแดงงุนงง “เขาดีใจถึงขนาดรีบวิ่งกลับไปบอกอาจารย์ของตนเชียวหรือ?”

นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มชุดแดงคาดหวังทว่าสัญชาติญาณของเขาบอกเขาว่าทุกสิ่งคงมิได้เป็นไปด้วยดี เด็กหนุ่มชุดแดงไม่กล้าลังเลอีกต่อไปเขาเริ่มไล่ตามหลังของเสี่ยวปู้เตี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

เดิมทีเขาไม่คิดว่าตนต้องพยายามอะไรมากนักเพื่อไล่ตามเสี่ยวปู้เตี่ยนไป ทว่าหลังจากที่ไล่ตามเสี่ยวปู้เตี่ยนไปได้ระยะหนึ่ง เด็กหนุ่มชุดแดงจึงต้องแปลกใจใหญ่หลวง

เสี่ยวปู้เตี่ยนตะโกนร้องเสียงแหลมยาว ภายใต้พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมากระดูกและกล้ามเนื้อของเขาดูเหมือนเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแปรเปลี่ยนเป็นมังกรยักษ์ตัวหนึ่ง

เสี่ยวปู้เตี่ยนกำลังใช้เคล็ดวิชามังกรเมฆาเร้นกายได้อย่างยอดเยี่ยม เขาช่างเหมือนมังกรตัวหนึ่งซึ่งกำลังบินตรงขึ้นสู่สรวงสวรรค์ตะกายไป ขยับไปในหมู่เมฆ เขาโผล่หัวออกมาบัดเดี๋ยวหนึ่งและก็พลันหายลับไปช่างดูราวกับมังกรตัวหนึ่งซึ่งมุดหัวและหายลับเข้าไปในหมู่เมฆ

ไม่นานเสี่ยวปู้เตี่ยนก็หายลับไปจากสายตาของเด็กหนุ่มชุดแดง ทำให้เขาต้องหยุดติดตามด้วยความตกตะลึง เขาบ่นออกมาด้วยความตะลึงงัน“ข้าเป็นผู้ฝึกตนระดับหก กลับถูกเด็กน้อยระดับสี่คนหนึ่งทิ้งไว้หรือนี่?!”

สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือเสี่ยวปู้เตี่ยนเองก็รู้สึกไม่พอใจยิ่ง “ข้ายังไม่อาจดึงเคล็ดวิชาหลบหนีชุดนี้ออกมาใช้ได้ถึงขีดสุดของมัน หากเป็นอาจารย์ท่านคงทิ้งเจ้าลิงสีแดงตัวนั้นจนพ้นสายตาไปได้ในชั่ววูบเดียว”

เสี่ยวปู้เตี่ยนระมัดระวังตัวและตั้งใจวนอยู่ในป่าหลายรอบ หลังจากมั่นใจว่าเขาทิ้งเด็กหนุ่มสีแดงผู้นั้นได้อย่างแน่นอนแล้วเขาจึงวิ่งกลับไปสมทบกับหลินเฟิง

ได้ยินเสี่ยวปู้เตี่ยนบอกเล่าเรื่องราวให้ฟังด้วยความชอบใจหลินเฟิงแอบย่นคิ้วจนมุ่นแล้ว

พรรคกระบี่เพลิง

แม้ระดับยุทธ์ของผู้เฒ่าแห่งหมู่บ้านศิลาไม่สูงนักทว่าขณะที่เขายังหนุ่มแน่น เขาเคยท่องเที่ยวไปทั่วและมีความรู้ไม่น้อยเลย ก่อนที่หลินเฟิงจะออกเดินทางเคยสนทนากับเขาหลายครั้งและแอบได้รับข้อมูลจากเขามากมาย

พรรคกระบี่เพลิงนี้เหมือนกับพรรคกระบี่รุ่งโรจน์ ทั้งสองต่างเป็นหนึ่งในพรรคระดับสูงบริเวณชายแดนแคว้นต้าฉิน พรรคเหล่านี้มียอดฝีมือมากมาย นักยุทธ์ระดับเจ้าสำนักผู้หนึ่งเช่นเย่เก๋อถือเป็นเพียงพวกชั้นรอง

สิ่งที่ทำให้เรื่องย่ำแย่ลงก็คือทั้งสองพรรคนี้ล้วนเป็นสมาชิกของสมาคมเก้ากระบี่สวรรค์

สมาคมเก้ากระบี่สวรรค์ก่อตั้งขึ้นโดยพรรคกระบี่ที่ยิ่งใหญ่ทั้งเก้า พวกเขาไปมาหาสู่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำของสมาคม พรรคกระบี่แห่งเขาสู่ถือเป็นแดนสวรรค์แห่งวิถีกระบี่ นอกจากนี้ยังมีอารามพุทธต้าเหลยและอารามเต๋าไท่ซูทั้งสามล้วนถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าชาวยุทธ์แห่งโลกเทียนหยวน

คำกล่าวอ้างของเด็กหนุ่มชุดแดงที่ว่าพรรคของเขาเป็นพรรคที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นย่อมถือเป็นการคุยข่ม ไม่เพียงไม่อาจเทียบได้กับแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามมันยังเป็นเพียงพรรคระดับกลางพรรคหนึ่งภายในสมาคมเก้ากระบี่สวรรค์เท่านั้น

ทว่าก็ไม่ต้องสงสัยอีกเช่นกันว่าพรรคกระบี่เพลิงนี้จะเป็นขุมอำนาจขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในโลกเทียนหยวน

หลินเฟิงชำเลืองมองเสี่ยวปู้เตี่ยน ผมเผ้าสีดำขลับของเจ้าเด็กน้อยยาวละลงมาประบ่าแล้วดวงตากลมโตดำขลับของเขาก็ช่างสดใสและมีชีวิตชีวานัก ผิวพรรณของเขาขาวผ่องและสะอาดสะอ้านน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก

“ศิษย์รักเอ๋อ เจ้านั้นช่างเหมือนหิ่งห้อยยามค่ำคืนช่างเจิดจ้าและโดดเด่นนัก ความโศกเศร้าในดวงตาของเจ้า คราบน้ำนมที่เหลือแต้มอยู่บนมุมปากของเจ้าและพรสวรรค์ล้ำลึกของเจ้า ทั้งหมดล้วนทรยศเจ้าดึงดูดผู้คนทุกจำพวกให้เข้ามาหาเจ้าทีละคนๆ...”

หลินเฟิงแอบเบ้ปากยิ้มเหตุการณ์ที่มีใครบางคนพยายามที่จะแย่ศิษย์ของเขาไปย้ำเตือนเขาถึงเรื่องราวหนึ่ง

เขานับว่าเป็นคนบริสุทธิ์ที่เกิดปัญหาเพราะทรัพย์สมบัติอันมั่งคั่งของตนโดยแท้

เสี่ยวปู้เตี่ยนรวมถึงศิษย์ในอนาคตของเขาทั้งหลาย ล้วนถูกกำหนดให้เป็นตัวประหลาดมหัศจรรย์ด้วยพรสวรรค์ระดับท้าทายอำนาจสวรรค์ได้ ตามมาตรฐานของระบบที่เข้มงวดนัก

หากหลินเฟิงอ่อนแอเกินไป ต่อให้พวกศิษย์ไม่ทรยศตนพวกเขาก็ยังคงดึงดูดความละโมบของผู้อื่นอยู่ดี

สิ่งนี้นับว่าแตกต่างจากการที่เขาล่อพวกพรรคกระบี่รุ่งโรจน์ไปสู้กับปีศาจต้นท้อหลงเยี่ยตนนั้น เหตุผลที่เขากล้าเป็นศัตรูกับพรรคกระบี่รุ่งโรจน์ก็เพราะว่าพรรคนี้ต้องเป็นศัตรูกับเซียวเอี๋ยน ดังนั้นพรรคกระบี่รุ่งโรจน์จึงถูกกำหนดให้กลายเป็นบันไดขั้นหนึ่งซึ่งเขาต้องย่ำผ่านไปอยู่แล้ว

ทว่าพรรคกระบี่เพลิงนี้แตกต่างออกไปนี่เป็นศัตรูที่หลินเฟิงสร้างขึ้นด้วยตนเอง

แต่ทว่า แล้วจะเป็นเช่นไรเล่า?

หลินเฟิงหัวเราะเย็น เผชิญกับขุมอำนาจขนาดใหญ่เช่นนี้ ทางที่ดีก็อย่าได้สร้างความเคืองใจให้พวกเขา แต่ในเมื่อเรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับเสี่ยวปู้เตี่ยนเช่นนั้นก็ไม่มีอันใดต้องพูดแล้ว เหลือเพียงคำเดียวที่จะมอบให้เท่านั้น (คำหยาบ)!

เขาลงทุนลงแรงไปตั้งมากมายเพื่อรับเสี่ยวปู้เตี่ยนเป็นศิษย์จะยอมปล่อยมือไปได้ง่ายๆ ได้อย่างไร?

ไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีระบบรอเขาอยู่ข้างหลัง หากเขาไม่สามารถรวบรวมลูกศิษย์ได้ครบสี่คนภายในเวลาหนึ่งปีที่ระบบกำหนดระบบก็คงจะไม่สุภาพกับเขาอย่างแน่นอน




Create Date : 02 กรกฎาคม 2561
Last Update : 2 กรกฎาคม 2561 15:49:02 น.
Counter : 118 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นักผจญภัยมือใหม่
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 81 คน [?]



มันจะเป็นยังไง ถ้าเราทำต่อไปด้วยใจรัก...
New Comments