'*^-+...ไม่มีอะไรงดงาม เท่าความสงบสุข...+-^*'

<<<Nantes en automne>>>

ใคร ๆ ก็ว่า ฤดูใบไม้ร่วง เป็นฤดูกาลของการสิ้นสุด
ใบไม้เปลี่ยนสี แห้งกรอบ ร่วงหล่น
อากาศหนาวเย็น อึมครึม หดหู่


แต่สำหรับฉัน...มันเป็นการเริ่มต้น


………….

นี่เป็นสัปดาห์แรกที่ฉันย้ายมาอยู่ที่เมือง Nantes ในแคว้น Pays de la loire ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส Nantes เป็นเมืองไม่ห่างจากทะเลมากนัก จึงรับลมและฝนจากมหาสมุทรแอตแลนติคตลอดทั้งปี และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแคว้นที่ฝนตกตลอดเวลา

ฉันไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมคนเกลียดฝนหรอก บางทีก็โรแมนติคดีเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ และฟ้าที่หม่นตลอดทั้งปี ก็พาลส่งผลกระทบถึงจิตใจให้หดหู่ได้เหมือนกัน เมือง Nantes จึงเป็นเมืองที่ฉันไม่คิดจะเลือกมาเรียนหรือมาอยู่เลยตั้งแต่ตั้งท่าจะมาฝรั่งเศส

แต่คงโทษอะไรไม่ได้นอกจาก 'ชะตา' ที่โคจรไปมาทำให้ในที่สุดต้องเลือกเมืองนี้ด้วยเหตุผลทุกประการ แล้วก็จริงว่า เนื่องจากไม่เคยคิดจะเลือก ก็ไม่เคยคิดมาเยี่ยมเยียนเที่ยวหาที่นี่มาก่อนเลย แม้ว่าจะไปเที่ยวหาเมืองทุกเมืองที่เลือกสมัครเรียนหมดแล้ว อย่างนี้จะเรียกอะไรอื่นได้นอกจาก 'ชะตา' ที่พาให้ต้องมาที่นี่






แล้วก็แน่ล่ะ...ตั้งแต่มาเหยียบเมืองครั้งแรกจนได้นั่งรถรางวนรอบ ๆ ฉันอดไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมากดอัพสเตตัสในเฟซบุคว่า "บางทีก็ดีกว่า ที่ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไร"

แสงแดดแรงกล้าที่เผลอ ๆ จะแรงกว่าเมืองไทย ฟ้าใส ๆ สีฟ้าจัดมาต้อนรับฉันสู่เมืองแห่งฝนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เกือบ ๆ จะอาทิตย์นึงแล้ว ฉันยังไม่เห็นเมฆสีเทาหรือเม็ดฝนสักเม็ด ทั้งที่เป็นต้นฤดูใบไม้ร่วง อากาศอุ่นและแดดจ้า ๆ อย่างตอนนี้ นับว่าไม่ใช่ปกติที่จะมีให้เห็นง่าย ๆ แน่ ๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยภัยธรรมชาติที่ทำให้สภาพอากาศปั่นป่วนทั่วโลกหรือ 'โชคชะตา' ของฉันที่แดดออกแรง ๆ สวย ๆ ทำให้ฉันรู้สึกถูก 'ชะตา' กับเมืองนี้ทันที รู้ตัวเลยว่าจะอยู่อย่างมีความสุขได้ไม่ยาก

เวลาที่รู้สึกว่า 'ใช่' ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แค่ความรู้สึกเท่านั้นแหละ ที่มันจะบอก
แล้วก็นั่นแหละ ที่ฉันรู้สึก...








…………….

แดดแรง ๆ วันอาทิตย์ คนเมืองออกมาเดินเล่นตากแดด ซื้อของจับจ่าย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ออกกำลังกาย ฉันก็หาเรื่องออกจากบ้านเหมือนกัน เค้าว่ากันว่า แดดนี้อาจเป็นแดดสุดท้ายของปีก็ได้ จากนี้จะมืดลง ๆ และเย็นลง ๆ แล้ว ก็เป็นข้ออ้างที่ดีที่จะหยิบแว่นดำใส่ขาสั้นออกไปตากแดดกับเขาบ้าง

ตั้งแต่เช้า ก็ออกไปจ่ายตลาด ดูชีส ซื้อขนมปัง นั่งกินกาแฟ เดินสวนสาธารณะ เลี้ยงเป็ด จับหญ้า
หญ้าเขียว ๆ กระทบแดดใส ๆ เย็นใจและอุ่นตัวดีจริง







……………


และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่มีงาน La fête foraine ที่น้องต์หรือว่าสวนสนุกกลางแจ้ง ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายฤดูร้อน และจัดตามเมืองต่าง ๆ รวมเวลาประมาณหนึ่งเดือน งานที่ดังก็เช่น Ocktoberfest หรืองานเทศกาลเบียร์ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน เป็นต้น ซึ่งงานที่น้องต์ก็มีมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนมาจนถึงเดือนตุลาคมนี้แหละ และจัดขึ้นหลังปราสาท Duchess-Anne

ผ่านไปผ่านมาอยู่หลายวันก็เล็งๆอยู่แล้ว หมายหมั้นปั้นมือว่าจะต้องมาเดินเล่นให้ได้ โชคดีที่เมื่อวานลองเข้าอินเตอร์เนทเช็คดูถึงรู้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ถ้าปล่อยชะล่าใจไปงานหมดก็อดเที่ยวเล่นกัน

ภายในงาน มีม้าหมุน สไลเดอร์ยางลม บ้านผีสิง รถไฟเหาะ ชิงช้าสวรรค์ เกมปาเป้าต่าง ๆ บูทขายอาหาร ขนม ไอติม และอื่น ๆ อีกมากมาย แม้จะเป็นบริเวณงานไม่ใหญ่มากนัก แต่ว่าอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมทุกประเภท เหมาะสำหรับคนทุกวัย

ในบ่ายเย็นวันอาทิตย์ที่แดดดี และเป็นวันสุดท้ายของงานอีกต่างหาก คนก็เลยเยอะแบบอัดแน่น แถมด้วยว่าเครื่องเล่นทุกชนิดลดราคาหั่นครึ่ง คิวแถวของการขึ้นไปถูกเหวี่ยงอยู่บนอากาศของเครื่องเล่นแต่ละชนิดก็ยาวไม่น้อย ฉันก็เดินเล่นรอบงาน ดูคน ดูครอบครัว ดูเด็กร้องกับพ่อแม่จะเล่นนู่นนั่นนี่ ดูกลุ่มวัยรุ่นเฮฮาส่งเสียเอะอะ ดูคู่รักยิงเป้าตุ๊กตาให้กัน

เห็นแล้วนึกถึงงานวัดอินทร์ วัดภูเขาทองบ้านเรา กลิ่นอายโดยรวมไม่ต่างอะไรกันกันเท่าไหร่ ถ้ามีขนมจีน ถังแตกและตู้ทำบุญก็เหมือนกันเด๊ะ!

ที่เห็นว่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษเห็นจะเป็นบ้านผีสิง ที่คลุมผ้าดำมืดแล้วติดภาพน่ากลัวอยู่ด้านหน้าเต็มไปหมด ให้คนแต่งหน้าแต่งตัวเหมือนผีมาเรียกแขกและติดป้ายว่า Live Horror Show คนเข้าคิวแน่นขนัด มีเสียงวี้ดว้ายดังออกมาเขย่าขวัญคนในคิวเป็นระยะ มีสีหน้าหวาดผวาของผู้ออกมาเป็นสิ่งการันตี ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะน่ากลัวขนาดไหน เพราะก็ได้แต่ยืนเก็บบรรยากาศอยู่ข้างนอก อยากจะพิสูจน์อยู่เหมือนกัน ว่าจะสมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังมาเป็นระยะ ๆ นั่นหรือเปล่าหรือจะเป็นแค่ 'โชว์ผีกระสือ' หรือ 'โชว์นางเงือก' บ้านเรากันแน่

เครื่องเล่นอีกอย่างที่ฉันยืนหยุดแหงนคออ้าปากดูอยู่เป็นนานสองนาน คือ เจ้าเครื่องที่ชื่อว่า Toxic เป็นแท่งยาว ๆ ที่โฆษณาว่าสูงถึง 50 เมตร คนนั่งอยู่ปลายสุดสองด้านแล้วก็เหวี่ยงขึ้นนลงไปมาด้วยความเร็ว 5G ที่ว่าเท่าเครื่องบินรบอะไรประมาณนั้นเชียว! ฉันยืนหงายหน้าอมยิ้มไปกับจินตนาการว่าได้ขึ้นไปนั่งอยู่ตรงนั้นบ้าง แค่นี้ก็สนุกจะแย่โดยไม่ต้องเสียตังค์แล้ว แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเพื่อนสาวคนนึงที่ชอบเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวทุกประเภท ใจพาลกระหวัดไปหาว่าถ้าเธอมาอยู่ตรงนี้ด้วยกันฉันคงไม่ต้องยืนจินตนาการอยู่คนเดียวแต่คงได้ขึ้นไปเหวี่ยง ๆ สัมผัสอากาศโหวง ณ ความสูง 50 เมตรนั่นกับเพื่อนฉันแล้วแน่ ๆ





เดินเล่นด้วยความเพลินเพลินสักพัก ซื้อน้ำแข็งปั่นกินไปแก้ว ตัดสินใจเล่นเครื่องเล่นข้าง ๆ ตัวเหวี่ยงมหากาฬนั่นในที่สุด … ชิงช้าสววรค์นั่นเอง

หลังจากเสียค่าเสียหายที่ลดราคาแล้วเหลือ 2 ยูโร 50 ก็ยืนถือตั๋วรอคิว

ปกติแล้วชิงช้าสวรรค์เป็นเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียวน้อยที่สุดในบรรดาเครื่องเล่นต่าง ๆ ในสวนสนุก คนกลัวความสูงก็เล่นได้ หมุนช้า แน่นหนา ปลอดภัยและเติมความโรแมนติคในการได้ชมวิวมุมสูงสวย ๆ ด้วย







ไม่รู้จะเป็นเพราะเสียงกรี๊ดของคนในเครื่องเล่นข้าง ๆ หรือเปล่า ที่ทำให้วันนี้ฉันรู้สึกว่าชิงช้าสวรรค์น่าหวาดเสียวกว่าปกติอย่างประหลาด ไม่ได้สูงไปกว่าชิงช้าที่เคยนั่งมา หรือเครื่องเล่นหวาดเสียวอื่นที่เคยเล่นมาเลย เป็นไปได้ว่ามองลงไปข้างล่างแล้วเห็นคนตัวจิ๋วเดียว แต่มองไปที่กระเช้าอื่นข้าง ๆ ก็ไม่เห็นใครจะตื่นเต้นเหมือนฉัน จึงเป็นไปได้อีกเช่นกันว่ากระเช้าของฉันมันเอียงอยู่ข้างเดียว และก็เป็นเพราะชิงช้าสวรรค์...คงไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งคนเดียว

ความสูงบวกความเหงาก็กลายเป็นความหวาดเสียวได้ไม่ยาก...







…….


ฉันเดินออกจากบริเวณงานเวลาที่พระอาทิตย์กำลังทอแสงสุดท้ายพอดี ใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี กำลังออกสีสดจัดล้อรับกับแสงอาทิตย์สีส้มสวย อาจจะไม่มีภาพแสงอาทิตย์แบบนี้อีกแล้วก็ได้นะ ฉันเก็บภาพสวย ๆ ไว้แล้วในความรู้สึก อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความรู้สึกปนเหงาปนสุขที่กรุ่นอวลกับกลิ่นใบไม้กรอบ

ความไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไร ไม่ได้ทำให้เกิดความกลัวเสมอไป มันอาจซ่อนความตื่นเต้น ท้าทาย น่าค้นหาเอาไว้เบื้องหลัง...อย่างน้อย ฉันในวันนี้ ก็มองชีวิตได้อย่างนั้น

แม้ใครจะว่าฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูแห่งการสิ้นสุด
แต่สิ่งที่กำลังจะเริ่ม ก็คือฤดูกาลนี้นี่แหละ
และฉัน ก็จะเริ่มชีวิตใหม่ที่นี่...ไปพร้อมกับการร่วงหลุดของใบไม้








Create Date : 03 ตุลาคม 2554
Last Update : 4 ตุลาคม 2554 19:38:34 น. 13 comments
Counter : 1844 Pageviews.

 

" เวลาที่รู้สึกว่า 'ใช่' ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
แค่ความรู้สึกเท่านั้นแหละ ที่มันจะบอก
แล้วก็นั่นแหละ ที่ฉันรู้สึก... "

ถูกต้องเลยคุณ เวลาที่ ใช่ ไม่ต้องอธิบายมาก
ความรู้สึกมันบอกได้เองจริง ๆ
แล้วก็เชื่ออย่างที่คุณคิดเช่นกัน มันเป็นเรื่องของโชคชะตา
แค่เชื่อนะ แต่ไม่ได้งมงายว่ามันจะต้องเป็นนั้นเสมอ
แต่เมื่อเราพยายามฝืนสิ่งที่ควรจะเป็น หลายครั้ง หลายหนแล้ว
ก็จะรู้ได้เองว่า .. มัน ไม่ ได้


ชอบรูปใบไม้มาก ๆ คม ชัด กริ๊บ บาดใจเสียจริง


โดย: inmemoir วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:16:05:50 น.  

 
เที่ยวไปในฝรั่งกับปอยด้วยคนค่ะ
ดีใจที่กลับมาบ้าง แม้จะไม่บ่อยก็ตาม

ภาพสวยสด และคมชัดมากค่ะ...
ชอบอ่านบันทึกของปอย มาบ่อยๆนะ


โดย: nikanda วันที่: 7 ตุลาคม 2554 เวลา:17:57:38 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปอย

พี่ก๋าเพิ่งรู้นะเนี่ย
ว่าชิงช้าสวรรค์นั่งคนเดียวแล้วมันจะเอียง
ถ้าอ้วนๆแบบพี่ก๋าไปนั่ง
สังสัยมีทรุด 5555









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 ตุลาคม 2554 เวลา:5:42:34 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปอย

หมิงหมิงหายป่วยไปได้สักอาทิตย์
กำลังจะหลับมาป่วยใหม่อีกรอบครับ 555

โรคหวัดกับเด็กเล็กนี่เลี่ยงยากมากจริงๆ
เพราะพอไป รร.ก็ติดกันไปติดกันมาครับ เฮ้อ

ตอนแรกป้าหมอขอพี่ก๋าว่าให้หมิหงิมงเข้า ป.1 ไปเลย
ค่อยส่งไป รร.

แต่พี่ก๋าคิดว่าเด็กก็น่าจะไปวิ่งเล่น และเรียนรู้กับเพื่อนๆมากกว่า
ก็เลยส่งไปเรียน

แต่ส่งไปเรียนก็ได้อะไรดีดีเยอะครับ
ที่ไม่ดีก็คือหวัดนี่ล่ะครับ 555

น้องปอยรักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ปล. พี่ก๋าก็ยังจำได้เสมอนะครับ
ว่าน้องปอยเคยขอเพลงเดือนเพ็ญเอาไว้ 555
ไม่ลืมครับ แต่ยังไม่มีจังหวะดีดีให้ร้องเพลงนี้เลย
เดี๋ยวไว้ร้องเสร็จจะมาเรียกถึงบล้อกเลยครับ









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:6:54:53 น.  

 
ใบไม้ที่ร่วงหลุด ไม่น่าก้อผลิใหม่
ใบสีอ่อนแตกยอด มันให้ความสุขสดชื่นกลับมาเสมอ

นึกอะไรไม่ออกนอกจาก เพลง อะไรน๊า อ๋อ .. ฤดูที่แตกต่าง

ชอบและอยากให้ถึง วรรคนี้ "ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ"


พี่รู้สึกเพลินกะบันทึกของปอย ถึงสีมันจะหม่น โทนขาว-ดำกระจายตัวไปทั่วกระดาษ แต่มันก้อไม่หมองซะทีเดียวหรอก

"หากไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ก้อคงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ"

คั่นๆ ฟังเพลงประกอบบล๊อคมาถึงท่อนนี้พอดี

พี่เคยอ่านงานเขียนที่ตีพิมพ์โดยนักบันทึกมีอารมณ์เหงาๆประมาณปอย แต่มันรู้สึกแปลกใหม่ ไปเหงาอีกซีกโลกนึง อยากสื่อสาร แต่เกรงและหวั่นกะคนต่างวัฒนธรรม อาจไม่ต้องอารมณ์ของคนที่ต้องการส่ง กลัวไม่ถึง ตกหล่นระหว่างทาง หรือ แตกแถวฉีกแนวไปหลายเรื่องเลย
อะไรก้อไม่รู้ละ เม้นท์ก้อวกวน สื่อสารเป็นสายน้ำหลากเหมือนเมืองไทยยามนี้ พยามเข้าใจพี่นะ


อยากบอกว่า ชอบอ่านบันทึกของปอย สั้นๆแค่นี้คงได้ใจความกว่า นะ


ที่บ้าน น้ำแล้ง ฝนหล่นปรอยๆไม่ถึงห้านาที ก้อจบแระ หลอกให้ดีใจแล้วจากไปดื้อๆ
รู้ทั้งรู้ ว่าเราชอบฝน แม้ฝนจะเป็นอุปสรรคในการสัญจร แต่ระหว่างทางที่มีฝน มันชุ่มฉ่ำ เย็๋นตัว เย็๋นใจ ชอบๆ
บางทีนึกครึ้มๆ ก้อแกล้งไปทำโน่นนี่นั่น ตากฝนให้เปียกปอนบ้าง ชื่นใจดี


โดย: ณ ขณะหนึ่ง วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:11:35:37 น.  

 
เขียนด้วยความเบลอ ไม่ได้ละเมอ แต่ตามันปรือเฉยๆ




โดย: ณ ขณะหนึ่ง วันที่: 13 ตุลาคม 2554 เวลา:11:38:50 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปอย






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:5:40:08 น.  

 
น้องปอยครับ
ดีใจมากที่ได้ข่าว เห็นคอมเม้นท์เมื่อเช้า
บอกตัวเองว่า ค่ำๆจะมานั่งอ่านสบายๆ
จะได้หายคิดถึงบ้าง

ช่วงนี้ วันๆต้องเตรียมเก็บข้าวบองขึ้นชั้นบน
เพราะไม่แน่ว่าจะโดนหางเลขน้ำท่วมไหม

ดีใจครับที่น้องปอยชอบเมืองที่จะต้องอยู่
ดูว่าเมืองน่าอยู่นะ ภาพสวยมากๆ เลย
ส่งข่าวกันบ้างอย่างนี้พอหายคิดถึง รีบๆ
เรียนนะครับ จะได้กลับมาเจอกันเสียที



โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:19:41:20 น.  

 
พี่ก๋าเอาลิ้งค์เพลงเดือนเพ็ญมาฝากครับ
เพิ่งอัดเสร็จสดๆร้อนๆเดี๋ยวนี้เองครับ 555

มีเล่นเพี้ยนอยู่จุดสองจุด
อย่าได้ถือสานะครับ แหะๆๆๆ

นี่แอบหนีลูกหนีเมียตอนหลับไปอััดเสียงที่ร้านมาครับ 555


เนื้อเพลงอาจไม่คุ้นหูอยู่หลายท่อน
พี่ก๋ายึดเอาเนื้อเพลงต้นฉบับจริงของคุณอัศนีมาร้องครับ







//www.youtube.com/watch?v=17c__bYzrIw





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:22:14:16 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปอย

พี่ก๋าไม่ได้เล่นกีตาร์แบบจริงจังมานานมาก
ถ้านับง่ายๆ
ก็ตั้งแต่หมิงหมิงเกิดครับ 555

อะไรที่รักที่ชอบ หยุดหมดครับ
ทั้งการเล่นกีตาร์ การเดินทางท่องเที่ยว
ถ่ายภาพก็เน้นแต่ถ่ายภาพหมิงหมิง 555

การมีลูกก็ทำให้ต้องหยุดอะไรที่ชอบไปเยอะเหมือนกันครับ 555











โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:6:31:54 น.  

 
สวัสดีค่ะปอย ชอบบล็อกนี้มากๆ เพราะทำให้รู้สึกเหมือนการเริ่มต้น
และไม่เหมือนบล็อกก่อนๆ หน้านี้เพราะรู้สึกขึ้นมาเองอย่างไรไม่รู้ว่าปอยจะกลับมาบ่อยๆ ขึ้น เรามาเขียนกันนะคะ

ที่รัก นั่งชิงช้าสวรรค์ยักษ์อันนี้คนเดียวจริงๆ หรือ อยากเห็นภาพตอนนั่งด้านบน ได้ถ่ายไว้บ้างไหม ภาพถ่ายคงจะบอกความรู้สึกที่แท้จริงของคนถ่ายได้นะ ว่าจะเหงา หรือหวาดเสียวเพียงใด

ป.ล. กำลังอยากเปลี่ยนภาพหัวบล็อกตัวเองมากๆ ปอยพอจะมีภาพที่เหมาะสมกับอ้อนมาบริจาคให้บล็อกโน้นบ้างไหมคะ หรือว่ามีข้อแนะนำอะไรดีๆ ให้คนไม่ค่อยมีหัวทางศิลปะบ้างหรือเปล่า อยากเปลี่ยนจริงนะเออ


โดย: BeCoffee วันที่: 15 ตุลาคม 2554 เวลา:8:31:26 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปอย










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 ตุลาคม 2554 เวลา:5:33:11 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องปอย









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ตุลาคม 2554 เวลา:5:30:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นางสาวดุ่บดั่บ
Location :
Vichy France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




\\\ดุ่บดั่บๆ///
ดุ่บดั่บ คือ การเคลื่อนตัวของหนอน
หนอนตัวน้อย ๆ ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจต้องการ
ฉันเองก็อยากเป็นหนอนตัวน้อย
จะได้ทำอะไรก็ได้ และไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจฉันฝัน
...ดุ่บดั่บ ๆ ๆ...





>>>คลิก ๆ...สารบัญและสมุดเยี่ยมค่ะ<<<




อ่านบลอคเก่า ๆ ก็ได้นะ

<<การปรับตัว-Acclimatisation>>
::สวนสาธารณะวันหม่น::
ภาพ: ดอกมูเก้
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(2)
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(1)



















Status: ขาวดำ



Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นางสาวดุ่บดั่บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.