Journey without destination is a successful journey.
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2555
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 

ก้าวต่อไป...ทางไหนดี?

ฉันเข้ามาเยือนบล็อคนี้อีกครั้ง หลังจากทิ้งร้างไว้นานนับปี


มา...พร้อมกับความคิดที่วิ่งวนสับสนอยู่ในหัวสมองตื้อๆ ของฉัน ตื้อๆ จนต้องหาทางระบายออกมา


ฉันจบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรัฐในจังหวัดเหนือสุดมาได้ราวสองเดือนกับหนึ่งวัน ด้วยตัวอักษรยึกยือปิดท้ายคำว่าจบการศึกษาในใบทรานสคริปว่า (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) ทั้งทางมหาวิทยาลัยยังอาจพ่วงเหรียญทองเอาไว้ให้ฉันจำนำเวลาขัดสนอีกแน่ะ

ก่อนหน้าที่จะเรียบจบ ฉันสอบผ่านข้อเขียนปริญญาโทคณะเดิมของทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ดันไม่ไปสัมภาษณ์ เพราะจากการไปสอบข้อเขียน ทุกคนที่มาสอบต่างมุ่งมั่นและมีความหวัง ฉันเข้าใจความรู้สึกของคนที่ผิดหวังนะ ฉันเลยไม่อยากดับฝันของใครๆ เหล่านั้นด้วยการไปกั๊กที่ไว้เฉยๆ ฉันยอมรับว่าอยากเรียนที่นั่นมาก เพราะด้วยสถานที่ ผู้คน บรรยากาศ ฉันว่าฉันจะมีความสุขกับการเรียนที่นั่นแน่ๆ เหมือนกับที่ฉันมีความสุขในการเรียนปริญญาตรีสี่ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยเงื่อนไขบางประการทำให้ในขณะนั้นฉันคิดว่าฉันควรต้องตัดใจไม่อาจเรียนที่นั่นได้

หลังจากเรียนจบมาได้แปดวัน ฉันไปสอบข้อเขียนนิติศาสตรมหาบัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยสภาพร่างกายทรุดโทรมเนื่องจากไข้หนักตั้งแต่วันที่กลับถึงบ้านเพราะติดเชื้อไวรัสอะไรสักอย่างที่มีอาการคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นเพราะการเที่ยวหนักหลังสอบเสร็จและสภาพอากาศที่ต่างกันก็เป็นได้ ข้อสอบวันนั้นมีอยู่ข้อหนึ่งที่เหมือนเป็นบัวขาวปล่อยหมัดฮุคใส่เต็มหน้าฉัน เป็นข้อที่ง่าย เป็นการถามหลักการพื้นฐานของกฎหมายแขนงหนึ่ง ซึ่งแม้จะเป็นกฎหมายชำนัญ แม้จะเป็นวิชาชีพเลือกในระดับปริญญาตรี ทั้งๆ ที่ฉันลงวิชานั้นด้วยความสนใจเฉพาะตัว ฉันเรียนอย่างกระหายใคร่รู้(ซึ่งมันต่างกับวิชาบังคับที่เรียนเพื่อผ่าน) แต่ทำไมฉันไม่รู้! ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่การถามหลักการพื้นฐาน...

เมื่ออ่านคำถามข้อนั้นจบ ฉันวางปากกาลง เดินออกจากห้องสอบ พร้อมกับผลที่คาดเดาได้ร้อยเปอร์เซนต์ ฉันไม่พร้อมจะเรียนปริญญาโทแน่ๆ ความรู้ฉันไม่เพียงพอ ปริญญาตรีให้ฉันได้ไม่หมด ไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยให้ฉันไม่หมด แต่เพราะฉันรับมาไม่มากพอ ฉันต่อยอดความรู้ที่ได้มาไม่ดีพอ ฉันเติมหลุมเติมร่องที่หลุดรอดพ้นจากการประสาทความรู้ของคณาจารย์ปริญญาตรีได้ไม่มากพอ

ฉันกลับบ้านด้วยความรู้สึกนอยด์ๆ ดูซีรีย์ อ่านนิยายทั้งวัน จนกระทั่งวันสอบข้อเขียนนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาถึง ฉันมาสอบด้วยความสดใส เพราะไม่คิดมาก ฉันทำข้อสอบวันนั้นได้ และคิดว่าคงจะติด และมันก็เป็นจริงดังคาด

ฉันสอบผ่านข้อเขียน รอการสัมภาษณ์ในอีกเก้าวันนับจากนี้

ความรู้สึกแรกที่รู้ผลคือดีใจ แต่ความรู้สึกต่อมาคือความกังวล...และกลายเป็นความเครียดในที่สุด

มาถึงตอนนี้ คนที่หลงเข้ามาอ่านคงคิดว่าฉันต้องเก่ง ขยันเรียน เนิร์ด ขยันอ่านหนังสือแน่ๆ (ร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเมื่อเห็นฉันต้องคิดอย่างนั้นทันที) แต่ขอบอกว่าไม่ใช่ ฉันรักการอ่านหนังสือ แต่จำกัดวงไว้เฉพาะนิยาย ตอนเรียนปริญญาตรีฉันโดดเรียนเสมอ ทั้งเทอมมักจะเข้าไม่เกินสามคาบ เป็นเจ้าแม่ตัวยงในการจัดทริปไปโน่นนี่นั่นตลอด ฉันรักการเดินทาง รักความสนุก รักความสงบและความแตกต่างของธรรมชาติในแต่ละที่ที่แตกต่างกัน ซึ่งถ้าฉันไม่มีเพื่อนดีๆ ที่คอยลากฉันไปเรียน คอยเตือน คอยมาให้ติว ฉันคงเรียนจบไม่ได้สวยอย่างนี้แน่ๆ

ขณะที่ฉันอยู่ในช่วงสอบและรอผลปริญญาโท ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ และไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่ไหนกันแน่ มันเป็นอะไรที่เครียดมาก จะหางานก็หาไม่ได้ เพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะได้เรียนโทรึเปล่า จะเรียนเนติฯ เฉยๆ ก็ไม่รู้จะไหวแค่ไหน กลัวจะเสียเวลาไปอย่างที่หลายๆ คนบอกว่า "หลงเนติฯเสียเวลา หลงผู้พิพากษาเสียอนาคต" และญาติฉันที่จบมาเรียนเนติฯอย่างเดียวมาสามปีแล้วก็ยังสอบไม่ผ่านสักตัวเลย ซึ่งนั่นเป็นตัวอย่างที่สมควรนำมากังวลกับชีวิตฉันจริงๆ ฉันเครียดจนทำให้อาจารย์ท่านนึงเป็นห่วงจนท่านสอบถามมาด้วยความห่วงใยเลยทีเดียว

จนตอนนี้ โล่งไปได้เปลาะหนึ่งเพราะปริญญาโทเหลือแค่สัมภาษณ์ แต่ปัญหาที่แท้จริงก็เริ่มก่อตัวขึ้น

ฉันพบว่าเงินที่แบมือขอจากแม่นั้นร้อน ร้อนมาก ร้อนจนลวกมือ ฉันไม่อยากใช้เงินจากแม่อีกแล้ว แม่มีภาระที่ต้องส่งเสียน้องสาวฉันเรียนม.4 อีกคนหนึ่งในปีนี้ ฉันมีความรู้สึกว่าไม่อยากเป็นภาระของแม่อีกต่อไป แต่ฉันก็ยังหาหนทางปลดตัวเองออกจากบ่าของแม่ไม่ได้เลย ฉันรู้ว่าแม่เครียดมาก มากกว่าฉันเสียอีกหลายเท่าตัว ทั้งเครียดเรื่องฉัน เรื่องน้องสาวฉัน เป็นแม่ที่ประเสริฐมาก แม่ไม่เคยเครียดเรื่องตัวเองเลย ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่าในอนาคตฉันจะเป็นแม่ได้ดีอย่างที่แม่เป็นไหมนะ ฉันจะให้ลูกได้อย่างที่แม่ให้ฉันไหมนะ

ปัญหาตอนนี้คือ

-ฉันอยากเรียนปริญญาโท ซึ่งถ้าหากผ่านการสอบสัมภาษณ์ จะต้องเริ่มเรียนปลายเดือนมิถุนายน และมันยาวไกล อาจกินเวลาถึงสามสี่ปีเลยทีเดียว

-ฉันอยากเรียนเนติฯ เน้นเทอมละขา เริ่มเรียนปลายเดือนนี้ แต่ไม่รู้ผลจะเป็นอย่างไร ที่รู้ๆ ฉันคงไม่ติวตามสถาบันต่างๆ แน่ๆ คงอ่านเองและติวกับเพื่อนทำนองนั้น

-ฉันจะต้องสอบตั๋วทนาย ซึ่งจะต้องอบรมช่วงเดือนมิถุนายนและสอบราวๆ เดือนสิงหาคม

-ฉันอยากเรียนปริญญาตรี มนุษยศาสตร์อีกใบ มันเป็นความฝันส่วนตัวและฉันคิดว่ามันมีประโยชน์กับฉันในอนาคตแน่นอน อันนี้เรื่องค่าเทอมไม่มีปัญหา มีปัญหาตรงเรื่องเวลาเรียนเนี่ยแหละ

*แต่ข้อสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ ฉันอยากมีงานทำ มีเงินใช้เอง


ฉันควรทำอย่างไรดีนะ???


ฉันรู้ ฉันควรเรียนโทพร้อมกับเรียนเนติฯ และสอบตั๋วทนายให้เสร็จก่อน ถ้าผ่านตั๋วทนายข้อเขียนก็ได้เวลาหางานทำเพื่อเก็บประสบการณ์และรอสอบภาคปฏิบัติในปีหน้า

กลางวัน ก็เรียนเนติฯ ค่ำๆ ก็เรียนโท ดึกๆ ก็อ่านตั๋วทนายสักสองเดือนให้ผ่าน จากนั้นเมื่อผ่านแล้วก็จะเป็น ทำงานตอนกลางวัน ค่ำเรียนโท ดึกอ่านเนติฯ

อ้อ ฉันต้องสอบ กพ. ภาค ก ช่วงเดือนกรกฎาด้วยนี่เนอะ ลืมไปๆ

ส่วนปริญญาตรีราม เก็บพับไปเลยเนอะ ทั้งๆ ที่คิดว่าอาจเรียนรามให้จบในสามปีพร้อมๆ กับเรียนโทให้จบไปพร้อมกัน แต่คงทำไม่ได้หรอก จริงไหม? ไม่มีนาฬิกาย้อนเวลาเหมือนเฮอร์ไมโอนี่สักหน่อย แค่นี้ก็ทำไม่ทันอยู่แล้วนี่เนอะ


ซึ่งอันที่จริง ฉันอยากทำงานมีเงินใช้เองอยู่ทุกขณะจิต จะทำงานอะไรดีล่ะ มีให้เลือกไหม เรากำหนดชีวิตให้มันเป็นไปอย่างที่เราต้องการได้ไหมนะ ไม่ได้หรอกเนอะ

ก็เอางี้ ทำงานกลางวัน ค่ำเรียนโท ดึกอ่านเนติฯ และตั๋วทนาย มีบางช่วงต้องแบ่งไปอ่าน กพ. ก็เวิร์คดีเนอะ

คนเราจะทำอะไรพร้อมกันห้าทางได้ไหมนะ???

หรือว่าฉันจะทำได้!


ขอบคุณและขออภัยคนที่หลงเข้ามาอ่านเรื่องราวชวนสับสนที่หาทางออกได้ง่าย แต่คนเดินเป็นคนตัดสินใจยากค่ะ ^^




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2555
0 comments
Last Update : 11 พฤษภาคม 2555 2:55:14 น.
Counter : 2472 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ศศิกัณห์
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




may ค่ะ


===HOME SWEET HOME===


I don't have a wall but I've just be a wall.




Artemis หรือ Diana...เทพีแห่งจันทรา
Emo น้องลิง
Emo หัวหอม
Emo เหลืองดุ๊กดิ๊ก
X
X
X
Friends' blogs
[Add ศศิกัณห์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.