Group Blog
มีนาคม 2564

 
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 10 (YURI)

๑๐

 

ช่วงเย็นก่อนเลิกงาน มิรันตรีหยิบมือถือมากดเขียนข้อความส่งหาเพื่อนที่อยู่ชั้นบน

Mirantree : เย็นนี้ว่างไหม?

WE : มีอะไร?

Mirantree : ไปดื่มกัน

WE : ดีสิ กำลังเบื่อ

หล่อนพิมพ์ตอบโดยไม่ต้องคิดมาก

Mirantree : เจอกันข้างล่างห้าโมงครึ่งนะ

WE : โอเค

หัวหน้าฝ่ายการเงินวางมือถือบนโต๊ะ เหลือบมองไปยังนาราที่นั่งทำงานอยู่...เหมือนตั้งใจ แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอีกฝ่ายเหม่อใจลอยบ่อยครั้ง ซึ่งมิรันตรีเดาได้ว่าเกิดจากอะไร และมั่นใจว่ารองประธานวีเองก็คงอาการไม่ดีกว่านาราสักเท่าไหร่

ในฐานะคนที่รักและจริงใจกับเพื่อนมาก จึงคิดทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

จะว่าเสือกก็เถอะ แต่ฉันทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ

 

อยู่ตรงไหนเนี่ย?

นารากระหืดกระหอบเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ในช่วงสามทุ่มเศษ หลังมิรันตรีโทรมาบอกให้ออกไปรับที เพราะขับรถไม่ไหว โดยให้เธอขึ้นแท็กซี่มา

ร่างสูงยอมออกไปแบบว่าง่าย ส่วนหนึ่งเพราะความเป็นห่วง เธอเดินเข้าไปพร้อมกวาดตามองไปรอบๆ ที่ค่อนข้างจะสลัว จึงต้องเพ่งมองกว่าจะหาเจอใช้เวลาไปหลายนาที

“พี่มิ!”

“อ้าว! มาแล้วเหรอ” เจ้าของชื่อส่งยิ้มกว้างให้ ดูไม่เหมือนคนเมาสักเท่าใด บนโต๊ะมีขวดเบียร์ตั้งอยู่หลายขวด

“ล้อเล่นอะไรคะ” เด็กใหม่โวยวาย

หืม

คนถูกถามทำหน้างงที่โดนต่อว่า

“พี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่จะให้ช่วยหิ้วคนนี้กลับบ้านไปด้วยต่างหาก” ชี้นิ้วไปยังเพื่อนร่วมโต๊ะที่เมาคอพับไปก่อน

“ดะ ดื่ม อีกแก้ว...” เสียงพึมพำดังเหมือนละเมอ

หืม?

“พี่วี!” เธอเรียกชื่อคนเมา ที่ไม่ทันสังเกตเห็นในตอนแรก ก่อนมองหน้าคนพูด

“ก็ใช่น่ะสิ พี่หิ้วคนเดียวไม่ไหวน่ะ” เพื่อนหล่อนอธิบาย

“ดื่มอะไรนักหนา ถึงได้เมาขนาดนี้” สาวร่างสูงบ่นเป็นหมีกินผึ้ง หลังเห็นหล่อนหมดสภาพ สะกิดอยู่หลายครั้งแต่รุจรวีก็ไม่หืออือ มีแค่ส่งเสียงในลำคออย่างหงุดหงิดที่โดนรบกวน “ทำไมพี่มิไม่ห้ามพี่วีคะ?”

ตกลงพี่ผิดสินะ...เชื่อเขาเลย

“ห้ามได้ที่ไหน นาก็รู้ว่าวีดื้อจะตายไป” มิรันตรีตอบ ก่อนยกมือเรียกบริกรมาเก็บเงิน เพื่อจะได้ออกจากที่นั่น “น้องๆ คิดเงินด้วย”

จากนั้นสองสาวช่วยกันประคองรุจรวีไปนอนที่เบาะหลัง ก่อนขับรถไปยังบ้านของหล่อนเป็นที่แรก

“ทำไมพี่มิถึงให้นามาคะ?” เธอถามอย่างสงสัย ขณะที่มิรันตรีเลี้ยวรถเข้าซอยหน้าบ้านหล่อน

“จริงๆ พี่มีอะไรจะบอกน่ะ แต่ขอส่งวีก่อนนะ”

“ค่ะ”

เรื่องอะไรกัน?

สาวหน้าคมคิดสงสัย

ขณะที่มิรันตรีแล่นรถผ่านเข้าไปในเขตบ้าน ที่กว้างใหญ่ของพ่อหล่อนสมฐานะมหาเศรษฐี แล้วดับเครื่องยนต์ที่หน้าตัวบ้าน

ใหญ่โตอลังการไม่เปลี่ยน...กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้มาที่นี่

ร่างสูงสะบัดความคิดทิ้ง ลงจากรถไปช่วยมิรันตรีหิ้วปีกรุจรวีอย่างทุลักทุเลไปนอนเหยียดยาวที่โซฟา โดยมีสาวใช้คนหนึ่งคอยช่วย ท่ามกลางสายตาสองคู่ของผู้อาวุโส

“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า” มิรันตรีทำความเคารพรดากับอธิปอย่างคุ้นเคย

ไม่อยากเจอเลยจริงๆ

สำหรับนาราแล้ว รดาคือบุคคลที่ไม่อยากเจอมากที่สุด แต่วันนี้คงเลี่ยงไม่ได้ จึงก้มหน้าต่ำ แล้วยกมือไหว้

“ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ” แม่หล่อนบ่นลูกสาว ก่อนหันมามองผู้หญิงที่ทำท่าลุกลี้ลุกลน “หน้าคุ้นๆ นะเรา”

“นี่คุณจำนาราไม่ได้เหรอ” อธิปพูดอย่างร่าเริง “โตขึ้นมาก และก็สวยน่ารักมากด้วย”

เชอะ จะชมอะไรนักหนา

รดาคิดหมั่นไส้สามี ก่อนปรายหางตามองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างดูถูก

“จะทำงานได้สักกี่น้ำน่ะเรา”

เจอหน้าก็ต้อนรับอบอุ่นมาก...เยี่ยม!

เธอคิดประชดในใจ แล้วคลี่ยิ้มแบบกวนๆ ออกมา

“ยังไม่ทราบค่ะ ต้องขอลองดูก่อน”

แม่หล่อนสะบัดหน้า แล้วว่าออกมาอีกประโยค

“ปากเก่งนักนะ”

ใครเริ่มก่อน

นาราขยับปากจะตอบกลับ มิรันตรีกระตุกแขนไว้ เพื่อไม่ให้การปะทะบานปลาย เธอจึงยอมสงบปาก

“ขอบใจนะมิ นาด้วย” เจ้าของบ้านพยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้น หันไปคุยกับมิรันตรี “ไปฉลองงานอะไรกันมาล่ะ?”

เพื่อนหล่อนยิ้มแหยๆ

“แค่นั่งทานข้าว แล้วดื่มเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ”

“ไม่หน่อยล่ะมั้ง” พ่อหล่อนหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู ไม่คิดต่อว่าอะไร “ขากลับก็ขับดีๆ นะ ฝากหลานลุงด้วย”

“ค่ะคุณลุง ขอตัวก่อนนะคะ”

หลังมิรันตรีกับนาราออกไปแล้ว รดาจึงให้สาวใช้นำน้ำใส่อ่างมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ลูกสาว

“ลูกเราก็ไม่ใช่จะขี้ริ้วขี้เหร่ คนจีบก็ตั้งเยอะ ทำไมถึงไม่ยอมเลือกใครสักคนสักที” แม่หล่อนดูแลลูกไป ก็บ่นพึมพำกับสามีไป

ไม่ใช่ไม่ยอมเลือก แต่คนที่ชอบยังไม่ตกลงต่างหาก

อธิปคิดตอบภรรยาในใจ ทำเป็นสนใจโทรทัศน์ตรงหน้า กลัวจะหลุดปากเรื่องลูกสาวรักชอบใคร ไม่อยากมีปากเสียงอีกรอบ

“ฉันอยากเลี้ยงหลานจะแย่อยู่แล้ว” รดาเปรยต่อ

ถ้าวีเลือกนารา คงไม่มีหลานให้อุ้มหรอกนะ

เขาคิดตอบในใจ แต่ก็ไม่คิดปริปากออกมา ปล่อยให้ภรรยาบ่นเพียงลำพัง ชำเลืองมองลูกสาวที่เมาหลับอย่างอ่อนใจ

 

มิรันตรีขับรถออกไปได้ช่วงหนึ่ง สายตายังคงจับจ้องถนน แล้วพูดขึ้น

“อยากรู้ไหมว่าทำไมพี่ชวนเราออกมา?”

“อยากค่ะ”

“พี่แค่อยากทำตัวเป็นกามเทพ” เพื่อนหล่อนชำเลืองมองคนนั่งเบาะข้างๆ ผ่านหางตา

นาราขมวดคิ้วชะงักกับคำว่า ‘กามเทพ’ ไม่เข้าใจจุดประสงค์ของอีกคน

“พี่มิพูดเรื่องอะไร นาไม่เข้าใจ”

“วันนี้พี่จงใจมอมเหล้าวี เพราะพี่อยากรู้ว่าจริงๆ แล้ว...วีชอบใครกันแน่”

ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่คนสวยก็มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจมากมาย ถ้าไม่เมาคงยากจะล้วงความลับนั้น

ใคร?

เธอแทบลืมหายใจ อยากรู้คำตอบนั้นสุดๆ

“แล้ว?”

“พี่ก็เดาไม่ผิด” มิรันตรีเบนสายตามองไปข้างหน้า “คนที่วีรักก็ยังคงเป็นเธอ...นารา”

ฉัน!

สาวหน้าคมตะลึงอึ้งไปหลายวินาที

“นะ นาเหรอคะ อย่าล้อเล่นสิคะ”

“พี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่พูดจริงๆ” หัวหน้าฝ่ายการเงินพูดเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง เปิดไฟเลี้ยวจอดเทียบหน้าบ้านของเธอ แล้วหยิบมือถือมากดปุ่มเปิดอะไรบางอย่าง

...คลิปเสียงที่แอบอัดขณะนั่งดื่มด้วยกัน

“ลองฟังดูเองแล้วกัน”

“ฉันถามจริงเถอะ แกชอบใครกันแน่วี?” มิรันตรีถาม

“จารู้ ไป ทำมาย?” รุจรวีตอบเสียงขาดห้วงยานคาง เดาว่าคงดื่มเบียร์ไปไม่น้อย

“ฉันอยากช่วยแกนะ”

“แกช่วยฉัน ไม่ ได้...”

“เขมทัต?”

หล่อนหัวเราะหึหึแทนคำตอบ

มิรันตรีจึงเปลี่ยนคำถาม

“งั้นนารา?”

รองประธานสาวนิ่งไปชั่วอึดใจ

“นารา เพิ่ง ปฎิเสธ ฉัน”

“ตกลงแกชอบนารา?” เพื่อนหล่อนถามย้ำ

“ชะ ใช่” เสียงหวานตอบแผ่วเบา

สาวรุ่นพี่กดปิดคลิปเสียง แล้วมองหน้าสาวรุ่นน้อง

“คิดว่าไง?”

พี่วีชอบฉัน!

ร่างสูงรู้สึกลำคอแห้งผาก หัวใจเต้นรัวแรงแทบกระโดดออกนอกร่าง ไม่คาดเลยว่า วันนี้ตนจะได้ยินคำรักจากปากของหล่อน

...คำรักที่รอคอยมาหลายปี

“กะ ก็ไม่ยังไงค่ะ” นารากลั้นใจตอบออกไป

ปากแข็งพอกันเลยคู่นี้ เหมาะสมกันเกิน!

หัวหน้าฝ่ายการเงินคิดประชดในใจ คลี่ยิ้มแล้วพูดหยอกเย้า

“ถ้านาปากแข็งน้อยกว่านี้ รุจรวีคงไม่เมา เหมือนคนอกหักแบบนี้หรอก จริงไหม?”

“ไม่จริงสักหน่อย” สาวผมสั้นเผลอค้อน แล้วพูดแก้ตัว “นาไม่ได้ทำให้พี่วีอกหักสักหน่อย”

ทว่าสาวรุ่นพี่ไม่ใส่ใจกับคำพูดปฎิเสธนั้น

“ไปใคร่ครวญให้ดีๆ ว่านาชอบใคร? พี่ว่าเพื่อนพี่ดีกว่าปภพ หรือแม้แต่โอภาส” มิรันตรีกล่าวเสียงจริงจัง “ถ้านาไม่ได้รักชอบ ก็อย่าไปให้ความหวังใคร มันไม่ดี”

“เข้าใจค่ะ”

“ขอบใจนะที่ยอมออกมา” เพื่อนหล่อนกล่าวอย่างซาบซึ้ง ถึงน้ำจิตน้ำใจของอีกฝ่าย

ถ้าเธอนิสัยดีน้อยกว่านี้ พี่คงตัดใจได้ง่ายขึ้น

“นาต้องเป็นฝ่ายขอบคุณพี่มิต่างหาก ที่ทำให้นาได้รู้อะไรดีๆ” นาราพูดยิ้ม กลอกตาไปมา “นาขอคลิปเสียงเมื่อกี้ได้ไหมคะ?”

“จะเอาไปแบลค์เมล์วี?” แกล้งหยอก

“ค่ะ” คนอายุน้อยกว่าตอบหน้าตาย

“ร้ายนะเรา” สาวรุ่นพี่พูดกลั้วหัวเราะ ไม่คิดว่าเธอจะแสบขนาดนี้ “ได้ถือเป็นค่าตอบแทน พี่ส่งให้ทางไลน์แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ” สาวผมสั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองคลิปเสียงที่ถูกส่งมาในมือถือตน “ขับรถดีๆ นะคะ”

“อือ พรุ่งนี้เจอกัน”

“ค่ะ”

มิรันตรีรอจนนาราเข้าบ้าน จึงแล่นรถออกไป ในใจคิดอวยพรให้สองสาว

ขอให้สมหวังนะวีนา

 

ร่างสูงเห็นไฟในห้องรับแขกเปิดอยู่ เห็นแม่นั่งอยู่ที่โซฟา จึงเดินเข้าไปหาแล้วนั่งข้างๆ

“ยังไม่นอนอีกเหรอคะแม่”

“แม่รอลูกน่ะ” นภาบอกเสียงนุ่ม ก่อนไอจนตัวโยน

นารารีบเข้าไปลูบหลังแม่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตก ไม่ชอบเวลาเห็นญาติผู้ใหญ่ต้องไม่สบายเพราะตน

“ทีหลังแม่นอนก่อนนะคะ ไม่ต้องรอนาหรอก นาไม่อยากให้แม่ป่วยอีก”

พอมารดาหยุดไอก็คลี่ยิ้มอ่อน

“แม่ไม่เป็นไร”

“ไอขนาดนี้ยังไม่เป็นไรอีกเหรอคะ” ลูกสาวบ่นแบบไม่จริงจัง

“แล้วที่ออกไปหาเพื่อนเรียบร้อยไหม?”

“เรียบร้อยค่ะ” สาวผมสั้นจะบอกแม่เสมอเวลาไปไหนมาไหน ไม่อยากให้แม่ต้องเป็นห่วง “นาพาแม่ไปนอนนะคะ”

“ไปสิ”

สาวผมสั้นประคองมารดาไปนอนที่ห้อง ก่อนห่มผ้าให้นภาจนถึงอก

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะแม่”

“ขอบใจลูก”

เธอหอมหน้าผากแม่เบาๆ และนั่งรอจนอีกคนหลับสนิท จึงลุกไปปิดไฟ แล้วออกจากห้องอย่างเงียบที่สุด

นาอยากให้แม่แข็งแรง อยู่กับนาไปนานๆ

นารากลับไปอาบน้ำ แล้วเข้านอนในช่วงเกือบเที่ยงคืน เธอเปิดฟังเสียงหล่อนสารภาพรักอีกหลายรอบ แล้วอดยิ้มไม่ได้ ก่อนข่มตาหลับ แต่ในใจยังคงคิดฟุ้งซ่านไปถึงรุจรวี

พี่วีรักฉันดีใจจัง...แต่จะดีมากถ้าได้ยินต่อหน้า

สาวผมสั้นหลับตาพริ้ม ก่อนเข้าภวังค์นิทราพร้อมรอยยิ้มเปื้อนหน้า

 

รุจรวีตื่นขึ้นแบบมึนๆ ในช่วงสาย มองตัวเองที่อยู่ในชุดเมื่อวาน จำไม่ได้ว่า ตนกลับมานอนกลิ้งที่โซฟาได้อย่างไรด้วยซ้ำ แต่เดาได้ว่าคงเป็นมิรันตรีหิ้วกลับมา พอลุกนั่งก็มีอาการเวียนหัวจากการเมาค้าง

กี่โมงแล้วเนี่ย?

“คุณวีไหวไหมคะ?” สาวใช้เข้ามาถามทันที ที่เห็นหล่อนนั่งนวดขมับตัวเอง

“ไม่เป็นไร” คนสวยบอกไปแบบนั้น ทั้งที่มึนหัวไม่น้อย

สงสัยต้องหายาแก้ปวดกิน

“ตื่นแล้วเหรอลูก” อธิปที่แต่งตัวพร้อมจะออกไปทำงานทักทายลูกสาว

“เมื่อคืนมิมาส่งวีสินะคะ” ลูกสาวเดา

“มิกับนาน่ะ” คนเป็นพ่อเฉลย

หืม

หล่อนจำไม่ได้ว่าเห็นอีกคน

“นารา?”

“ใช่ สองคนนั้นช่วยกันหิ้วปีกลูกมาวางไว้ที่นี่ แม่เขาเช็ดหน้าเช็คตาให้ไปบ่นไป เยอะเป็นกระบุงเลย โชคดีนะที่วันนี้แม่ไม่ว่างแต่เช้า ไม่งั้นลูกหูชาแน่”

หญิงสาวรู้สึกว่าตนทำให้พ่อต้องเดือดร้อน มีไม่กี่คนที่อดทนฟังรดาบ่นได้แบบไม่เครียด

“ขอโทษค่ะพ่อ”

“จะดื่มพ่อก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่เมาแบบนี้ก็ไม่ไหว พ่อไม่อยากให้ลูกเจอเรื่องแย่ๆ เข้าใจนะ” บิดาพูดเตือนอย่างหวังดี อย่างไรเสียหล่อนก็เป็นผู้หญิง หากมีอะไรเกิดขึ้นจะเสียหายได้ง่ายมาก

ฉันนี่ไม่ไหวเลยจริงๆ

ลูกสาวคิดตำหนิตัวเองที่ทำให้ผู้ใหญ่เป็นห่วง เหมือนตนเป็นลูกที่ไม่ค่อยดี

“วีจะระวังค่ะ”

“วันนี้จะไปทำงานรึเปล่า ถ้าไม่ไหวก็พักอยู่บ้านเถอะ พ่อไม่หักเงินเดือนหรอก” ประธานบริษัทพูดอย่างอารมณ์ดี

สำหรับอธิป รุจรวีเป็นผู้บริหารตัวอย่างที่ทำงานเกินหน้าที่ แถมลาหยุดน้อยมาก เป็นคนที่เขาไว้วางใจมากที่สุด ตั้งใจจะส่งไม้ต่อหากเขาวางมือจากบริษัท

“ขอบคุณค่ะท่านประธาน” ลูกสาวรับมุก

“พ่อไปก่อนนะ วันนี้ต้องทำงานแทนรองวีด้วย” บิดาพูดยิ้มทีเล่นทีจริง

“โชคดีค่ะพ่อ”

หลังอธิปออกไปแล้ว คนสวยที่อาการค่อยยังชั่วเดินขึ้นห้องนอน เพื่อจัดการกับตัวเอง พออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยพลันได้ยินเสียงข้อความเข้ารัวๆ

ติ๊ง! ติ๊ง!

หล่อนหยิบอุปกรณ์สื่อสารมาอ่าน เป็นข้อความจากมิรันตรี

Mirantree : เมื่อวานแกเมามาก ทำให้ฉันรู้หลายเรื่องที่แกปิดบังฉันไว้ ฉันเปลี่ยนใจไม่จีบนาราแล้ว...เพราะน้องไม่ได้ชอบฉัน

พอรุจรวีอ่านถึงตรงนี้ก็ใจเต้นแรงขึ้น พลันเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา

หรือมิจะรู้ว่านาราชอบใคร?

Mirantree : เมื่อคืนฉันอัดคำสารภาพรักของแกไว้ด้วย เผื่อแกจำไม่ได้ว่าพูดอะไร ลองเปิดฟังดู

Mirantree : *ส่งคลิปเสียง*

Mirantree : ฉันทำหน้าที่เป็นกามเทพให้แกแล้ว ถ้าคบกับน้องสำเร็จ แกต้องเลี้ยงมื้อใหญ่ฉันเป็นการตอบแทน

Mirantree : ฉันส่งคลิปนี้ให้นาไปแล้วเมื่อคืน อย่าปากแข็งอีกเลย ถ้าแกปล่อยมือจากน้อง หรือดูแลน้องได้ไม่ดี...ฉันจะดูแลนาราเอง เข้าใจนะ

หล่อนเปิดฟังคลิปนั้น ใบหน้าสวยร้อนผะผ่าว อายแทบแทรกแผ่นดินหนี หลังมีหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด

ที่ผ่านมารองประธานสาวไม่เคย ที่จะเอ่ยคำนี้ให้นาราได้ยินเลยสักครั้ง ผิดกับเธอที่เคยพูดกับหล่อนหลายหน

รุจรวีรู้สึกพลาดท่ามาก พาลไปโกรธเพื่อนรักแทน

ไอ้บ้ามิ!

OoXoO

พี่มิแกล้งพี่วีซะแล้ว ตกลงพี่มิเป็นพวกน้องนาสินะ อิอิ...ต้องมาดูสิว่า พี่วียังจะเก๊กออกอีกหรือเปล่า?

ตอนนี้ร่างแรกเขียนใกล้เสร็จแล้ว ว่าจะไม่เยอะ แต่ก็ติดลม อดมันมือไม่ได้เสียทุกที (เกิน 350 หน้าชัวร์)...อดใจรอกันอีกหน่อยนะคะ  

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ ทุกหัวใจ และทุกการติดตามค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 12 มีนาคม 2564
Last Update : 12 มีนาคม 2564 20:34:56 น.
Counter : 204 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com