Group Blog
มีนาคม 2564

 
2
3
4
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 11 (YURI)

๑๑

 

“วันนี้รองวีหยุดอยู่บ้าน สงสัยเมื่อคืนจะหนักไปหน่อย” มิรันตรีพูดกระซิบกับนารา หลังอีกคนเอากาแฟร้อนมาส่งที่โต๊ะทำงาน ยกขึ้นจิบเล็กน้อย โดยไม่ลืมที่จะเป่าไล่ความร้อน “อืม อร่อยมาก”

“ขอบคุณค่ะ”

“เมื่อคืนฝันดีรึเปล่า?” หัวหน้าสาวแกล้งถาม

คนถูกถามทำหน้าสับสน

“คะ?”

สาวรุ่นพี่เพ่งมองใบหน้าสวยคมอย่าพินิจพิจารณา

“ดูสดใสขนาดนี้ คงฝันดีสินะ”

“พี่มิล้อเล่นแล้ว” เธอยกยิ้มแบบอายๆ เป็นการยอมรับว่า เมื่อคืนมีความสุขมาก หลังฟังคลิปเสียงของรุจรวีไปหลายต่อหลายรอบ

มีความสุขมากสินะ พี่ดีใจด้วย

คนอายุมากกว่าอ่านสีหน้าคนเก่ง จึงคิดจะส่งเสริม

“นาอยากได้ไลน์ของวีไหม?”

หืม

หญิงสาวผมสั้นทำตาวาว แต่แล้วคิดเปลี่ยนใจ

“ไม่ดีกว่าค่ะ นาไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเธอ”

สาวร่างสูงไม่อยากให้หล่อนมาโกรธกันภายหลัง มองว่าถ้าอีกฝ่ายอยากคุยด้วย ก็คงเอ่ยปากขอเอง

ฉันไม่อยากให้พี่วีโมโหฉันอีก

เด็กคนนี้ปากแข็งและใจแข็งมาก น่าสงสารคุณวี

หัวหน้าการเงินคิดขำ และนึกสงสารเพื่อนรักของตน ไม่แปลกใจเลยที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ก้าวหน้าเสียที จนต่อมาเกิดความเข้าใจผิด แล้วแยกจากกันไป หัวใจสองดวงบอบช้ำไม่น้อย แต่กระนั้นก็ไม่ง่ายที่จะเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น

...รักแรกหยั่งรากลึกเกินไป

โอเค ไหนๆ ก็ไหนๆ ฉันจะเป็นกามเทพให้ก็แล้วกัน

“ถ้าเปลี่ยนใจ อยากได้ไลน์ก็บอกพี่นะ”

มิรันตรียอมตัดใจจากผู้หญิงหน้าคมตรงหน้า ด้วยเหตุผลที่ว่า ความรู้สึกของตนส่งไปไม่ถึงอีกฝ่าย ทั้งที่รู้สึกชอบมากมาย ตั้งแต่ตอนที่สองสาวสนิทสนมกันคราวก่อน ซึ่งในครั้งนั้น ตนเป็นแค่คนกลาง แอบรักอยู่ฝ่ายเดียว ได้แต่คอยเป็นห่วงอยู่ไกลๆ รู้สึกโชคร้ายที่มาทีหลัง

หัวหน้าฝ่ายการเงินสังเกตออกว่า สายตาคมกริบของนารายามมองทุกคน แตกต่างจากยามมองรุจรวี ดูลึกซึ้งหวานเชื่อม ซึ่งหล่อนเองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่เก็บซ่อนได้ดีกว่า

...ถ้าไม่ใช่คนตาบอดก็ต้องเข้าใจว่า สองสาวรักกันมาก

ผ่านมาหลายปี สายตาเธอก็ยังคงมองหล่อนเฉกเช่นเดิม

มิรันตรีคิดไตร่ตรองอย่างหนัก และยอมปล่อยมือ ก่อนที่จะเจ็บหนักมากไปกว่านี้

‘เมื่อไปต่อไม่ได้ ก็อย่าดันทุรังให้เสียแรงเปล่าเลย ถ้าอีกฝ่ายไม่มีใจก็อย่าทำตัวให้น่าสมเพช ด้วยการด้อยค่าตัวเอง หรือทำตัวให้น่าสงสาร’ ...นักเขียนนิรนามได้กล่าวไว้

เราคงไม่มีบุพเพสันนิวาสกันจริงๆ สินะ น่าอิจฉาวีชะมัด

สาวรุ่นพี่ได้แต่หวังว่า สักวันฟ้าคงจะส่งคนที่ใช่มาให้

นารายิ้มมุมปาก รับรู้ได้ถึงความหวังดีของคนตรงหน้า ที่เอาใจใส่เธออย่างดีเสมอมา

“ขอบคุณค่ะพี่มิ”

สำหรับร่างสูงแล้ว มิรันตรีคือพี่สาวที่ดีที่สุดคนหนึ่ง

หากฉันไม่ได้รักพี่วี ฉันก็คงรักพี่มิ ใครได้เป็นคนรักพี่มิ คงโชคดีมาก

“แล้วตัวอย่างงบการเงินที่ให้อ่าน พอเข้าใจไหม?” หัวหน้าฝ่ายการเงินเปลี่ยนเรื่องสนทนาเข้าสู่เรื่องงาน

“เข้าใจค่ะ”

“วันนี้พี่จะให้นาลองทำเอกสารของฝ่ายจัดซื้อ” หัวหน้าสาวเลื่อนเอกสารปึกใหญ่มาตรงหน้าเด็กใหม่ “แบบฟอร์มก็ปริ้นเอาจากฐานข้อมูล พี่ขอดูวันมะรืนนะ สงสัยตรงไหนก็ถามได้”

“ค่ะพี่มิ”

เพื่อนหล่อนมองตามหลังลูกน้อง ที่หอบเอกสารนั้นกลับโต๊ะ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

ฉันคงเป็นได้แค่พี่สินะ

มิรันตรีคิดน้อยใจนิดๆ แล้วรีบสะบัดเรื่องอื่นทิ้ง หันมาสนใจงานตรงหน้า เป็นเอกสารเบิกเงินค่าคอมมิชชั่นของฝ่ายขาย พลันหรี่ตาลงเล็กน้อย หลังดูมองตารางข้อมูลคร่าวๆ จนครบทุกหน้า

จู่ๆ คุณปิ่นมณีกลายเป็นท็อปทรีของบริษัท เก่งเร็วไปนะ กินยาวิเศษอะไรเข้าไป?

สาวรุ่นพี่คิดประชด ไม่อยากจะเชื่อว่า นี่เป็นฝีมือของหลานสาวท่านประธานจริงๆ

ที่ผ่านมา สาวเปรี้ยวไม่ได้มีความสามารถสูงขนาดนั้น เป็นแค่นักขายระดับกลางๆ จึงเดาว่าน่าจะเป็นการปั่นยอด เจตนาหวังเลื่อนขั้นให้ปิ่นมณีเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย แทนคนเก่าที่กำลังจะหมดวาระ

อิทธิฤทธิ์อายาสินะ อยากรู้จริงว่าคุณลุงอธิปจะเลือกใคร?

การหยั่งรู้ความคิดของท่านประธานไม่ใช่เรื่องง่าย

หากใช้คนไร้ความสามารถ บริษัทก็จะมีปัญหา ทำให้คนเก่งขาดขวัญกำลังใจ ไม่อยากอยู่ด้วย อย่างร้ายก็กลายเป็นโรคสมองไหล แต่ถ้าเลือกคนเก่ง ไม่พ้นกระทบกระทั่งกับญาติพี่น้อง ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ

...เป็นอะไรที่ตัดสินใจได้ยากมาก

ไม่ว่าอธิปจะเลือกอะไร คนที่รับเคราะห์กรรมคงไม่พ้นสาวสวยที่ต้องรับมือกับสองแม่ลูกนั้น มิรันตรีคิดสงสารเพื่อนสนิท แต่เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร จึงช่วยอะไรไม่ได้

บางทีการเป็นรองประธาน ก็ไม่ใช่เรื่องสนุกเท่าไหร่

 

นาราคิดอย่างไรกับฉัน?

รุจรวีนอนคิดหนัก หลังทานมื้อเช้าก็กลับขึ้นมาพักผ่อน แต่หลับไม่ลง สมองคิดวุ่นวายถึงสาวหน้าคม ไม่แน่ใจว่าอีกคนจะยังมีตนในหัวใจหรือไม่ ลึกๆ ในใจแอบนึกกังวลว่า กาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งอย่าง รวมถึงความรู้สึกของนารา

คนสวยไม่ชอบใจปภพอย่างมากที่มาวุ่นวายกับของๆ ตน แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ตาม แถมยังมีโอภาส มาเสริมทัพให้ต้องปวดประสาทยกกำลังสอง จึงเผลอขมวดคิ้วเรียวอย่างลืมตัว

นายภาสไม่ได้รักชอบนาราหรอก คงแค่อยากแกล้งเล่นมากกว่า

หญิงสาวคิดเดาแบบนั้น น้องชายเป็นพวกดื้อรั้น ชอบการเอาชนะคะคานเป็นที่สุด สมัยก่อนเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากับนารา ไม่ต่างจากปิ่นมณี

อย่าบอกนะว่า คิดเอานาราเป็นหมากเล่นงานฉัน...บ้ามาก!

รองประธานสาวเดาถึงความเป็นไปได้ หลังโอภาสมองตนเป็นตัวอุปสรรค ที่ทำให้เขาเป็นแค่พนักงานธรรมดา แทนที่จะมีตำแหน่งในฝ่ายบริหารของบริษัท RB ฟู้ดส์

เขาไม่เคยยอมรับว่า ทั้งหมดเป็นผลจากการกระทำแย่ๆ ของตนเอง แต่เลือกที่จะกล่าวโทษผู้อื่น อันเป็นนิสัยของคนส่วนใหญ่ เพราะมันง่าย และไม่ต้องรู้สึกผิด

คิดอะไรตื้นๆ ไม่โตสักที แล้วแบบนี้จะปกครองคนได้อย่างไร

หล่อนถอนใจ ก่อนปิดเปลือกตาลง

 

“วันนี้วีไม่ได้มาทำงาน เห็นบอกว่าไม่สบาย ลูกไปเยี่ยมพี่เขากับแม่ไหม?” ปิติยาถามลูกสาว ผู้จัดการบริษัทแทบจะรู้ทุกการเคลื่อนไหวของสองผู้บริหาร ว่าทำอะไรที่ไหน หรือพบกับใครบ้าง?

ตามกลยุทธ์ของซุนวูที่ว่า...ต้องรู้เขารู้เรา

ในระยะนี้ ปิติยาใช้เส้นสายทุกวิถีทาง เพื่อกรุยทางตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายให้กับลูกสาว ทั้งที่ปิ่นมณีเพิ่งทำงานมาที่นี่ไม่นาน เพียง 2-3 ปีเท่านั้น

หากพูดตามตรง สาวเปรี้ยวไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้นัก ด้วยมีคนอื่นที่เหมาะสมกว่าทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ และความสามารถ แต่ว่าคนเป็นแม่ไม่คิดสนใจ ในเมื่ออำนาจกับเงินเดือนนั้นหอมหวลมากกว่า

ก่อนจะขึ้นมาในตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ปิติยาได้ใช้วิธีแบบเดียวกันนี้ โดยเข้าทางรดา ภรรยาประธานบริษัทหรือพี่สะใภ้ตัวเอง จึงคิดว่าวิธีนี้น่าจะใช้ได้ผลดี มองว่าในทุกธุรกิจมักใช้ระบบอุปถัมภ์

ส่วนระบบคุณธรรมเป็นแค่ทฤษฎีที่เขียนไว้โก้ๆ เท่านั้น ทว่าในความเป็นจริงแทบไม่เกิดขึ้นเลย หรือมีก็น้อยมากๆ

“ปิ่นไม่ไปได้ไหมคะ?” สาวเปรี้ยวกล่าวเสียงกระเง้ากระงอด ไม่อยากเห็นหน้าสวยของลูกพี่ลูกน้องคนนั้น หลังอีกฝ่ายขู่ตัดเงินเดือนของตน โดยมองว่า รุจรวีลำเอียงเข้าข้างนารา

ในทุกสถานการณ์ น้อยครั้งที่ปิ่นมณีจะยอมรับว่าตนเป็นฝ่ายผิด ตามประสาเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ

เฮ้อ! คิดน้อยไปนะ

มารดาถอนหายใจยาว กับท่าทีที่ไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่เอาเสียเลย ทั้งที่อายุก็เกือบจะเบญจเพศ

“ไม่ไปน่ะได้ แต่ถ้าลูกอยากเป็นหัวหน้าฝ่ายขาย ก็ควรที่จะไปให้พี่เขาเห็นหน้าเห็นตาบ่อยๆ ยังไงเราก็เป็นลูกน้องนะ”

เป็นหัวหน้าก็เหนื่อยแย่สิ อยู่เฉยๆ ดีกว่าตั้งเยอะ

สาวเปรี้ยวทำหน้างอหงิก ส่วนตัวไม่ใช่คนมักใหญ่ใฝ่สูง ด้วยมีอุปนิสัยเป็นพวกรักสบายมากกว่า

“ปิ่นไม่ได้อยากเป็นขนาดนั้นซะหน่อย”

“โอกาสดีขนาดนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ” แม่กล่าวเตือนสติ ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายจะอยู่ในวาระสี่ปี หากผลงานดีอาจได้เป็นต่ออีกวาระ “อยากรออีกสี่ปีแปดปีก็ตามใจ”

“แม่อ่ะ ปิ่นยังไม่พร้อม” หญิงสาวทำเสียงอ้อน

ไม่ได้เรื่องจริงๆ เลยลูกฉัน

ปิติยาต่อว่าลูกสาวในใจ

จริงๆ แล้วอาสาวของหล่อนไม่ได้หวังแค่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายขายให้ปิ่นมณี แต่มองไกลไปกว่านั้นมาก

หลายปีที่ผ่านมา อธิปสุขภาพไม่ค่อยดีนัก เป็นไปได้มากว่า เขาอาจจะเกษียณตัวเองเร็วๆ นี้ แน่นอนว่ารุจรวีคือว่าที่ประธานบริษัทคนต่อไป ส่วนตำแหน่งรองประธานก็จะว่างลง

แม่สาวเปรี้ยวแอบเล็งตำแหน่งนี้อยู่ มองว่าไม่มีใครที่เหมาะสมไปกว่าตน รวมถึงลูกชายคนเดียวของอธิป

นายภาสห่วยขนาดนั้น พี่อธิปไม่มีวันเลือกแน่ แค่ไม่ไล่ออกก็ดีแค่ไหนแล้ว...ตำแหน่งรองประธานบริษัทต้องเป็นของฉัน

“ตกลงจะไปไหม?” คนเป็นแม่ถามเสียงราบเรียบ ตาคู่ที่มักแสดงความอ่อนโยนฉายประกายไม่พอใจ

ส่งตาดุขนาดนี้ ปิ่นไม่ไปได้เหรอคะ

ปิ่นมณีทำหน้ามุ่ย ไม่อยากให้บุพการีขุ่นเคือง

“ไปก็ได้ค่ะ”

“เลิกงานก็ลงไปรอแม่ที่ชั้นหนึ่ง ขับรถไปพร้อมกัน”

“ค่ะ”

หลังตกลงกันเรียบร้อย สาวเปรี้ยวก็กลับไปทำงานต่อ ปิติยาจึงโทรไปสั่งดอกไม้หนึ่งช่อ เพื่อเอาไปเยี่ยมหลานสาว

 

ทำไมรถของพี่เขมถึงอยู่ที่นี่?

ปิ่นมณีขมวดคิ้วแทบเป็นปม หลังจอดรถในอาณาเขตของบ้านรุจรวี ไม่คิดว่าผู้ชายที่ตนแอบชอบจะมาที่นี่ด้วย เป็นอะไรที่ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน

จะแย่งฉันทุกอย่างเลยรึไง

ความอิจฉาริษยาในอกพุ่งทะลัก เผลอกำหมัดแน่น ปลายเล็บแหลมจิกอุ้งมือแต่ไม่รู้สึกเจ็บสักนิด

ตั้งแต่เด็กจนโต ปิ่นมณีไม่อาจเอาชนะ หรือตีเสมอรุจรวีได้เลยสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา ฐานะ หรือแม้แต่หน้าตาที่แสนภาคภูมิใจ ก็เป็นได้แค่เบอร์สองตลอด

...ใครๆ ก็ชื่นชมหล่อน ไม่เห็นตนอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

ยิ่งตอนนี้ ตนเป็นแค่พนักงานธรรมดา จะไปสู้รองประธานบริษัทได้อย่างไร ช่องว่างจึงไม่ต่างจากฟ้ากับเหว

เพราะฉันรวยสู้ยายนั่นไม่ได้ใช่ไหม

“ใจเย็นๆ อย่าเสียมารยาทนะลูก” ปิติยาเตือนเบาๆ ไม่อยากให้ความใจร้อนชั่วขณะทำลายทุกอย่างให้พังลง

ให้เย็นยังไงไหว

ลูกสาวเถียงในใจ

“ถ้าลูกอยากให้เขาสนใจ ก็ต้องยิ่งใหญ่ให้มากกว่านี้ อยู่ให้สูงกว่านี้”

ปิ่นมณีคิดตามคำพูดของแม่ แล้วตัดสินใจเด็ดขาด แววตาเป็นประกายดุดันจริงจัง

ฉันจะไม่ยอมยกพี่เขมให้เธอแน่ รุจรวี

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“ถ้าไม่ชอบก็แค่นั่งเฉยๆ พยายามยิ้มไว้ เดี๋ยวแม่จัดการเอง”

“ค่ะแม่”

รดาที่กำลังคุยอย่างถูกคอกับเขมทัต โดยมีรุจรวีนั่งอยู่ด้วย หันมาทักทายสองแม่ลูกพร้อมรับไหว้ ผายมือเชิญแขกนั่งที่เก้าอี้รับแขก

“ได้ยินเสียงรถเมื่อกี้ ก็คิดอยู่ว่าใครมา ยามานี่มีอะไรหรือเปล่า?” พี่สะใภ้ถาม เพิ่งกลับมาถึงหลังจากไปประชุมสมาคมฯ มาถึงบ้านเจอเขมทัตนั่งคุยกับลูกสาวอยู่ก่อน จึงอารมณ์ดีขึ้น หลังตอนแรกตั้งใจว่าจะเทศนาหล่อนที่ทำตัวเหลวไหล

ตามมาถึงบ้านแบบนี้ แปลว่าชอบลูกสาวฉันมากสินะ ช่างเอาใจใส่ดีจริง แบบนี้ล่ะลูกเขยที่อยากได้

แม่หล่อนคิดอย่างมั่นใจ อยากให้เขาเป็นลูกเขยของตนเร็วๆ จึงคิดเปิดทางปล่อยให้หนุ่มสาวคุยกัน แต่ไม่ทันจะขอตัวขึ้นห้อง สองแม่ลูกก็มาพอดี

“ยามาเยี่ยมหลานวีน่ะค่ะ ได้ข่าวว่าไม่สบาย” ปิติยาพูดยิ้ม ยื่นช่อกุหลาบสีแดงสดช่อใหญ่ให้กับหล่อน “หายเร็วๆ นะวี”

ไม่สบายวันเดียว ได้ดอกไม้เยี่ยม...ช่างเอาใจไปนะคะ

รองประธานสาวมองออกว่า อาสาวของตนต้องการอะไร แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ขอบคุณค่ะอายา” สาวสวยรับช่อดอกไม้นั้น คลี่ยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจ ก่อนหันไปทางสาวใช้ที่อยู่ใกล้ๆ “ใส่แจกันเลยนะ”

“ค่ะคุณวี” สาววัยรุ่นรับคำอย่างกุลีกุจอ รับดอกไม้สวยนั้นไปจัดทันที

“วีชอบกุหลาบเหรอครับ?” เขมทัตถาม

“ค่ะ สวยดี” หล่อนตอบคำถาม ก่อนคิดต่อในใจ

ก็แค่ชอบ...แต่ไม่ได้ชอบที่สุด

“งั้นต่อไปพี่จะส่งกุหลาบให้วีบ่อยๆ” ชายหนุ่มพูดอย่างร่าเริง คิดว่าวิธีนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราพัฒนาขึ้น

จะส่งมาทำไมเยอะๆ เกะกะโต๊ะ

รุจรวีคิดอย่างเบื่อๆ แต่ขยับปากตอบไปตามมารยาทว่า

“ไม่ต้องหรอกค่ะ วีเกรงใจ”

“งั้นเหรอครับ” เขมทัตทำหน้าจ๋อยไปเล็กน้อย

ไม่ได้เรื่องเลยลูกฉัน พูดแบบนั้นได้ยังไง ตายๆ

รดาคิดต่อว่าลูกสาว ก่อนพูดแทรกขึ้น

“วีเขาขี้เกรงใจน่ะเขม จริงๆ น้องชอบกุหลาบมาก ส่งไปบ่อยๆ ก็ได้”

“ครับคุณอา” ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าแม่ของหล่อนสนับสนุนตน จึงคิดจะใช้ข้อได้เปรียบนี้ “อาทิตย์หน้าเครื่องประดับจากญี่ปุ่นจะมา ผมจะเอามาให้คุณอาดูนะคะ”

แม่หล่อนทำตาลุกกับคำว่า ‘เครื่องประดับ’ ตามประสาคนรักสวยรักงาม

“ดีสิ อาอยากได้เพิ่มอยู่เหมือนกัน”

“ชอบชิ้นไหนก็บอกนะครับ ผมให้ราคาพิเศษสุดเลย” เขมทัตตบคำหวานทิ้งท้าย

“ขอบใจนะ”

ใช้ของล่อแม่ฉัน...เยี่ยมจริงๆ

รุจรวีทำหน้านิ่งเฉย มองว่ามารดาเชื่อคนง่ายเกินไป แต่ก็ไม่พูดสิ่งที่คิดในใจออกมา แค่มองทุกสิ่งที่เขมทัตกระทำเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีผลที่จะทำให้หล่อนเปลี่ยนใจไปชอบเขาแบบคนรัก

ปิติยามองเป็นเรื่องธรรมดา ที่เขาจะต้องเอาใจว่าที่แม่ยายอย่างเต็มที่

ไม่ว่าใครก็ต้องอยากได้ผู้หญิงสวยรวยเป็นเมีย สมัยนี้ให้กัดก้อนเกลือกินคงไม่ไหว

ขณะที่ปิ่นมณีเผลอค้อนด้วยสายตาไปหลายรอบ ไม่ชอบใจมากที่ชายคนนี้เอาอกเอาใจแม่หล่อนออกนอกหน้า เหมือนอยากได้รุจรวีเสียเต็มประดา

คิดจะเข้าทางป้ารดา คงกะจะเป็นลูกเขยให้ได้สินะ พี่เขมบ้าที่สุด!

สาวเปรี้ยวโกรธจัดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังเขมทัตมองตนแค่แวบเดียว พร้อมส่งรอยยิ้มที่แสนจืดชืด จากนั้นไม่สนใจมองตนอีกเลย สายตาของเขาจับจ้องแต่หน้าสวยของหล่อนเกือบตลอด

ในอกของปิ่นมณีไม่ต่างจาก การสุมฟืนเข้ากองเพลิงแห่งความริษยาให้ลุกโชนขึ้น

ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน ฉันต้องชนะเธอให้ได้...รุจรวี

OoXoO

กำลังจะเข้มขึ้นตามลำดับ เรื่องนี้ไม่เน้นหวานจัดแบบ Last Promise สัญญาของเรา เรื่องนี้เน้นมันส์ตามสไตล์ไรท์ค่ะ 

ป.ล.กำลังเร่งปิดต้นฉบับค่ะ ถือว่าใกล้มากแล้วล่ะ อดใจรอกันอีกนิดนะคะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 19 มีนาคม 2564
Last Update : 19 มีนาคม 2564 21:07:12 น.
Counter : 164 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com