Group Blog
กรกฏาคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
12
13
15
16
17
18
19
20
22
24
26
27
28
30
 
 
All Blog
Why Love? โอบกอดด้วยรัก? ตอนที่ ๓ (YURI)






หญิงสาวนั่งลิสต์คำถามจำนวนมากในสมุดโน้ต หาคำตอบที่ตอบทุกโจทย์ของโปรเจคคอนโดมิเนียม เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เปิดใจยอมรับว่า ความล้มเหลวคือบทเรียน และพยายามแก้ไขเรียนรู้จากคนเก่งผู้รู้ เพื่อจะก้าวไปข้างหน้าให้รวดเร็วกว่าเดิม

...หล่อนจะไม่ยอมทำผิดพลาดเรื่องเดียวกันเป็นครั้งที่สอง

อลิษาเชื่อในคำพูดที่บอกว่า ‘คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น คนโง่เรียนรู้จากความผิดพลาดของตนเอง’

สมัยนี้เทคโนโลยีทำให้โลกแคบลง การหาความรู้ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แค่ไม่กี่คลิกบนโลกออนไลน์ก็จะพบคำตอบมหาศาล การบอกว่าไม่รู้ ไม่มีเวลา จึงเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ยิ่งในโลกมีการแข่งขันสูงลิบลิ่ว ไม่ใช่การแข่งแค่ความเร็ว แต่ต้องแข่งกันในเรื่องคุณภาพอีกด้วย

...หากทำตัวเฉื่อยชา งุ่มง่ามเป็นไดโนเสาร์ ก็มีโอกาสสูญพันธ์ได้ง่ายมาก

หญิงสาวทำงานเพลินจนกระทั่งสายฝนเข้ามาเตือนในห้อง หลังหมดเวลางานไปสิบกว่านาที

“คุณอลิษาคะ นายใหญ่โทรมาค่ะ บอกว่าท่านกำลังจะกลับแล้ว ให้คุณอลิษาไปรอข้างล่าง”

“ขอบคุณนะคะพี่ฝน”

หล่อนปิดสมุดบันทึก แล้วเก็บของใส่กระเป๋าทันที ไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อต้องรอนาน

“พี่รอข้างนอกนะคะ” เลขาฯ สาวบอก

“ค่ะ”

สายฝนออกไปนอกห้อง เพื่อเก็บของบ้าง และรอกลับพร้อมกับเจ้านายคนใหม่ สองสาวเดินลงลิฟต์ไปด้วยกัน และเมื่อเห็นนายใหญ่ยืนรออยู่ก่อน เลขาฯ ก็ทำความเคารพแล้วแยกออกไป

สองพ่อลูกก้าวออกไปหน้าตึกที่มีรถเบนซ์คันงานจอดรออยู่ ทั้งคู่ขึ้นนั่งเบาะหลัง รถคันนั้นก็แล่นออกไปท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ของพนักงานที่มองตามไปอย่างไม่วางตา


“คุณอลิษานี่ สวยไม่แพ้คุณฟ้าเลยเนอะ” หนุ่มหล่อคนหนึ่งเปรยขึ้นด้วยสีหน้าหลงใหลเหลือเกิน

“แหม นี่แกมองสูงไปหรือเปล่าเพื่อน?” เพื่อนสาวคนสนิทที่อยู่แผนกเดียวกันรีบเบรก หลังเห็นเขาทำหน้าเคลิ้มจนน่าหมั่นไส้

“ผิดด้วยเหรอ ที่ฉันจะหมายปองดอกฟ้า” ชายคนนั้นหันขวับไปเถียงหลังถูกดักคอ เขามั่นใจในหน้าตาของตนเองมาก

“ไม่ผิดหรอก” ผู้หญิงอีกคนพูดแทรกขึ้น “แต่ฉันว่า คุณเขาไม่มีทางแลแกแน่”

“ทำไมล่ะ?” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้

“ฉันไม่แน่ใจว่า คุณอลิษาจะชอบผู้ชายน่ะสิ” หญิงคนที่สองพูดเสียงเบาลง

“เฮ้ย!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมๆ กันอย่างลืมตัว

“อย่าดังสิ อยากถูกไล่ออกหรือไง” พูดดุๆ พลางหันรีหันขวางโชคดีที่ตรงนั้นไม่มีคนอื่น นอกจากกลุ่มของเธอ

“น่าเสียดายจริงๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมผู้หญิงสวยๆ ถึงชอบกินกันเอง?” หนุ่มหล่อเปรยเสียงเศร้าผิดหวัง

“ก็เพราะผู้ชายไม่กลมกล่อมน่ะสิ จะกินไปทำไมให้เสียลิ้น” หญิงคนแรกเฉลยเหมือนเย้ยนิดๆ ก่อนหัวเราะออกมา พลอยทำให้เพื่อนอีกคนหัวเราะตามไปด้วย

“ให้มันได้อย่างนี้สิ” ผู้ชายคนเดียวในกลุ่มส่ายหน้ากับความทะลึ่งตึงตังของเพื่อน ไม่แปลกใจเลยที่ยังโสดซิงจนถึงตอนนี้


เมื่อรถคันงามเข้าไปภายในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ ก็พบว่ามีรถยุโรปคันหนึ่งที่คุ้นตาจอดอยู่ก่อน

“พี่มามา มีอะไรหรือเปล่า?” อลิษาเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

“นั่นสิ” อนันต์ก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เพราะช่วงหลังหมอสาวจะไม่ค่อยมาที่นี่บ่อยนัก ยกเว้นแต่มีธุระปะปัง “ยังไงก็ชวนพี่เขาทานข้าวเย็นด้วยนะลูก พ่ออยากคุยด้วย”

“ค่ะพ่อ” หล่อนรับคำ แล้วก้าวลงจากรถอย่างสง่างามชวนมอง

เมื่อเจอกับสาวใช้ที่ยืนรอรับหน้าประตู หญิงสาวก็ส่งกระเป๋าหนังใบโตให้ พร้อมถอดเสื้อสูทตัวนอกออก

“พี่มาอยู่ไหนเหรอ?”

“อยู่หลังบ้านค่ะ กำลังดูอาการของป๊อกกี้อยู่”

หล่อนใจหายวาบเมื่อได้ยินว่า หมาตัวน้อยของตนไม่สบาย แต่กลับไม่มีใครโทรบอกเลยสักคน

“ป๊อกกี้เป็นอะไร?” ถามอย่างเร็ว

“ขาเจ็บค่ะ ไม่รู้ว่าอะไรเกี่ยวเข้า เลือดไหลเยอะมาก คุณนมเลยให้โทรหาหมอมา” สาวใช้รายงานเท่าที่รู้

“ขอบใจนะ”

'อย่าเป็นอะไรนะป๊อกกี้'

อดที่จะร้อนใจไม่ได้ จึงรีบก้าวยาวๆ ไปหลังบ้านทันที ด้วยความเป็นห่วงเจ้าตัวน้อย แต่ก็เบาใจตรงที่กันทิมามาถึงแล้ว ค่อยมั่นใจว่าอีกคนต้องรักษาอาการหมาของตนได้แน่


เมื่อเดินไปถึงหลังบ้านซึ่งเป็นโซนห้องครัว ก็เห็นสัตวแพทย์สาวกำลังพันแผลที่ขาหลังให้ป๊อกกี้ที่ถูกจับนอนหงายบนโต๊ะ โดยมีสาวใช้คนหนึ่งช่วยจับตัวเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี และมีแม่นมยืนมองอยู่อีกคน

เจ้าหมาน้อยร้องครางเป็นระยะ คาดว่าคงจะเจ็บไม่น้อย

“เกือบเสร็จแล้วป๊อกกี้ ใจเย็นๆ อย่าดิ้นนะคะ” หมอสาวปลอบอย่างอ่อนโยน ด้วยเชื่อว่า สัตว์ทุกชนิดเข้าใจภาษามนุษย์ เพียงแต่มันพูดโต้ตอบกับเราไม่ได้

อลิษายืนดูสาวร่างสูงที่ตั้งใจดูแลหมาน้อยอย่างเงียบๆ ไม่รู้ทำไมสายตาของหล่อนยามนี้ถึงเอาแต่จับจ้องวงหน้าคมรูปไข่ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดไม่วางตาเหมือนถูกสะกด ใบหน้าผู้หญิงที่หล่อนเห็นตั้งแต่จำความได้

กันทิมาไม่ใช่ญาติ ไม่มีความเกี่ยวพันใดๆ ทางสายเลือดกับหญิงสาว หากแต่ครอบครัวของเราสองสนิทสนมกันมานาน นานกว่าอายุของหล่อนเสียอีก

สำหรับอลิษาแล้ว หล่อนใกล้ชิดผูกพันกับกันทิมามากเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว หมอสาวเป็นผู้หญิงที่อลิษาเรียกขานว่า ‘พี่’ ได้อย่างเต็มปาก เป็นคนที่ทำหน้าที่เสมือนพี่สาวคนหนึ่ง ในบางครั้งก็เอาอกเอาใจมากกว่าพี่สาวจริงๆ คือแองเจิลเสียอีก

ตอนหล่อนยังเด็ก ค่อนข้างเป็นคนงอแงและเจ้าอารมณ์มาก จนบางครั้งแองเจิลกับกริชถึงกับส่ายหน้าหนี เพราะทนพฤติกรรมแสนเกเรของอลิษาไม่ไหว ก็มีสาวร่างสูงคนนี้แหละที่คอยตื้อเอาใจ จนหยุดร้องไห้และหายงอน แล้วหัวเราะได้ทั้งน้ำตา

กันทิมาเป็นทั้งพี่สาวและเพื่อนเล่นยามเหงา คอยให้กำลังใจและช่วยให้อลิษาค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับคนรอบข้างได้มากขึ้น

และในยามที่หล่อนสูญเสียมารดาไปตอนอายุ ๑๒ ก็ได้ครอบครัวและพี่สาวคนนี้คอยให้กำลังใจ จนสาวน้อยที่เงียบขรึมค่อยๆ กลับมาร่าเริงเป็นคนใหม่ได้ในที่สุด

ผิดกับอรรณพพี่ชายแท้ๆ ที่นิสัยเปลี่ยนไปหลังการล่วงลับของมารดา กลายเป็นคนเกเรเอาแต่ใจ และสร้างปัญหาให้กับบลูไดมอนด์ผับมากมาย จนถูกอนันต์ลงโทษเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

'เวลาจริงจังนี่ พี่มาดูเท่มาก'

หล่อนแอบชมสัตวแพทย์สาวในใจ เพราะปกติไม่ค่อยได้เห็นด้านนี้ของอีกฝ่ายนัก ส่วนใหญ่จะเจอกันทิมาในเวอร์ชั่นขี้เล่นขี้แกล้งมากกว่า โดยเฉพาะยามที่เจอกับแองเจิล สองสาวรักใคร่กันมากเหมือนลิ้นกับฟันเลยทีเดียว คุยกันดีๆ ได้ไม่กี่นาที ก็จะท้าทุ่มท้าตีกันเสียให้ได้

อลิษาเผลอชื่นชมวงหน้าของกันทิมานานไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงทักของใครบางคนที่หันมาเห็น

“อ้าว! อลิษามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” เสียงนมละเอียด แม่ของกันทิมาพูดขึ้นอย่างแปลกใจ ด้วยไม่คิดว่า หล่อนจะกลับบ้านเร็ว เพราะปกตินายใหญ่จะกลับถึงคฤหาสน์หลังหกโมงเย็นไม่ก็เกือบหนึ่งทุ่ม

“เพิ่งมาถึงค่ะนม” หญิงสาวหันไปตอบผู้อาวุโส ที่ทำหน้าที่ดูแลหล่อนกับพี่สาวไม่ต่างจากแม่แท้ๆ

อลิษาสืบเท้าไปหาแม่นม สวมกอดหลวมๆ และหอมแก้มเหมือนที่ชอบทำตอนเด็ก จนเคยถูกกริชแซวอยู่บ่อยครั้งว่า

“อลิษาชอบแย่งแม่ผม”

แต่สาวน้อยก็จะเถียงเขาไปแบบข้างๆ คูๆ ว่า

“แม่พี่มาก็เหมือนแม่อลิษาค่ะ”

ชายหนุ่มได้แต่ยักไหล่ยอมแพ้ ส่วนกันทิมากับแองเจิลจะหัวเราะกับอาการ ‘เด็กหลงแม่’

ขณะที่แม่นมก็จะพูดอย่างอ่อนโยนเสมอว่า

“สำหรับนม อลิษาเป็นลูกสาวคนเล็กค่ะ”

ยิ่งทำให้หล่อนรักและผูกพัน กับมารดาของกันทิมากับกริชมากขึ้นไปอีก แทบไม่ต่างจากแม่แท้ๆ ของตนเลยทีเดียว

ร่างบางเดินไปข้างโต๊ะ แล้วถามหมอสาวที่ทำแผลหมาน้อยเสร็จพอดี

“ป๊อกกี้เป็นอย่างไรบ้างคะพี่มา?”

“แผลไม่ใหญ่เท่าไหร่ พี่ฉีดยากันบาดทะยักให้แล้ว แต่กว่าแผลจะหายคงสักอาทิตย์หนึ่งค่ะ” สัตวแพทย์สาวตอบ พลางเอามือเรียวลูบหัวเจ้าพุดเดิ้ลตัวซนที่ตอนนี้นอนหงอยสงบเสงี่ยมผิดปกติ

“ค่อยยังชั่วหน่อย” หล่อนพึมพำอย่างโล่งอกหลังรู้ว่า อาการเจ็บของสัตว์เลี้ยงไม่ร้ายแรง ก่อนถามต่อ “แล้วอลิษาต้องพาไปทำแผลอีกทีวันไหนคะ?”

“อีกสองสามวันพี่มาที่นี่เองดีกว่า เจ้าป๊อกกี้ไม่ชอบขึ้นรถ” หมอสาวตอบอย่างอ่อนโยน ด้วยไม่คิดว่า การไปดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยตามบ้านลูกค้าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร...เธอถือว่าเป็นหน้าที่ของหมอ

“ก็ได้ค่ะ” สาวน้อยรับคำอย่างว่าง่าย เพราะรู้ว่าเจ้าหมาน้อยกลัวรถยนต์มาก และขี้ตกใจสุดๆ

“อย่าเพิ่งอาบน้ำสักอาทิตย์นะ เดี๋ยวแผลจะเป็นหนอง” คนเป็นหมอเตือน เพราะรู้ว่าเจ้าหล่อนเป็นพวกรักสะอาดขนาดไหน

ช่วงแรกที่เอาหมาน้อยมาให้ เจ้าป๊อกกี้แทบจะถูกอาบน้ำวันเว้นวันเลยทีเดียว จนเธอต้องเตือนว่า อาบน้ำบ่อยๆ ระวังป๊อกกี้จะปอดบวม หล่อนถึงเพลามือลงเป็นสองสามวันอาบที

กันทิมาส่ายหน้ากับนิสัยใจคอของสาวน้อย ที่บางครั้งก็เหมือนเด็กยังไม่โตนัก แต่อย่างน้อยก็อุ่นใจตรงที่อลิษาเป็นคนช่างสังเกต และละเอียดอ่อน จึงมั่นใจว่าจะดูแลเจ้าหมาน้อยได้เป็นอย่างดี

ไม่เหมือนเจ้าของบางคนที่เห่อดูแลสัตว์เลี้ยงแค่ช่วงแรก พอเบื่อก็ทิ้งขว้างไม่ใส่ใจ บางทีถึงขั้นเอาไปปล่อยวัด ไม่ก็ไปปล่อยข้างถนน...ใจไม้ไส้ระกำสุดๆ

'นานจัง!'

อลิษาเบ้ปาก ไม่ชอบใจคำแนะนำนี้เท่าไหร่ และออกอาการบ่นกระปอดกระแปด

“ห้ามอาบเป็นอาทิตย์เชียว สกปรกแย่เลย”

กันทิมากลั้นหัวเราะ กับสีหน้าท่าทางยามไม่สบอารมณ์ที่ไม่ต่างจากวัยเด็กนัก

'นี่นะหรือ ผู้ช่วยหัวหน้าโครงการคนใหม่ของกรีนไดมอนด์ จะไหวไหมเนี่ย?'

“อลิษาก็เลือกเอาแล้วกันว่า จะยอมให้ป๊อกกี้สกปรก หรือยอมให้แผลเป็นหนอง?” เธอแสร้งพูดเสียงเข้มเหมือนดุกลายๆ

หล่อนทำหน้าสลดเมื่อโดนอีกคนเอ็ด

“พี่มาอ่ะ อลิษาทราบค่ะ ก็แค่บ่นไปอย่างนั้นเอง”

สาวร่างสูงถอนหายใจยาว ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ก่อนหันไปมองมารดาที่ยืนอมยิ้มกับคำสนทนาของสองสาว

“เดี๋ยวมากลับบ้านเลย แม่จะกลับด้วยกันไหมคะ?” หมอสาวถามพลางเก็บอุปกรณ์การแพทย์ใส่กระเป๋าสีดำใบโต

“ไว้พรุ่งนี้เย็นๆ ค่อยกลับ แม่อยากอยู่ใส่บาตรก่อน เตรียมของเอาไว้แล้ว” หญิงสูงวัยตอบเสียงนุ่ม

“ค่ะแม่”

กันทิมาตามใจ เพราะรู้ว่าการนอนค้างบ้านนี้ทำให้แม่มีความสุขกับการมีเพื่อนคุยเยอะ ทั้งรุ่นเดียวกันและต่างวัย จนบางทีอีกฝ่ายลืมพ่อกับเธอไปหลายวันเลยก็มี

หมอสาวเรียนรู้ว่า คู่รักไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือบอกรักพร่ำเพรื่อ บางครั้งการอยู่ห่างๆ กันบ้าง ก็จะทำให้คิดถึงกันมากขึ้น และจะทำให้รักใคร่กันมากขึ้น

เท่าที่จำได้ พ่อกับแม่เถียงกันน้อยมาก และครั้งล่าสุดก็นานมากแล้ว สาเหตุที่ทำให้คู่รักทะเลาะกันแทบบ้านแตกคือ เรื่องกันทิมาปฏิเสธการทำงานให้ไดมอนด์กรุ๊ป สุดท้ายทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกันได้ หลังอนันต์ออกโรงไกล่เกลี่ย และตามใจหมอสาว

สาวผมสั้นสำนึกเสียใจไม่น้อย ที่ตนเป็นเหตุให้พ่อแม่ขัดแย้งกัน และพยายามยืนบนลำแข้งของตัวเองอย่างที่สุด ไม่พยายามทำสิ่งใดให้ชายหญิงคู่นี้ต้องขุ่นเคืองใจเพราะเธออีก

ก่อนที่หมอสาวจะเก็บเครื่องมือเสร็จ อลิษาก็พูดขึ้น

“พี่มาคะ พ่อให้ชวนพี่มาอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน เห็นบอกว่ามีอะไรจะคุยด้วยค่ะ”

'เรื่องอะไรกัน?'

กันทิมาทำหน้าสับสน ก่อนพยักหน้า ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคำชวนของนายใหญ่

“ค่ะ แล้ววันนี้ฟ้ากับน้องณิมาหรือเปล่าคะ?”

“อาจจะไม่มาค่ะ เห็นพี่ฟ้าบอกว่าช่วงนี้งานยุ่งมาก” หล่อนตอบ

นอกจากดูแลเรดไดมอนด์แล้ว แองเจิลยังต้องแบ่งภาคไปรับผิด ชอบบลูไดมอนด์ด้วย เพราะอนันต์ยังไม่แต่งตั้งใครขึ้นมาแทนอรรณพที่ถูกปลดออก

“งั้นเหรอ” หมอสาวพูดออกไปแบบไม่มีความหมาย ทั้งโล่งอกและเสียใจไปพร้อมๆ กัน เธอแทบไม่ได้เจอะเจอนายหญิงเลยตั้งแต่หลังงานเลี้ยงปีใหม่

'เกือบสองเดือนแล้วสินะ'

กันทิมาไม่โทรหาแองเจิลอีกเลย หลังวันปะทะเดือดที่คลับเฮ้าส์ เพราะไม่รู้จะโทรหาไปทำไม? กลัวโทรไปรบกวนเวลาแห่งความสำราญของอีกฝ่ายกับคนรัก เธอไม่อยากจะทรมานใจกับความฝันเลื่อนลอยที่เพ้อเจ้อไปเองฝ่ายเดียว

'ฟ้ามีคนรักแล้ว'

หมอสาวตอกย้ำกับตัวเองแบบนั้น เพื่อให้ตัดใจเลิกอาลัยอาวรณ์ แต่ยากเหลือเกิน เพราะหัวใจไม่รักดีไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่

“พี่มา พี่มาคะ...” อลิษาเรียกชื่อคนตรงหน้าอยู่สองสามครั้ง

เจ้าของชื่อทำหน้าเหลอหลา หลังหลุดจากภวังค์ความคิด มองวงหน้าสวยอย่างงงๆ

“คะ?”

ร่างบางส่งสายตาค้อนน้อยๆ

“พี่มาเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? อลิษาเรียกตั้งหลายหน”

'แอบคิดถึงใครอยู่เนี่ย อยากรู้จริง?'

หมอสาวยิ้มเจื่อนๆ

“พี่แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ”

หล่อนทำหน้าไม่เชื่อ แต่ไม่คิดจะซักไซ้ เพราะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะถาม กันทิมาปากแข็งพอๆ กับแองเจิลเลยทีเดียว...เหนื่อยเปล่า

“ว่าแต่วันนี้เริ่มงานวันแรก เป็นยังไงบ้าง?” คนโตกว่าเปลี่ยนเรื่องคุยไปเป็นเรื่องของคนตรงหน้า

“ก็ดีค่ะ แค่หน้าแตกนิดหน่อย” สาวน้อยตอบเสียงเนือยๆ เมื่อคิดถึงเรื่องที่ยังแก้ไม่ตก

'หืม? ใครกันช่างกล้าทำแบบนี้กับคุณหนูของไดมอนด์กรุ๊ป? ...หาเรื่องตายชัดๆ'

คนฟังเลิกคิ้วเรียวขึ้นอย่างประหลาดใจ เป็นคำตอบที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างยิ่ง

“เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิคะ”

“ก็แค่อลิษาไม่รอบคอบน่ะค่ะ เลยปล่อยไก่ไปหมดเล้า โครงการคอนโดที่เสนอมีข้อผิดพลาด นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ยังไงดี สงสัยต้องโทรไปปรึกษาพี่ฟ้า” หล่อนอธิบายอย่างรวบรัด ด้วยท่าทางเศร้าๆ

หมอสาวกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด เพื่อหาวิธีปลอบใจคนตรงหน้า

“พี่เชื่อนะว่า อลิษาต้องทำโครงการออกมาดีมากๆ แน่”

“ขอบคุณนะคะพี่มาที่พยายามปลอบใจ แต่อลิษายังไม่ค่อยเชื่อ มั่นในตัวเองเท่าไหร่” หล่อนพูดเสียงแผ่วแทบไม่ต่างจากกระซิบนัก รู้สึกดีขึ้นที่ได้รับการเอาใจใส่จากอีกฝ่าย ไม่ต่างจากตอนสมัยเด็ก

“พี่มีของขวัญจะให้อลิษา สำหรับการทำงานวันแรกด้วย สนใจไหมคะ?”

สาวน้อยทำหน้าสดชื่นขึ้นทันที เมื่อได้ยินคำว่า ‘ของขวัญ’

“อะไรคะ?”

“รับรองว่าอลิษาต้องชอบแน่ๆ” สัตวแพทย์สาวกล่าวด้วยรอยยิ้มเกลื่อนหน้า เอื้อมมือเปิดกระเป๋าใบโต เพื่อค้นหาสิ่งที่เก็บไว้ภายใน

“แต่น แต๊น แตน...”

คุณหนูของไดมอนด์กรุ๊ปตาโตกว้าง เมื่อเห็นของที่อยู่ในมือของกันทิมา เป็นแท่งสีเขียวสดผูกโบว์สีชมพู

...กระดูกปลอมสำหรับสุนัข

“พี่มา! อย่าหนีนะ!”

หล่อนตะโกนเรียกชื่อหมอสาวเสียงดังลั่นด้วยความโมโห พร้อมวิ่งไล่อีกคนที่วิ่งหนีออกไปอย่างเร็ว

“เก่งจริงก็จับให้ได้สิ” กันทิมาหัวเราะลั่น

“อย่าให้จับได้นะ รับรองโดนแน่” อลิษาตะโกนขู่ไล่หลัง

แม่นมกับสาวใช้ที่เห็นต่างพากันหัวเราะลั่น กับการเล่นวิ่งไล่จับของสองสาวที่ไม่ต่างจากวันเก่าๆ นัก

OoXoO

สำหรับท่านที่สนใจหนังสือเรื่องนี้ จะเปิดจองเร็วๆ นี้ อย่าลืมติดตามข่าวกันด้วยนะคะ ส่วน E-book น่าจะออกช่วงปลายเดือนนี้ค่ะ

สำหรับท่านที่สงสัยว่าหมอกันทิมากับอลิษาเป็นใคร? ต้องไปอ่านเรื่อง MayDay! ช่วย(รัก)ฉันทีก่อนนะคะ จะได้ไม่สงสัยค่ะ

ป.ล.ไม่อยากข่าวทุกข่าวสาร ต้องติดตามที่แฟนเพจนิ้วนาง อย่าลืมกดถูกใจด้วยนะคะ
https://www.facebook.com/Nuinang321/

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

นาง

OoXoO



Create Date : 14 กรกฎาคม 2559
Last Update : 25 กรกฎาคม 2559 17:38:58 น.
Counter : 502 Pageviews.

1 comments
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:13:33:05 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17



นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com