อะไรๆ ก็ทนความพยายามไม่ได้หรอก จริงไหมจังกึม ^^*

<<
พฤษภาคม 2558
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 พฤษภาคม 2558
 

กระบวนท่า “รีด” วิทยายุทธ์เคล็ดความสำเร็จเกาหลี

เขามีส่วน เลวบ้างช่างหัวเขา

จงเลือกเอา ส่วนที่ดีเขามีอยู่

เป็นประโยชน์โลกบ้าง ยังน่าดู 

ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ของเขาเลย 

จะหาคน มีดีโดยส่วนเดียว.

อย่ามัวเที่ยวค้นหา สหายเอ๋ย.

เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่า ตายเปล่าเลย.

ฝึกให้เคยมองแต่ดี มีคุณจริง

-ท่านพุทธทาส

 คำตอบจากการยื่นงานส่งให้เจ้านายเกาหลีพิจารณา...ครั้งที่ 1

“ไปคิดมาใหม่” (ซับไตเติ้ลภาษาไทย…แปลจากปากของเจ้านายชาวเกาหลี)

“ค่ะ” ฉันรับคำ 

แล้วเอามานั่งหาข้อมูล หาแหล่งอ้างอิงอื่นๆ ต่อ

เพื่อหาไอเดียใหม่ ที่ไม่ซ้ำเดิมสำหรับการสร้างความประทับใจให้กับโปรเจคนี้

หลังจากงมอยู่ครึ่งวัน

ความคิดก็งอกขึ้นมาอีกติ่งหนึ่ง…ฉันก็รีบเอาไปส่ง

ถามว่าทำไมต้องรีบ

ก็เพราะยังมีขั้นตอนอีกสิบแปดสิ่งหลังจากเจ้านายยืนยันไอเดียที่กำลังจะสรุปด้วยกันนี้ และ deadline ก็ใกล้เข้ามามากๆ แล้ว และฉันรู้ดี...ว่าหลายกระบวนยุทธ์ของเกาหลี จะทำให้มันผ่านไปไม่ง่าย...แต่จะขนาดไหน ต้องตามลุ้นงวดนี้ดูอีกที...

… ยื่นให้สักพัก ก็ได้รับคำตอบว่า

“ยังไม่ดี ไปหามาใหม่”

“ค่ะ มันยังไม่ดีตรงไหนคะ”

…บางทีเจ้านายอารมณ์ดี ฮีก็จะอธิบายว่า มันยังธรรมดาไปอะไรก็ว่า

แต่บางที…เจ้านายก็งานสิบแปดสิ่งกองทับถม…เขาก็ตวาดเข้าให้ แบบว่า

“บอกให้ไปทำมาใหม่ ก็ไปทำมา …ไอเดียแบบนี้มันไม่ได้เรื่องบอกให้ไปแก้มาไง! พูด(ภาษาคน)ไม่เข้าใจรึไง?!! หา?!!” (เคยเห็นพวกตัวร้ายตวาดใส่เสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยมไหมคะ…ประมาณนั้น….แต่ใครใช้ให้ฉันมาเล่นเป็นเสี่ยวเอ้อวะ)

สรุปก็คือ จง “ค่ะ” แล้วไปทำมาใหม่

ก็ไปหาไอเดียเพิ่มเติม…เวลาผ่านไป ไม่ต้องทำมาหากินอะไรหาแต่ไอเดียที่ว่า

คุยกับทีมงาน โพสท์ถามในเน็ต อะไรก็แล้ว

ก็งอกไอเดียเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย

แล้วก็เอาไปส่งเจ้านาย ด้วยใจลุ้นระทึก…

จะว่า “ลุ้น” ที่ว่าผ่านไม่ผ่าน นั่นก็ส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งคือ…”ลุ้น” ว่ากรูจะโดนระเบิดลงอีกไหม….เพลียสุดตรงจุดนี้

และเมื่อส่งไป

ก็ถูกยื่นคืนมาให้

“ไปคิดมาใหม่”

เอ…นี่เดจาวูรึเปล่า…

“ค่ะ” …ค่ะแต่ปาก…ในใจร้อง [เฮ้ย]

บังควรนึกถึงระยะเวลาในการดำเนินงานไหม

นี่มันต้องสรุปแล้วนะตามแผนงาน ไม่งั้น…ขั้นตอนต่อไปจะไงดีวะเนี่ยะ

ยังเหลืออีกเยอะสิ่งมากนะ เจ้านายรู้บ้างม้ายยยย

ไหนจะต้องตัดต่อวิดีโอ….ทำก็ยาก ใครทำ ก็กรูทำ

แล้วกว่าจะปรู๊พ…กว่าจะเรนเดอร์….กรูจะได้นอนไหมงานนี้…

แล้วใครพิธีกร…ก็กรูอีก….

….เริ่มร้อนรน…

แต่ทำไงได้…

ก็ต้องไป คิดมาใหม่ หาไอเดียเพิ่มเข้าไปอีก….

จนเดจาวูไปห้าหกรอบ…

เรียกว่า โอเคในครั้งที่เจ็ด…

ยังกะเสียงสวรรค์

ปีกนางฟ้า กับห่วงสวรรค์บนหัวลอยมาแปะร่างตอบรับทันที

กรูจะได้โบยบินไปทำอย่างอื่นต่อเสียที

….

นี่ไม่ใช่เรื่องแรก…ที่เป็นแบบนี้

ฉันก็ไม่ใช่คนมองแง่ร้ายว่า นี่เป็นปิงปองของเจ้านายกับฉันหรือเจ้านายมีเจตนาไม่ดีอะไรหรอกนะ (เว้นแต่มารยาทและอารมณ์ที่ใส่ระเบิดเข้ามาซึ่งเพลียมากจริงๆ เรื่องนี้)

มันเป็นวิทยายุทธ์ที่ได้เรียนรู้อย่างไม่น่าเชื่อก็คือ….

นี่เป็นกระบวนการ “รีด”

ไอเดียบางอย่าง มันยังไม่ผลิดอกออกมา เวลาที่เราคิดแต่ผิวๆ

คิดครั้งสองครั้งแรก ถ้าเรายอมโอเคเสียแล้ว

ใครจะไปรู้…ว่าไอเดียในครั้งที่เจ็ด มันจะน่าสนใจกว่ามาก

และเราเองกับทีมงาน…ก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน…ว่ามันยังมีไอเดียอะไรให้คิดออกมาได้อีกบ้าง

เราเองคิดว่า แค่ไอเดียที่สองที่สาม นี่ก็สุดๆ แล้วไหม

ถ้าเป็นบริษัทไทยส่วนใหญ่ ก็เอาไปทำต่อแล้ว ไม่รอให้กลับไป “รีด” ไอเดียออกมาแบบนี้หรอก

แต่พอตีกลับไปรอบที่ห้า ที่หก มันก็มาพร้อมกับความเครียด และความร้อนรนในใจ(กรูจะทำงานนี้เสร็จทันไหม)

แต่ก็เพราะกระบวนท่านี้ ต้องใช้ควบคู่กับท่าอื่นๆ ทั้งหมด (ละเอียด, เป๊ะ, ไม่ได้ไม่ได้ ฯลฯ)

ซึ่งหากทีมงานจะ “เครียด” ไป

นั่นก็เป็นบรรยากาศปกติ เหมือนกับไปน้ำตกก็ย่อมมีเสียงซู่ซ่าของน้ำฉันใด

อยู่บริษัทเกาหลี ไม่เครียด เป็นไปไม่ได้

ถ้าไม่เครียดระดับ…จะบ้าตาย…อาจเรียกว่า ยังไม่ใช่เกาหลีจริง

เอาล่ะ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำหรับกระบวนท่านี้

(กรูบ่นอยู่เรื่อย)

เพราะ รีดเค้นออกมา นึกสภาพ ตอนบีบยาสีฟัน จนแบนแต๊ดแต๋แล้วแต่ก็ยังม้วนเอาด้ามมีดมารีดไล่จากปลายหลอดออกมาอีก…ถ้าพยายามรีดอยู่อย่างนั้นถ้ามันยังมียาสีฟันหลงเหลืออยู่ในหลอดบ้าง มันก็จะออกมา

หวังแค่ว่า อย่าให้ด้ามมีดมันคมไปนักไม่งั้นหลอดยาสีฟันจะแตกสะพายแร่งเอา =_=

(จะเปรียบเป็นอุปกรณ์ทันสมัยในไดโซะ ที่เอาไว้รีดยาสีฟัน ก็ดูจะน่ารักไม่เหมือนกับความเป็นจริง ด้ามมีดนี่ตรงสุดแล้ว)

และนี่ก็ทำให้ได้รู้ว่า ความจริง ที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้วบางทีมันยังสามารถทำให้ดีได้ยิ่งขึ้นไปอีก และเกาหลี ใช้วิธีนี้ตลอดเวลา

และไม่เคยย่ำกับที่ ต้องดีขึ้นไปอีก ไม่ยอมรับสภาพว่า แค่นี้พอแล้ว ดีแล้ว แค่นี้พอ... ไม่มี

รีวิวกระบวนท่า “รีด”

ให้ 3.5 ดาว ในความรู้สึกนั้น พิจารณาว่า กระบวนท่านี้ จริงๆ แล้วดี  สำหรับคอนเซปต์

แต่การร่ายรำกระบวนท่า…มีปัญหาไม่น้อย … ถ้าขับเคลื่อน ด้วยโมติเวชั่นให้ทีมงานอยากคิดให้ดีขึ้นไปอีก ไม่ต้องลงแส้

ไม่ต้องมาแบบ หน้าตาทมึฬ เขวี้ยงกระดาษ ตะโกน ไม่พอใจ อะไรทำนองนี้

เพราะยังไงก็ต้องคิดอยู่แล้ว ไม่รู้จะมาสร้างความเครียดและกดดันให้กับคนคิดงานทำไม

ยิ่งกด ยิ่งเครียด ยิ่งคิดไม่ออก รู้บ้างไหม?

ภาวะที่จะคิดได้ คือ มันต้อง flow สบายใจ มีความสุข หรือจะเครียด ก็อยู่ในระดับต่ำ ไม่ใช่โคตรพ่อโคตรแม่เครียดแบบในบริษัทเกาหลี

นิดหน่อยก็ตวาด

นิดหน่อยก็ขู่จะไล่ออก

นิดหน่อยก็โยนเขวี้ยงปาข้าวของ เอะอะเอ็ดตะโรราวกับเราจะไปฆ่าคนตาย

=_= เป็นไรมากเปล่า ท้องอืด จุกเสียดเรื้อรังเป็นปีที่ 30 ใช่ไหม


ไม่ใช่ให้ค้นหาไอเดียเพิ่มเติมด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เหมือนน้ำขุ่นตะกอนมันปะปนว้าวุ่นอยู่ในแก้วเต็มไปหมด แม้จะคิดออกมาบ้างแต่ ความเครียดจะทะลุปรอทมากกกกกกกกกก  และมันไม่ดีต่อสุขภาพและสุขภาวะของบริษัทในระยะยาวมาก

จะฆ่าตัวตายในเกาหลีเท่าไรก็ตามใจแต่ในเมืองไทยเราไม่อยากจะสร้างสถิติด้านนั้น อยากให้รู้ไว้ด้วย

เกาหลีน่าจะคุ้นชินกับการให้แรงเสริมทางลบ (ไม้ตีแทนที่จะให้แครอท) มักใช้ได้ผลกับคนส่วนใหญ่ (หรือไม่ก็ คนให้แรงเสริมเสพติดวิธีนี้ เพราะโดนแบบนี้มาเหมือนกันตลอดชั่วอายุ) แต่ มันไม่ยั่งยืน ผนวกกับมีความเสี่ยงด้านความเครียด สุขภาพ ไปจนถึง อัตราการฆ่าตัวตาย ที่สูงโดดเด่นไม่คุ้มเลย เพียงเรื่องคิดงานอีเวนต์ไม่ออก โดนด่า เละตุ้มเป๊ะจนคนนั้นรู้สึกไร้ค่า มันไม่คุ้มเลย

มันคงจะดีมาก ถ้าหากว่า เราสามารถ “รีด” งาน

ได้แบบไฉไล ฉลาด โลกรื่นเริง และเวิร์คในวิถีไทย ช่วยแบ่งปัน

และ การจะบาลานซ์ให้ได้ ก็เป็นความท้าทาย

แต่ยังไงซะ เชื่อว่า คนไทย ถ้าพูดคุยกันดีๆ โมติเวทเลิศๆและสร้างบรรยากาศให้ขับเคลื่อนอย่างมันส์ และสนุก แล้วล่ะก็ วิทยายุทธ์ท่านี้อาจกลายเป็น “รีดเริงร่า” “รีดเร้ารมณ์” แทน รีดเค้นแบบเกาหลี ที่จะมีติ่งเป็นโรคร้าย และโรคเครียดเป็นของชำร่วย...ไม่ขอรับนะ


อยากฝากบอกคนเกาหลี ไว้ ณ ตรงนี้เลยว่า

คนไทยอาจไม่ได้ถูกฝึกให้ขยันขี้แตกขี้แตนปานช้างศึกคึกด้วยเครื่องดื่มชูกำลัง

แต่ไม่ต้องหยาบคาย ด่าทอกัน เราฟังภาษาคนเข้าใจ

พูดกันด้วยเหตุผล ถ้าไม่ได้ก็บอกว่าไม่ได้ ไปทำมาใหม่เฉยๆ

มันจะอะไรนักหนา พูดให้จริงจัง ด้วยสติ สะกดสิ รู้จักไหม สติ

อารมณ์ควบคุมเป็นบ้างไหม ไม่ใช่ปรอทแตกทุกรอบน่ะ

มันดูเถื่อนและสถุนมากเลยนะในสายตาคนไทยขอบอกไว้


เราไม่ได้มาทำสงครามนะ

เราเป็นประเทศรักสันติ

เธอก็รักสันติใช่ไหม

ถ้าไม่คุ้น มาฝึกอยู่อย่างศานติด้วยกันได้

แต่ขอให้เปิดใจ เรียนรู้กัน


Pix: kengkadeng.exteen.com




Create Date : 04 พฤษภาคม 2558
Last Update : 17 พฤษภาคม 2558 22:25:53 น. 0 comments
Counter : 990 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

ล ม ห า ย ใ จ ...อุ่ น อุ่ น
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




[Add ล ม ห า ย ใ จ ...อุ่ น อุ่ น's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com