Group Blog
มีนาคม 2564

 
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 9 (YURI)

 

หวานกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

นาราอมยิ้มในหน้า ขณะบรรจงจูบรุจรวีลึกซึ้งมากขึ้น นึกดีใจที่หล่อนไม่ขัดขืนหรือแสดงความรังเกียจ สังเกตได้จากการที่อีกคนจูบตอบ หลับตาพริ้มแถมยังกอดคอเธออีกต่างหาก เหมือนกลัวว่าตนจะหนีไป

...หากหล่อนไม่พอใจ จะไม่มีวันแสดงออกแบบนี้

“อืม...” รองประธานสาวส่งเสียงครางอย่างพึงพอใจออกมา

คนปากแข็ง

อดค่อนขอดหล่อนไม่ได้ ที่ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกัน เธอสอดมือตระกองกอดเอวคอดไว้ รั้งให้เราแนบชิดกันมากขึ้น นาราเลียริมฝีปากสวยตรงหน้าเพื่อขอทาง ซึ่งสาวสวยก็ร่วมมือด้วยเป็นอย่างดี

...จุมพิตแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งกว่าเดิม

ขณะที่สองสาวกำลังเพลิดเพลินกับการแลกลิ้นอยู่นั้น จึงไม่ทันได้ยินเสียงประตูเปิด

สองผู้บุกรุกนิ่งชะงัก เมื่อเห็นภาพหวานซึ้งตรงหน้า หนึ่งคืออธิป และอีกหนึ่งคือแววตา

จะ จูบกัน...แม่เจ้า!

แววตาที่อยู่ด้านหลังเบิกตาค้าง รีบใช้มือปิดปากตัวเอง ไม่ให้หลุดส่งเสียงออกไป สองแก้มร้อนผ่าว เลขาสาวไม่คิดว่าจะได้เห็นหล่อนทำแบบนี้กับใคร แถมยังดูดปากกับผู้หญิงอีกต่างหาก

...ถ้าไม่เห็นเองกับสองตา ถึงอมพระประธานมาพูด ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

ที่แท้คุณวีก็ชอบคุณนานี่เอง

แววตาได้คำตอบที่สงสัยมานาน

ให้ตายสิ! ลูกสาวฉันไวไฟไปไหม

ประธานบริษัทสบถในใจ ไม่คิดว่าสองสาวจะสานสัมพันธ์กันเร็วเกิน ทั้งที่ห่างเหินกันไปหลายปี

ก่อนหน้านี้ อธิปไม่เชื่อมั่นในความรักแบบเด็กๆ หรือที่เรียกว่า Puffy Love หรือรักแรกพบ ไม่ว่าจะเป็นความรักของเพศไหน ด้วยมองเป็นเรื่องผิวเผิน รักหวานซึ้งไม่นานก็จืดจาง เลิกราไปหาคนใหม่ แค่หลงรูปโฉมโนมพรรณ ซึ่งไม่จีรังยั่งยืน

บิดาหล่อนไม่มีอคติกับความหลากหลายทางเพศ ไม่ได้รังเกียจหรือมองผิดปกติ มองทุกคนไม่ต่างกัน ไม่ได้หัวอนุรักษ์นิยมแบบรดาที่แสดงความชิงชังอย่างไม่ปิดบัง

...จนทำให้เด็กสองคนต้องแยกจากกันไปหลายปี

ซึ่งตอนนั้นเขาวางเฉย ไม่ได้ห้ามปรามภรรยา เพราะมองว่าทั้งคู่ยังเด็กเกินกว่าจะรู้จักความรัก

แต่ดูเหมือนว่า อธิปจะตัดสินใจพลาดไปถนัด ไม่คิดว่าผ่านไปหลายปี สองสาวจะยังคงรู้สึกลึกซึ้งไม่ต่างจากเดิม

ถ้ารดารู้เข้า บ้านอาจจะแตกได้

เขาถอนใจเบาๆ ปวดหัวขึ้นกะทันหัน เมื่อคิดถึงภรรยาตัวเอง ที่เจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตของลูกสาวมาก จนรุจรวีแทบขยับตัวไม่ได้ แต่กลับตามใจลูกชายหัวแก้วหัวแหวน จนเสียผู้เสียคน

...แม่ส่วนใหญ่มักจะมีหลายมาตรฐานกับลูกเสมอ

แม้ว่าใจจริง เขาอยากจะให้ลูกสาวแต่งงานมีเหย้ามีเรือน มีลูกหลาน แต่ก็ไม่ได้คิดบีบคั้นจิตใจ ว่าจะต้องเลือกใคร แต่ก็เฝ้ามองดูอยู่ห่างๆ อย่างเป็นห่วง หลังมีหนุ่มหลายคนผ่านเข้ามาจีบรุจรวี ทุกคนล้วนแล้วแต่เพียบพร้อม เป็นสามีในอุดมคติของสาวๆ

อย่างรายล่าสุดก็เขมทัต ที่ได้รับแรงเชียร์จากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ว่าที่ลูกเขยที่รดาหมายมั่นปั้นมือมากในช่วงนี้ แต่ดูแล้วเขาคงไม่ได้ไปต่อ

หลายปีที่ผ่านมา คนสวยไม่เคยแสดงท่าทีว่าสนใจใครเป็นพิเศษ ออกจะเย็นชาใส่คนที่มาแจกขนมจีบเสียด้วยซ้ำ จนรดาเริ่มบ่นบ่อยขึ้น กลัวลูกสาวจะขายไม่ออก ส่วนเขาเลิกสนใจเรื่องนี้มานานแล้ว รู้ดีว่าลูกสาวดื้อเงียบขนาดไหน ปล่อยให้รุจรวีเลือกทางเดินชีวิตเอาเอง

“อะฮึ่ม!”

บิดาหล่อนกระแอมเบาๆ

เฮ้ย!

สองสาวรีบผละออกจากกัน หันขวับไปทางต้นเสียง แล้วก็ต้องหน้าชาร้อน ไม่คิดว่าการกระทำของเราจะถูกจับได้คาหนังคาเขา

พ่อ!

ลูกสาวอึ้งที่เห็นหน้าบิดา เม้มเรียวปากสวยแน่นแทบเป็นเส้นตรง ก่อนสงบใจลงอย่างรวดเร็ว

ซวยแล้วฉัน!

นาราครางในใจ รู้สึกเหมือนเป็นคนร้ายที่ลอบมาตีท้ายครัวของผู้มีพระคุณ แต่ยามกะทันหันกลับหาคำอธิบายไม่เจอ

“คะ คุณลุงคะ คือว่า-” พูดตะกุกตะกัก ผิดจากปกติที่พูดคล่องจนลิงหลับ

“ไม่ต้องอธิบายหรอก” รุจรวีพูดขัดขึ้น มองว่าหลักฐานชัดขนาดนี้ พูดแก้ตัวไปก็เปล่าประโยชน์ เหมือนการจูบเมื่อกี้ไม่มีความหมาย ซึ่งมันไม่ใช่

ตอนนี้หัวใจของหล่อนได้คำตอบแล้วว่า...ต้องการอยู่กับใคร

แปลว่าเลือกนาราสินะ

“เฮ้อ!” บิดาหล่อนถอนหายใจยาวเหยียด กับคำพูดของลูกสาวที่ยอมรับโดยดุษฎีว่า...รักชอบใคร

“แต่ว่า-” สาวร่างสูงเอ่ยค้าน แต่พูดไม่ทันจบ

“หรือว่าเมื่อกี้เธอแค่ล้อเล่น” น้ำเสียงรองประธานสาวเย็นเยือก ตวัดสายตาคู่สวย ให้คนฟังต้องเสียวสันหลังไม่น้อย

ใครจะกล้าล้อเล่นกัน

เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก พอสบสายตาดุๆ ของหล่อนก็แทบไปต่อไม่เป็น รู้ว่าหากพูดผิดต้องโดนงอนแน่ ไม่ใช่เรื่องสนุกกับการง้อเจ้าหญิงน้ำแข็งเลยสักนิด

รุจรวีทำเป็นไม่สนใจตนได้ เป็นอาทิตย์เป็นเดือน เหมือนเป็นคนแปลกหน้าก็เคยทำมาแล้ว

ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณ ไม่อยากแยกกับคุณอีกแล้ว

“มะ ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ ฉันไม่กล้าหรอก” รีบแก้ตัวลิ้นรัวเร็ว

“ดี” หล่อนพูดสั้นๆ

บรรยากาศในห้องนั้นเงียบกริบไปเป็นนาที เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิต ทุกคนล้วนอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

อธิปทำลายความเงียบขึ้นคนแรก ด้วยคำถามที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน

“ตั้งใจจะคบกันจริงๆ ใช่ไหม?”

“ไม่ค่ะ” / “ไม่ได้ค่ะ”

หืม?

พ่อหล่อนทำหน้าประหลาดใจ ไม่คิดว่าสองสาวจะตอบไปทางเดียวกัน

หล่อนเอียงคอสบตาเธอ หน้าสวยบึ้งตึงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เหมือนตัวเองโดนตบหน้าแรงๆ ...เสียหน้ามากที่อีกฝ่ายปฎิเสธตน

“จะเอาอย่างไร?”

ตายแน่ฉัน!

นารารับรู้ได้ถึงพายุอารมณ์ ของผู้หญิงสวยหวานตรงหน้า ที่ก่อตัวพร้อมจะระเบิดในทุกวินาที

“ฉะ ฉันไม่ได้รังเกียจคุณ ไม่ได้คิดล้อเล่นเลยนะคะ” คนอายุน้อยกว่ารีบตอบรัวเร็ว จนลิ้นแทบจะพันกัน “ตะ แต่ฉันยังไม่พร้อมค่ะ”

หาคำแก้ตัวที่ดีกว่านี้ไม่ได้รึไง

รุจรวีขมวดคิ้วเรียวแทบเป็นปม ก่อนเบนสายตามองไปอีกทาง เพื่อข่มอารมณ์ร้อนๆ ที่พร้อมจะปะทุออกมา

“คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์ ก็เลยท่ามากสินะ”

โอ๊ย! คิดไปไหนเนี่ย

ครางในใจ ทำหน้าเหลอหลา ที่โดนอีกฝ่ายหวาดระแวงว่า สนใจคนอื่นมากกว่าหล่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริงสักนิด ที่ผ่านมาหัวใจสี่ห้องของนารามีแค่ผู้หญิงสวยตรงหน้าคนเดียวมาตลอด และมั่นใจว่าจะเป็นแบบนั้นตลอดไป

เธอรู้ว่า สาวสวยเป็นพวกหวงของมาก แต่ไม่คิดว่าจะขี้หึงขนาดนี้ พอคิดแบบนี้ก็เผลอยิ้มไม่ได้

หึงฉันสินะ แปลว่าชอบฉันมาก ดีใจจัง

ทว่าหล่อนหันมาเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม จึงเข้าใจไปคนละทาง

ยิ้มแบบนี้ คิดอยู่สินะ...คนหลายใจ!

“จะไปไหนก็ไปเลย” เอ่ยปากไล่

สาวหน้าคมทำหน้าตื่น คว้ามือนิ่มมากุมไว้

“ไม่ใช่นะ...”

“ปล่อย!” สาวหวานสะบัดมืออีกคนออกเหมือนรังเกียจ แล้วนั่งกอดอก

นาราอึ้งงันกับปฏิกิริยานั้น ได้แต่ชักมือกลับ ยามกะทันหันยังหาวิธีง้องอนหล่อนไม่ออก

ขี้งอนจริงๆ ลูกฉัน

อธิปส่ายหน้าไปมา ไม่บ่อยที่จะเห็นลูกสาวแสดงกิริยาแบบเด็กเอาแต่ใจเช่นนี้

“นา” เขาคิดยุติความขัดแย้งไว้ชั่วคราว เพื่อให้สองฝ่ายไปสงบสติอารมณ์ “ไปทำงานก่อนเถอะ เดี๋ยวลุงคุยกับวีเอง”

“เอ่อ ค่ะคุณลุง” นาราได้แต่รับคำ เพราะจนปัญญาจะรับมือกับรุจรวี ปรายตามองสาวสวยแวบหนึ่ง “ไว้คุณใจเย็นลงก่อน ฉันจะมาคุยกับคุณใหม่ ขอตัวก่อนนะคะ ส่วนขนมนี่ฉันตั้งใจเอามาฝากคุณ” เธอบอกก่อนลุกจากไป

ชิส์ คิดเอาขนมมาล่อ ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะ

รุจรวีกลอกตาไปมาอย่างหงุดหงิด แต่ไม่แสดงออกอะไรมากไปกว่าเม้มปากเรียวแน่น ใบหน้าสวยเย็นชายิ่งกว่าเดิม

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คุณวีจะโมโหขนาดนี้ แสดงว่าชอบ...ไม่สิน่าจะรักคุณนามาก

แววตาที่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นคิดประหลาดใจ มองตามหลังสาวร่างสูงจนกระทั่งออกจากห้องไป

ผู้หญิงคนนี้มีอะไรดี ถึงชนะใจคุณวีได้?

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของนาราดูจะเป็นเรื่องฮิตมากในบริษัท RB พนักงานหลายคนแอบคาดเดาไปต่างๆ นานา ว่าเธอจะเลือกใคร มีตั้งแต่รุจรวี มิรันตรี ไปจนถึงปภพ วันนี้ก็มีโอภาสเพิ่มมาอีกคน

สงสัยได้มีศึกชิงนางกันบ้างล่ะ?

เลขาสาวอดกังวลใจแทนรองประธานสาวไม่ได้

“ฉันอยากได้กาแฟสักแก้ว ช่วยจัดให้ทีสิ” อธิปบอกกับเลขาสาวแว่น จุดประสงค์เพื่อขอเวลาคุยกับลูกสาว

“ค่ะท่าน” แววตารีบออกไปอย่างรู้งาน

หลังอยู่ในห้องตามลำพัง พ่อทรุดตัวนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับรุจรวี ที่ดูจะคลายอารมณ์ร้อนลงไปบ้าง

“ทำไมต้องโกรธน้องด้วย? ลูกก็รู้ว่าบางเรื่องจะใจร้อนมากไม่ได้” คนเป็นพ่อพูดเสียงนุ่มปลอบโยน

“วีคิดว่า นาราโลเลต่างหาก คนหลายใจ”

ตรงไหนกันที่โลเล...มองผิดรึเปล่า?

อธิปเลิกคิ้วหนากับความเข้าใจของลูกสาว ที่ตีความต่างจากตนลิบลับ

“เอาเถอะอย่าคุยเรื่องนี้เลย” เขาเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากกวนหัวใจหล่อนให้ขุ่นมากไปกว่านี้ มองถุงที่นาราทิ้งไว้มีขนมหลายกล่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดของรุจรวี จึงเอ่ยเตือนสติ “ถ้าน้องไม่สนใจลูกจริงๆ คงไม่เอาขนมมาฝากหรอกนะ”

บ้าจริง!

รุจรวีสบถในใจ หลังคิดตามคำพูดของบิดา ยกมือนวดขมับ หลังรู้ว่า ตนพลาดอย่างแรงเสียแล้ว ที่พูดแบบไม่ยั้งคิดออกไป

“วีควรทำอย่างไรดีคะพ่อ?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความวิตก

“ก็ไปขอโทษน้องตรงๆ พ่อเชื่อว่านาไม่ใช่คนใจดำใจแข็ง” อธิปมั่นใจเกินร้อย ด้วยรู้จักอุปนิสัยของเธอดี

“หวังว่านะคะ” หล่อนพึมพำอย่างไม่แน่ใจ ความโกรธจางหาย มีความกังวลเข้ามาแทนที่

สองพ่อลูกนั่งจิบกาแฟและทานขนมของนารา จากนั้นอธิปกลับไปห้องทำงานของตน

รุจรวีเหม่อมองถุงขนมที่เหลือของเธอ แล้วถอนใจเบาๆ

ตกลงเธอจะเลือกใครนารา?

 

ขวัญฤทัยหมุนตัวไปคุยกับสาวร่างสูง หลังติดใจความอร่อยจนฝากซื้อขนมร้านแม่หลายหน

“ขนมฉันล่ะนา?”

ทำไงดี?

นารายิ้มแหยๆ หลังให้ขนมรุจรวีไปทั้งหมด ลืมไปว่ามีของเพื่อนที่สั่งซื้อรวมอยู่ในนั้นด้วย

“ขอโทษที เมื่อเช้าตื่นสายก็เลยลืมน่ะ ไว้พรุ่งนี้ได้ไหม เดี๋ยวฉันแถมให้หนึ่งถุง”

“ก็ได้” เพื่อนเธอยอมตกลง เพราะเห็นแก่ของแถม

“ขอบใจนะ” สาวร่างสูงบอก แล้วก้มหน้าลงอ่านคู่มือสำหรับการทำงานของบริษัท RB ฟู้ดส์ที่ยังอ่านค้างอยู่

นามีปัญหาอะไรรึเปล่า?

มิรันตรีสังเกตเห็นนาราดูขรึมๆ ไม่ร่าเริงเหมือนทุกวัน แถมมาทำงานสายกว่าปกติ ได้แต่คิดเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน

ช่วงเที่ยง สมาชิกฝ่ายการเงินยกขบวนลงไปทานข้าวกลางวันพร้อมหน้าพร้อมตา โดยมิรันตรีเดินอยู่ข้างนารา

ร่างสูงสังเกตเห็นว่าสายตาหลายคู่มองมายังตนแบบแปลกๆ

มีอะไรอีก?

ขณะที่นพินซึ่งพอรู้ต้นสายปลายเหตุ ได้แต่ทำหน้าเบื่อ

พวกนี้คงว่างมาก ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเกิน

“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันกับนาจองโต๊ะ คนอื่นไปซื้อก่อน” สาวอาวุโสของกลุ่มบอก

“ผมอยู่กับคุณดีกว่า ให้นาไปซื้อก่อน” วสุ หนุ่มคนเดียวของฝ่ายการเงินแย้ง ไม่อยากเอาเปรียบเด็กใหม่จนเกินไป

“ไปเถอะ” หัวหน้าฝ่ายการเงินชวนอีกสองคนที่เหลือ

“ขอบคุณค่ะ” นาราบอก

ขวัญฤทัยแยกไปซื้ออาหารอีกทาง มิรันตรีจึงเดินไปกับสาวร่างสูง พร้อมกับพูดแนะนำไปด้วย

“ก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านนี้อร่อย แต่ถ้าชอบอาหารฝรั่ง หรืออาหารญี่ปุ่นก็ทางโน่น”

“พี่มิจะทานอะไรคะ?”

“ก๋วยเตี๋ยวดีกว่า”

“งั้นนาขอไปดูทางนั้นก่อน”

“ไปเถอะ” สาวรุ่นพี่พยักหน้า

นาราหมุนตัวเพื่อจะไปอีกทาง แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อมองเห็นภาพบาดตาบาดใจ รุจรวีเดินคุยมากับเขมทัต ใบหน้าสวยหวานยิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับตอนคุยกับตนลิบลับ

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะคบกันฉัน ตอนนี้ควงกับหมอนี่ ใครกันแน่ที่เจ้าชู้ไว้ใจไม่ได้

เธอนึกต่อว่าในใจ

หล่อนหันมาสบตากับสาวหน้าคมพอดี รู้สึกตกใจไม่น้อย สายตาวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาที

นารา

“มีอะไรหรือเปล่าครับวี?” เขมทัตถามขึ้น หลังสาวสวยให้ความสนใจคนอื่นมากกว่าตน

ซึ่งเขาจำได้แม่นยำว่า...เป็นคนรักเก่าของหล่อน

มองใกล้ๆ ก็หน้าตาสวยดี แต่ฉันไม่ยกวีให้หรอกนะ

ชายหนุ่มมองนาราไม่ต่างจากคู่แข่ง

“รุ่นน้องน่ะค่ะ” รุจรวีตอบเสียงนุ่ม หันมาส่งยิ้มให้เธอ “ทานให้อร่อยนะ”

แค่รุ่นน้องสินะ...

“ค่ะ” สาวหน้าคมหน้าเปลี่ยนสี ฝืนรับคำ แล้วเดินต่อไป

รองประธานสาวมองตามหลังนาราแวบหนึ่ง ก่อนหันไปชวนคนข้างกายไปเลือกซื้ออาหารต่อ

 

มิรันตรีจับสังเกตสองสาวอย่างละเอียด กลอกตาไปมา ถอนใจเบาๆ ปะติดปะต่อเรื่องได้พอสมควร ทั้งคู่อาจจะหลอกคนอื่นได้ ยกเว้นผู้หญิงคนนี้

ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้...

เพื่อนหล่อนทานอาหารมื้อนั้นเงียบๆ เหมือนใช้ความคิดหนัก ปรายตามองใบหน้าคมสวยของนารา ที่ไร้รอยยิ้มอย่างสิ้นเชิง เธอทานอาหารแบบซังกะตาย เป็นภาพที่ชวนให้หงุดหงิดมาก

หัวหน้าสาวเผลอกำช้อนในมือแน่นขึ้น พาลโมโหไปยังเพื่อนรักที่โกหกตนเอาไว้

แกหลอกฉัน ไอ้วีบ้า!

OoXoO

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีๆ แย่ๆ แถมความลับไม่เป็นความลับเสียแล้ว มิรันตรีรู้แล้วด้วย...ต้องมาดูว่าพี่มิจะทำอะไร? (มิรันตรีเป็นอีกตัวที่ไรท์ชอบมาก อยู่ในโพยที่จะมีเรื่องของเธอในอนาคต)

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกการติดตาม และทุกการทวงถามค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 08 มีนาคม 2564
Last Update : 8 มีนาคม 2564 19:30:54 น.
Counter : 192 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com