Group Blog
มีนาคม 2564

 
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 12 (YURI)

๑๒

 

หมดไปอีกวันสินะ เหนื่อยชะมัด

รุจรวีถอนใจยาวเหยียด ขณะอยู่ภายในห้องนอนของตัวเองในช่วงหัวค่ำ หลังเขมทัตถูกมารดาชักชวนให้ทานอาหารเย็นต่อ รดาปฏิบัติตัวกับชายหนุ่มดีเป็นพิเศษ ประหนึ่งว่าอยากได้เขาเป็นลูกเขยเสียเต็มประดา ทำให้หล่อนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

...เป็นมื้อที่ไม่อร่อยเอาเสียเลย ทั้งที่มีของโปรดวางเต็มโต๊ะ

จะปฏิเสธพี่เขมอย่างไรดี?

เป็นคำถามที่ยังไร้ซึ่งคำตอบ สาวงามไม่คิดที่จะให้ความหวังที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินกับเขา เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ดูเหมือนว่าคนเป็นแม่ จะไม่ได้สนใจความรู้สึกของลูกสาวสักเท่าไหร่

ถ้าบอกให้แม่แต่งงานเอง ฉันจะหัวแตกไหม

ทอดถอนใจอย่างเบื่อหน่าย

แม้จะรู้ว่ายากจะเปลี่ยนใจรดา แต่หล่อนมีความคิดเป็นของตัวเอง

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดใจจากความรักครั้งแรก ความรู้สึกที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ซึ่งเคยคิดว่าหายไปหมดแล้ว กลับชัดเจนขึ้นหลังเจอกับนาราอีกครั้ง

...จูบนั้นทำให้หล่อนแน่ใจว่าตนรักใคร ต้องการที่จะอยู่กับใคร ไปจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

เรื่องนี้ไม่ง่าย แต่หล่อนไม่คิดถอดใจ

หญิงสาวรู้ว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายไม่ได้เห็นชอบด้วยนัก โดยเฉพาะแม่ของตน ที่แสดงความจงเกลียดจงชังนารา ประหนึ่งว่าเป็นศัตรูจากชาติปางก่อน

อยากรู้จัง นาราได้ยินคลิปนั้นแล้ว จะคิดยังไงกับฉัน?

ความคิดวนกลับไปหาหญิงสาวผมสั้น แม้จะไม่พอใจที่มิรันตรีเอาความลับของตนไปให้เธอ แต่ก็อดนึกขอบใจเพื่อนสนิทไม่ได้ เพราะหล่อนไม่มีความกล้ามากพอที่จะเอ่ยปากบอกกับเจ้าตัวแน่

ติ๊ง!

เสียงข้อความจากมือถือดังขึ้น ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ความคิด จึงหยิบอุปกรณ์ราคาแพงมาเปิดอ่าน เป็นข้อความจากคนที่ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่ชื่อผู้ส่งทำให้หล่อนผุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

ตายยากจริงๆ

น้องนา : นี่นารานะ รับเป็นเพื่อนหน่อยสิ นะคะ

เขียนอ้อนก็เป็น...พัฒนาขึ้น

รุจรวียิ้มให้กับมือถือ ตัดสินใจกดรับ แล้วเขียนถาม

WE : ขอไลน์ฉันมาจากไหน?

น้องนา : ขอพี่มิน่ะ แต่ถ้าคุณไม่อยากคุย ก็ไม่ต้องอ่าน

WE : ขี้งอน

น้องนา : เปล่าสักหน่อย

WE : มีอะไร?

น้องนา : ถ้าไม่มี เขียนไม่ได้

WE : เกเร

อารมณ์ไม่ดีหรือเปล่าเนี่ย

นาราเงียบไปเป็นนาที เห็นแค่ตัวหนังสือ เดาใจอีกฝ่ายไม่ถูกว่าอยู่ในอารมณ์ไหน จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

น้องนา : ได้ข่าวว่าไม่สบาย เป็นอะไรมากไหม?

WE : แค่มึนหัว ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว...เป็นห่วงฉัน?

น้องนา : อยากให้บอกว่าไม่ห่วง?

เธออดกวนประสาทไม่ได้ เดาว่าอีกคนต้องต่อว่ากลับมาแน่ และไม่ผิดไปจากที่คาด

WE : ยอกย้อน

หล่อนส่งสติ๊กเกอร์แลบลิ้น

เล่นแบบนี้ก็เป็นด้วย น่ารักจัง

น้องนา : พรุ่งนี้ไปทำงาน?

WE : ไปสิ ฉันไม่อู้อยู่แล้ว

น้องนา : ค่ะคุณคนขยัน อยากได้เอแคลร์สักกล่องไหมคะ?

WE : ฟรี?

นาราค้อน แล้วส่งสติ๊กเกอร์ตกใจ

น้องนา : ขี้งกไปนะคะท่านรองขา ขนมกล่องนึงแค่ไม่กี่บาท ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกค่ะ

ประชดเก่งเหมือนเดิม

รุจรวียิ้มกว้างกับคำประชดประชันนั้น แล้วส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะ

WE : มาส่งที่ห้องตอนเช้าด้วย ฉันจะทานกับกาแฟ

ได้ทีขี่แพะไล่เชียว

น้องนา : รับทราบค่ะเจ้านาย หายเร็วๆ นะคะ

WE : ขอบใจ

น้องนา : ฝันดีค่ะ พรุ่งนี้เจอกัน

WE : Good Night

สาวสวยยิ้มกว้างให้กับโทรศัพท์ แล้ววางเครื่อง ความเหนื่อยล้าที่มีก่อนหน้าจางหายไปเกือบหมด หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ แม้ว่าบทสนทนาไม่มีความหวานเลยสักนิด แต่สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ความเอาใจใส่ และความห่วงใยที่แฝงอยู่ในทุกตัวอักษร

...ซึ่งความรู้สึกนี้เป็นแค่กับบางคนเท่านั้น

เด็กบ้า! มาทำให้หัวใจฉันสั่นอีกแล้ว

รุจรวีต่อว่าทั้งที่รอยยิ้มยังคงเกลื่อนหน้า จำไม่ได้ว่าหัวใจพองฟูโตแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

...หล่อนอยากให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเร็วๆ

คืนนี้จะหลับลงไหม

 

เขียนได้เย็นชา สมเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งจริงๆ

นารายิ้มเต็มหน้าขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว หลังทานอิ่มแล้ว ลืมไปเสียสนิทว่าอยู่ในสายตาของมารดา

“คุยกับใครเหรอลูก?” นภาถาม ไม่บ่อยนักที่จะเห็นลูกสาวติดมือถือ พิมพ์ไปยิ้มไป จึงชวนให้สงสัย

ตอบแบบไหนดี?

เธอเงยหน้ามองคนถาม แต่ไม่คิดโกหก

“อ๋อ คุณวีน่ะค่ะ”

ทำงานไม่กี่อาทิตย์ ก็กลับมาสนิทกันจนได้ จะหนีไม่พ้นกันจริงๆ เหรอเนี่ย

คนอายุมากกว่าทำหน้าเคร่งขรึมหลังได้ยินชื่อหล่อน ไม่อยากให้ลูกสาวต้องเสียใจเหมือนครั้งก่อน แต่ไม่คิดหักหาญน้ำใจ จึงตะล่อมถามแบบอ้อมๆ

“นาคิดจะสนิทกับเธออีกเหรอลูก?”

คือว่าตอนนี้ยังไม่สนิทเท่าไหร่ แค่กอดจูบทักทายไปนิดหน่อย

คิดตอบในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกไป เกรงแม่ได้ยินแล้วจะเป็นลม หากรู้ว่าลูกสาวไวไฟขนาดไหน

เธอเม้มปากแน่น ก่อนตอบออกไป

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ นาอยากให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”

‘หากเป็นคู่แท้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรักจะยังคงมั่นคง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง’ ...สาวร่างสูงปักใจเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต

แม้โอกาสที่คนเราจะเจอรักแท้เป็นไปได้น้อยมาก น้อยกว่าโอกาสถูกรางวัลที่หนึ่ง แต่นาราคิดจะวางเดิมพันหมดหน้าตัก

หญิงสาวคิดอย่างไม่มั่นใจ แม้ว่ารุจรวีจะหลุดปากบอกชอบ แต่ไม่ได้พูดต่อหน้าเธอ เป็นแค่คลิปเสียง และอีกเหตุผลคือ เธอไม่เชื่อคำพูด แต่ดูที่การกระทำเป็นสำคัญ

...ลิ้นสามนิ้วจะพูดอะไรก็ได้ บางคนก็เชื่อถือไม่ได้

หวังว่าพี่วีคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังหรอกนะ

“เผื่อใจไว้ด้วยนะลูก” คนเป็นแม่พูดโพล่งออกมา

นาราเงียบ ไม่ตอบรับหรือปฎิเสธ

หัวดื้อจริง ลูกใครเนี่ย

นภาเลี้ยงเธอมากับมือ ย่อมรู้จักอุปนิสัยหญิงสาวดีกว่าผู้ใด จึงพูดเสียงนุ่มกว่าเดิม

...ไม้แข็งใช้กับเธอไม่ค่อยได้ผล มีแต่จะทำให้ต่อต้านมากขึ้น

“นารู้ใช่ไหมว่า แม่รักนามาก ถ้านาเสียใจ แม่จะเสียใจมากกว่า” นภารักและห่วงลูกสาวที่สุด ยิ่งกว่าชีวิตของตนด้วยซ้ำ

ฉึก!

ประโยคนี้แทงใจดำของคนฟัง สาวผมสั้นคอแห้งผาก สบตากับมารดา

นาไม่มีวันลืมเรื่องนี้แน่ค่ะ

“นาทราบค่ะแม่”

ผู้ใหญ่ยิ้มบางโล่งใจขึ้นหลายส่วน ที่อีกคนยอมเข้าใจ ไม่ดึงดันจนเกินไป แต่จะเชื่อฟังแค่ไหน ก็คงต้องรอดูกันต่อไป

“ดีแล้ว”

“นาไปล้างจานก่อนนะคะ แม่ไปดูหนังเถอะ ละครมาแล้วมั้งคะ” เธอพูดขณะเก็บจานที่ทานแล้ว เพื่อนำไปทำความสะอาด

“อือ”

แม่มองลูกสาวที่เติบโตขึ้นอย่างภาคภูมิใจ สำหรับนภา ชีวิตนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านาราอีกแล้ว

แม่รักลูกนะนา

 

รุจรวีไปทำงานแต่เช้าด้วยสีหน้าตึงๆ หลังแต่งตัวเสร็จลงมาเพื่อทานอาหารเช้า เจอรดาพูดกึ่งสั่งให้ออกไปเที่ยวกับเขมทัตให้มากขึ้น หลังเมื่อวานเขาพูดเหมือนฟ้องว่า หล่อนไม่ค่อยสนใจเขาเท่าที่ควร

“ถ้าลูกยังไม่คบกับใคร แม่อยากให้ลูกพิจารณาเขมทัตสักหน่อย เขมเหมาะสมกับลูกที่สุดแล้ว เชื่อแม่สิ” รดากล่าวจริงจัง หลังคิดทบทวนมาอย่างดี ก่อนยิ้มบ้าง หวนคิดถึงตนเองในวัยสาว “ดูตาก็รู้ว่าเขาอยากแต่งงานกับลูกมาก”

มาได้ไง?

หล่อนเลิกคิ้วเรียวขึ้นเล็กน้อย เป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัว ไม่คิดว่าแม่จะไปไกลจนกู่ไม่กลับ หากเป็นคนอื่นมาพูดแบบนี้คงเข้าใจไปว่า ชายหนุ่มติดสินบนอีกฝ่ายแน่

“แต่งงาน?”

“ใช่ อายุลูกเหมาะที่จะมีครอบครัวได้แล้วนะวี...”

เหมาะสมแล้วไง ในเมื่อฉันไม่ได้รักเขา

คนสวยไม่ได้ตั้งใจฟังประโยคต่อไปของแม่เลยด้วยซ้ำ แค่ฝืนยิ้ม แล้วมองเลยไปยังอธิปที่กำลังตักข้าวต้มทาน

ช่วยวีหน่อยสิคะ

คนเป็นพ่อส่ายหัว เป็นเชิงเตือนไม่ให้พูดอะไร ขืนพูดผิดหูภรรยาอาจเทศน์ยาวเป็นชั่วโมง จนไปทำงานสายได้ บางเรื่องก็ต้องปล่อยผ่านไป เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของตนเองและครอบครัว

นี่ก็กลัวเมียเกิ๊น

หล่อนได้แต่ทำตามโดยไม่ปริปาก ตั้งหน้าตั้งตาทานมื้อเช้า แค่ครึ่งท้องแล้วรีบออกจากบ้าน หวังไปหาอะไรทานต่อเอาข้างหน้า

 

“สวัสดีค่ะคุณวี”

“สวัสดีค่ะ”

รองประธานสาวยกยิ้มน้อยๆ ทักทายกับพนักงานคนอื่น ขณะก้าวผ่านไปยังโถงชั้นล่างของบริษัท แต่แล้วต้องชะงักฝีเท้า เมื่อตาคู่สวยหวานสบกับสายตาคู่คมเข้า

นารายืนอยู่หน้าลิฟต์เพียงลำพัง ส่งยิ้มให้รุจรวีทั้งปากทั้งตา ในใจแอบชมหล่อนตั้งแต่ไกล

แม่เจ้า! ผู้หญิงอะไรสวยสง่าทุกวัน เซ็กซี่ทุกย่างก้าว

เธอมาถึงก่อนหล่อนเล็กน้อย ในมือมีถุงขนมหลายกล่อง นำมาให้อีกฝ่ายตามสัญญา รวมถึงเผื่อให้เพื่อนร่วมงานหลายคนที่สั่งจองเอาไว้ด้วยตั้งแต่เมื่อวาน

“มาเร็วดีนี่” รองประธานสาวเปรยขึ้นลอยๆ ขณะยืนอยู่ใกล้เธอ แต่สายตามองตรง ทำเป็นไม่สนิทสนมกับอีกคนต่อหน้าคนอื่น ไม่อยากเป็นข่าวซุบซิบในบริษัทนัก

...การเป็นผู้บริหารจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดี

“คือฉันมีแรงจูงใจในการมาทำงานเร็วค่ะ”

“แรงจูงใจ?”

“ใช่ค่ะ” สาวผมสั้นพยักหน้า เอียงหน้าไปมองใบหน้าสวย “คุณไงคะ แรงจูงใจของฉัน”

หืม!

รุจรวีอึ้งงันไปหลายวินาที หลังเอียงคอสบสายตาเธอ ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกแก้มร้อนขึ้น

“พะ พูดอะไรของเธอ” ไม่บ่อยที่จะพูดจาตะกุกตะกัก หายใจไม่ค่อยทั่วท้อง

“ฉันพูดความจริงค่ะ”

“ปากหวาน” เสียงสูงเหมือนประชด

นารายิ้มกว้างขึ้น หลังอีกคนหลงพูดเข้าทางมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนพูดสัพยอก

“ฉันว่าคุณน่าจะรู้อยู่แล้วว่า ปากฉันหวานแค่ไหน จริงไหม?”

ยังจะพูดอีก

หน้าสวยหวานร้อนกว่าเดิม ไม่คิดว่าร่างสูงจะปากกล้าขนาดนี้ ต่างจากสมัยก่อนที่ไม่ค่อยพูด ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

“คนลามก...” หล่อนต่อว่าเสียงแผ่ว

เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนผายมือเชิญรองประธานสาว เมื่อประตูเหล็กเปิดออก

“เชิญค่ะท่านรองวี”

หล่อนส่งค้อนทางสายตา ก้าวเข้าไปก่อน แล้วนาราก็ตามไปด้วย พร้อมทำหน้าที่บริการ เลือกกดปุ่มชั้นบนสุด

“ไหนขนมฉัน?”

“ไม่งกเลยนะคะ” สาวหน้าคมแกล้งว่า

รุจรวีทำเป็นไม่รู้ แล้วรับมุกหน้าตาย

“ขอบใจที่ชม”

“โหย!” เธอค้อนน้อยๆ “ประชดค่ะ ประชด”

“อ้าวเหรอ” ร่างบางซ่อนยิ้มในหน้า

“ฟอร์มจัดไปนะคะท่านรองขา” เด็กใหม่ขยับเข้าไปใกล้หล่อน แล้วเป่าลมใส่ข้างหูอีกฝ่าย

เล่นอะไรเนี่ย

สาวสวยสะดุ้ง แล้วขยับตัวออกห่าง แต่เธอใช้มือรั้งเอวไว้

“เอ๊ะ อย่ารุ่มร่ามสิ”

ทว่านาราไม่สนใจ

“ฉันชอบเวลาคุณยิ้ม คุณสวยมากๆ เลย”

“แปลว่าปกติไม่สวย” รุจรวีจ้องตาเขม็งเพื่อรอคำตอบ

เธอรีบคิดหาคำตอบอย่างเร็ว

“ฉันไม่ได้พูดนะ แต่เวลาดุๆ ก็โอเค สวยไปอีกแบบ...เหมือนแม่เสือ” พูดจบไม่ทันขาดคำ ก็ต้องร้องลั่น “โอ๊ย!” สาวผมสั้นเด้งตัวหนีปลายเล็บแหลมที่จิกใส่หน้าท้อง

“นี่แหนะ ไปไกลๆ เลย”

“เจ็บนะคุณ”

“สมน้ำหน้า”

หล่อนทำหน้าสะใจ จังหวะนั้นประตูก็เปิดออก จึงก้าวออกจากตู้เหล็ก เพื่อไปยังห้องทำงานของตน

ดุๆ แบบนี้หายาก เหมาะจะเป็นแฟนฉันที่สุด

ร่างสูงคิดเข้าข้างตัวเอง แล้วตามรุจรวีไม่ห่าง

OoXoO

E-book เรื่องนี้มีแล้วนะคะ โหลดซื้อได้เลยค่ะ ลิ้งค์ซื้อนิยาย MEB อยู่ทางขวามือนะคะ อ่านแล้วชอบก็แจกห้าหัวใจ เขียนคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ...ขอบคุณที่อุดหนุนกันเสมอมา

ตอนนี้พี่วีกับน้องนาเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกนิด แต่จะมีอะไรทำให้ความสัมพันธ์นี้เปลี่ยนแปลง ต้องติดตามกันต่อไปค่ะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกหัวใจ และทุกการติดตามค่ะ

นาง ^^

OoXoO 




Create Date : 26 มีนาคม 2564
Last Update : 26 มีนาคม 2564 17:30:28 น.
Counter : 124 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com