แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน ร.พ.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
 
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
16 กันยายน 2550
 
 

"การเข้าสู่สังคมฐานความรู้ของชาวบ้าน ด้วยศูนย์การเรียนรู้ชุมชน"

คำนำ เมื่อเข้ามาในบล็อกแก็งค์ นี้แล้ว จะพบกับบทความเรื่องแรก ของบล็อกในกลุ่มข่าวด้านขวามือ ที่มีคำว่า now here กระพริบอยู่

ส่วนพื้นที่ใต้บล็อกกลุ่มข่าวนี้ จะมีเรื่องในกลุ่มข่าวนั้น ให้กดเข้ามาอ่านได้ มีข่าวให้เลือกอ่านอีก ถึง 15 เรื่อง และ

ยังมีลิงค์เวบที่หน้าสนใจทางด้านซ้ายมือ กดเข้าชมลิงค์ได้อีกด้วย

หมายเหตุได้เก็บสะสมข่าว และ ลิงค์ เวบที่น่าสนใจไว้มากมาย เพื่อจะนำมาใช้อ้างอิงในวันหน้า เมื่อต้องการจะนำมาอ้างอิงจะได้เข้ามาค้นหา
ผู้เข้ามาเยี่ยมชมก็สามารถเข้ามาค้นหาและนำไปอ้างอิงได้ เพราะ เป็นข่าวที่เผยแพร่ เป็นสาธารณะ ใครจะนำไปใช้ เพียงขอให้อ้างอิงที่มาว่าได้มาจากที่ใดก็ไม่น่าจะมีปัญหา

..................................................................................................



มีข่าวน่าสนใจกำลังจะสร้างศูนย์เรียนรู้ชุมชน เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ระดับประชาชน ซึ่งจะทำให้ประชาชน มีแหล่งค้นหาความรู้ มีการทำประชาพิจารณ์ในกลุ่มประชาชน เพื่อหาข้อสรุป ของชุมชน ไม่ถูกชักจูง ได้ง่ายๆ แล้ว ตามข่าว


โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2550 08:51 น.



โดย สุรชัย เทียนขาว มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนชุมชนท้องถิ่นเข้าสู่สังคมความรู้ (Knowledge based society)

เนื่องจากศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้องค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนและนอกชุมชนได้เข้าถึงประชาชนในระดับรากหญ้าในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจ สังคม การสาธารณสุข การเมือง สิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของประเทศ

การพัฒนาให้ประชาชนมีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่เหมาะสมเป็นการทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง

กล่าวคือ ประชาชนสามารถสร้างอาชีพให้กับตนเองได้ รู้เท่าทันสถานการณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกชุมชน มีทักษะที่ทันสมัยขึ้น

เช่นความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านอินเตอร์เน็ต ความสามารถในการติดตามข้อมูลข่าวสารหากระบบการจัดการศูนย์การเรียนรู้มีพลังมากพอ จะส่งผลให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

สำหรับแนวทางที่จะทำให้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนมีบทบาทต่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน และชุมชนนั้น

การจัดการความรู้ (Knowledge management) เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมกับยุคสมัยโดยใช้ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of practices-cops) เป็นเครื่องมือในการจัดการความรู้

สำหรับการจัดการความรู้นั้น พรทิพย์ กาญจนนิยต และคณะ (2546) ได้สรุปความหมายของการจัดการความรู้ในทรรศนะของ Dr.Ryoko Toyama แห่ง Graduate school of Knowledge Science and Technology ว่า

หมายถึง การจัดการเพื่อเอื้อให้เกิดความรู้ใหม่ เป็นความพยายามที่จะใช้ความรู้ที่มีอยู่ และประสบการณ์ของบุคคลต่างๆ ในองค์การอย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่จะทำให้มีความรู้ได้เปรียบเหนือคู่แข่งของธุรกิจ

และธวัช หมัดเต๊ะ แห่งสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ได้สรุปความหมายของการจัดการความรู้ไว้ในจดหมายข่าวราย 2 เดือน (ก.ย.-ต.ค. 2547) ของ สคส.ไว้ว่า

เป็นกลยุทธ์ในการปฏิบัติสำหรับการเรียนรู้ขององค์การที่ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ขององค์กรการสร้างนวัตกรรมการปรับปรุงเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความหมายดังกล่าวจะเห็นว่า การจัดการความรู้นั้นจะให้ได้สิ่งใหม่ ที่เรียกว่า นวัตกรรม (Innovation) ขึ้นในองค์กร

สำหรับความรู้ (Knowledge) นั้นมี 2 ชนิด ได้แก่

(1) Tacit Knowledge เป็นความรู้ที่ได้มาจากประสบการณ์ และไม่สามารถบรรยายเป็นถ้อยคำ ถ้อยความ เป็นสูตร และขึ้นอยู่กับความรู้ความเชื่อรวมทั้งทักษะเชิงวิชาการของบุคคลที่จะกลั่นกรองความรู้ที่ได้

(2) Explicit Knowledge ความรู้ที่เป็นเหตุเป็นผลที่สามารถจะบรรยาย ถอดความออกมาได้ในรูปของทฤษฎี การแก้ปัญหา คู่มือ และฐานข้อมูล ใน

การที่จะทำให้เกิดความรู้ใหม่ได้นั้นตามรูปแบบที่ศาสตราจารย์ Ikujiro Nonaka แห่งมหาวิทยาลัย Hitosubashi ประเทศญี่ปุ่น ที่สรุปโดย พรทิพย์ กาญจนนิยต และคณะ ก็คือวงจรของ Tacit และ Explicit Knowledge

ซึ่งตามรูปแบบดังกล่าวนี้การสร้างความรู้จะเกิดขึ้นใน 4 ลักษณะ คือ

1.การแบ่งปันข้อมูลด้วยกระบวนการทางสังคม (Socialization)

2.การทำให้เกิดความคิดใหม่และความตระหนัก รวมทั้งข้อมูลใหม่ที่เปิดเผยออกมา และเปลี่ยนเป็นรูปของภาษาก็คือ Externalization

3.จะมีการรวมตัวอย่างการเรียนรู้ของ Explicit Knowledge เข้าด้วยกันกลายเป็นความรู้ใหม่ ลักษณะที่สามนี้ เรียกว่า Combination

4.ลักษณะสุดท้ายคือ Internalization ซึ่งเป็นการสร้างความรู้ขั้นสุดท้าย โดยมีการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ

ในการสร้างความรู้นั้น จำเป็นต้องมีเวทีที่จะให้พบปะกันเรียกว่า

Ba คือ สถานที่เปิดโอกาสให้คนได้พบปะสังสรรค์เพื่อสร้างความรู้จัก คุ้นเคย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์

Ba จะเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้เกิดพลังในการแลกเปลี่ยนความรู้

หลักการของการจัดการความรู้ดังกล่าว ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเตรียมประชาชนในหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนมีนวัตกรรมสำหรับการนำไปสู่การสร้างกิจกรรมของโครงการแก้ปัญหาหมู่บ้าน หรือพัฒนาหมู่บ้าน และพัฒนาระดับครัวเรือน โดยชาวบ้านจะมีเวทีสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ใครจะเป็นผู้จัดการความรู้ในหมู่บ้าน/ชุมชน?
ตอบว่า บัณฑิตกองทุนในทุกหมู่บ้าน หากมีการต่อยอดให้กลุ่มบัณฑิตดังกล่าว ทั้งประเทศมาเป็นนักจัดการความรู้ในหมู่บ้าน


จากการที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการแลกเปลี่ยนความรู้ใน

โครงการเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.)

เป็นโครงการที่ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือของผู้คนต่างๆ ในสังคม เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างการเรียนรู้เชิงประเมินตนเองของชุมชนและภาคีที่เกี่ยวข้อง
โดยต้องการให้เกิดสถาบันการเรียนรู้ที่เข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นในอนาคต ซึ่งนำโดย



ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) และคณะ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2547 ณ ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าภาพในการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คือนักจัดการความรู้ท้องถิ่น 23 คน ในพื้นที่ 5 จังหวัดของภาคกลาง (17 ตำบล 20 หมู่บ้าน) ได้แก่ สุพรรณบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี และอุทัยธานี

บุคคลเหล่านี้เป็นบัณฑิตที่เป็นบุตรหลานของคนในท้องถิ่น บทเรียนที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวที่เห็นว่าควรจะนำมาเสริมต่อในศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ก็คือ
ทุกหมู่บ้านควรสร้างกลไกระดับหมู่บ้านเพื่อเสริมสร้างให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้มีสถาบันการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักจัดความรู้ท้องถิ่นในโครงการ สรส.มีความรู้ความสามารถ และศักยภาพที่จะทำให้ชาวบ้านมีนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ และดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

หากทุกหมู่บ้านในประเทศไทยได้นำเอาบัณฑิตที่อยู่ในท้องถิ่นของตนมาทำหน้าที่เป็นนักจัดการความรู้ประจำศูนย์การเรียนรู้ ผู้เขียนมั่นใจว่าศูนย์การเรียนรู้ชุมชนจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่สำคัญของศูนย์การเรียนรู้ชุมชน คือ สมรรถนะของชาวบ้านในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ รัฐบาลชุดก่อนได้เคยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งผลิตบัณฑิต สาขาการจัดการและการประเมินโครงการหรือที่เรียกว่า

บัณฑิตกองทุนในทุกหมู่บ้าน หากมีการต่อยอดให้กลุ่มบัณฑิตดังกล่าว ทั้งประเทศมาเป็นนักจัดการความรู้ในหมู่บ้านดังที่โครงการ สสร.ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินการ

เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญต่อการก้าวเข้าสู่สังคมฐานความรู้ของชาวบ้าน





 

Create Date : 16 กันยายน 2550
0 comments
Last Update : 16 กันยายน 2550 17:59:37 น.
Counter : 1163 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 

samrotri
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




น.พ.สำเริง ไตรติลานันท์
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน
ตำแหน่ง นายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ร.พ.พนมสารคาม และ ร.พ.สร้างเสริมสุขภาพตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โทรฯ 0896112714
[Add samrotri's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com