Group Blog
เมษายน 2564

 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 14 (YURI)

๑๔

 

เกือบทุกวัน นาราต้องทนฝืนใจทนมอง รุจรวีทานข้าวกับเขมทัต แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า คนสวยไม่ได้คิดอะไรกับเขาแบบนั้น แค่ทำเหมือนสนใจ แต่จริงๆ ไม่ได้มีใจ

...แต่มันก็เจ็บหน่วงที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากให้คนไหนใกล้ชิดหล่อนมากกว่าตน

เธอไม่ชอบสายตาของหนุ่มหล่อที่จ้องคนสวย ราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ชวนให้คลื่นไส้สะอิดสะเอียน

หมอนี่ต้องคิดไม่ซื่อกับคุณแน่ๆ

ลางสังหรณ์ของสาวร่างสูงค่อนข้างแม่น จึงไม่สบายใจนัก โดยเฉพาะงานเลี้ยงที่หล่อนต้องไปกับเขาในอีกไม่กี่วัน

ทำอย่างไรดี?

หญิงสาวใจลอยอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง ขณะนั่งทำงาน ในช่วงบ่าย ไม่รู้สักนิดว่ามีใครบางคนหันกลับมามอง

“ใจลอยเชียว เป็นอะไรรึเปล่า?” ขวัญฤทัยที่นั่งโต๊ะหน้า ถามอย่างสงสัย

“ปะ เปล่า ไม่มีอะไรนี่” นาราปฎิเสธอย่างเร็ว ก่อนเปลี่ยนเรื่องพูด “ขวัญมีอะไรเหรอ?”

“ฉันอยากรู้อะไรน่ะ?” อีกคนพูดอ้ำอึ้ง

หืม

เธอเลิกคิ้วเรียวขึ้นอย่างสนเท่ห์ เข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญจึงถามออกไป

“เรื่อง?”

ขวัญฤทัยมองซ้ายมองขวา แล้วโน้มตัวไปใกล้ เหมือนกำลังจะพูดเรื่องสำคัญลับสุดยอด ไม่อยากให้คนที่สามมาร่วมรับรู้

“ตกลงนาชอบปภพใช่ไหม?” ถามเบาๆ

เพื่อนเธอโดนเพื่อนร่วมงานมาแซะถามเรื่องของร่างสูง ไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่เนื้อเต้นอยากเป็นคนรักของปภพ บางคนถึงขั้นติดสินบนให้มาหาคำตอบนี้ ประกอบกับมีข่าวหลุดว่า เขาเป็นนักขายมือทองอันดับต้นๆ ของบริษัทที่ได้ค่าคอมฯ เดือนละหลายหมื่นบาท

...ไม่รู้ว่าผู้หญิงเหล่านั้น สนใจปภพหรือเงินกันแน่?

โชคดีที่ฉันตัดใจก่อน ไม่งั้นคงมีศัตรูเป็นฝูง โดนทึ้งตายแน่!

เพื่อนเธอไม่ชอบการแก่งแย่งกับใคร ส่วนหนึ่งมองว่าเขาไม่มีใจให้ตน การปรบมือข้างเดียวเสียเวลาและเหนื่อยเปล่า

สาวผมสั้นหลุดหัวเราะคิกคัก

“โธ่เอ๊ย! นึกว่าเรื่องอะไร”

“ตกลงว่าไง?” คาดคั้นอยากรู้คำตอบสุดๆ

เฮ้อ! ถามอะไรยากๆ

นาราได้แต่ถอนใจเบาๆ ไม่คิดจะตอบคำถามนี้ ไม่ว่าตอบใช่หรือไม่ใช่...ล้วนไม่เป็นผลดี

ที่สำคัญคือ หากเรื่องนี้รู้ไปถึงรุจรวี คงโดนขุ่นเคืองไม่น้อย เป็นอะไรที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด

“ฉันเป็นเพื่อนนานะ ฉันอาจจะช่วยอะไรได้” ขวัญฤทัยกล่อมต่อ

แต่ก่อนที่สาวร่างสูงจะทันพูดอะไร เสียงระฆังช่วยชีวิตก็ดังขึ้น

“นี่เป็นเรื่องส่วนตัว ขวัญไม่ควรทำให้นาลำบากใจ” มิรันตรีเอ่ยเตือนเสียงเข้ม ไม่ชอบที่ขวัญฤทัยใช้ความเป็นเพื่อนบีบบังคับเธอ เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักมากๆ

...ทุกคนล้วนมีความลับที่ไม่อยากบอกใคร จึงไม่สมควรก้าวก่ายหรือข้ามเส้น เพราะเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก

ฉันเพิ่งทำคล้ายๆ แบบนี้กับวีไป...นิสัยแย่มากมิรันตรี

หัวหน้าสาวรู้สึกผิดที่พูดได้ แต่ดันทำไม่ได้

ง่า!

ขวัญฤทัยสะดุ้งเฮือก หันไปสบตากับหัวหน้าสาว แล้วยิ้มแหยๆ

“ขอโทษค่ะพี่มิ” พูดจบ รีบหันหน้ากลับไปทันที ก้มหน้าทำงานของตนที่ค้างอยู่แบบกระวีกระวาด

ไม่ไหวเลยเด็กคนนี้ ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นจริงๆ

มิรันตรีนึกอ่อนใจกับลูกน้องสาวของตนเอง ที่ชอบไปสมาคมกับพวกปากหอยปากปูของบริษัท ก่อนเอ่ยกับนารา

“นา งานที่พี่สั่งเสร็จรึยัง?”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอยื่นเอกสารหนึ่งปึกให้อีกฝ่าย

“เก่งมาก ขอพี่ดูก่อนนะ” หัวหน้าฝ่ายการเงินพลิกกระดาษเพื่อดูความเรียบร้อยคร่าวๆ ก่อนจะกลับไปโต๊ะตัวเอง

“พี่มิคะ” นาราเรียก

เจ้าของชื่อหมุนตัวกลับมามองสาวหน้าคม

“ว่าไง?”

“นาว่าข้อมูลของฝ่ายจัดซื้อชุดนี้...ดูแปลกๆ นะคะ”

สาวรุ่นพี่ขมวดคิ้ว

“แปลกตรงไหน?”

“คือนาเอามาเปรียบเทียบกับข้อมูลสองปีก่อนน่ะค่ะ ทำไมถึงได้ซื้อเยอะขึ้นมาก เกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ต้นทุนต่อตันสูงขึ้นด้วย แทนที่จะซื้อได้ถูกลง แถมราคาขายก็ไม่ได้เพิ่มสักเท่าไหร่” สาวผมสั้นเอ่ยตามหลักการที่เรียนมา

...หากไม่เป็นไปตามหลักอุปสงค์อุปทาน ธุรกิจก็ยากจะดำเนินต่อไปได้

“ตัวเลขบางตัวก็ต่างจากยอดเดิมด้วยค่ะ” เธอพูดต่อ

ถ้าเป็นงั้นก็แปลกจริงๆ

หัวหน้าสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย

“เดี๋ยวพี่ขอดูอีกที” มิรันตรีพูดยิ้ม เหมือนไม่มีอะไรใหญ่โต แต่ในใจคิดกังวล เกรงว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว “ถ้าไงชงกาแฟมาให้พี่สักแก้วสิ หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อนแล้ว”

“ได้ค่ะ”

“ขอบใจนะ”

เธอพยักหน้ายิ้ม ลุกไปชงเครื่องดื่มให้อีกฝ่ายทันที

ถ้างบมีปัญหาแสดงว่ามีคนโกงบริษัท

ขวัญฤทัยได้ยินคำสนทนาของสองคนข้างหลังชัดเจน เผลอเม้มปากแทบเป็นเส้นตรง ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ แต่แสร้งเป็นทำงานต่อไป

ข่าวใหญ่เลยนะเนี่ย!

เพื่อนเธอคิดแบบตกใจ แล้วต้องสะดุ้ง หลังมือของมิรันตรีวางมือบนไหล่ของตน

“ห้ามพูดนะเรื่องนี้”

“เอ่อ ค่ะ” ลูกน้องรับคำเสียงเบาหวิว ไม่กล้าหือกับอีกฝ่าย ด้วยยังไม่อยากเปลี่ยนงานเร็วนัก

“ดีมาก”

สาวรุ่นพี่ถือเอกสารเจ้าปัญหา กลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง แล้วพลิกอ่านอย่างละเอียด ก่อนคว้างบข้อมูลประจำปีของสองปีก่อนมาวางเปรียบเทียบ เพื่อหาข้อพิรุธ

การทำงานฝ่ายการเงิน ไม่ใช่แค่ก้มหน้าก้มตาทำตามหลักฐานหรือเอกสาร บางทีจำเป็นต้องค้นหาความจริงเยี่ยงนักสืบด้วย หลายครั้งที่เอกสารซึ่งแนบมาด้วย...เป็นใบเสร็จปลอม

หากตรวจสอบไม่ละเอียดรอบคอบ ก็ไม่ต่างจากช่วยส่งเสริมคนชั่วให้คดโกงบริษัท ซึ่งมิรันตรีไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่ๆ

ฝ่ายจัดซื้อ...จะเกี่ยวข้องกับผู้จัดการไหมนะ?

หัวหน้าสาวอดตั้งคำถามนี้ไม่ได้ ก่อนหน้าที่ปิติยาจะเลื่อนเป็นผู้จัดการ เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อมาก่อน หากพูดว่าผู้หญิงคนนั้นยังคงมีอิทธิพลในฝ่ายจัดซื้อก็คงไม่ผิด เห็นได้จากการเลื่อนขั้นและโบนัสของฝ่ายจัดซื้อ จะได้เยอะกว่าฝ่ายอื่นเกือบทุกปี

ยังไม่มีหลักฐาน อย่าเดาส่งเดชสิ

มิรันตรีรีบสะบัดหน้าทิ้งความคิดแง่ร้ายออกไป จนกว่าจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้

ไม่กี่นาที นาราวางเครื่องดื่มร้อนๆ ที่โต๊ะของอีกฝ่าย

“กาแฟค่ะ”

“ขอบใจนะ” หัวหน้าสาวเงยหน้าขึ้น ชี้ไปยังกองเอกสารที่วางมุมโต๊ะ “ฝากเช็คกองนั้น ทำบันทึกแบบนี้มาให้พี่ด้วย”

“ได้ค่ะ” เธอมองตามนิ้วของอีกฝ่าย

รุ่นพี่จิบกาแฟหอมๆ มองตามแผ่นหลังของร่างสูง ที่อุ้มกระดาษกองโตกลับโต๊ะ

ตกลงสองคนนี้ ปรับความเข้าใจไปถึงไหนแล้ว?

มิรันตรีผุดยิ้มมุมปาก นึกเอาใจช่วยเพื่อนสนิทกับเธอให้สมหวังกันโดยเร็ว ส่วนตัวเองก็คงร้องเพลงรอต่อไป จนกว่ากามเทพจะแผลงศรส่งคนที่ใช่มาให้

เมื่อไหร่จะถึงคิวฉัน อย่าบอกนะว่ายังไม่เกิด...เหงาตาย!

เพื่อนหล่อนถอนใจยาว กับโหมดคนโสด ก่อนจิบกาแฟ แล้วทำงานต่อ

 

“งานวันเสาร์ ฉันขอไปกับคุณด้วย ได้ไหมคะ?” นาราถามรุจรวี หลังความเป็นห่วงพุ่งสูงขึ้น อดรนทนไม่ไหว หลังเหลือเวลาอีกไม่มาก

สาวสวยทำหน้าไม่เข้าใจ

“จะไปทำไม?”

“ฉันเป็นห่วงคุณ” ร่างสูงยอมรับตรงๆ “ให้ฉันขับรถไปให้ก็ได้ ให้เป็นผู้ติดตามก็ได้”

แม้ว่าจะชอบคำว่า ‘เป็นห่วง’ แต่ร่างบางไม่คิดจะตอบตกลง

“ทำหยั่งกับฉันไม่เคยไปงานแบบนี้ เดือนๆ หนึ่งฉันต้องออกงานหลายครั้งนะ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นรองประธานบริษัท"

“ฉันรู้ แต่ฉันอยากไปด้วย ฉันไม่อยากให้คุณไปกับผู้ชายคนนั้น...ตามลำพัง”

หืม

นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับ จ้องกรอบหน้าเธอเขม็ง แล้วโพล่งถามออกไป

“อย่าบอกนะว่าเธอหึงฉัน”

ฉึก!

นารารู้สึกเหมือนโดนของแหลมแทงทะลุใจดำ

เอ่อ...จะตรงไปไหม

สาวผมสั้นหลบสายตาคู่หวาน ไม่กล้าที่จะมองตรงๆ

“อือ...”

“ก็แค่นั้นแหละ” หล่อนหัวร่อเสียงต่ำๆ อย่างผู้ชนะ รู้สึกดีที่ทำให้เธอแสดงอาการหึงออกมาได้ แววตาคู่สวยเป็นประกายเจิดจ้า ยกนิ้วเคาะแขนตัวเองสองที “จะไปด้วยก็ได้ แต่ฉันมีเงื่อนไขนะ”

เงื่อนไข?

ร่างสูงกระพริบตาถี่ๆ อย่างไม่เข้าใจ เดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน จึงลังเลที่จะตอบ

“ตกลงไหม?” รองประธานสาวกอดอก มองจ้องด้วยสายตาดุๆ ประหนึ่งว่าไม่มีลดหย่อนผ่อนปรน

ถ้าไม่ยอม คงไม่ได้ไปแน่

นารามองตาอีกฝ่าย ก่อนตัดสินใจ

“กะ ก็ได้ค่ะ”

 

สาวหน้าคมนั่งอยู่ตรงโซนคอฟฟี่ช็อปของโรงแรม ขณะที่รุจรวีเข้าไปในงานเลี้ยงที่อยู่ห้องใกล้ๆ เธอทำหน้าเรียบเฉย ไม่ใส่ใจสายตาเล้าโลมจากหนุ่มๆ หลายคน หลังตนสวมชุดเดรสบางเบาเปิดไหล่ โทนสีส้มอ่อน พร้อมใส่ส้นสูงสองนิ้ว ซึ่งหล่อนลากไปซื้อในเย็นวันก่อน โดยบอกว่าให้เป็นของขวัญ เธอได้แต่ทำหน้าเหลอหลา ปฏิเสธไม่ออก

ชุดบางขนาดนี้ ใส่แล้วไม่ต่างจากแก้ผ้า พวกผู้หญิงชอบเข้าไปได้อย่างไร...ไม่ใส่เลยน่าจะดีกว่า ไม่ต้องเปลืองเงินด้วย

คิดประชดอย่างไม่เข้าใจ หากไม่ใช่โดนบังคับ ชาตินี้คงไม่ยอมสวมชุดแบบนี้เด็ดขาด

ขณะที่นั่งรอ เธอไม่รู้จะทำอะไร จึงสั่งอาหารที่ขึ้นชื่อของสถานที่แห่งนี้มานั่งทาน หลังอีกฝ่ายบอกให้ทานมื้อเย็นเลย พร้อมมองเวลาเป็นระยะ หลังนัดไว้ว่าประมาณสี่ทุ่มเศษค่อยกลับ

นั่งตั้งนานเพิ่งจะสามทุ่มครึ่ง ทำไมเวลาถึงได้เดินช้านักนะ

อะไรก็ไม่น่ารำคาญเท่ากับมีหนุ่มฝรั่งหนุ่มไทยหลายคน เดินมาเสนอเงินกันตรงๆ ราวกับเห็นตนเป็นผู้หญิงพวกนั้น พอปฏิเสธจึงเดินคอตกไป

ไอ้พวกหื่นเอ๊ย!

นาราเซ็งพฤติกรรมของพวกโรคจิตที่คิดแต่เรื่องอย่างว่า จึงรีบทานให้เสร็จ แล้วเช็คบิล ออกไปหารุจรวีอีกห้อง

 

ห้องจัดเลี้ยงขนาดสองร้อยคน ซึ่งบัดนี้หน้างานมีเพียงแต่โต๊ะว่างเปล่า ไม่มีคนคอยเช็คบัตรเชิญเหมือนตอนเริ่มงาน ทำให้เธอเดินเข้าไปด้านในห้องได้อย่างสบายๆ กวาดตามองหารุจรวี คนในงานเหลืออยู่เกินครึ่ง จึงกะว่าจะนั่งเล่นที่นี่รอไปพลางๆ พอเดินไปแถวเครื่องดื่มได้เจอกับสองหนุ่มที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตา แต่ไม่คิดสนใจ

“อีกเดี๋ยวยายรุจรวีผู้หยิ่งยโส ต้องเสร็จไอ้เขมแน่” คนแรกกล่าวเสียงสะใจ หลังดื่มน้ำเมาเข้าไปหลายแก้ว

คำว่า ‘รุจรวี’ ทำให้เธอชะงักฝีเท้า แล้วคว้าแก้วทำทีเป็นจะตักเครื่องดื่ม แต่เงี่ยหูตั้งใจฟังการสนทนา

เพื่อนอีกคนที่กำลังจะยกดื่มหยุดกึก ทำหน้าตื่นเต้น เขาเป็นหนึ่งในคนที่อยากได้ผู้หญิงสวยๆ มาเคียงข้างเช่นกัน

“เฮ้ย! จริงอ่ะ”

“เออสิ แต่ว่าน่าเสียดายชะมัด ตอนนี้สวยกว่าตอนนั้นอีก” เขาเป็นรุ่นพี่ที่เคยพยายามจีบหล่อนตอนเรียน แต่โดนปฎิเสธแบบไร้เยื่อใย จนหน้าแตกยับเยิน ยังคงแค้นฝังหุ่น ก่อนคลี่ยิ้มร้าย “ยังไงไอ้เขมก็คงได้แค่ตัว เพราะยายนั่นเป็นเลสเบียน”

ผู้ชายอีกคนหัวเราะเยาะเสียงดังออกมา

“ไม่แน่หรอก บางทีได้ลองของจริงแล้ว อาจติดใจเปลี่ยนรสนิยมก็ได้ จริงไหม” เขาเป็นพวกอีโก้สูงในเรื่องเพศชายต้องเป็นใหญ่

“เออจริง” คนแรกพลันหัวเราะร่วนอย่างสะใจ “มาชนแก้ว ขอให้เพื่อนเราสมหวัง”

“เชียร์”

สองหนุ่มชั่วดูมีความสุขมากที่เพื่อนจะได้ย่ำยีผู้หญิง โดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีแม้แต่น้อย

หากผู้คนส่วนใหญ่มีความคิดและพฤติกรรมทุเรศแบบนี้ สังคมนั้นคงเลวร้ายหาที่เปรียบไม่ได้

บัดซบเอ๊ย!

นาราสบถในใจ ใบหน้าคมโกรธจัด แต่ไม่มีเวลาเล่นงานสองคนนี้ สิ่งแรกที่ควรทำคือช่วยหล่อน ก้าวขายาวๆ มองหารุจรวีท่ามกลางผู้คนกว่าร้อย ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายกับสาวสวยเสียก่อน

อยู่ไหนเนี่ย!

บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงมีเสียงดนตรีดังเบาๆ แต่เสียงพูดคุยกันค่อนข้างดังไม่แพ้กัน หลังแขกในงานดื่มแอลกอฮอล์เข้าปากไม่มากก็น้อย พอดื่มเข้าไปการ์ดจะเริ่มตก การป้องกันตัวเองก็จะต่ำลง แถมพูดมากเกินความจำเป็น

แถมยังกระทำเรื่องอุกอาจที่ปกติไม่กล้าทำ...ได้อย่างง่ายดาย

เขมทัตยกแก้วตัวเอง หรี่ตามองรุจรวีที่กำลังดื่มไวน์ที่ผสมยาบางอย่างลงไปแบบไม่เฉลียวใจสักนิด เขาเติมยาปลุกลงไปไม่มาก ไม่อยากให้อีกฝ่ายร้อนรุ่มจนเกินไป สายตาคู่คมแอบมองวงหน้าสวยด้านข้างอย่างชื่นชม...ขณะรอเวลา

อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยาจะออกฤทธิ์ แล้ววีก็จะครวญครางหาแต่ฉัน...โอ๊ย! อยากให้ถึงตอนนั้นเร็วๆ จัง

กระหยิ่มยิ้มย่องอย่างคาดหวัง ตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่น เหมือนรอเปิดของขวัญที่อยากได้มาแสนนาน

เขาจองห้องสูทหรูหราชั้นบนของโรงแรมเอาไว้แล้ว เหลือแค่พาเจ้าสาวเข้าห้องหอ

...แต่คนกำหนด ไม่สู้ฟ้าลิขิต

จู่ๆ ก็มีมารคอหอยปรากฏตัวแบบไม่คาดฝัน

“คุณ!” นาราเรียกหล่อน ทำหน้าโล่งอกที่ได้เห็นอีกคนปลอดภัย

เสียงคุ้นๆ

รุจรวีเอียงหน้ามองคนเรียก แล้วมองเวลา ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“ยังไม่สี่ทุ่มเลยนี่”

สาวสวยไม่อยากเสียมารยาทกับเพื่อนร่วมโต๊ะ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาวุโสมากกว่าตน บางคนเกือบเป็นรุ่นพ่อ บางคนเป็นลูกเพื่อนพ่อ และบางคนก็สนิทสนมกัน

แม้ส่วนตัวจะไม่ถึงกับชอบงานสังคม แต่หล่อนก็ทำได้ไม่มีที่ติ สร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้ไม่ยาก

...ด้วยรู้ว่าอะไรควร หรืออะไรไม่ควร?

“เอ่อ คือว่า...” เธอพูดจาอ้ำอึ้ง ยามกะทันหันคิดหาข้ออ้างไม่ทัน

“ใครน่ะวี?” ผู้หญิงวัยเฉียดสามสิบถามขึ้น ตาลุกทุกครั้งที่เจอหญิงสาวหน้าตาสะสวย แม้จะรักๆ เลิกๆ มาหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยเข็ดขยาดกับความรัก

“ลูกน้องวีค่ะพี่ฉัตร” หล่อนหันไปตอบร่มฉัตร มองออกว่าอีกฝ่ายสะดุดตานาราเข้าเสียแล้ว

“น่ารักดีนะ” ร่มฉัตรเปรยเจตนาออกมา

คนนี้ของฉันนะคะ คงไม่ยกให้แน่

สาวสวยตัดสินใจพูดกันท่า ไม่อยากให้อีกคนมีความหวัง

“คงไม่ได้หรอกค่ะ เด็กคนนี้มีเจ้าของแล้ว”

“ว้า! แย่จัง” อีกคนแสร้งทำหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง แล้วยกไวน์ขึ้นจิบ เพื่อดับความเศร้า

ทำไม่เหมือนนะคะ

หล่อนคิดบ่นในใจ กับการแสดงละครที่ไม่สมจริง

“คุณวีคะ” นารารีบใช้นิ้วสะกิดรองประธานสาว

หล่อนเงยหน้าขึ้นมองคนเรียก เห็นเธอหลิ่วตา

หืม?

“เมื่อกี้ท่านประธานโทรมาค่ะ บอกให้คุณรีบกลับบ้าน” สาวร่างสูงยกบิดาหล่อนขึ้นมาอ้าง

“อ้าวเหรอ ทำไมไม่รีบบอก” ร่างบางแกล้งต่อว่าออกไป ก่อนหันไปทางเพื่อนร่วมโต๊ะ “วีขอตัวก่อนนะคะ”

“ไปเถอะ เผื่อคุณป๋าจะมีเรื่องสำคัญ” ผู้ชายที่นั่งติดร่มฉัตรโบกมือไล่ “ฝากทักทายคุณป๋าด้วยนะวี”

“ได้ค่ะ”

เฮ้ย! ได้ไง

เขมทัตเหงื่อซึมมือ ขืนหล่อนกลับไปแบบนี้ เรื่องที่เขาลงทุนลงแรงไปก็เสียเปล่า

ทำไงดี...คิดสิ คิดเร็วๆ เข้า

“สวัสดีค่ะทุกคน” สาวสวยเอ่ยล่ำลากับเพื่อนร่วมโต๊ะ แล้วมองไปที่หนุ่มหล่อ “ไปก่อนนะคะพี่เขม”

“พี่ไปส่ง” เขารีบอาสา ไม่คิดปล่อยเหยื่อให้หลุดมือ

“ไม่ต้องหรอกค่ะ วีกลับกับนาราได้” หล่อนบอก

“อ๋อ! ครับ แล้วพบกันครับ”

รองประธานสาวยิ้มบาง แล้วเดินไปพร้อมกับสาวร่างสูง

บ้าเอ๊ย!

เขมทัตสบถอย่างหงุดหงิดที่ผิดแผน อ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง แต่ดันหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา ได้แต่มองตามหลังสองสาวที่จากไปตาละห้อย

 

ทำไมถึงได้ร้อนแบบนี้!

รุจรวีร้อนผะผ่าวไปทั้งร่าง หลังไปถึงลานจอดรถ รู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง จนต้องกัดกรามแน่น เพื่อข่มอารมณ์เอาไว้

“พาฉันกลับบ้านเร็วๆ” หล่อนออกคำสั่งกับสาวหน้าคม หลังก้าวขึ้นบนรถเก๋งคันงามของตน โดยอีกฝ่ายทำหน้าที่เป็นสารถี

“คุณเป็นอะไรคะ?”

“ฉะ ฉันร้อน...ร้อน มาก”

“อดทนอีกนิดนะคุณ” นาราตาลุกวาว เม้มปากแทบเป็นเส้นตรงเพื่อเก็บความโกรธเอาไว้ รู้ทันทีว่ายานั้นได้ออกฤทธิ์แล้ว จึงรีบบึ่งรถออกไปทันที

ถ้าเจอกันคราวหน้า ฉันจะอัดให้หน้าแหกเลยคอยดู ไอ้เลว!

OoXoO

ตอนหน้ารับรองว่าสนุกมากๆ ค่ะ ไม่ต้องบอกก็น่าจะเดาได้ว่า...จะเกิดอะไรขึ้น อิอิ ในตอนนี้เปิดตัว 'ร่มฉัตร' ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญค่อนข้างมาก และเป็นนางเอกเรื่องต่อไปของไรท์ด้วย 

ถ้าอยากอ่านต่อ โหลดซื้อ E-book ได้ที่ MEB นะคะ สำหรับท่านที่โหลดซื้อแล้ว อย่าลืมร่วมสนุกชิงรางวัลจากไรท์ด้วย หมดเขต 20 เมษายน 64 นะคะ

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ทุกคอมเม้นท์ และทุกหัวใจค่ะ รอพบกับเรื่องใหม่เร็วๆ นี้นะคะ 

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 09 เมษายน 2564
Last Update : 9 เมษายน 2564 16:37:09 น.
Counter : 213 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com