อะไรๆ ก็ทนความพยายามไม่ได้หรอก จริงไหมจังกึม ^^*

<<
พฤษภาคม 2558
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 พฤษภาคม 2558
 

วิทยายุทธ์เกาหลีสู่การพัฒนาเศรษฐกิจก้าวกระโดด "ไม่ได้ ไม่ได้"


“มันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เสมอ จนกระทั่งทำเสร็จ”

-- เนลสัน แมนเดลลา

“ไม่มีอะไร เป็นไปไม่ได้”

-- อดิดาส

::::::::::::::::::::::::

อีกหนึ่งเคล็ดวิชา วิทยายุทธ์ที่ได้แอบดูเป็นแอบดูตาย วิเคราะห์มาในบริษัทเกาหลี

ในการบุกตะลุยพัฒนาเศรษฐกิจจากประเทศไม่มีจะกินเป็นมีอันจะกิน ในระยะเวลาเร็วโคตร!

กระบวนท่าต่อไปนี้ ใช้วจีกรรม ทั้งที่พูดออกมาและสื่อสารออกมาแม้ไม่ใช้คำพูด

หากมีการมอบหมายสิ่งใดให้ทำ ไม่ว่าจะบุกป่า ลุยไฟ ใกล้เวลาDeadline แค่ไหน

เตรียมจัดงานอีเวนต์ ...ที่อื่นทำเป็นเดือน ที่นี่จะทำเป็นสัปดาห์

ทำแผนการตลาด...ที่อื่นทำสามเดือน ที่นี่จะทำในสามวัน

คนเกาหลีจะสกัดจุดตั้งแต่ช่วงแรกที่ทีมงานจะมีการกล่าวถึงเหตุผลสารพัดที่จะทำสิ่งนั้นไม่ได้

“ไม่ได้ ไม่ได้”!

หรือหากแม้ ไม่ได้กล่าวคำนี้ ก็จะเป็นทั้งคำพูดและคำที่ไม่ได้พูด แต่สื่อสารออกมาว่า อย่างนั้น

“ไม่ได้ ไม่ได้”

คุณห้ามมี can’t do attitude (ทัศนคติว่าทำไม่ได้)

สิ่งนี้ไม่เป็นที่ต้องการ คนเกาหลีไม่ชอบ และไม่ขอรับฟัง

พวกเธอไปทำยังไงก็ได้ ไปทำมาให้ได้

มันไม่ใช่หน้าที่กรู (หัวหน้า) ที่จะไปคิดมันเป็นหน้าที่มรึง (ลูกน้อง)

จะมาหาเหตุผลสารพัดอะไรก็ตาม

กรูไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น

ผ่านมาจนถึงตอนนี้ คิดว่าการที่เกาหลีสร้างปาฏิหาริย์ในการพัฒนาเศรษฐกิจแบบ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ ไม่ถึง50 ปี ก้าวกระโดด มีอัตราการพัฒนาเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 9% จากประเทศย่อยยับจากสงครามรายได้ต่อหัวเฉลี่ยอันดับรองบ๊วยของโลก (น้อยกว่าประเทศไทยเกือบ 3 เท่า) ขึ้นมาเป็นประเทศพัฒนาแล้วเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญอันดับสิบต้นๆ ของโลก และสร้างรายได้สูงกว่าเก่าสามร้อยกว่าเท่า! (มากกว่าประเทศไทย 5 เท่า)

ไม่มีอะไร เกิดขึ้นมา ...ได้มาโดยไม่มีสาเหตุ

ขณะเดียวกัน ก็ใช่ว่าอะไรๆ จะมีดีแต่ฝ่ายเดียว...

มันอาจมีวิธีในการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานให้มีใจอยากทำงานนั้นให้ทะลุผ่านอุปสรรคนานาไปให้ได้

แต่คิดว่า มันอาจต้องใช้เวลาแสวงหาข้อมูลแสวงหาจุดแข็งและความหลงใหลในงานของตัวหัวหน้าเองหรือไม่ก็ไม่รู้จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว ที่จะสื่อสารให้ทีมงานชาวต่างชาติเช่นคนไทย ได้รับรู้ว่า มรึง ปฏิเสธกูไม่ได้ เข้าใจมั้ยไอ้...!

เจ้านายเกาหลีหลายๆ คนก็จะเลือกวิธีที่ (มัก)ง่ายและถนัดที่สุด

คือ

คำว่า “ไม่ได้” ไม่มี และไม่รับ

หากสะเออะมีท่าที หรือพูดให้ได้ยินอีกทีสองทีมีปรมาณูลงแน่นอน

อยากลองของไหม

ถ้าเมตตาหน่อยก็กระดาษ หนังสือล่องลอยกระเด็นพร้อมด้วยแอ็คติ้งระดับ ยมบาลผสมผสานกับสัตว์นรกและยักษ์ระดับทศกัณฑ์ ตาทมึงทึงเสียงตวาดกึกก้องจนแทบได้ยินไปทั้งตึก เขี้ยวแม้ไม่มี แต่เหมือนมีได้

ถ้าพีคหน่อยก็มีตวัดคีย์บอร์ดบ้าง เสื้อนอกบ้าง...เขวี้ยงลงมา...

นายฉันระดับ...เขวี้ยงมาใกล้ๆ ตัวหรือใส่ตัว...หรือข้างหน้า....

มันจะเครียดหนักก็จุดนี้ 

อะไรนักหนา พูดกันดีๆ ไม่เป็นหรือยังไงทำไมต้องชักกระบี่ขู่อยู่เรื่อย

เก็บกดนะบอกเลย

(ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าฉันจะอยู่เฉยๆหรอกนะแต่แรก....ไว้เรื่องนี้ไปเม้าท์กันต่อในบทที่เกี่ยวข้อง)

สัมผัสมาแล้ว เข้าใจแล้ว

สรุปได้ว่าอันนี้เป็นอีกหนึ่งกระบวนท่าร้ายกาจจากตำหนักเกาหลี

ดังนั้น คำนี้จึงก้องอยู่ในใจคนที่ทำงานในบริษัทเกาหลีทุกคน

เหมือนเป็นคำต้องห้าม ที่ต้องห้ามจริงๆไม่ใช่สักแต่ว่าต้องห้าม เหมือนอย่างกฎหมาย หรือกฎของประเทศเรา

การบอกเหตุผลที่ไม่สามารถทำงานนั้นๆ ได้ไม่เป็นที่ยอมรับฟัง อย่าพูดเสียให้ยาก ไม่ฟัง

            จะถูกหาว่าไม่พยายาม ยังไม่ทันลองเลย บอกมาได้อย่างไรว่า ทำไม่ได้

            โดนบ่อยเข้าลูกน้องก็ไม่คิดจะปฏิเสธ เพราะพูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆเสียสุขภาพจิตอีกต่างหากเพราะจะโดนมารยาททรามใส่ พร้อมเซ็ตด่าเช็ดจนแก้วหูพิการเอาได้(นี่ไม่ได้เว่อร์)

            ต้องใช่ครับพี่ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน ไปโดยปริยาย

ซึ่งค้นประวัติศาสตร์ย้อนไป มันก็มีที่มาที่ไปจริงๆ แฮะวิทยายุทธ์นี้ มีรากมาจากสมัยประธานาธิบดีก่อนๆ ของเกาหลี ที่จะเป็นแนวเผด็จการเช่น ปักจุงฮี

และที่ชื่อวิทยายุทธ์คล้ายกันมากคือสมัยประธานาธิบดี ลีเมียงบัก 

ที่เชิญชวนให้ชาวเกาหลีเชื่อมั่นในคำว่า " Can dospirit " (จิตวิญญาณเราทำได้) และชี้ชวนให้คนเกาหลีทำงานหนักเพื่ออนาคตของตนเองและประเทศชาติ 

ซึ้งเลยว่านโยบายนี้ถูกฝังเข้าใส่อณูเซลล์ในตัวคนเกาหลีแล้วจริงๆ ทำงานซะจนติดอันดับ Top10 ประเทศที่ทำงานหนักที่สุดในโลก (บางโพล ขึ้นเป็นอันดับ 1 เลยเชียว) 

และทั่วโลกก็ยอมรับว่าคนเกาหลี ทำจริงจังมุ่งมั่นทุกสิ่งอัน 

ดูมันเต้นดูมันเรียน ดูมันเล่นเพลงคลาสสิค ดูมันเล่นฟุตบอล ดูมันแสดงละคร ดูมันสิดูมัน

ดูมันสร้างแบรนด์ซัมซุง…และดูมันทำโทษเวลาเล่นเกมส์แพ้สิดูมัน (ไว้จะเล่าให้ฟัง …เมื่อก่อนปลื้มหนักนะแต่เดี๋ยวนี้….)

เชื่อแล้วว่าจริงจังจริงๆทุกอณูรูขุมขน นี่ถ้ากรีดเลือดออกมา อาจหล่นคำว่า “จริงจัง” ออกมาได้เลย

วัฒนธรรมนี้ Top down มากมาย อาจเนื่องจากผู้ชายต้องฝึกทหารอย่างเข้มงวดทุกคน ทำให้บรรยากาศในบริษัทเกาหลีคล้ายกองทัพทหารมากๆ เข้มงวดมาก วินัยจัดมาก และจะบอกให้บุกน้ำลุยไฟ มึงต้องไปทำอย่าเถียง ไม่ใช่หน้าที่มรึง …ก็เลยเสกหลายสิ่งได้ตามผู้บัญชาการ

รีวิว วิทยายุทธ์ “ไม่ได้ ไม่ได้”:

            ฉันว่ามันก็ไม่เลวนะมันคือ ไม่ยอมแพ้ มันคือ ต้องลงมือทำก่อน ไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้ และต่อให้ทีแรกทำไม่ได้คุณพยายามมากพอหรือยัง ไปพยายามมาใหม่ อีกหลายๆ รอบเลยไปไป๊

มันดีที่ผลักดันให้ผู้คนเร่งทดลองลงมือทำก่อนพยายามดูก่อน อย่าเพิ่งมาอ้าง ว่าแบบนี้ทำไม่ได้ ฯลฯ เสียคน ตามใจลูกน้องไปหมดก็มีแต่เอาสบายเท่านั้น แล้วก็ไม่ได้เขยื้อนไปไหน อยู่ทีเดิม อันนี้น่าเอามาปรับใช้

           แต่ที่ไม่น่ารับมาคือการบีบคั้นมากจนเกินขอบเขต และมารยาทดูแลพนักงานเยี่ยงทาสแบบนั้น

            เล่นหาโรงแรม ที่มีคุณสมบัติดังที่ต้องการ มีเงินสิบบาท จะเอาให้ได้สักพันบาท

บางอย่างขูดรีดซะจนไม่อยากจะช่วย

            ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ยอม พยายามแล้วสามรอบ จนวินาทีสุดท้าย พนักงานเครียดมาก เพราะทุกอย่างเร่งรีบและต้องเลิศทุกสิ่ง ตลอดเวลา ไม่ได้หายใจ แทบต้องวิ่งทำงานมีคนบอกทำงานบริษัทเกาหลีวิ่งเหมือนผีบ้า...ดูท่า..น่าจะเป็นคำอธิบายที่ใกล้เคียงอยู่...

            มาถึงจุดนี้คุณจะจี้ให้อิฉันไปหาสถานที่ต่อ ก็ย่อมได้ อันนี้ยอมรับได้ แต่ที่ยอมรับไม่ได้คือของแถม คือ การมาตวาดแว๊ดๆ โยน เขวี้ยงข้าวของ มารยาทสาไถแบบนี้มันต้องใช้กำลังขันติระดับ 10 เท่านั้นจึงจะเอาอยู่

            คิดว่าเอาพระเวสสันดรเป็นสรณะ บำเพ็ญขันติบารมี

            เรียกว่า...ขณะนั้น...หนังสือธรรมะทุกระดับที่เคยอ่านไม่เข้าใจ ขณะนั้นทะลุปรุโปร่งหมดทุกเล่ม โดยเฉพาะ เล่ม“อยู่กับมาร” 

สรุป เต็ม 10 ดาว วิทยายุทธ์นี้ได้ 6.5 

เสียคะแนนตรงของแถม ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง

หากประเทศไทยจะนำไปประยุกต์ใช้ เราน่าจะมีแนวทางในการทำให้มัน"สนุก" คิดว่ามันจะ "ให้" อะไรกับสังคมอย่างไร ช่วยโลกอย่างไร

คนไทยมีพื้นฐานจิตใจที่เมตตา ชอบช่วยเหลือคนอื่นถ้าเอาสิ่งนี้โมติเวท 

และตัวขับเคลื่อนที่เป็นเลิศคือ การทำด้วยความมันส์ ด้วยความรักหลงใหล ใจจะอยากทำ โดยไม่ต้องเอาแส้มาฟาดเลย

แบบนี้ดีกว่านะ

บริษัทไทยน่านิยม อยากให้คนไทยและคนเกาหลีเอาไปศึกษาบ้าง : บ. bathroom design




Create Date : 03 พฤษภาคม 2558
Last Update : 3 พฤษภาคม 2558 23:17:21 น. 1 comments
Counter : 621 Pageviews.  
 
 
 
 
เขียนสนุกมาก
 
 

โดย: Akiko Mom1 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2559 เวลา:7:31:34 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

ล ม ห า ย ใ จ ...อุ่ น อุ่ น
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




[Add ล ม ห า ย ใ จ ...อุ่ น อุ่ น's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com