Group Blog
มีนาคม 2564

 
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 7 (YURI)

 

Let her go…

รุจรวีกัดกรามแน่น อารมณ์ไม่ค่อยดี แต่ไม่อาจสลัดความคิดจากเหตุการณ์ที่เธอร้องเพลงในร้านคาราโอเกะ เผลอทีไรก็จะหวนคิดถึงเสียทุกที ไม่คิดว่าเธอจะร้องบทเพลงนี้

...เหมือนโดนบอกเลิก โดนขับไล่ไสส่ง

...เสียหน้ามากมาย

...เจ็บหน่วงที่หัวใจ

และอีกหลากหลายความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา ยิ่งกว่ามหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง

...ทั้งที่ตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากเจ้านายกับลูกน้อง

ขณะที่ฟังบทเพลงที่นาราขับร้อง หล่อนกระดกน้ำเมารวดทั้งแก้วเพื่อระงับความไม่พอใจที่ปะทุขึ้นในใจ พาลไม่ยอมร้องเพลงอีกด้วย น้ำเมาเข้าปากรัวๆ โชคดีที่ไม่ถึงกับเมาหัวทิ่ม เพราะคนข้างๆ คอยห้ามไว้

ฉันไม่ได้สนใจเธอสักหน่อย อยากจะเกลียดก็เชิญเลย คิดว่าฉันจะแคร์หรือไง ฝันไปเถอะ

ตั้งใจแบบนั้น แอบชำเลืองตามองนาราคุยกับปภพอย่างถูกคอก็ยิ่งหมั่นไส้ หมดอารมณ์ที่จะร้องเพลง ปล่อยให้คนอื่นสนุกสนานกันไป

เกือบสี่ทุ่ม นาราขอตัวกลับก่อน คนอื่นจึงพร้อมใจกันกลับบ้านบ้าง โดยมิรันตรีรับผิดชอบค่าเสียหาย

ขณะที่สาวสวยกำลังก้าวเข้าบ้านอย่างไม่มั่นคงนัก จึงไม่ทันเห็นใครบางคนนั่งหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟารับแขก

“ดื่มมาเหรอวี” รดาถามลูกสาวเสียงเรียบเย็น ชักสีหน้าไม่พอใจที่ระยะหลังอีกฝ่ายไม่ค่อยเชื่อฟังคำพูดของตนนัก

...หล่อนเป็นพวกหัวรั้น ดื้อเงียบ ไม่รู้ได้นิสัยใครมา

อย่าบอกนะว่าจะมาซักฟอกกันตอนนี้ เฮ้อ!

รุจรวีคิดแบบเซ็งๆ หมุนตัวไปมองมารดา ทว่าไร้เงาของบิดา

“ค่ะ”

“ไปกับใคร?” น้ำเสียงขุ่นเขียวไม่น้อย

“ไปกับมิค่ะ” สาวสวยตอบความจริงแค่บางส่วน หรือที่เรียกว่า ‘โกหกสีขาว’ หากบอกว่าไปกับพวกฝ่ายการเงิน มีหวังแม่คงโมโห แล้วพาลพาโลไปถึงนาราได้ง่ายๆ

“งั้นเหรอ” รดาผ่อนคลายขึ้น อย่างน้อยลูกสาวก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนาราแบบที่เป็นกังวล “ทีหลังอย่าดื่มมากนัก เป็นผู้บริหารจะเสียภาพลักษณ์ที่ดี รู้ไหม?”

หญิงสาวค้านจะเถียง จึงตอบสั้นๆ

“ค่ะ”

“แล้วลูกเจอกับเขมทัตบ้างรึเปล่า?” มารดาถามไปถึงชายหนุ่มที่หมายตาอยากได้เป็นลูกเขย

“พี่เขมมาทานข้าวกลางวันด้วยวันก่อนค่ะ” หล่อนตอบตามตรง

“วันหยุดนี้ลองชวนพี่เขามาเที่ยวบ้านเราสิ แม่อยากคุยกับเขาหน่อย” รดาเปรยขึ้น

“แล้ววีจะบอกค่ะ” หญิงสาวรับปากแบบไม่เต็มใจ “ขอตัวก่อนนะคะ วีง่วงค่ะ”

“ไปเถอะ” รดาเอ่ยปากไล่ หงุดหงิดที่หล่อนไม่ได้ดั่งใจ

“ฝันดีค่ะแม่”

“อือ” คนอายุมากกว่าพยักหน้า มองตามลูกสาวที่เดินไปชั้นสอง

มารดาอยากให้รุจรวีเป็นฝั่งเป็นฝา แต่สาวสวยไม่สนใจใครเป็นพิเศษ วันๆ เอาแต่ทำงาน ทำให้รดาร้อนใจ จึงคิดมัดมือชก โดยไม่คิดปรึกษากับสามีที่ค่อนข้างตามใจลูก

ขืนใจเย็นแบบนี้ มีหวังยายเด็กนาคงมาสร้างปัญหาให้อีก ไว้ใจได้ที่ไหน เด็กนั่นร้ายจะตายไป

รดามองจอโทรทัศน์ที่เปิดไว้แบบไม่ใส่ใจ ไม่นานก็คิดอะไรขึ้นมาได้ คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

มัวแต่ท่ามากแบบยายวีคงไม่ทันกินแน่ เดี๋ยวแม่จัดให้ก็แล้วกัน

 

อะไรๆ ก็จู้จี้แต่กับฉัน ทำไมไม่ไปยุ่งกับโอภาสบ้าง หมอนั่นแทบจะดื่มเหล้าแทนน้ำแล้ว

รุจรวีคิดบ่น หลังนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้องตัวเอง เอื้อมหยิบขวดล้างเครื่องสำอางมาเช็ดหน้า ก่อนไปอาบน้ำ สำรวจใบหน้าขาวใสในกระจกที่ดูอ่อนกว่าอายุจริง แล้วถอนใจอย่างเซ็งๆ

‘โอภาส’ ที่หล่อนคิดถึงคือ น้องชายแท้ๆ ที่รดาตามใจจนแทบเสียผู้เสียคน วันๆ เอาแต่ดื่มเที่ยว ไม่เป็นโล้เป็นพาย ทั้งที่อายุมากกว่านาราสองปี

เขาใช้เวลาถึงห้าปีกว่าจะเรียนจบ โดยอาศัยเงินค่าน้ำร้อนน้ำชาของแม่ เป็นเด็กเส้นที่เข้ามาทำงานในบริษัทแห่งนี้ไม่กี่เดือนก่อน เพราะเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท จึงไม่มีใครกล้าพูดมาก

แต่เขาทำตัวเป็นตัวอย่างที่เลว สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับรุจรวีไม่น้อย

ชายหนุ่มทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง แต่รับเงินเดือนเต็ม น่าไล่ออกมาก ทว่าหล่อนเป็นถึงรองประธานบริษัทกลับทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเส้นใหญ่มาก

...ได้เมียประธานบริษัทเป็นแบคอัพ แล้วหล่อนจะไปพูดมากได้อย่างไรกัน

“บางทีก็ต้องทำเป็นไม่รู้ แล้วปล่อยไป” อธิปผู้เป็นบิดาตอบเสียงเรียบ หลังสาวสวยไปปรึกษาเรื่องนี้กับเขา...เรื่องโอภาส “พ่อไม่อยากให้บ้านแตก ลูกก็รู้ว่าแม่เขาเป็นคนอย่างไร”

สำหรับรดาแล้ว ลำเอียงรักโอ๋ลูกชายมากกว่าลูกสาว เพราะเขามีสุขภาพอ่อนแอในช่วงวัยเด็ก จึงให้ท้ายตามใจจนเคยตัว ประเคนให้ทุกอย่าง...ยกเว้นดาวกับเดือน

สุดท้ายความรักกลายเป็นพิษ หรือที่เรียกว่า ‘พ่อแม่รังแกฉัน’

ขนาดพ่อยังทำอะไรไม่ได้สินะ

หล่อนเข้าใจความลำบากใจของบิดา ที่มีภรรยาใหญ่กว่า จึงได้แต่พยักหน้า

“วีทราบค่ะ”

“พ่อรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายสำหรับลูก แต่ยังไงก็ครอบครัวของเรา” เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก หากประสบความสำเร็จแต่ไร้ซึ่งผู้สนับสนุนเบื้องหลัง ก็ยากจะมีความสุขได้ ทั้งสองอย่างจึงควรไปด้วยกัน “พ่อเชื่อมั่นในตัวลูกมากนะ ว่าวีจะนำบริษัทของเราเจริญก้าวหน้าต่อไปได้”

วีจะไม่ทำให้พ่อผิดหวังเด็ดขาด

“เข้าใจแล้วค่ะพ่อ” ในฐานะลูก ไม่อยากทำให้บุพการีต้องผิดหวัง ก่อนถามต่อ “แล้วตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย?”

อธิปถอนใจยาว ก่อนพึมพำเบาๆ

“เรื่องนี้...”

หัวหน้าฝ่ายขายกำลังจะเกษียณอายุในอีกไม่ถึงเดือน ปิติยาซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขาอยากให้ปิ่นมณีลูกสาวได้เป็นใจจะขาด เคยบากหน้าเอ่ยปากขอกับเขาสองสามครั้ง แต่อธิปก็แบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากให้พี่น้องต้องผิดใจกัน

ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร ไม่เว้นแม้แต่สายเลือดเดียวกัน

เขาประเมินว่า ปิ่นมณีไม่มีคุณสมบัติพอกับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขาย หากให้เป็นคงทำให้บริษัทเสียหาย และอาจทำให้นักขายหลายคนที่เก่งกว่าเสียกำลังใจ จึงต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ

...บางเรื่องยอมได้ก็ยอม แต่ตำแหน่งสำคัญ อธิปจะเลือกใช้คนที่เหมาะสมที่สุด

“ขอพ่อทบทวนอีกรอบก่อน” ชายอาวุโสเอ่ยออกมาในที่สุด

“ค่ะ” ลูกสาวพอเข้าใจว่า บิดาคิดสิ่งใดอยู่

แบบนี้แปลว่าพ่อคงไม่เลือกปิ่นมณีสินะ ค่อยยังชั่วหน่อย

รุจรวีโล่งอก ไม่อยากจะคิด ถ้าปิ่นมณีลูกพี่ลูกน้องสุดแสบขึ้นมาเป็นใหญ่ จะวางก้ามอวดเบ่งคับบริษัทขนาดไหน ตอนนี้ก็แทบไม่เห็นใครอยู่ในสายตาแล้ว

แต่พอคิดไปถึงปิติยาหรืออายา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการ ก็ต้องหนักใจอีกรอบ

ถ้าปิ่นไม่ได้เป็น อายาคงสร้างปัญหาแน่...น่าปวดหัวจริง

สาวสวยรู้มานานแล้วว่า อาสาวดูเหมือนหงิมๆ สุภาพเรียบร้อย พูดนิ่มๆ แต่ที่จริงแล้วซ่อนร้ายไว้ไม่น้อย

...ร้ายกาจกว่าปิ่นมณีไม่รู้กี่เท่า

โชคดีที่แม่ฉันไม่ร้ายขนาดนั้น...รีบอาบน้ำนอนดีกว่า

หล่อนหาววอด จึงลุกไปอาบน้ำ แล้วเข้านอน

 

วันหยุด ปิติยาแวะมาหาที่บ้านหล่อนในช่วงแปดโมงกว่า พร้อมนำขนมเจ้าอร่อยติดมือมาสองกล่อง การเข้าทางรดาพี่สะใภ้จะง่ายที่สุด แค่หว่านล้อมไม่กี่คำอีกคนก็จะคล้อยตาม

...ผิดกับสองพ่อลูกที่ค่อนข้างจะหัวดื้อหัวรั้น พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า

โดยในวันนี้ปิติยาปรารถนาจะให้รดาสนับสนุนปิ่นมณี แต่ไม่ทันเอ่ยปาก รดาก็เล่าเรื่องที่อยากให้เขมทัตสนิทสนมกับรุจรวี จนถึงขั้นหมั้นกัน ทำให้แม่ของสาวเปรี้ยวอึ้งไป ไม่กล้าชี้โพรงให้กระรอก ได้แต่สงบปากคำกว่าปกติ

...ขืนช่วยก็ไม่ต่างกับ ทำร้ายลูกสาวของตนทางอ้อม

“พี่กำลังคิดว่า จะให้วีคบหาเป็นเรื่องเป็นราวกับเขมทัตสักที อายุวีก็น่าจะมีครอบครัวได้แล้ว พี่อยากเลี้ยงหลานน่ะ” รดาเล่าความปรารถนาของตัวเองออกมาตรงๆ

“ก็ดีค่ะ” คนฟังได้แต่ตอบไปแบบนั้น ไม่อยากขัดคอพี่สะใภ้ เกรงคะแนนนิยมจะร่วง

“พี่ว่าจะโทรไปชวนให้เขมทัตมาเที่ยวที่บ้านบ้าง เขาจะได้รู้สึกเป็นกันเองกับครอบครัวเรา”

“เหรอคะ” อีกคนได้แต่พยักเพยิดตามน้ำ

ทำไมยายปิ่นต้องชอบนายเขมทัตนั่นด้วย ให้ตายเถอะ!

ปิติยาไม่อยากทุบหม้อข้าวตัวเอง แต่ห้ามเท่าใดลูกสาวก็ไม่ยอมฟัง ทั้งที่มีชายหนุ่มหลายคนมาสนใจ แต่ปิ่นมณีก็ปฏิเสธไปหมด ทำประหนึ่งว่าผู้ชายในโลกนี้มีแค่เขมทัต

...ซึ่งเป็นอะไรที่ดูงี่เง่าไร้สาระมากในความคิดของคนเป็นแม่

ไปไล่ตามผู้ชายแบบนั้น หมอนั่นคงดูว่าเราเป็นดอกไม้ข้างทางไร้ค่า...ไม่ได้เรื่องเลยลูกสาวฉัน

นึกตำหนิปิ่นมณีครั้งที่ร้อย แต่พูดจนปากจะฉีกก็ไม่ต่างจากสีซอให้ควายฟัง เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาตลอด

หากไม่ใช่เป็นลูกแท้ๆ คงตัดหางปล่อยวัดไปนานแล้ว

ถ้าฉันเป็นเขมทัต ระหว่างปิ่นกับวี ยังไงก็ต้องเลือกวีอยู่แล้ว ยังจะฝันลมๆ แล้งๆ อยู่ได้

อาสาวคิดแบบไม่ลำเอียง

หากเปรียบเทียบกัน รุจรวีเพียบพร้อมกว่าปิ่นมณีมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉมโนมพรรณงดงาม และฐานะที่มั่งคั่ง แถมยังเป็นถึงลูกสาวมหาเศรษฐี

...แข่งอะไรก็แข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันไม่ไหวจริงๆ

 

ใครมาล่ะเนี่ย

รุจรวีคิดสงสัย หลังพ้นประตูห้อง พลันได้ยินเสียงมารดาคุยกับใครสักคน ด้วยวันนี้เป็นวันหยุด จึงลงมาช้ากว่าปกติ

“สวัสดีค่ะอายา” หล่อนทักทายญาติผู้ใหญ่ ที่กำลังนั่งคุยกับแม่

“สวัสดีวี” ปิติยาทักตอบ “อาเอาขนมมาฝากน่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยพูดตามมารยาท เดาว่าอีกฝ่ายคงมาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง แต่ไม่คิดจะใส่ใจ “อายาดื่มกาแฟไหมคะ?”

“ไม่ล่ะ อาเรียบร้อยแล้ว ตามสบายเถอะ”

หล่อนจึงหันไปทางมารดา หลังไม่เห็นบิดาตั้งแต่เมื่อวาน

“พ่อล่ะคะ?”

“ไปตีกอล์ฟตั้งแต่เช้า” รดาตอบหางเสียงสะบัดนิดๆ หมั่นไส้ ที่วันหยุดสามีไม่ค่อยจะชอบอยู่บ้านนัก รู้สึกเหมือนโดนทอดทิ้ง

มิน่าอารมณ์ไม่ค่อยดี

ลูกสาวเดาต้นสายปลายเหตุได้ ก่อนไปนั่งทานมื้อเช้าเพียงลำพัง ปล่อยให้สองอาวุโสนั่งสนทนากันต่อไป

พอทานเสร็จหล่อนก็บอกว่าจะไปข้างนอก ทำให้แม่ทำหน้าหงิกงอไม่พอใจ

คนสวยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บอกแต่ว่าเย็นๆ จะรีบกลับ แล้วขับรถเบนซ์ออกไป

“มีลูกสาวกับเขาอยู่คน ไม่ค่อยจะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเลย ไม่ไหวเลย เฮ้อ!” รดาเปรยกึ่งบ่น

ปิติยายิ้มบาง ในฐานะที่เป็นแม่คน จึงพอเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย

“แต่วีเป็นเด็กดีนะคะ” เอ่ยชมหลานสาวจากใจ

“ใช่” รดาเห็นด้วย ก่อนหวนคิดไปถึงลูกชายไม่เอาไหน ที่หายหัวไปหลายอาทิตย์ ก่อนพูดพึมพำไม่ต่างจากกระซิบ “อย่างน้อยก็มีลูกดีหนึ่งคน”

 

รุจรวีขับรถไปร้านนภาเบเกอรี่ ที่อยู่ห่างจากบ้านไม่กี่กิโลเมตร ลงมาหยุดยืนมองป้ายร้านอยู่อึดใจ เห็นลูกค้าหลายคนเข้าออกร้าน ซึ่งหิ้วถุงขนมออกไปคนละสองสามถุง

เหมือนจะขายดีมาก...ฉันควรจะเข้าไปดีไหม?

ร่างบางยืนมองอยู่เกือบนาที เหตุผลที่มาที่นี่ เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง อยากรู้ว่า นารายังสนใจกันอยู่หรือเปล่า? หรือคิดจะทิ้งกันจริงๆ แบบเนื้อเพลงที่ร้องนั้น

‘...คุณจะรู้ว่าคุณรักเธอ แล้วคุณก็เสียเธอไป’ ท่องฮุคของเพลงที่ทำให้หล่อนเอะใจ แล้วมาที่นี่เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง

“คุณวีเจอกันอีกแล้วนะครับ”

รุจรวีหันไปมองต้นเสียง แล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่ด้วย…เพื่อนชายเธอ

“สวัสดีค่ะคุณปภพ”

บุกมาถึงร้านแบบนี้...ตกลงเป็นแค่เพื่อน หรือมากกว่านั้น?

ตั้งข้อสงสัยความสัมพันธ์ของเธอกับเขา

“มาซื้อขนมเหรอครับ?”

“เอ่อ ค่ะ”

“ผมก็เหมือนกัน” เขาผลักประตูกระจกให้รองประธานสาว “เชิญครับ”

แม้จะไม่เต็มใจ แต่หล่อนก็ก้าวเข้าไปในร้าน พร้อมกับกวาดตาสำรวจ พลันเห็นผู้หญิงหน้าคมที่คุ้นเคยนั่งอยู่ตรงแคชเชียร์ กำลังคิดเงินลูกค้า

“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ” นาราที่สวมเอี๊ยมของร้านเอ่ยทักทายลูกค้า ที่เข้ามาใหม่ ชะงักเมื่อสบตากับรุจรวี ใบหน้าคมฉายแววแปลกใจ พยักหน้าให้ปภพเป็นเชิงทัก แล้วหันไปคิดเงินต่อ จากนั้นเอ่ยกับลูกค้า “สองร้อยสิบบาทค่ะ”

“ผมไปดูทางโน่นนะครับ” ปภพบอกกับเจ้านายสาว

“ตามสบายค่ะ”

มาทำอะไรล่ะเนี่ย?

เธอไม่คิดว่า การเจอหล่อนจะเป็นเรื่องดีเท่าไหร่

“นี่ค่ะ” ลูกค้าสาวยื่นเงิน

“พอดีนะคะ” ร่างสูงรับเงิน จากนั้นยื่นถุงขนมให้ลูกค้า “ขอบคุณค่ะ แล้วแวะมาอีกนะคะ”

พอคิวลูกค้าว่าง ปภพก็เดินไปหานารา

“มีอะไรอร่อยแนะนำบ้างล่ะ?”

“สินค้าใหม่ทางนี้ค่ะ” เธอผายมือ พร้อมแนะนำเขา

หล่อนมองการตกแต่งภายในร้าน ซึ่งไม่ต่างจากร้านขนมทั่วไป แต่งโทนสีแบบพาสเทล เน้นสีชมพูกับฟ้าอ่อน ทำให้บรรยากาศในร้านอบอุ่นและอ่อนหวาน มีตู้กระจกโชว์ขนมหลายสิบชนิด และชั้นไม้เรียงรอบร้านมีถาดขนมให้ลูกค้าตักบริการตัวเอง มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งทานแค่สามโต๊ะ

ขนมส่วนใหญ่เป็นพวกขนมเค้กเป็นชิ้น ครัวซองส์ เอแคลร์ และคุกกี้ ขนมในร้านจะทำใหม่ๆ จำหน่ายในราคาย่อมเยา ยังมีเครื่องดื่มร้อนกับไอศกรีมโฮมเมดบริการอีกด้วย

น่าทานมาก

ร่างบางคิดในใจ

“สนใจอะไรสั่งได้นะคะ” นภาที่เพิ่งออกมาจากหลังร้าน พร้อมถาดขนมหอมๆ บอกกับลูกค้า พอรุจรวีหันหน้ามา แม่เธอทำหน้างง “หนูวี หนูวีใช่ไหม?”

ความจำดีจริงๆ

สาวสวยคิดชมในใจ รีบยกมือทำความเคารพผู้หญิงอาวุโส ซึ่งมีความคล้ายกับนาราในเวอร์ชั่นผู้ใหญ่

“สวัสดีค่ะอานภา”

แม่เธอยิ้มอย่างเอ็นดูแทนการรับไหว้ วางถาดที่ชั้น แล้วหันมาพินิจพิจารณาใบหน้าสวยหวานที่ไม่ได้เห็นหลายปี

“หนูวีสบายดีนะ?”

“ค่ะ” หล่อนตอบสั้นๆ

“อยากทานอะไรก็สั่งได้เลยนะ”

“ค่ะ”

“แล้วได้คุยกับนารึยังคะ?” นภาถาม เดาว่าอีกคนคงไม่ได้มาแค่ซื้อขนมแน่

รุจรวีชำเลืองมองเธอ ที่กำลังคุยกับปภพ ก่อนหันมาตอบ

“ยังค่ะ”

แม่เธอนิ่งไปเล็กน้อย แล้วพูดอย่างคนใจดี

“อาดีใจที่หนูวีมานะ ตามสบายไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวอาไปเรียกนามาคุยด้วยแล้วกัน”

“มะ ไม่เป็นค่ะ” ร่างบางปฏิเสธ

ทว่านภาไม่สนใจ เดินไปหาลูกสาว พลางมองปภพที่ไม่คุ้นหน้า

“เพื่อนเหรอลูก?”

“ค่ะแม่”

“สวัสดีครับ ผมปภพครับ ผมทำงานที่เดียวกับนารา” เขาแนะนำตัว หวังจะทำให้แม่ของสาวเจ้าชอบพอตน

“ดีจัง ชอบอะไรก็สั่งได้เลยนะคุณ” แม่เธอมองหนุ่มตรงหน้าอย่างรู้ทันว่าเขาคิดอะไรกับลูกสาว ก่อนหันไปทางลูกสาว “นาไปบริการหนูวีหน่อยสิ อย่าลืมนะว่าหนูวีเป็นเจ้านายของลูก”

เฮ้อ! ไม่รู้จะมาทำไม

“ก็ได้ค่ะ” นาราได้แต่รับปาก ไม่อยากขัดใจแม่

ไปแล้วเหรอ

ปภพได้แต่มองตามเธอตาละห้อย แต่ไม่อยากมีปัญหากับผู้ใหญ่จึงทำทีไปสนใจขนม ผ่านไปห้านาที จึงเลือกมั่วๆ มาวางสี่กล่อง

“ผมรับนี่ครับ”

นภาซ่อนยิ้มในหน้า เข้าไปนั่งประจำตำแหน่งแคชเชียร์แทนลูกสาว แล้วคิดเงินลูกค้า

“ทั้งหมดสองร้อยถ้วนค่ะ”

“นี่ครับ” เขายื่นธนบัตรสีแดงให้แม่เธอสองใบ “ฝากบอกนาด้วยว่าผมกลับก่อน”

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาอุดหนุน”

เพิ่งรู้ว่าลูกฉันก็มีเสน่ห์

“ครับ” ปภพค่อมหัวต่ำ

นภามองเขาออกประตูไป แอบคิดสงสารชายหนุ่มไม่ได้

ไม่ว่าจะชอบนาขนาดไหน แต่คงไม่พ้นโดนปฏิเสธแน่ น่าสงสารจริงๆ

แม่เธอรู้อยู่ว่า หัวใจของนารารักชอบใคร ก่อนปรายตามองไปยังสองสาวที่อยู่ด้านในของร้าน แล้วถอนใจเบาๆ

 

นาราก้าวไปหาลูกค้าคนสวย ที่กำลังเลือกดูสินค้าบนชั้น

“วันนี้ท่านรองวีแวะมาถึงที่นี่ได้ สงสัยพายุจะเข้านะคะเนี่ย” สาวหน้าคมแกล้งกระเซ้า พร้อมทำท่าทีนอบน้อมกว่าปกติ

อ้าปากได้ก็กวนเลย น่าทุบจริง

หล่อนค้อนน้อยๆ ให้คนช่างพูด ก่อนตอบโต้กวนไม่แพ้กัน

“พายุคงจะเข้าเฉพาะร้านเธอนั่นแหละ...พูดดีๆ วันนี้ฉันเป็นลูกค้า” ประโยคหลังสั่งเสียงดุจริงจัง

ดุไปนะคะพี่วีขา

“รับอะไรดีคะคุณลูกค้า” สาวหน้าคมผุดยิ้มบางๆ

“พูดดีๆ ก็เป็นนี่” สาวสวยประชด “กาแฟร้อนกับเอแคลร์ทานที่นี่ ส่วนสามกล่องนี้เอากลับบ้าน”

“รับทราบค่ะ” นาราผายมือไปยังโต๊ะว่างที่อยู่ใกล้ๆ “เชิญนั่งก่อนค่ะคุณลูกค้า”

หล่อนเลือกนั่งเก้าอี้ที่มองออกทางหน้าร้าน มองเธอง่วนกับการชงกาแฟก็อมยิ้ม โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ยังกวนประสาทเหมือนเดิม...แปลว่าฉันคิดมากไปสินะ

ไม่นานร่างสูงยกเครื่องดื่มกับขนมมาเสิร์ฟ

“ต้องการอะไรเพิ่ม ก็บอกนะคะ”

“อืม ขอบใจ” รุจรวีจิบกาแฟหอมๆ ทานขนมอย่างสบายอารมณ์ มองลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าเรื่อยๆ

นึกไม่ถึงว่า จะชงกาแฟอร่อยกว่าพี่แววซะอีก แถมขนมก็รสชาติดีมาก เสร็จใหม่ๆ นี่อร่อยกว่าวันนั้นอีก

สองสาวต่างแอบมองอีกคนอยู่บ่อยๆ พออีกคนรู้ตัวก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หล่อนนั่งทานอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนกลับไปพร้อมขนมสามกล่อง

 

“วันนี้นาดูอารมณ์ดีจังเลยนะคะ” แป้งคนสนิทกระซิบกระซาบกับนภา หลังเห็นรอยยิ้มของนาราเยอะกว่าปกติ แต่ไม่ทันเห็นรุจรวี เพราะติดทำขนมอยู่ด้านหลังร้าน

“งั้นเหรอ” แม่เธอพึมพำ ใบหน้าสวยสมวัยที่ยิ้มเสมอเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เมื่อคิดถึงเรื่องอนาคตของลูกสาว

จะดีใจได้นานแค่ไหนกัน อย่างไรเรื่องนี้ก็ยากจะเป็นไปได้

OoXoO

ใครทายถูกบ้างคะ ว่านาราร้องเพลงอะไร

Let her go เป็นเพลงโปรดของไรท์ที่ฟังอยู่บ่อยๆ แต่ชอบเวอร์ชั่นนี้ค่ะ เหตุผลคือเธอเสียงดีมาก ความสวยก็ด้วยอ่ะนะ อีกเหตุผลส่วนตัวคือ ไรท์ชอบผู้หญิงเสียงทุ้มๆ เล่นกีตาร์ จะดูดีมีเสน่ห์เป็นพิเศษ 5555

ลองฟังแล้วอาจจะติดใจเหมือนไรท์ https://www.youtube.com/watch?v=meq0zmOb8EA

ส่วนตอนหน้ามีเซอร์ไพร์สค่ะ อาจจะเป็นตอนที่หลายคนอยากให้ถึงเสียที แต่ขออุบไว้ก่อน

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ทุกคอมเม้นท์ ทุกหัวใจ และทุกการโดเนทค่ะ (อันหลังไรท์ชอบมากๆ)

นาง ^^

OoXoO 




Create Date : 01 มีนาคม 2564
Last Update : 1 มีนาคม 2564 20:32:25 น.
Counter : 128 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com