แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน ร.พ.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
25 กุมภาพันธ์ 2550
 
 

"พาใจไปเที่ยว"การไปเที่ยว ที่ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย ไม่ต้องเสียเวลา

โดย:รินใจ
จากเวบ
//www.budpage.com/ba69.shtml

พอถึงวันหยุด ผู้คนมักมีนัดกับสถานที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ไกลจากชีวิตอันจำเจ


ภาพวัดโสธรวรารามวรวิหาร ต.โสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

สำหรับคุณสถานที่ดังกล่าวอาจได้แก่ภูเขาสูง ทะเลกว้าง หรือป่าลึก ที่ที่คุณจะได้ชื่นชมกับทิวทัศน์อันงดงาม สัมผัสกับบรรยากาศอ่อนละมุน และพิศวงกับนฤมิตกรรมของธรรมชาติ ได้ดูนก ตกปลา และอำลาอาทิตย์ยามอัสดง แต่ว่าวันนั้นยังมาไม่ถึง และคุณก็ยังต้องอยู่ในกรุง ผจญกับมลพิษ และฟันฝ่ากับจราจรอันจลาจลเช้าจรดค่ำต่อไป
ตื่นเช้าขึ้นมาเพียงแค่นึกถึงการดิ้นรนขับเคี่ยวกับชีวิตกลางกรุงก็เหนื่อยใจแล้ว แต่ไยต้องรอให้วันหยุดมาถึงแล้วจึงจะยิ้มออกได้ แม้ตัวยังอุดอู้อยู่ในกรุง แต่ใช่หรือไม่ว่าใจสามารถท่องเที่ยวที่ไหนก็ได้ตามปรารถนา ถึงจะยังไม่มีโอกาสพาตัวไปท่องธรรมชาติ แต่เราสามารถพาใจไปเที่ยวได้ทุกเวลา จะใกล้หรือไกล ก็ได้ทั้งนั้น
แทนที่จะนึกถึงสมรภูมิรบกันตั้งแต่เช้า จะไม่ดีกว่าหรือหากเราพาใจไปสัมผัสกับธรรมชาติอันรื่นรมย์ สร้างความสดชื่นให้จิตใจ จะได้มีพลังพร้อมรับกับสรรพสิ่ง
ตื่นเช้าขึ้นมา
-อาบน้ำแปรงฟันแล้ว ยืดเส้นยืดสายสักพัก
-แล้วนอนราบกับพื้น ปิดตา หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ สัก ๔-๕ ครั้งให้ชุ่มปอด จากนั้นก็หายใจอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อย ๆ น้อมจิตไปอยู่ที่ลมหายใจ ปล่อยวางความคิดทั้งหลาย เก็บงานการและกำหนดนัดหมายเอาไว้ก่อน ให้จิตรับรู้แต่ลมหายใจที่เข้าออก ถ้าใจเผลอแล่นไปตามความคิดเมื่อไหร่ รู้ตัวก็ดึงกลับมาที่ลมหายใจ
-เมื่อใจเริ่มสงบแล้ว ลองนึกว่าคุณกำลังอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจียามอรุณรุ่ง แสงทองทาทาบปุยเมฆ แล้วดวงอาทิตย์ดวงโตก็ค่อย ๆ พ้นขอบฟ้า หมอกลอยสูงขึ้นอย่างช้า ๆ แลเห็นนกบินแต่ไกล คุณหายใจรับเอาความสดชื่นยามเช้าเข้าไปเต็มปอด แล้วเดินไปตามทางเล็ก ๆ จนถึงชายป่า เสียงนกร้องต้อนรับคุณขณะเดินเข้าไปในป่าครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ยืนเรียงรายตามสองข้างทาง แผ่กิ่งก้านประสานกันเป็นซุ้ม ลำแสงลอดผ่านเป็นระยะ ๆ คุณเดินอย่างสงบ ได้ยินเสียงไก่ป่าขันอยู่ไม่ไกล สักพักก็ได้ยินเสียงลำธาร มีทางเล็ก ๆ พาคุณตัดผ่านป่าไผ่ทองเหลืองอร่าม เสียงน้ำกระทบหินดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ แล้วคุณก็มาถึงลำธารกลางป่า น้ำใสจนเห็นปลาแหวกว่าย คุณเลือกนั่งบนหินสีขาวกลางลำธาร เท้าเปลือยเปล่าสัมผัสน้ำเย็น ลมพัดมาต้องตัวเบา ๆ แล้วคุณก็ปิดตา จิตจดจ่อแต่ที่เสียงลำธาร .....น้ำไหลริน จิตนิ่งสงบ
ทีนี้ค่อย ๆ เปิดตา พาใจกลับมาสู่ห้องที่คุณนอนอยู่ ภารกิจต่าง ๆ กำลังรอคุณอยู่ข้างหน้า แต่ใจคุณตอนนี้ไม่เหนื่อยท้อหรือหนักอึ้งแล้ว เพราะได้รับพลังจากธรรมชาติในจินตนาการ ซึ่งที่จริงก็คือพลังแห่งความสงบจากจิตที่คิดในทางบวกนั่นเอง
ท่องเที่ยวทัศนาจรแบบนี้ คุณสามารถเลือกไปไหนก็ได้ วันนี้เที่ยวป่า พรุ่งนี้ลองไปท่องภูสูง มองเห็นทะเลเมฆทอดยาวสุดสายตา มะรืนก็ไปนั่งชายหาด ชมอาทิตย์ผุดขึ้นจากทะเลเรียบราวกระจก นี้เป็นวิธีหนึ่งในการเตรียมใจให้สดชื่นและพร้อมเผชิญกับชีวิตอันยุ่งเหยิง ใหม่ ๆ อาจจินตนาการได้ลำบาก แต่ทำบ่อยเข้า ก็จะนึกภาพได้ง่าย การใช้ดนตรีบรรเลงเบา ๆ เปิดคลอไปด้วย จะช่วยให้ใจสงบได้เร็วขึ้น และจินตนาการได้ดีขึ้น
การจินตนาการในทางบวกนี้นอกจากจะช่วยสร้างสุขภาพใจแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายด้วย

บางวันแทนที่จะไปท่องเที่ยวนอกตัว ลองเที่ยวไปตามร่างกายของตัวเองบ้าง เริ่มจากเท้า ขา ขึ้นมาตามตัว ไปที่ตับ กระเพาะ ปอด หัวใจ ไหล่ แขน คอ ไล่ขึ้นไปถึงปาก จมูก ตา สมอง
ขณะที่ไล่ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ให้นึกภาพว่ามีแสงนวลแผ่มาเพิ่มพลังให้แก่อวัยวะส่วนนั้น หรือจินตนาการว่ามลพิษต่าง ๆ กำลังถูกขับออกมา จะสร้างภาพว่าเซลเม็ดเลือดขาวกำลังขัดถูทำความสะอาดอวัยวะส่วนนั้นก็ได้ ถ้าอวัยวะส่วนไหนเจ็บป่วย ก็อาจจินตนาการว่าเลือดกำลังไปหล่อเลี้ยงดูแลอวัยวะส่วนนั้นอย่างเต็มที่

หรือจะนึกว่า "นีโอ" แห่งแม็ททริกซ์กำลังขับไล่ศัตรูตัวร้ายออกไปจากร่างกายก็ไม่ผิดกติกา
จะนึกภาพไปอย่างไรก็ได้แล้วแต่ความถนัด ขอให้เป็นไปในทางที่สร้างความเข้มแข็งแก่ร่างกาย และเยียวยาบำบัดส่วนที่เจ็บป่วย

วิธีนี้มีผลดีต่อร่างกายมาก แม้ดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็มีผลการวิจัยสนับสนุนมานานแล้ว ใจของเราเหมือนโทรทัศน์ตรงที่เปิดได้หลายช่อง ช่องที่ดูแล้วเครียดนอนไม่หลับ เราเปิดดูกันบ่อยแล้ว ไยไม่เปิดดูช่องที่ชวนให้สุขกายสบายใจกันบ้าง




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2550
1 comments
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2550 15:39:27 น.
Counter : 593 Pageviews.

 

เพิ่มเรื่อง"สุขกับงาน "โดย:รินใจ
จากเวบ
//www.budpage.com/ba54.shtml

ไปเที่ยวไกลถึงฮาวายหรือปารีส แต่ถ้าใจยังกังวลถึงลูก ๆ ที่เมืองไทย หรือเพิ่งทะเลาะกับแฟนที่โอ้เอ้ผิดนัด แล้วอย่างนี้จะมีความสุขได้อย่างไร
ในทางตรงกันข้าม เพียงแค่นั่งเล่นที่สวนสาธารณะข้างบ้าน แต่ใจปลอดโปร่งเพราะปล่อยวางภาระทั้งปวง แถมได้ยิ้มหัวกับลูก ๆ หยอกเอินกับแฟน อะไรจะสุขเท่า
ใช่หรือไม่ว่า เที่ยวที่ไหน ไม่สำคัญเท่ากับเที่ยว อย่างไร
ฉันใดก็ฉันนั้น ทำงานที่ไหน หรือทำงาน อะไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับทำงาน อย่างไร
คนเรามักฝันถึงงานที่มีเงินเดือนมาก ๆ ตำแหน่งสูง ๆ หรือโดดเด่นเป็นที่รู้จัก โดยคิดว่างานอย่างนี้แหละที่จะทำให้มีความสุข แต่ที่จริงแล้วความสุขไม่ได้อยู่ที่ประเภทของงานมากเท่ากับการวางจิตวางใจในขณะทำงาน จะสุขแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าเราทำงานด้วยความรู้สึกอย่างไร หาใช่เพราะเป็นงานอะไรไม่
งานแม้จะดูต่ำต้อย แอบอยู่หลังฉาก แถมซ้ำซากจำเจ แต่ถ้าทำด้วยใจรัก ก็ย่อมบังเกิดความแช่มชื่นเบิกบาน คุณแม่ที่ทำงานบ้าน หรือคุณย่าคุณยายที่เลี้ยงหลานทั้งวัน มีความสุขกว่าผู้จัดการหรือซีอีโอทั้งหลายก็เพราะเหตุนี้
จริงอยู่ใจรักในงานนั้นบางครั้งเกิดขึ้นเพราะได้งานที่ชอบ แต่แม้จะไม่ได้งานที่ชอบ เราก็ยังสามารถบันดาลใจให้เกิดความรักในงานได้ วิธีหนึ่งก็คือการมองให้เห็นคุณค่าของงานนั้น ๆ
งานอย่างเดียวกัน แต่มองด้วยมุมที่ต่างกัน ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน

ชายสามคนกำลังก่ออิฐ
คนแรกมีทีท่าเหนื่อยล้า หน้าบึ้งตึง
คนที่สองดูดีขึ้นหน่อย
ส่วนคนที่สามดูกระฉับกระเฉง หน้าตายิ้มแย้ม
เมื่อถูกถามว่ากำลังทำอะไรอยู่
คนแรกตอบอย่างขอไปทีว่า "กำลังก่ออิฐ"
คนที่สองบอกว่า "กำลังก่อกำแพง"
ส่วนคนที่สามตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า "กำลังสร้างวัดครับ"
ก่ออิฐเหมือนกัน แต่ทำด้วยอาการต่างกันก็เพราะเห็นคุณค่าของงานต่างกัน
คนที่สามทำงานอย่างมีความสุขเพราะเห็นว่างานที่ตนทำนั้นไม่ใช่แค่ก่ออิฐธรรมดา ๆ แต่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างสิ่งที่สูงส่งเป็นบุญเป็นกุศล อิฐแต่ละก้อนที่ก่อจึงให้ความรู้สึกปีติอิ่มเอิบใจ

นอกจากใจรักในงานแล้ว การทำให้งานกลายเป็นเรื่องสนุก ก็เป็นเคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งของการทำงานอย่างมีความสุข คนไทยแต่ก่อนไม่ได้แยกงานกับความสนุกออกจากกัน เวลาเกี่ยวข้าวก็ร้องรำทำเพลงกันไปด้วย แต่เดี๋ยวนี้ พอเข้าโรงงานหรือออฟฟิศ ความสนุกก็ถูกกีดกันออกไป
ถึงแม้มิอาจร้องรำทำเพลงขณะทำงานในออฟฟิศ แต่เราก็ยังสามารถทำให้งานมีบรรยากาศแห่งความสนุกได้ แทนที่จะทำงานอย่างหน้าดำคร่ำเครียดกันไปทั้งวัน
เราอาจเริ่มต้นด้วยการช่วยกันตกแต่งสำนักงานให้มีสีสันเดือนละครั้งหรือสองอาทิตย์ครั้ง ถ้ามีหลายแผนก ก็ให้แต่ละแผนกช่วยกันคิดและร่วมกันสร้างเอกลักษณ์ของตนขึ้นมา แล้วมาประกวดกันโดยมีการสะสมคะแนนตลอดปี หรือให้แต่ละแผนกแต่ละกลุ่มผลัดกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน ด้วยการสรรหาเมนูแปลก ๆ ใหม่ ๆ แต่ไม่สิ้นเปลือง มาลิ้มลองกัน
กิจกรรมแบบนี้ทำให้เพื่อนร่วมงานมีโอกาสหันหน้ามาคุยและร่วมมือกันในเรื่องที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่คุยกันแต่เรื่องงานการอย่างเดียว ชุมชนแห่งมิตรสามารถเริ่มต้นได้จากบรรยากาศแบบนี้ ก่อนที่จะนำไปสู่การเอื้อเฟื้อเกื้อกูลในเรื่องที่สำคัญกว่า
ชุมชนอย่างนี้แหละที่จะทำให้คนมีใจรักในงานมากขึ้น เพราะงานกลายเป็นช่องทางที่จะ "ให้"แก่คนซึ่งตนรักใคร่ชอบพอ ยิ่งให้ก็ยิ่งมีความสุข จึงไม่คิดเกี่ยงงาน สวนทางกับความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากที่ทำงานโดยพยายามออกแรงให้น้อยที่สุด และ "ตักตวง"ให้ได้มากที่สุดจากเพื่อนร่วมงาน
บ่อยครั้งเราไม่อาจเลือกงานได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะทำงานด้วยท่าทีอย่างไร และจะใส่ความรู้สึกอะไรลงไปในงาน ความสุขจากงานการจึงมิใช่เรื่องยาก หากอยู่ในกำมือของเราทุกคน
.

 

โดย: . (samrotri ) 25 กุมภาพันธ์ 2550 15:59:50 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 

samrotri
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




น.พ.สำเริง ไตรติลานันท์
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน
ตำแหน่ง นายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ร.พ.พนมสารคาม และ ร.พ.สร้างเสริมสุขภาพตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โทรฯ 0896112714
[Add samrotri's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com