Group Blog
กุมภาพันธ์ 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
13
14
15
16
17
19
20
21
22
24
25
27
28
 
 
มิอาจเปลี่ยนใจ Unchanged บทที่ 5 (YURI)

 

ตอนเย็นหลังเลิกงาน เหล่าพนักงานกำลังทยอยกลับบ้าน รุจรวีที่เพิ่งออกจากลิฟต์ บังเอิญเห็นนาราอยู่ไม่ไกลจากประตู โดยมีมิรันตรีและปภพยืนประกบซ้ายขวา เธอชะเง้อคอกวาดตามองไปรอบๆ เป็นระยะ เหมือนกำลังรอใครอยู่

รองประธานสาวหรี่ตามอง แล้วหยุดก้าวขากะทันหัน

“มีอะไรรึเปล่าคะคุณวี?” แววตาเลขาของหล่อนถาม หลังอีกฝ่ายหยุดเดิน

“พี่แววกลับก่อนเถอะค่ะ วีขอโทรศัพท์ก่อน” สาวหวานยกเรื่องแรกที่คิดออกขึ้นมาอ้าง

...หรือที่เรียกว่าโกหกขาว

ลูกน้องสาวไม่คิดจะซักไซ้เรื่องส่วนตัวของเจ้านาย จึงเอ่ยล่ำลา

“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”

“ค่ะ บาย”

หลังเลขาสาวเดินไป สาวสวยจึงหันไปทางสาวร่างสูง ที่กำลังคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนิทสนม มีรอยยิ้มแจ่มใส ดูอารมณ์ดีกว่าตอนคุยกับตนตอนกลางวันมากมาย จึงอดคิดเปรียบเทียบไม่ได้

กับคนอื่นร่าเริงระริกระรี้ แต่เชิดใส่ฉัน ไม่อยากคุยกันแล้วสินะ

รองประธานสาวเผลอกำมือแน่น ด้วยความโมโหระคนน้อยใจที่เธอไม่แยแส ไม่ใส่ใจตนเหมือนสมัยก่อน ใบหน้าหวานนิ่งขรึมเย็นชา ไร้ซึ่งรอยยิ้มประดับเช่นปกติ ก้าวขาออกไปจากตรงนั้นทันที

เสน่ห์แรงไปนะ...ยายเด็กบ้า!

แม้จะพยายามตัดเรื่องเธอออกจากหัว แต่สมองยังคงไม่ยอมฟังครุ่นคิดถึงนาราเกือบตลอด จนกระทั่งก่อนเข้านอน กว่าจะหลับก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน

 

เวียนหัวชะมัด

รองประธานสาวบ่นในใจ หลังนอนไม่พอ แม้จะทานยาแก้ปวดก่อนออกจากบ้าน แต่อาการยังไม่ค่อยดีขึ้น ทว่าหล่อนยังฝืนไปทำงาน โดยให้คนขับรถไปส่งที่บริษัท ด้วยไม่พร้อมที่จะขับรถเอง

หลังรถเก๋งคันงามจอดหน้าทางเข้าอาคาร คนขับรถเปิดประตูให้รุจรวีลงด้วยท่วงท่าสง่างาม หญิงสาวปั้นหน้านิ่ง เก็บอาการไม่สบายเอาไว้ แต่จังหวะเท้าช้าลงและไม่มั่นคงเช่นปกติ

“สวัสดีค่ะคุณวี” ประชาสัมพันธ์สาวทักทายเช่นทุกวัน มองอีกฝ่ายด้วยสายตาปลื้มแบบไม่เก็บอาการ

ถ้าได้เป็นแฟนคุณวี ฉันจะไม่แลใครอีกเลย

“สวัสดีค่ะ” ทักตอบ

หล่อนฝืนยิ้มเล็กน้อยให้กับทุกคนที่เจอ แล้วเดินต่อเพื่อไปยังลิฟต์ ทว่าหลังก้าวผ่านผู้หญิงคนนั้นไปอีกไม่กี่ก้าว ร่างบางก็โซเซเสียการทรงตัว

บ้าจริง!

หล่อนสบถในใจ หลับตาพริ้ม พร้อมยอมรับความเจ็บปวด แต่ก่อนจะล้มลง

หมับ!

นาราคว้าร่างรุจรวีจากด้านหลังไว้ได้ทันแบบหวุดหวิด ก่อนที่จะล้มลงทั้งคู่

“เกือบไป ฟู่!” เธอพึมพำ พ่นลมหายใจออกปากอย่างโล่งอก

คะ ใคร!

หล่อนรับรู้ว่าถูกใครบางคนสวมกอด จึงทำตัวแข็งทื่อ ไม่ชินกับสัมผัสใกล้ชิดแบบนี้ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครช่วยตน รู้แค่เป็นผู้หญิง แต่ถึงแบบนั้นก็คงไม่งามนัก ใครมาเห็นอาจเข้าใจผิดว่า ตนกอดกับผู้หญิงในที่สาธารณะ

ร่างบางจึงหลุดปากพูดออกไป

“ปะ ปล่อยฉัน...”

“ขืนปล่อยตอนนี้ คุณก็ยืนไม่ไหวหรอก ให้ฉันพยุงไปขึ้นลิฟต์ดีกว่า” สาวร่างสูงกระซิบข้างใบหูให้ได้ยินแค่สองคน โชคดีที่มีพนักงานอยู่แถวนั้นแค่ไม่กี่คน จึงไม่เป็นที่สะดุดตา

หืม...

หล่อนคุ้นเคยกับเสียงนี้เป็นอย่างมาก

“นารา” สาวสวยเอ่ยชื่อเธอออกมา โดยที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขนอีกฝ่าย ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกว่าตอนแรก

“ก็ฉันน่ะสิ คิดว่าใครล่ะ” นาราขยับแขนโอบเอวคอดของรุจรวีกึ่งประคองไม่ให้ล้ม อีกมือถือถุงขนมใบย่อมเอาไว้ ขนมที่จะเอามาฝากคนในฝ่ายการเงิน “ค่อยๆ เดินนะคุณ”

ร่างสูงนำหล่อนไปถึงหน้าประตูลิฟต์ แล้วกดปุ่มเรียกลิฟต์ ก่อนชำเลืองมองใบหน้าสวยด้านข้าง ที่ดูซีดขาวเกือบเป็นกระดาษ

“ไหวไหมคุณ?” ถามอย่างห่วงใย

สาวหน้าคมเห็นรองประธานสาวตั้งแต่ก้าวลงจากรถ สังเกตเห็นท่าเดินแปลกๆ จึงรีบตามมา โชคดีที่ช่วยหล่อนไว้ก่อนที่จะบาดเจ็บ

“หะ ไหว” สาวงามแข็งใจตอบออกไป ไม่อยากถูกอีกคนดูแคลนว่าอ่อนแอปวกเปียก

ปากแข็งจริงๆ

คนอายุน้อยกว่าคิดอย่างหมั่นไส้ ไม่คิดเชื่อคำพูดของหล่อนนัก เผลอสูดกลิ่นหอมๆ ที่ลอยมาเตะจมูก จึงเผลอเคลิ้มไป

“ฉันเป็นคนดี เดี๋ยวฉันไปส่งที่ห้องทำงานแล้วกัน เผื่อท่านรองวีจะมองฉันดีขึ้นบ้าง”

ทำดีหวังผลสินะ

“หึ!” คนสวยส่งเสียงต่ำๆ ในลำคอ แต่ไม่กล้าดิ้นจากวงแขนของอีกฝ่าย กลัวจะล้มกลิ้งกับพื้น

...ไม่อยากขายหน้ามากไปกว่านี้

ขนาดไม่มีแรงจะยืนอยู่แล้ว ยังจะฟอร์มจัดอีก

นาราคิดแบบขบขัน ทว่าไม่คิดรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า

พอประตูเหล็กเปิดก็ประคองหล่อนเข้าไป กดปุ่มชั้นบนสุด เพื่อพาไปส่งห้องทำงาน

น่าอายจริงๆ

รุจรวีหลับตาพริ้ม เอนตัวพิงเธอ หลังทรงตัวแทบไม่ไหว

“ใจเย็นๆ นะคุณ อย่าเพิ่งเป็นลมตอนนี้” สาวร่างสูงพูดรัวเร็ว

“อือ”

แม้เวลาจากชั้นล่างถึงชั้นบนสุดจะแค่ไม่กี่นาที แต่สำหรับหล่อนเวลานี้เป็นอะไรที่ช่างยาวนาน

พอประตูเปิด นาราพยุงอีกคนออกมาอย่างทุลักทุเล พาไปจนถึงหน้าห้องทำงาน เกือบจะหัวทิ่มพื้นหลายครั้ง

“คุณวี!” แววตาอุทานเสียงหลง ลุกพรวดพราดจากโต๊ะ หลังเห็นเจ้านายถูกพนักงานใหม่หิ้วปีกเข้ามา “คุณวีเป็นอะไรคะ?”

“แค่เวียนหัวค่ะ” สาวสวยพึมพำตอบ

“พี่ช่วยค่ะ” เลขาสาวแว่นรีบประคองหล่อนอีกข้าง ก่อนพาไปนั่งพักที่โซฟาในห้องทำงานของรองประธาน

สาวหวานเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวหนานุ่ม หายใจหอบแรง เหงื่อผุดเม็ดซึมหน้าผากมน ดูแล้วอาการไม่ค่อยจะดีนัก

เป็นแบบนี้คงไม่ดีแน่

สาวหน้าคมมองหล่อนอย่างเป็นห่วง ก่อนนึกอะไรขึ้นได้ เปิดกระเป๋าคว้ายาดมเปิดฝา แล้วแล้วยัดใส่มืออีกคน

“ดมยาไปก่อนนะคุณ หายใจลึกๆ” เธอบอก เหลียวมองไปทางแววตา “พี่คะ มียาหอมไหมคะ?”

“ไม่มีค่ะ” เลขาแว่นส่ายหน้าไปมา

“น้ำขิงหรือชาร้อนก็ได้?”

“อ๋อ! ชามีค่ะ สักครู่ค่ะ” แววตารีบออกไป จัดการเครื่องดื่มมาให้เจ้านายสาวทันที

นาราทรุดตัวนั่งข้างๆ รุจรวี ก่อนถือวิสาสะดึงมือเรียวของอีกคนมานวดบริเวณง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เบาๆ ตามที่มารดาเคยสอนเอาไว้ ว่าช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนได้

“ดีขึ้นไหมคุณ?” เธอถาม หลังนวดไปสองสามนาที

“อือ” หล่อนครางตอบเบาๆ เผยอเปลือกตาขึ้นมองสาวหน้าคมที่คอยอยู่ข้างกายตนไม่ห่าง โล่งใจที่อีกคนไม่ทำหน้าเย็นชาใส่เหมือนก่อนหน้า

ทำอย่างไรดี?

นาราคิดกังวล

“เอแคลร์ไหม? ทานอะไรหวานๆ น่าจะดีขึ้น” ร่างสูงนึกขึ้นมาได้ว่า ตนมีขนมหวานติดมือมาด้วย

ยังจำได้สินะว่าฉันชอบอะไร

คนไม่สบายรู้สึกเหมือนหัวใจจะพองฟูโตขึ้นแบบไม่มีเหตุผล

“ก็ดี...” น้ำเสียงตอบรับอ่อนแรง มองนาราเปิดกล่องขนมที่ดูคุ้นตา นึกรู้ว่าขนมนี้คล้ายวันก่อนที่มิรันตรีเอามาฝาก

สาวหน้าคมยื่นกล่องขนมที่เปิดตรงหน้าสาวสวย

“ทานสิ ฉันยกให้หมดกล่องเลย”

รองประธานสาวมองขนมแวบหนึ่ง แล้วพูดแบบเอาแต่ใจ

“ป้อนด้วยสิ”

เฮ้อ!

สาวหน้าคมถอนใจ ก่อนหยิบขนมจ่อปากเรียวได้รูปที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีสด

“อ้าปาก”

หล่อนทำตามอย่างว่าง่าย อ้าปากรับขนม กัดแล้วเคี้ยวช้าๆ วงหน้าสวยซ่อนยิ้มไว้อย่างแนบเนียน ดีใจที่อีกฝ่ายคอยดูแลตนแบบที่เคยทำสมัยก่อน

เมื่อก่อนว่าสวย ตอนนี้ยิ่งสวยมีเสน่ห์ กว่าเดิมเสียอีก

ร่างสูงเหม่อมองอย่างลืมตัว หลังมีโอกาสได้เพ่งมองใบหน้าของรุจรวีชัดๆ แบบใกล้ชิด ที่แต่งเติมไม่มากไม่น้อย

“อร่อย ร้านไหนน่ะ?” สาวสวยถาม ทั้งที่มีคำตอบในใจ แต่อยากฟังชัดๆ เพื่อให้แน่ใจ

อย่าบอกนะว่าจะไปซื้อ

“ร้านแม่น่ะ” เธอตอบ ก่อนป้อนหล่อนอีกชิ้น “ชอบไหม?”

รองประธานสาวอ้าปากรับขนม จึงขานรับเสียงต่ำๆ แทน

“อือ”

“จริงๆ กล่องนี้เป็นของพี่มิ” นาราเล่าต่อ

ของมิ!

“เธอยกให้ฉันแล้ว ต้องเป็นของฉันสิ” หล่อนรีบทักท้วง ไม่คิดจะยอมยกขนมให้เพื่อนรัก ถึงจะเหลือไม่กี่ชิ้นก็เถอะ

ขี้หวงจริง

“ก็แค่บอกเฉยๆ” สาวหน้าคมนึกขำคนขี้หวง หยิบขนมจ่อปากเรียวสวยอีกชิ้น “อีกชิ้นนะ”

คลิก!

แววตาเปิดประตูเข้ามา ทันเห็นภาพนารากำลังป้อนขนมรุจรวีพอดี ก็ชะงักไปเล็กน้อย

ฉันหายไปแผล็บเดียว สนิทกันขนาดนี้เลยเหรอ?

พอรองประธานสาวหันมองมา เลขาสาวจึงก้าวเข้าไปหา พร้อมยื่นถาดที่มีชาร้อนให้

“ชาค่ะคุณวี”

“ขอบคุณค่ะพี่แวว” หล่อนรับแก้วชาเป่าไล่ความร้อน ก่อนยกขึ้นจิบเล็กน้อย พอเห็นแววตามองนาราด้วยสายตาแปลกๆ จึงนึกขึ้นได้ “นี่พี่แวว พี่แววตาเลขาฉัน ส่วนนี่นารา เด็กใหม่ฝ่ายการเงิน”

“สวัสดีค่ะพี่แวว” เธอวางกล่องเอแคลร์ ยกมือไหว้ก่อนในฐานะที่อีกคนอาวุโสกว่าตน

“สวัสดีค่ะคุณนารา” แววตารับไหว้

“เรียกนาเฉยๆ ก็พอค่ะ” สาวหน้าคมพูดยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ได้ค่ะ” เลขาแว่นนึกเอ็นดูอีกฝ่ายขึ้นมา พลางสำรวจใบหน้าคมแบบพินิจพิจารณา

เด็กคนนี้หน้าตาสวยคมไม่เบา

นาราชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ 08.20 น. สมควรแก่เวลาที่จะลงไปห้องทำงานได้แล้ว

“คุณก็พักผ่อนเยอะๆ หน่อย อย่านอนดึกนัก ขอบตาเข้มขนาดนี้ ใกล้จะเป็นหมีแพนด้าแล้ว เดี๋ยวไม่สวยรู้ไหม” เธอพูดแหย่จุดอ่อน รู้ดีว่าอีกฝ่ายรักสวยรักงามเป็นที่สุด

ปากไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย ให้ตายสิ!

รุจรวีกลอกตาไปมา แล้วพูดสวนกลับทันควัน

“แพนด้าที่ไหนจะสวยแบบฉัน!” เสียงเขียวขึ้น

“พูดแบบนี้ได้ แสดงว่าอาการดีขึ้นแล้ว” เธอหัวเราะเบาๆ ลุกยืนขึ้นเต็มความสูง จงใจจีบปากจีบคอพูดทิ้งท้าย “ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะท่านรองวีขา อย่าหักเงินเดือนฉันนะคะ เดี๋ยวฉันไม่พอกิน”

“กวนประสาท” หล่อนเอ็ดเบาๆ “ขะ ขอบใจนะ”

“ยินดีค่ะ” สาวร่างสูงยิ้มกวนๆ ให้เจ้าของห้อง ก่อนหันไปพูดกับแววตา ด้วยน้ำเสียงสุภาพกว่าเมื่อกี้ “ขอตัวก่อนนะคะพี่แวว”

“เชิญค่ะ”

สองคนมองนาราออกไปจากห้อง พอเหลือกันตามลำพัง แววตาหันมองเจ้านายที่นั่งจิบชาร้อน เหมือนไม่เป็นอะไรมาก

“สนิทกันเหรอคะ?”

“ไม่เชิงสนิทกันค่ะ แค่รู้จักกันสมัยเด็ก” สาวหวานไม่รู้จะอธิบายความสัมพันธ์ของเราแบบไหนดี

ไม่เชิงสนิท...แต่ให้ป้อนขนมเนี่ยนะ

เลขาแว่นทำหน้าสนเท่ห์ กับพฤติกรรมสุดย้อนแย้งของรุจรวี ซึ่งปกติไม่ยอมให้ใครล้ำเส้นง่ายๆ อย่าว่าแต่ป้อนขนมเลย แต่นี่ยอมให้สาวร่างสูงจับเนื้อต้องตัว ประคับประคองโอบเอว

แถมยังพูดกระเซ้าเย้าแหย่ ไม่ได้แสดงความเคารพเท่าที่ควร ทั้งที่เด็กกว่าหลายปี และเป็นพนักงานใหม่ ทว่าหล่อนก็ไม่ได้แสดงอาการขุ่นเคืองออกมา เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของทั้งคู่

...หากเป็นคนอื่นทำแบบนี้ คงโดนสั่งสอนไปแล้ว

สองสาวแสดงออกเหมือนไม่กินเส้นกัน แต่ในสายตาของแววตามั่นใจว่า ทั้งคู่ไม่ได้เกลียดกันแน่ๆ แถมปิ่นมณียังประกาศชัดว่า ‘นาราเป็นอดีตคนรักของรุจรวี’

ตกลงอย่างไร?

แววตาเดาใจผู้หญิงอายุน้อยกว่าตรงหน้าไม่ออกว่า...คิดอะไร?

“พี่แววคะ วันนี้วีมีงานอะไรบ้างคะ?” รองประธานสาวถามแบบเดียวกับทุกวัน หลังจิบชาหมดแก้วจึงวางไว้บนโต๊ะ อาการเริ่มดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก

“วันนี้มีเอกสารให้คุณวีเซ็น สองสามแฟ้มค่ะ” แววตาตอบ “แต่พี่ว่าตอนนี้คุณวีพักผ่อนก่อน ไว้ค่อยยังชั่วขึ้นค่อยอ่านเถอะค่ะ” เลขาสาวเป็นห่วงสุขภาพของหล่อนมากกว่า

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“อยากได้อะไรก็เรียกพี่นะคะ” เลขาสาวหยิบถ้วยชาใส่ถาด เพื่อเอาไปล้าง

“ค่ะ”

หลังอยู่ตามลำพัง รุจรวีหลับตาลง เพื่อพักผ่อนอีกหน่อย พลันภาพของนาราก็ตามมารบกวนจิตใจ กลิ่นแป้งเด็กยังคงติดจมูก รสชาติของเอแคลร์ยังคงติดลิ้นอยู่บ้าง

ทำไมฉันถึงได้สบายใจ เวลาอยู่ใกล้นารา?

นึกสงสัยตัวเองมาก ที่จู่ๆ ไปอ้อนให้เธอป้อนขนม ทั้งที่จะทานเองก็ได้...เหมือนเด็กเรียกร้องความสนใจ

ยังเอาใจใส่เหมือนเดิม

สาวสวยเผลอถอนใจเบาๆ หัวใจแข็งแกร่งดุจน้ำแข็งเริ่มสั่นไหว หลังมีน้ำทิพย์หลั่งรดชโลมลงมาไม่กี่หยด จึงเผลอคลี่ยิ้มออกมา แล้วหุบยิ้มลงอย่างรวดเร็ว

คิดบ้าอะไรรุจรวี

หล่อนเอ็ดตัวเอง แล้วสะบัดเรื่องนาราออกจากสมอง ก่อนเผลอหลับใหลไปจริงๆ

 

เวลาขี้อ้อน น่ารักชะมัด

นาราเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดี ขณะลงลิฟต์ไปยังชั้นสอง ขณะอยู่ในกล่องเหล็ก พลันได้ยินเสียงสนทนาของพนักงานสาวสองคนที่เข้ามา ทีหลัง

“เมื่อวานคุณเขมทัตแวะมาทานข้าวกับคุณวีด้วย คู่นี้น่ารักมาก น่าอิจฉาชะมัด” สาวคนแรกเล่าอย่างอินมาก ประหนึ่งเป็นกิ่งทองใบหยกแบบในนิยาย

“น่าจะใกล้แจกการ์ดเร็วๆ นี้แล้วมั้ง” คนที่สองพูดเสริม

“พวกแฟนคลับคุณวีคงอกหักเป็นแถว” คนแรกพูดเหมือนขบขัน มองการแอบรักเป็นเรื่องตลก ที่ไม่มีวันเป็นจริง

“น่าสงสารเนอะ” สาวอีกคนพูดแบบไม่จริงใจนัก

“คงงั้น”

ทั้งสองคนคุยกันแล้วลงที่ชั้นสี่ ปล่อยให้นาราที่ร่วมรับฟังตัวแข็งเป็นหิน

ฉึก!

ความสุขที่มีเมื่อสักครู่แตกกระจาย ไม่ต่างจากลูกโป่งที่โดนเข็มแทง เธอรู้สึกเหมือนหัวใจสลายเป็นเสี่ยงๆ

มะ ไม่จริง คุณมีคนรักแล้ว...

OoXoO

ตอนนี้นางเอกของเราเริ่มรู้สึกดีต่อกันบ้างแล้ว แต่ๆๆๆ ...ทิ้งท้ายแบบนี้ ไม่โกรธไรท์เนอะ (ไรท์ทำตาใสซื่อ)

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกหัวใจ ทุกการติดตาม และทุกโดเนทค่ะ ไรท์ชอบมากๆ โดยเฉพาะอันหลัง อิอิ

ร่างแรกเขียนไปเกินครึ่งเล่มแล้วค่ะ ต่อไปน่าจะอัพได้บ่อยขึ้น เอาเป็นอัพวันที่ไรท์สะดวกนะคะ  

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

นาง ^^

OoXoO  




Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2564 14:10:23 น.
Counter : 152 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com