กรกฏาคม 2561

1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เจ้าสำนักหมายเลข ๑ ในประวัติศาสตร์: บทที่ ๑๓ อัจฉริยะผู้ตกต่ำ


History’s Number 1 Founder:chapter 13 The Fallen Genius

[史上第一祖师爷]

ผู้แต่ง 八月飞鹰

Fan's Translation for fans only. Do not use it forbusiness purpose. And please support the original work. This translation willend if the right is available in my country.

Smiley

ฟันเฟืองความคิดในใจของหลินเฟิงเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว“คนที่เสี่ยวปู้เตี่ยนไปพบเข้าอย่างมากก็เป็นแค่แมลงตัวเล็กๆ ข้าควรจะไปตามหาและกำจัดเขาเสียตรงๆเพื่อป้องกันปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตดีหรือไม่?”

เมื่อลองใคร่ครวญดูแล้วหลินเฟิงจึงล้มเลิกความคิดนั้น หลินเฟิงไม่ทราบว่าเด็กหนุ่มชุดแดงผู้นั้นเดินทางมาตามลำพังหรือเขามีเพื่อนร่วมทางอยู่ใกล้ๆด้วย ท้ายที่สุดแล้วหลินเฟิงจึงตัดสินใจไม่ยอมเสี่ยง

หลินเฟิงดีดใส่หน้าผากของเสี่ยวปู้เตี่ยนคราวหนึ่ง“เจ้าตัวแสบ ต่อไปเจ้ายังกล้าวิ่งเล่นไปทั่วอีกหรือไม่?” เสี่ยวปู้เตี่ยนถูกหน้าผากของตนด้วยท่าทางเขินอายและหัวเราะ

ข้ามเขาลูกนี้ไปเป็นพื้นที่ราบ หลินเฟิงและเสี่ยวปู้เตี่ยนจึงสามารถเดินทางถึงเมืองอูโจวได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดินไปตามถนนในเมืองอูโจว มองเห็นผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนใบหน้าของหลินเฟิงก็เผยรอยยิ้มออกมาแล้ว ตั้งแต่เดินทางมาถึงโลกแห่งนี้เกือบสามเดือน เขาอยู่แต่บนเขาตลอดเวลา นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เห็นภาพฉากที่มีชีวิตชีวาปานนี้

สามเดือน... หลินเฟิงทอดถอนใจ หนึ่งในสี่ของเงื่อนเวลาที่ระบบตั้งไว้ผ่านพ้นไปแล้ว และเขาก็เพิ่งจะทำเควสได้เพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น หนทางยังอีกยาวไกลนัก

หลินเฟิงดึงตัวเองกลับมาและเริ่มสอบถามเรื่องราวเกี่ยวแก่ที่อยู่ของเซียวเอี๋ยน

แม้เมืองอูโจวจะตั้งอยู่บริเวณชายแดนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นต้าฉินทว่ามันก็เป็นเมืองเศรษฐกิจทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่สำคัญแห่งหนึ่ง ที่นี่อยู่ใกล้เทือกเขาที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ยาสมุนไพรหายากและหนังสัตว์ต่างๆ กระดูกสัตว์และของป่าต่างๆ ล้วนถูกลำเลียงเข้ามาในเมืองอูโจว จากนั้นจึงถูกกระจายออกไปทั่วแคว้นต้าฉิน

ตระกูลเซียวของเซียวเอี๋ยนนับว่าเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลตระกูลหนึ่งของเมืองอูโจว พวกเขาควบคุมกิจการค้ายากว่าหนึ่งในสามของเมืองอูโจว

แน่นอนกลุ่มอำนาจท้องถิ่นเช่นตระกูลเซียวย่อมไม่อาจเทียบได้กับยักษ์ใหญ่เช่นพรรคกระบี่รุ่งโรจน์ หลังจากที่เซียวเอี๋ยนเปลี่ยนจากอัจฉริยะผู้มากด้วยพรสวรรค์กลับกลายมาเป็นขยะคนหนึ่งไม่น่าแปลกใจที่มู่หรงเยียนหยานจะคิดเดินทางมาถอนหมั้นด้วยความสนับสนุนจากทางพรรค

เรื่องหลักที่หลินเฟิงสอบถามก็คือว่าเร็วๆนี้มีข่าวใหญ่อันใดเกิดขึ้นกับตระกูลเซียวหรือไม่ และมีคนต่างเมืองมาเยือนบ้านตระกูลเซียวแล้วบ้างหรือไม่

เมื่อเขาทราบว่ามู่หรงเยียนหยานและพวกยังไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนบ้านตระกูลเซียวหลินเฟิงจึงค่อยเบาใจคลายความเคร่งเครียดเพราะตนมิได้มาถึงช้าเกินไป

เย่เก๋อต่อสู้กับปีศาจต้นท้อและบาดเจ็บเพราะมัน ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บของเขาคงไม่เบาและต้องใช้เวลารักษาตัวค่อนข้างนาน มู่หรงเยียนหยานคงจำเป็นต้องรอให้อาการบาดเจ็บของเย่เก๋อหายดีเสียก่อนจึงค่อยเดินทางมาล้มเลิกการหมั้นหมายที่เมืองอูโจว

เวลานี้หลินเฟิงค่อนข้างลังเลใจ หากเย่เก๋อต้องใช้เวลารักษาตัวสักครึ่งปีหรือถึงหนึ่งปีจะทำอย่างไร ข้ามิต้องรออยู่ที่เมืองอูโจวราวกับคนปัญญาอ่อนเช่นนี้ตลอดไปหรือ?

ก่อนอื่นควรหาโอกาสได้พบเซียวเอี๋ยนเป็นการส่วนตัวและใช้เครื่องตรวจสอบในระบบตรวจสอบพรสวรรค์ของเขา

ในเมืองอูโจว เซียวเอี๋ยนถือว่าเป็นคนดังผู้หนึ่ง

เขาเริ่มฝึกยุทธ์เมื่ออายุได้แปดปีเข้าถึงระดับผู้ฝึกชี่ระดับห้าภายในเวลาหนึ่งปีถัดจากนั้นเข้าถึงระดับผู้ฝึกชี่ขั้นสูงที่อายุสิบสองปี ไม่เพียงความเร็วในการฝึกยุทธ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของบ้านตระกูลเซียวและเมืองอูโจว กระทั่งทั่วทั้งแผ่นดินต้าฉินชื่อของเขาก็เป็นที่รู้จักดี

ตระกูลเซียวอาจจะเป็นตระกูลนักยุทธ์ทว่าก็ยังเป็นแค่กลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นประจำเมืองอูโจว เคล็ดวิชาเต๋าที่เขาฝึกฝนเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับสาม กระนั้นเซียวเอี๋ยนก็ยังประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ หากเขาได้ฝึกเคล็ดวิชาเต๋าชั้นดีเช่นนั้นความสำเร็จของเขาคงไร้ที่สิ้นสุดแล้ว

มีคำร่ำลือว่าความสามารถในการฝึกยุทธ์ของเซียวเอี๋ยนเป็นที่เตะตาของพรรคๆหนึ่งในแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม อารามเต๋าไท่ซูและพวกเขาเตรียมการที่จะส่งคนมาทดสอบเขาและพาเขากลับไปเข้าร่วมพรรค

เซียวเอี๋ยนในเวลานั้นเปี่ยมด้วยความมั่นใจและมีอนาคตที่สดใส อีกไม่นานเขาก็จะอายุสิบสามปีและเข้าสู่ระดับเจ้าสำนักซึ่งชาวยุทธ์มากมายนับไม่ถ้วนไม่อาจเข้าถึงได้ตลอดชั่วชีวิตของตน ยิ่งไปกว่านั้น จะได้เป็นศิษย์ของอารามเต๋าไท่ซูขีดเขียนตำนานของตน

ช่างสูงส่งและมีชีวิตชีวานัก! ช่างเจิดจ้านัก!

ทว่าในปีที่เซียวเอี๋ยนมีอายุได้สิบสองปีสถานการณ์กลับพลิกผันเลวร้ายลง

พลังปราณทั้งหมดในร่างกายของเซียวเอี๋ยนที่กำลังจะทะลวงออกจากระดับที่สิบสองและกำลังอยู่ในขั้นสูงสุดของผู้ฝึกตนพลันเหือดหายไปจากร่างกายเขาภายในเวลาชั่ววันเดียว จุดประสาททั้งหมดที่เคยถูกทะลวงเปิดออกแล้วกลับปิดผนึกลงทีละจุดๆ

ระดับผู้ฝึกชี่ขั้นสูงสุดกลับลดร่วงลงไปจนถึงระดับผู้ฝึกชี่ขั้นหนึ่งได้อย่างน่าประหลาดนัก เสียงชื่นชมรอบด้านกลายเป็นเสียงทอดถอนใจ กระทั่งกลายเป็นเสียงเยาะหยันกลั่นแกล้ง

ทุกคนในเมืองอูโจวใช้สายตาเวทนาสงสารจ้องมองอัจฉริยะร่วงหล่นลงมาจากฟ้า

หลังจากที่เสี่ยวปู้เตี่ยนซึ่งอยู่ข้างกายหลินเฟิงได้ยินเรื่องราวความทุกข์ยากที่เซียวเอี๋ยนประสบอยู่เขามีใบหน้าหม่นหมอง “เขาก็ไม่ได้มีชีวิตที่สุขสบายเลย”

“ช่าย ช่าย”หลินเฟิงตอบรับอย่างมิได้ใส่ใจ ทว่าในหัวใจกำลังเต็มไปด้วยอารมณ์

ให้ตายเถอะ นี่มันคือคนที่สวรรค์กำหนดมาชัดๆ แบบฉบับของพระเอกเห็นๆ!

ต่อให้ใช้แค่หัวแม่เท้าข้างหนึ่งตรองดูก็ยังคิดออกว่าจะต้องมีความลับอะไรบางอย่างที่ทำให้เซียวเอี๋ยนเปลี่ยนแปลงจากอัจฉริยะจนกลายเป็นขยะคนหนึ่งได้

ดังคำที่ว่า กดดันก่อนจึงค่อยพัฒนา หากปราศจากซึ่งแรงกดดันจนถึงขีดสุดแล้วล่ะก็จะสามารถทะยานออกมาได้อย่างไร?

และการมาเยือนของมู่หรงเยียนหยานเพื่อยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกับเขาก็คือจุดสำคัญของการระเบิดครั้งนี้ หากการแต่งงานเป็นโมฆะสถานการณ์ของเซียวเอี๋ยนผู้นี้ก็คงจะดีขึ้น นับจากนี้ก็จะก้าวเข้าสู่เส้นทางอันรุ่งโรจน์ กลายเป็นอสูรตนหนึ่งและเที่ยวพรากพรหมจรรย์ของสาวๆ

(พระเอกเซียวเอี๋ยนมีเมียหลายคน -ติดตามมังงะได้ในศึกรบทะลุสวรรค์ BTTH)

หลินเฟิงคำนวณอยู่ในหัวใจ “จะต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เซียวเอี๋ยนเปลี่ยนแปลงจากอัจฉริยะคนหนึ่งจนกลายเป็นขยะ เจ้านี่ก็จะหลอกเซียวเอี๋ยนเรื่องการพัฒนาตนในอนาคตข้างหน้า...พูดง่ายๆ ก็คือคู่แข่งของข้า”

มู่หรงเยียนหยานและพวกยังมาไม่ถึง หลินเฟิงยังมีเวลาพอที่จะเตรียมการต่างๆอย่างรอบคอบ ก่อนอึ่นต้องหาสถานที่พักในเมืองและจัดการเรื่องเสี่ยวปู้เตี่ยน จากนั้นหลินเฟิงจึงไปเดินแกร่วอยู่ใกล้ๆ คฤหาสน์ของเซียวเอี๋ยน

เดินแกร่วอยู่สองสามวันเขาก็ยังไม่เห็นเซียวเอี๋ยนและก็ยังไม่เห็นมู่หรงเยียนหยานและพวกมาถึงเสียที หลินเฟิงอดที่จะเริ่มกังวลขึ้นมาไม่ได้

หลินเฟิงกำลังคิดที่จะทำตัวราวนักพรตผู้ทรงภูมิท่านหนึ่งเข้าไปเยี่ยมเขาตรงๆ ฉกเซียวเอี๋ยนมาและไม่รอให้มู่หรงเยียนหยานมาทำลายการหมั้นหมายตามท้องเรื่อง

ทว่าหากทำเช่นนี้ก็จะมีปัญหายุ่งยากตามมามากมาย

เป็นไปได้ว่าหากไม่มีการประกาศยกเลิกการหมั้นหมาย ก็อาจจะไม่มีจุดเปลี่ยนสำหรับชะตาชีวิตของเซียวเอี๋ยนก็เป็นได้

ในความเป็นจริงเมื่อปราศจากการประกาศยกเลิกการหมั้นหมาย ความกระหายใคร่อยากจะแข็งแกร่งของเซียวเอี๋ยนก็อาจจะมีไม่มากนัก ความนับถือในตนเองของเขาก็อาจจะไม่ถูกทำร้าย เขาจะไม่เกิดความโกรธจากการถูกเย้ยหยันเพราะถูกยกเลิกการหมั้นหมาย

ต่างกับเสี่ยวปู้เตี่ยน เซียวเอี๋ยนอายุสิบห้าปีแล้วและสามารถตัดสินเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเองได้ หากหลินเฟิงไม่รอให้เขาถูกปั่นหัวหลังการประกาศยกเลิกการหมั้นหมายและสูญเสียความสุขุมรอบคอบเขาก็อาจจะไม่ถูกหลอกได้ง่ายดายนัก

เมื่อไตร่ตรองตลอดเหตุการณ์ดูแล้วหลินเฟิงจึงตัดสินใจว่าน่าจะเป็นการดีกว่าหากจะรอให้การมาเยือนของมู่หรงเยียนหยานมาถึงก่อน ตนจึงค่อยลงมือเคลื่อนไหว

ขณะหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่เช่นนี้เสียงเตือนจากระบบก็พลันดังขึ้นในหัว “ค้นพบเป้าหมาย เหมาะสำหรับเป็นศิษย์ของผู้ใช้งานระบบ”

หลินเฟิงงุนงงอยู่พริบตาหนึ่ง “ฉิบหายละ! เขารีบเงยหน้าขึ้นมองเห็นเด็กหนุ่มชุดดำผู้หนึ่งเดินออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลเซียว

เมื่อเด็กหนุ่มชุดดำผู้นั้นเดินออกมาที่ถนนทุกคนที่อยู่นอกคฤหาสน์หลังนั้นพากันกวาดมองเด็กหนุ่มชุดดำผู้นั้นและเสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นมา พวกเขาต้องกำลังพูดถึงเด็กหนุ่มชุดดำผู้นั้นแน่นอน

เด็กหนุ่มผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาใบหน้าไร้อารมณ์ใดๆ เมื่อเห็นปฏิกิริยาจากคนรอบด้านมุมปากของเขาเผยอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยามหยันเล็กน้อย สองเท้ายังคงเดินตรงไปเบื้องหน้าโดยไม่หยุด

สายตาของหลินเฟิงจดจ่ออยู่ที่ร่างของเด็กหนุ่มชุดดำตลอดเวลา เสียงเตือนจากระบบดังอยู่ในหัวของหลินเฟิงไม่หยุดหย่อน

“ระบบตรวจสอบคุณสมบัติวิเคราะห์เสร็จสิ้นแล้ว ข้อมูลของเป้าหมายหมายเลขสองได้แก่”

พื้นฐานร่างกาย: 8

สติปัญญา: 9

ความมุ่งมั่น: 9

โชคชะตา: 8

“สรุป: พรสวรรค์ของเป้าหมายสูงมาก แนะนำให้รับเขาเป็นลูกศิษย์และแนะนำเขาอย่างดี เขาจะต้องกลายเป็นเสาหลักของพรรคผู้หนึ่งได้อย่างแน่นอน”

หลินเฟิงสูดลมหายใจลึกคำหนึ่ง ใบหน้าเผยรอยยิ้มสดใสอบอุ่น “หมายเลขสอง!”

สายตาของเขาเริ่มสำรวจร่างกายของเซียวเอี๋ยน มีวัตถุต้องสงสัยใดๆ หรือไม่? อะไรที่พกพาง่าย เช่นแหวน กำไล สร้อยคอหรืออะไรบางอย่างเช่น...

สองมือของเขาว่างเปล่า

ลำคอล่ะหืม มีสายคล้องคอเส้นหนึ่ง ในสายคล้องคอร้อยแหวนไว้สองวง วงหนึ่งสีดำสนิท อีกวงหนึ่งดูเกลี้ยงเกลาเรียบง่ายอย่างยิ่ง

หลินเฟิงถูจมูกและยิ้ม“เป็นแหวนจริงๆ ด้วย แถมยังมีถึงสองวง ข้าขอเดาว่าภายในแหวนวงนั้นจะต้องมีปู่เฒ่า... คน... หนึ่ง...”

เดี๋ยวนะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง..

แหวนสองวง?

นรกเอ๊ย สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรกันแน่

ดวงตาของหลินเฟิงงุนงงเล็กน้อย สายตาว่างเปล่าลอยเลื่อนอยู่ที่แหวนสองวงตรงหน้าอกของเซียวเอี๋ยนซึ่งกำลังแกว่งไปมาและกระทบกันดังกรุ๊งกริ้ง




Create Date : 02 กรกฎาคม 2561
Last Update : 2 กรกฎาคม 2561 15:52:33 น.
Counter : 983 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นักผจญภัยมือใหม่
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 81 คน [?]



มันจะเป็นยังไง ถ้าเราทำต่อไปด้วยใจรัก...
New Comments