Group Blog
กุมภาพันธ์ 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
19
20
21
22
24
25
27
28
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 6 (YURI)

 

นาราเดินใจลอยเข้าห้องฝ่ายการเงิน แต่แล้วต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินขวัญฤทัยเรียก

“นาเป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเชียว”

เพื่อนร่วมงานอีกสองคนเงยหน้ามองเด็กใหม่ ที่มาก่อนเวลาเข้างานเล็กน้อย

“นั่นสิ” นพินพูดเสริม

วสุหนุ่มคนเดียวของฝ่ายการเงินอมยิ้ม ก้มหน้าลงทำงานต่อ ไม่คิดพูดแทรกขณะที่สาวๆ กำลังคุยกัน

ต่อไปฝ่ายการเงินจะเนื้อหอม เพราะนารา

“ไม่นี่ สงสัยแต่งหน้าจืดไปหน่อย” เธอแก้ตัว วางถุงขนมบนโต๊ะกลางห้อง “ฉันเอาขนมมาฝาก”

“เหรอ ขอบใจนะ” เพื่อนเธอยิ้มร่าเริง ติดใจขนมที่สาวร่างสูงเอามาฝากวันก่อน แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ “เมื่อกี้ปภพมาหานะ”

ขวัญฤทัยรู้จักปภพตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เรียนคนละห้องและคนละภาควิชา จึงแค่คุ้นหน้าไม่สนิทสนมกัน ทว่าลึกๆ หญิงสาวแอบดีใจที่ได้ทำงานที่เดียวกับเขา

แม้หน้าตาจะไม่สวยโดดเด่นสะดุดตา แต่ขวัญฤทัยก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ หลังเห็นเขามีสาวๆ หลายคนทอดสะพานให้ จึงเก็บความรู้สึกไว้ ไม่อยากสร้างศัตรูในที่ทำงาน

ผ่านไปหลายเดือน จึงได้คุยด้วยไม่กี่ครั้ง

แต่เช้านี้ชายหนุ่มมาปรากฏตัว ถามหานารา ก็เห็นแววว่ารักนี้คงยากจะงอกเงย ได้แต่ทำใจยอมรับว่า...ความรักฝืนใจกันไม่ได้

บางทีพระพรหมอาจจะยังไม่ส่งเนื้อคู่มาให้ฉัน

นาราทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย นึกไม่ออกว่าปภพมีธุระอะไรกับตน หลังเจอกันก็แค่ชวนคุยเรื่อยเปื่อย

“ภพมีอะไรเหรอ?”

“คงไม่มีธุระหรอก” เพื่อนเธอทำหน้าตาย ก่อนพูดกระเซ้า “เขาคงแค่อยากเจอเฉยๆ”

ล้อเล่นอะไรเนี่ย

สาวร่างสูงไม่คิดใส่ใจกับคำพูดของเพื่อนสาว เดินไปยังโต๊ะทำงานของตนที่ตั้งอยู่หลังห้อง เพื่อศึกษางานที่ค้างไว้ต่อ

ไม่รู้เลยสินะ บื้อไปไหม

ขวัญฤทัยส่ายหน้า ก่อนหันไปทำงานต่อ

ขณะมิรันตรีที่นั่งอยู่ในส่วนของตัวเองได้ยินเต็มสองหู จึงถอนใจเบาๆ

ปภพอีกแล้วเหรอ

หัวหน้าฝ่ายการเงินเดาเจตนาของชายหนุ่มได้ หลังเห็นสายตาของเขา มองออกเหมือนไปนั่งอยู่ในใจเขา

แต่ปัญหาที่ยากที่สุดคือ มิรันตรีไม่รู้ว่า นาราคิดอย่างไรกับชายคนนั้น?

เสน่ห์แรงไปนะเด็กน้อย

นึกบ่นอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ยังคิดวิธีไม่ออกว่า จะตีสนิทกับนาราแบบไหนถึงจะเหมาะ ยังคิดหาแผนการดีๆ ไม่ได้

ขณะทานกลางวันพร้อมเพรียงกันในโรงอาหาร นพินก็เอ่ยชวนขึ้น

“วันนี้วันศุกร์ เลิกงานไปกินข้าว แล้วไปร้องเพลงกันดีไหม เราไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้วนะ สองเดือนมั้ง” สาวอาวุโสสุดของฝ่ายรู้สึกเก็บกด จึงอยากปลดปล่อยความตึงเครียดออกบ้าง

...ไปหลายคนย่อมสนุกกว่าไปคนเดียว

“นั่นสิ ขวัญเห็นด้วย” เพื่อนเธอสนับสนุน

“ผมเห็นด้วยนะ ถือว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่ของเราด้วย” วสุผู้ชายคนเดียวของการเงินเอ่ยเสริม

“ร้านประจำดีไหมคะ?” ขวัญฤทัยรีบเสริม ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากบริษัท

“ดีๆ” / “เห็นด้วย” สองคนที่เหลือโหวตผ่านฉลุย แล้วสายตาทุกคู่จึงมองมายังหัวหน้าฝ่ายการเงินกับเด็กใหม่

มิรันตรีเห็นคำถามที่ส่งมา จึงเหลียวมองนาราที่ทำหน้าเหลอหลา ไม่รู้อะไรเท่าไหร่

“นาว่าไง?”

ไม่ไปคงไม่ดี

สาวผมสั้นมองว่า การเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานเป็นเรื่องจำเป็น จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

“น่าสนใจค่ะ” เธอรู้สึกสนใจขึ้นมา ก่อนชะงักไป “แล้วกลับดึกหรือเปล่าคะ? นาจะได้เขียนบอกแม่ก่อน”

สาวหน้าคมไม่ใช่นักเที่ยวนักดื่ม หลังถูกมารดาปลูกฝังเรื่องผิดชอบชั่วดีมาตั้งแต่เด็ก รวมถึงไม่ส่งเสริมให้ลูกสาวเที่ยวกลางคืน หรือไปสถานที่อโคจร

...ไปแทบจะนับนิ้วได้

“ไม่หรอก สามสี่ทุ่มก็เลิกแล้ว” ขวัญฤทัยรีบตอบแทนแบบต่ำกว่าความเป็นจริง

...ซึ่งปกติกว่าจะเลิกก็เกือบห้าทุ่มนั่นแหละ

“ก็ไม่ดึกเท่าไหร่” นาราพึมพำ ไม่อยากกลับดึกให้แม่เป็นห่วง

“ตกลงไปนะ”

“อือ”

ขวัญร้ายจริงๆ

สมาชิกคนอื่นที่ฟังอยู่พากันซ่อนยิ้ม กับคำโป้ปดเนียนๆ ของรุ่นน้องอีกคน แต่ไม่มีใครขัดคอ

“ออกจากบริษัทสักห้าโมงครึ่ง ออกไปพร้อมกันนี่แหละ ไปร้านประจำเราก่อน ทานเสร็จค่อยไปร้องเพลง” หัวหน้าฝ่ายการเงินสรุป

“โอเคค่ะ” / “ตามนั้น” / “ได้เลย”

สามัคคีกันจริงๆ ฝ่ายนี้

เด็กใหม่นึกชื่นชม

หลังทานข้าวเสร็จ นาราเขียนไปบอกมารดา ซึ่งอีกฝ่ายอนุญาต แค่เตือนว่า อย่าดื่มจนเมา และอย่ากลับดึก ซึ่งหญิงสาวก็รับปาก

...ทว่าแผนมักจะไม่เป็นไปตามแผนเสมอไป

 

ปภพยืนดักรอที่ประตูทางออก พอรู้ว่าสมาชิกฝ่ายการเงินจะไปสังสรรค์ก็ขอร่วมสนุกด้วย ซึ่งสาวๆ ก็ไม่มีใครปฎิเสธ ออกจะชอบเสียอีกที่มีหนุ่มหล่อไปด้วย

...มีเพียงผู้เดียวที่ไม่ชอบใจนัก

ขี้ตื้อจริงๆ

มิรันตรีไม่ถึงกับถูกใจ แต่เก็บปากคำไว้อย่างดี อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นเพื่อนร่วมงาน รักษาไมตรีไว้เผื่อวันหน้าก็ไม่เสียหาย แต่ไม่ทันรวมพลเสร็จ

ติ๊ง!

เสียงข้อความเข้าดังขึ้น หัวหน้าฝ่ายการเงินหยิบมาอ่าน แล้วเลิกคิ้วแปลกใจ

นกรู้จริงๆ ท่านรองวี

WE : เบื่อ...ไปดื่มกัน

Mirantree : กำลังจะพาลูกน้องไปกินข้าวเย็น ร้องเพลงต่อ

นาราไปด้วยรึเปล่า?

หล่อนอยากจะถามแบบนั้น แต่ไม่กล้า

WE : ที่ไหน?

Mirantree : ร้าน XXX

รุจรวีรู้จัก เพราะเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่แวะไปบ่อยๆ

WE : ไปด้วยได้ไหม?

มิรันตรีนิ่งคิดไปหลายวินาที ก่อนพิมพ์ข้อความ

Mirantree : ได้

WE : เจอกันที่ร้านนะ ขอเคลียร์งานอีกหน่อย ทานไปเลยไม่ต้องรอ

Mirantree : โอเค

WE : ขอบใจ

พอคุยเสร็จ หัวหน้าสาวเก็บมือถือ แล้วบอกกับเหล่าสมาชิกว่า

“เดี๋ยวมีคนมาแจมกับเราด้วยนะ”

คนอื่นไม่มีคำถาม เหมือนรู้คำตอบอยู่แล้ว มีเพียงนาราที่ขมวดคิ้วเดาไม่ถูกว่าใคร

คงเป็นเพื่อนพี่มิ

“ไปกัน” มิรันตรีชวนทุกคน แล้วหยุดมองนารา “ไปไม่ถูกก็ขับตามมานะ”

“ค่ะ”

สาวหน้าคมขับรถสองล้อตามไปห่างๆ ขณะที่สมาชิกคนอื่นมีรถเก๋งทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ขวัญฤทัยที่ขับรถป้ายแดง ซึ่งพ่อแม่ดาวน์ให้ ที่เหลือให้หญิงสาวผ่อนต่อเอาเอง ถือว่าโชคดีกว่าเด็กจบใหม่หลายคน

 

บรรยากาศในการรับประทานมื้อเย็นเป็นไปอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เว้นแม้แต่ปภพที่เงี่ยหูฟังรพินกับวสุ แต่ชายหนุ่มก็ไม่วายปรายตาไปยังนาราเป็นระยะ ซึ่งเธอนั่งอยู่ตรงข้ามใกล้กับมิรันตรี คอยเก็บรายละเอียดว่าอีกคนชอบทานอะไรบ้าง

แม้จะได้คุยกับอีกคนแค่ไม่กี่คำ แต่ได้มองก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง แขกคนสุดท้ายก็มาถึง

“โทษทีมาช้าไปหน่อย” รุจรวีพูดเสียงเหนื่อยๆ มีเหงื่อผุดเม็ดบนหน้าผาก

“นั่งก่อน” มิรันตรีบอกกับเพื่อนรัก แล้วหันไปบอกกับบริกรของร้าน “น้องๆ ขอเก้าอี้เพิ่มอีกตัว”

“สวัสดีค่ะ ขอนั่งทานด้วยคนนะคะ” คนสวยเอ่ยเสียงนุ่มกับเพื่อนร่วมงานของตน

หญิงชายอาวุโสของฝ่ายการเงินส่งยิ้ม ไม่ได้เกร็งที่เจอผู้บริหารสาวเหมือนพนักงานส่วนใหญ่ ด้วยหล่อนไม่วางก้ามอวดเบ่งนอกเวลางาน แต่มีนิสัยสุภาพเรียบร้อย ให้ความเคารพผู้อาวุโสกว่า

“ยินดีค่ะคุณวี” ขวัญฤทัยพูดอย่างกระตือรือร้น ดีใจเสมอที่ได้เจอรองประธานสาว ไม่ได้คลั่งไคล้ถึงกับเป็นแฟนคลับ แต่เห็นเป็นไอดอลที่อยากเลียนแบบ

...นี่เป็นครั้งที่สาม ที่ขวัญฤทัยได้ร่วมสังสรรค์กับหล่อน

“ท่านรองวี สวัสดีครับ” หนุ่มฝ่ายขายรีบทักทายอย่างนอบน้อม มองว่าการสนิทสนมกับผู้บริหารเป็นเรื่องดี

“คุณปภพมาด้วยเหรอ” หล่อนประหลาดใจที่เขามาร่วมกิจกรรมกับฝ่ายการเงินได้ แต่แค่แวบเดียวก็นึกขึ้นได้ ชำเลืองมองไปยังเด็กใหม่

นาราสินะ

หล่อนเดาใจชายหนุ่มออก รู้สึกคิดถูกที่มาในวันนี้ อย่างน้อยก็มาเป็นก้างขวางคอ ไม่อยากให้เขาเข้าใกล้เธอสะดวกจนเกินไป

“คือผมรู้จักกับนาราน่ะครับ เราเรียนจบมอเดียวกัน”

“อ๋อ” พยักหน้ารับรู้

จะมาทำไมเนี่ย!

นาราไม่คิดว่าจะเจอรุจรวีที่นี่ แถมหล่อนยังนั่งระหว่างขวัญฤทัยกับมิรันตรี ประจันหน้ากับตน จึงนั่งตัวแข็งทื่อ หลังรุจรวีปรายตามองมาทางตน ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง

“เพื่อนสนิท?” น้ำเสียงหวานถามเธอ ทว่านัยน์ตาคู่สวยจ้องวงหน้าคมเขม็ง ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย

ทำไมต้องจ้องกันขนาดนี้

สาวผมสั้นเสียวหลังแปลกๆ จึงกลั้นใจตอบ

“เป็นเพื่อนตั้งแต่ปีหนึ่งค่ะ”

แค่เพื่อนสินะ

รุจรวีมองออกว่าอีกฝ่ายพูดความจริง จึงเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดกระเซ้าแบบหน้านิ่งๆ

“ยังดีที่มีเพื่อนด้วย นึกว่าไม่มีสักคน”

ว่าได้ว่าดีคนอะไร รู้งี้เมื่อเช้าไม่ช่วยหรอก ชิส์

คนโดนว่าเบ้ปาก แต่คร้านจะเถียงต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน จึงแค่ค้อนน้อยๆ อย่างหมั่นไส้

หล่อนซ่อนยิ้มในหน้า

แสดงว่าท่านรองวีรู้จักนาราจริงๆ สินะ

เพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นเดาออกได้ทันที ตอนแรกที่รู้เรื่องปิ่นมณีมีปัญหากับเด็กใหม่ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่พอมาเห็นกับตาตัวเอง พลันเปลี่ยนความคิด

หรือนาราจะเป็นแฟนเก่าของคุณวีจริงๆ

ขวัญฤทัยอดเข้าใจแบบนั้นไม่ได้ จึงตั้งใจจะจับตาดูต่อไป

ปากร้ายจริงๆ ท่านรองขา

หัวหน้าสาวคิดบ่นในใจ

“เจอปุ๊บก็เถียงกันปั๊บ น่ารักจริงๆ” มิรันตรีรีบสงบศึก ก่อนที่สองคนจะปะทะคารมกันอีกยก “วีจะทานอะไรสั่งเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ วันนี้ฉันให้แกเป็นเจ้ามือ เดี๋ยวร้องเพลงฉันเลี้ยงเอง” เพื่อนหล่อนพูดแบบเป็นกันเองต่อหน้าลูกน้อง

“ไม่มีปัญหา” สาวสวยตกลงเหมือนเป็นเรื่องปกติ ก่อนเปิดเมนูอ่าน แล้วสั่งเพิ่มอีกสองอย่าง “ขอต้มยำกุ้ง กับทอดมันปลากรายค่ะ”

“ได้ครับ” เด็กเสิร์ฟหนุ่มรับคำ ก่อนรับเมนูคืนไป

สมาชิกคนอื่นยิ้มมุมปาก ที่ได้กินฟรีบ่อยๆ เกือบทุกครั้งที่สาวสวยมาร่วมวงด้วย รองประธานสาวไม่ค่อยพูด แต่จิตใจกว้างขวางยิ่งกว่าแม่น้ำ

ยังชอบทานเหมือนเดิมอยู่รึเนี่ย?

นาราจำได้ว่า อะไรคืออาหารโปรดของหล่อน น่าแปลกที่ผ่านไปหลายปี เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้ลืมเลือนไปจากสมอง

จะไปสนใจทำไม พี่วีเขามีคนรักแล้ว?

พอคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจพลันหนักอึ้งขึ้น จนทำให้ความสุขที่มีจางหายไป รอยยิ้มที่มักประดับวงหน้าคมแทบหาไม่ได้

หากยามนี้ให้ฝืนยิ้ม เธอรู้ดีว่าตนคงทำได้ไม่แนบเนียน จึงกลบเกลื่อนด้วยการตักโน่นตักนี่ทานไปเรื่อยๆ ทำเป็นเงี่ยหูเป็นผู้ฟังที่ดี และหวังว่าจะไม่มีคนสังเกตเห็น

...แต่ไม่อาจหลุดพ้นไปจากสายตาแหลมคมของมิรันตรี

ฉันคิดผิดรึเปล่าที่ให้วีมาด้วย?

หัวหน้าฝ่ายการเงินไม่อยากให้นาราต้องอึดอัดใจ แต่รุจรวีก็เป็นเพื่อนสนิทของตน แถมเป็นเจ้านายด้วย ฐานะคนกลางจึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แต่ที่สะกิดใจมากที่สุดคือ สายตาคู่สวยหวานของหล่อน ปรายตามองไปยังนาราบ่อยๆ

...บ่อยจนผิดสังเกต

มองน้องบ่อยๆ มีอะไรที่ฉันไม่รู้รึเปล่า?

นึกฉงนฉงายกับพฤติกรรมของเพื่อนรัก แต่ไม่สะดวกที่จะคุยตอนนี้

“คุณวีจะรับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ?” ขวัญฤทัยที่นั่งติดกับสาวสวยถามอย่างใส่ใจ หยิบเมนูอาหารมาเปิด เพื่อเตรียมสั่งของหวานปิดท้าย

“ฉันอิ่มแล้วค่ะ” หล่อนตอบเสียงนุ่มนวล รวบช้อนส้อม แล้วดื่มน้ำตามปิดท้าย

“นึกว่าคุณวีจะสนใจผลไม้ต่อ”

“ไว้คราวหน้านะคะ”

“โอเคค่ะ” เพื่อนเธอไม่เซ้าซี้ ถามความเห็นคนอื่น ก่อนสั่งผลไม้รวมจานเล็ก

ทีกับคนอื่นพูดดีเชียว ไม่หลายมาตรฐานเลยนะคะท่านรองขา...เผด็จการ!

นาราคิดประชดประชัน รู้สึกเหมือนตนเป็นชนชั้นล่าง ที่โดนข่มเหงอยู่เพียงลำพัง ลืมตัวค้อนหล่อนปะหลับปะเหลือก ไม่ชอบบุคลิกมาดนิ่ง ตลกร้าย ยิ้มยากของรองประธานสาวเอาเสียเลย

จะชำเลืองมองนานไปนะ

รุจรวีคิดรำคาญปภพ ที่แสดงออกแบบไม่ปิดบังว่า รู้สึกอย่างไรกับนารา คาดว่าหลายคนคงพอรู้แล้ว

...คำพูดอาจโกหกง่าย แต่สายตาซ่อนความจริงยากยิ่ง

หล่อนไม่แน่ใจว่า นาราจะคิดอย่างไรกับเขา? แต่ที่แน่ๆ คือขัดตาขัดใจอย่างบอกไม่ถูก

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นแบบคลุมเครือ ระหว่างนารา รุจรวีกับมิรันตรี

...มีเพียงคนที่ไม่รู้อะไรที่ยังคงทำตัวสบายๆ

พอทานอาหารเสร็จ รุจรวีชำระค่าอาหาร จากนั้นทั้งหมดไปต่อยังร้านคาราโอเกะ โดยเลือกห้องพิเศษ เพื่อความเป็นส่วนตัว ภายในห้องมีโซฟาสำหรับสิบคน

“วันนี้มากันหลายคน ร้องรอบละหนึ่งเพลงแล้วกัน” มิรันตรีเสนอขึ้น ซึ่งคนอื่นก็ไม่คิดขัดใจเจ้าภาพ

“ให้น้องเล็กสามคนประเดิมเลย เดี๋ยวพวกพี่ตาม ขอสั่งเครื่องดื่มกับแกล้มก่อน” นพินสาวอาวุโสของฝ่ายการเงินโบกมือ

“ค่ะพี่พิน” ขวัญฤทัยรับคำ ยื่นสมุดเพลงให้เพื่อนสองคนเลือก “อยากร้องเพลงไหนก็เลือกนะ ขวัญร้องก่อน ส่วนปภพกับนาก็ตกลงกันเอง”

“โอเคครับ” ชายหนุ่มต่างฝ่ายไม่คิดขัดข้อง

นาราทำหน้าเหลอหลา ไม่ค่อยอยากร้องเพลงนัก โดยเฉพาะต่อหน้าหล่อน

จะหน้าละเอียดไหมฉัน!

หญิงอายุมากที่สุดในกลุ่มหันไปทางรุจรวีกับมิรันตรี

“เบียร์ไหมคะ?”

“ได้ค่ะ” หล่อนตอบ ไม่อยากปฏิเสธให้เสียบรรยากาศ คิดจะดื่มให้ครึ้มอกครึ้มใจ

นพินสั่งเบียร์มาสามขวดใหญ่ พร้อมกับแกล้มสี่อย่าง

ขวัญฤทัยที่เลือกเพลงเสร็จ เดินไปยังเวทีเล็กๆ ข้างโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ เพื่อประเดิมเพลงแรก

“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขวัญเริ่มเลยนะคะ” เพื่อนสาวเธอพูดผ่านเครื่องขยายเสียง

“จัดมาขวัญ” มิรันตรีป้องปากตะโกนให้กำลังใจ แล้วปรบมือนำ ทำให้คนอื่นปรบมือตาม

เสียงดนตรีเบาๆ ดังขึ้น เป็นบทเพลงฝรั่งเก่าๆ ที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งขวัญฤทัยร้องเพลงรักหวาน ปรายตามาทางสองเพื่อนรักเป็นระยะ จนมิรันตรีสังเกตเห็นบางอย่าง จึงเอียงตัวไปกระซิบกระซาบกับรุจรวี

“น้องจีบแกแล้ว”

“ไม่หรอกมั้ง” หล่อนยักไหล่น้อยๆ ไม่ได้คิดใส่ใจ จิบน้ำเมาไปเล็กน้อย ก้มหน้าหาเพลงบ้าง

“เชื่อเขาเลย” เพื่อนหล่อนส่ายหัว “เลือกเพลงได้หรือยัง?”

“ได้แล้ว” สาวสวยบอก “แต่ให้แกร้องก่อน”

“เออๆ” มิรันตรีไม่ขัดข้อง

หลังขวัญฤทัยร้องจบ เพลงต่อไปเป็นคิวของปภพ ที่จงใจร้องเพลงออดอ้อนสาว ให้สองเพื่อนรักนึกหมั่นไส้โดยไม่ได้นัดหมาย

ไม่น่าให้มาเลย น่ารำคาญมาก

หัวหน้าฝ่ายการเงินทำหน้าเบื่อโลก

แจกซองขาวเลยดีไหม

รุจรวีอยากจะทำแบบนั้นกับเขาเป็นคนแรก โทษฐานมาวอแวกับนารา

ยอมรับผมได้ไหมนารา

ปภพคิดใช้บทเพลงถ่ายทอดความในใจ โดยเขามองเขม็งไปยังนาราเกือบตลอดเวลา

...เป็นหนึ่งในบทเพลงฮิตที่ใช้จีบสาว

นพินกับวสุสบตาเหมือนรู้กัน ขณะที่ขวัญฤทัยยักไหล่ จิบเบียร์แบบไม่สนใจนักร้อง

สาวผมสั้นหน้าร้อนผ่าว ไปไม่เป็นเลยทีเดียว เข้าใจความนัยที่ชายหนุ่มส่งมาทันที จึงได้แต่ถอนใจเบาๆ

อย่าบอกนะว่า คิดแบบนั้นกับฉัน...ให้ตายเถอะ!

หลายปีแล้ว ที่หัวใจสี่ห้องของเธอไม่เคยว่างสำหรับผู้ใด แม้ว่าจะเป็นรักข้างเดียวมาตลอดก็ตาม

‘อกหักดีกว่ารักไม่เป็น’ คำพังเพยโบราณผุดขึ้น

นาราตัดสินใจในวินาทีนั้นเองว่า ตนจะร้องเพลงอะไร แล้วเลือกเพลง เพื่อร้องต่อจากปภพ

หลังปภพร้องจบ ทุกคนปรบมือ ไมโครโฟนถูกส่งมาให้สาวหน้าคม ดนตรีขึ้นหญิงสาวร้องเอื้อนเพลงฝรั่งออกมา

หลายคนทำหน้ามึนงงไม่เข้าใจว่า เธอเลือกร้องเพลงนี้เพราะต้องการจะสื่ออะไร

มิรันตรียกมือป้องปาก ไม่ให้เสียงหัวเราะหลุดออกมา ปรายตามองไปทางเพื่อนรัก ดูออกว่าเธอจงใจกวนประสาทหล่อน

ร้ายจริงๆ เด็กน้อย

รุจรวีทำหน้าบึ้ง เหมือนอยากจะหักคอคนร้องเต็มแก่

ยายเด็กบ้า!

OoXoO

สองสาวของเราเหมือนจะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไปสักหน่อย โดยเฉพาะคุณวี 

ป.ล.ใครทายได้บ้างว่า นาราร้องเพลงอะไร ขอใบ้ว่าเป็นเพลงฝรั่ง 3 พยางค์ เป็นเพลงโปรดของไรท์เอง

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ ทุกหัวใจ และทุกการติดตามนะคะ ชอบไม่ชอบก็เขียนบอกไรท์ด้วย ไรท์จะได้ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2564 18:22:59 น.
Counter : 165 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com