แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน ร.พ.พนมสารคาม อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
 
ตุลาคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 ตุลาคม 2549
 
 

“เรียนล่วงหน้า” แก้ปัญหาเด็กมัธยมหัวไว-ให้หน่วยกิตมหา'ลัยปี 1 ไปตุน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 กันยายน 2549 08:08 น.





ดร.กอปร กฤตยากีรรณ




ใครว่าเด็กเก่งไม่ปัญหา เรียนได้เร็วกว่าเพื่อนในห้องก็ทำให้เบื่อเนื้อหาที่ครูสอนได้เหมือนกัน เผลอๆ กลายเป็นตัวปัญหาก่อกวนการเรียนเพื่อน พับจรวดปาหัวคนอื่นไปซะอย่างนั้น ร้อนถึงผู้ใหญ่ที่ต้องมาคิดหลักสูตรให้คุณหนูหัวไว จัดโครงการ “เรียนล่วงหน้า” ตุนเป็นหน่วยกิตสำหรับเรียนในมหาวิทยาลัย ไม่ต้องเสียเวลาเรียนซ้ำ

“โครงการเรียนล่วงหน้า” เป็นโครงการที่ร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยม ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมศึกษาได้ศึกษาวิชาเรียนในคณะวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียนจะได้เป็นหน่วยกิตที่สะสมไว้และไม่ต้องเรียนวิชาดังกล่าวซ้ำในมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันก็ได้หน่วยกิตในวิชาระดับมัธยมโดยไม่ต้องเรียนด้วย ทั้งนี้จะเปิดรับสมัครและสอบวัดความรู้เพื่อคัดนักเรียนเข้าโครงการ

ดร.กอปร กฤตยากีรณ ประธานยคณะกรรมการทำงานโครงการนำร่องโครงการเรียนล้วงหน้า กล่าวถึงที่มาของโครงการว่า จากการที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐนั้น ได้เห็นการเรียนการสอนที่เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมคือ “เอพีโปรแกรม” (Advanced Placement Program: AP Program) ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถได้เรียนล่วงหน้า จึงเห็นว่าเมืองไทยน่าจะโครงการลักษณะดังกล่าวบ้าง

ทั้งนี้ ดร.กอปร เท้าความว่าในปี 2545 มูลนิธิพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(มูลนิธิ พสวท.) ได้จัดสัมมนาใหญ่เกี่ยวกับโครงการสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เพื่อทบทวนว่ามีโครงการสำหรับเด็กพิเศษอะไรบ้าง และก็ได้มีการเสนอโครงการเรียนล่วงหน้าซึ่งมีสหรัฐเป็นแบบอย่าง พร้อมทั้งกล่าวถึงประโยชน์ว่าเป็นโครงการที่กว้างขวาง ค่าใช้จ่ายไม่สูงและเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนกระแสหลักหรือนักเรียนในชั้นเรียนทั่วไปที่ไม่เป็นนักเรียนในโครงการพิเศษ

จากนั้นทางมูลนิธิบัณฑิตยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(บวท.) ได้รับลูกต่อโดยรับผิดชอบในการจัดตั้งคณะกรรมการสำหรับโครงการ และเริ่มดำเนินการในปี 2546 โดยได้รับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากมูลนิธิ พสวท. ซึ่งเป็นลักษณะการทำงานแบบอาสาสมัครคือไม่มีค่าตอบแทน ต่อมาสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ได้รับโครงการไปดูแลต่อ

“เป็นการแก้ปัญหาเด็กเก่ง พวกนี้เรียนเร็วก็จะเบื่อเวลาที่ครูสอนเนื้อหาที่เขารู้แล้ว เขาก็ไม่อยากเรียน กลายเป็นเด็กมีปัญหา เอาเวลาไปแกล้งเพื่อน พับจรวดปาหัวคนอื่นบ้าง ก็จัดให้เขาได้เรียนที่มีเนื้อหาลึกขึ้น เช่น ไม่ต้องเรียนวิชาชีววิทยา แต่ไปเรียนชีววิทยาล่วงหน้าที่มีเนื้อหาลึกกว่า เขาก็ได้หน่วยกิตทั้ง 2 วิชา ร่นเวลาเรียนในมหาวิทยาลัย อาจจะเป็น 3 ปี หรือ 3 ปีครึ่ง แต่โดยมากก็เรียนได้ประมาณคนละ 1-2 วิชา ทั้งนี้มีเด็กสมัครเข้าโครงการแล้วหลายร้อยคน”

ดร.กอปรอธิบายว่าในการจัดการเรียนการสอนนั้น ทางมหาวิทยาลัยจะจัดอบรมครูเพื่อให้ไปสอนวิชาเรียนล่วงหน้าสำหรับเด็กมัธยม และเมื่อเด็กสามารถใช้เป็นหน่วยกิตสำหรับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการได้ ทั้งนี้ยังเป็นการยกระดับการเรียนการสอน เนื่องจากครูได้รับการอบรมให้มีความรู้มากขึ้นเพื่อไปสอนเด็กในเนื้อหาที่ยากกว่าระดับปกติ ซึ่งเคยมีว่าบางชั้นเรียนจัดสอนให้กับเด็กแค่ 2 คน แต่ก็เพื่อแก้ปัญหาให้กับเด็กเก่ง สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียน ส่วนนักเรียนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรหรือไม่นั้นต้องตรวจสอบอีกที

อย่างไรก็ดีแม้จะเป็นโครงการเพื่อแก้ปัญหาให้กับเด็ก แต่ตัวโครงการเองก็ยังมีปัญหาซึ่ง ดร.กอปรได้ชี้เห็นคือ มหาวิทยาลัยเตรียมรองรับผลหน่วยกิตให้เฉพาะโรงเรียนในโครงการที่อยู่ในความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนั้นๆ เท่านั้น และอีกปัญหาสำคัญคือเด็กที่เรียนล่วงหน้าจำนวนมาก ไม่ได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีความร่วมมือกับโรงเรียน และเด็กจำนวนมากไม่ได้เรียนต่อในคณะวิทยาศาสตร์ แต่ไปเรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ หรือไปเรียนต่อต่างประเทศ

สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหานั้น ดร.กอปร เสนอว่าควรจัดทำระบบกลางของโครงการ ร่วมทั้งจัดทำหลักสูตรกลางและบันทึกผลกลางชั่วคราวเพื่อให้แต่ละมหาวิทยาลัยสามารถรับนักเรียนในโครงการที่ไม่ได้เป็นโรงเรียนที่ร่วมมือกันโดยตรง รวมทั้งเสนอแนวทางในการผลักดันและพัฒนาโครงการว่า หากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อผลักดันโครงการ และเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาสนับสนุนโครงการ จะช่วยให้โครงการก้าวหน้าต่อไป

สำหรับสถาบันที่เข้าร่วมโครงการเรียนล่วงหน้าแล้ว ได้แก่

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ร่วมมือกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ปทุมวัน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมมือกับ 10 โรงเรียนใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย และลำพูน และ

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมือกับโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2549
1 comments
Last Update : 26 ตุลาคม 2549 22:44:38 น.
Counter : 990 Pageviews.

 

อ่า สู้ๆเด็กไทย เรียนเข้าไปๆ

 

โดย: PutterZ (ToppuT ) 26 ตุลาคม 2549 23:54:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 

samrotri
Location :
ฉะเชิงเทรา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




น.พ.สำเริง ไตรติลานันท์
แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ เวชศาสตร์ป้องกัน
ตำแหน่ง นายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน ร.พ.พนมสารคาม และ ร.พ.สร้างเสริมสุขภาพตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โทรฯ 0896112714
[Add samrotri's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com