ยินดีต้อนรับสู่บ้านแม่กะปอมค่ะ...มาร่วมแบ่งปัน พูดคุยทุกสาระเรื่องราวกัน ^o^ ก่อนกลับอย่าลืมฝากชื่อ/สังกัดด้วยนะคะ จะคลิกไปเยี่ยมเยือนกันค่ะ
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 

แต่งบ้านช่วยลดโลกร้อน




ในภาวะโลกร้อนและธรรมชาติแปรปรวนอย่างหนัก รวมทั้งเศรฐกิจตกต่ำทั่วโลก เราคงต้องหาทางช่วยกันป้องกันและบรรเทากันแล้วล่ะ

เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงในบ้านของเราก่อน เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วค่ะ




ปลูกพืชสวนครัวง่าย ๆ ที่ต้องใช้บ่อย ๆ จะใช้ก็เด็ดมา
เก็บไว้ที่ต้นอยุ่ได้นานด้วย และไม่เปลืองค่ารถไปซื้อไม่เน่าในตู้เย็นด้วย



ปลูกมะนาว มะกรูดที่หนามเยอะ ๆ ไว้เป็นพืชสวนครัวและยังเป็นรั้วธรรมชาติ ป้องกันทั้งคนทั้งสัตว์ได้ด้วย



ปลูกต้นไม้สูงเช่นโมก ชมนาค ฯลฯ ไว้ริมหน้าต่าง แทนกำแพงและม่าน กันแดด กันฝน กรองฝุ่นและกันคนมอง
แล้วยังได้กลิ่นหอมและสูดอากาศที่สดชื่น




ถ้าไม่มีระเบียงตั้งต้นไม้ ที่หน้าต่าง ก็ให้ใช้ไม้แขวน แทนม่าน ไว้กรองฝุ่น กันแดด และฝน

อีกอย่างหน้าต่างนี้เดิมเป็นแบบบานเกล็ดฝนซึมเข้ามา สีที่กำแพงร่อนหลุดหมด เลยเปลี่ยนเป็นแบบบานเลื่อน น้ำไม่ซึมแล้ว



นี่แหละตัวแหล่งมลพิษทั้งฝุ่นและควันรถ ก่อนแขวนต้นไม้ฝุ่นเข้ามาเต็มห้อง พอแขวนแล้วฝุ่นน้อยลงเยอะแถมอากาศสดชื่นด้วย



(รูปขวา) บ้านเราหน้าอยู่ซะจนนกพากันมาทำรัง 2 ตัวนี้กำลังจะบินได้แล้ว เห็นมาตั้งแต่ยังเป็นไข่ อยู่เลย
(รุปซ้าย) ไม่รู้เป็นนกอะไร นี่เอาต้นบาหลีเราทำรังแบบง่าย ๆ แล้วยังชอบแอบเข้ารังตอนเราไม่อยู่ด้วย เลยไม่เห็นหน้ากันซะที



มีน้ำพุ เสริมฮวงจุ้ยและสร้างบรรยากาศร่มรื่น



มีโมบาย ฟังเสียงกรุ๊งกริ๊ง เพลินดี กล่อมทั้งคนทั้งนก ...สบายใจจัง



ใช้ตะบองเพชรไว้ดูดรังสีจากคอมฯ ( ต้นนี้เป็นต้นลูกต้นแม่เพิ่งตายไป ค่อย ๆ เลี้ยง ไม่รู้เมื่อไรจะโตทันช่วยดูดรังสีนะ)



นี่ไม่ใช่บ้าหอบฟาง เป็นการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกตัวการทำให้โลกร้อน



ต่อไปก็เป็นการรวบรวมสาระความรู้ในการแต่งบ้าน และวิธีต่าง ๆ ในการประหยัดพลังงาน

วิธีทำบ้านให้น่าอยู่แบบประหยัดพลังงาน...
สำหรับบ้านเดี่ยว


1. ปลูกต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ร่มเงากับบ้านในด้านที่โดนแสงอาทิตย์ช่วงบ่าย
2. ตัดกิ่งไม้ที่ขวางทางลมออกบ้าง
3. ปลูกไม้พุ่มเล็ก หรือไม้กระถาง บริเวณทางเดิน หรือริมระเบียง
4. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้แขวนเล็ก ๆ หรือทำระแนงไม้เลื้อย เพื่อให้ดูสวยงามและบังแดดได้
5. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อย่าให้บังแสงหรือบังลม และทำความสะอาดสม่ำ เสมอ
6. ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าไปอยู่ในทิศที่ไม่โดนแดด เพราะผ้าเป็นตัวสะสมความร้อน
7. เช็ดถูทำความสะอาดหน้าต่างและมุ้งลวด นอกจากสะอาดสดชื่นแล้วยังรับลมและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
8. ทำความสะอาดผ้าม่านอย่าให้หมักหมม
9. ดูแลรักษา ทำความสะอาด และจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีการระบายความร้อนได้ดี
10. สร้างกลิ่นหอมให้มุมสบายๆ เช่นกลิ่นดอกไม้สมุนไพรหรือเครื่องหอมธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย
11. หาน้ำพุหรือน้ำตกเล็กๆ มาช่วยเพิ่มบรรยากาศในบ้าน เสียงน้ำไหลทำให้รู้สึกเย็นสบาย
12. ผนังที่ว่างเปล่าอาจตกแต่งด้วยรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองแล้วสบายตา สบายใจ
13. หาโมบายมาแขวนหน้าต่าง มีเสียงกรุ๊ง กริ๊ง ช่วยให้คุณรู้สึกสบายได้เหมือนกัน
14. ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น ให้หากระจกบานใหญ่มาติดตั้งบนผนังดูบ้าง

ทำเองได้ ถ้ามีเวลา

1. ปลูกหญ้าหรือพืชคลุมดิน แทนลานคอนกรีต ช่วยลดความร้อนและกันฝุ่นได้ดี
2. ติดกันสาดแบบชั่วคราว เช่น ผ้าใบ ไม้ไผ่ ไม้ระแนง ฯลฯ
3. ติดอุปกรณ์กันแดด เช่น ผ้าม่าน มู่ลี่ ฯลฯ
4. เลือกทาสีอ่อนให้กับผนังบ้าน ทั้งภายในและภายนอก
5. เปลี่ยนหลังคาเป็นแบบโปร่งแสง เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับมุมมืด
6. เพิ่มฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานแบบทีบาร์ จะช่วยให้มุมสบายเย็นขึ้น
7. ทำแผงบังตาบริเวณลานนั่งเล่นให้โปร่งโล่งช่วยสร้างให้เกิดเป็นมุมสบายส่วนตัว
8. จัดห้องใหม่ โดยคำนึงถึงการใช้สอยและทิศทางของแดดและลม

ทำเองได้ยาก ต้องไปจ้างช่าง

1. เปลี่ยนลานคอนกรีต เป็นพื้นกระเบื้องดินเผา หรือพื้นอิฐตัวหนอนที่มีรูกลวงแทน
2. ทุบรั้วทึบ เปลี่ยนมาเป็นรั้วโปร่ง เพื่อให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้
3. ติดฉนวนกันความร้อน บริเวณผนังและหลังคาในส่วนที่คุณทำเองไม่ได้
4. ติดตั้งกันสาดบังแดดแบบถาวร
5. ทุบผนังบางส่วนแล้วใส่อิฐบล็อกแก้วเพื่อเพิ่มแสงสว่างหรือทำเป็นช่องหน้าต่างเพื่อให้ลมเข้า


ทาวน์เฮาส์

1. ปลูกไม้พุ่มเล็ก หรือไม้กระถาง บริเวณทางเดิน หรือริมระเบียง
2. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้แขวนเล็ก ๆ หรือทำระแนงไม้เลื้อย เพื่อให้ดูสวยงามและบังแดดได้
3. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อย่าให้บังแสงหรือบังลม และทำความสะอาดสม่ำเสมอ
4. ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าไปอยู่ในทิศที่ไม่โดนแดด เพราะผ้าเป็นตัวสะสมความร้อน
5. เช็ดถูทำความสะอาดหน้าต่างและมุ้งลวด นอกจากสะอาดสดชื่นแล้วยังรับลมและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
6. ทำความสะอาดผ้าม่าน อย่าให้หมักหมม
7. ดูแลรักษา ทำความสะอาด และจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีการระบายความร้อนได้ดี
8. สร้างกลิ่นหอมให้มุมสบายๆ เช่นกลิ่นดอกไม้สมุนไพรหรือเครื่องหอมธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย
9. หาน้ำพุหรือน้ำตกเล็กๆ มาช่วยเพิ่มบรรยากาศในบ้าน เสียงน้ำไหลทำให้รู้สึกเย็นสบาย
10. ผนังที่ว่างเปล่าอาจตกแต่งด้วยรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองแล้วสบายตา สบายใจ
11. หาโมบายมาแขวนหน้าต่าง มีเสียงกรุ๊ง กริ๊ง ช่วยให้คุณรู้สึกสบายได้เหมือนกัน
12. ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น ให้หากระจกบานใหญ่มาติดตั้งบนผนังดูบ้าง

ทำเองได้ ถ้ามีเวลา
1. ปลูกหญ้าหรือพืชคลุมดิน แทนลานคอนกรีต ช่วยลดความร้อนและกันฝุ่นได้ดี
2. ติดกันสาดแบบชั่วคราว เช่น ผ้าใบ ไม้ไผ่ ไม้ระแนง ฯลฯ
3. ติดอุปกรณ์กันแดด เช่น ผ้าม่าน มู่ลี่ ฯลฯ
4. เลือกทาสีอ่อนให้กับผนังบ้าน ทั้งภายในและภายนอก
5. เปลี่ยนหลังคาเป็นแบบโปร่งแสง เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับมุมมืด
6. เพิ่มฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานแบบทีบาร์ จะช่วยให้มุมสบายเย็นขึ้น
7. จัดห้องใหม่ โดยคำนึงถึงการใช้สอยและทิศทางของแดดและลม

ทำเองได้ยาก ต้องไปจ้างช่าง
1 ทุบรั้วทึบ เปลี่ยนมาเป็นรั้วโปร่ง เพื่อให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้
2. ติดฉนวนกันความร้อน บริเวณผนังและหลังคาในส่วนที่คุณทำเองไม่ได้
3. ติดตั้งกันสาดบังแดดแบบถาวร




อาคารพาณิชย์

1. ปลูกไม้พุ่มเล็ก หรือไม้กระถาง บริเวณทางเดิน หรือริมระเบียง
2. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้แขวนเล็ก ๆ เพื่อให้ดูสวยงามและบังแดดได้
3. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อย่าให้บังแสงหรือบังลม และทำความสะอาดสม่ำเสมอ
4. ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าไปอยู่ในทิศที่ไม่โดนแดด เพราะผ้าเป็นตัวสะสมความร้อน
5. เช็ดถูทำความสะอาดหน้าต่างและมุ้งลวด นอกจากสะอาดสดชื่นแล้วยังรับลมและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
6. ทำความสะอาดผ้าม่านอย่าให้หมักหมม
7. ดูแลรักษา ทำความสะอาด และจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีการระบายความร้อนได้ดี
8. สร้างกลิ่นหอมให้มุมสบายๆ เช่นกลิ่นดอกไม้สมุนไพรหรือเครื่องหอมธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย
9. หาน้ำพุหรือน้ำตกเล็กๆ มาช่วยเพิ่มบรรยากาศในบ้าน เสียงน้ำไหลทำให้รู้สึกเย็นสบาย
10. ผนังที่ว่างเปล่าอาจตกแต่งด้วยรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองแล้วสบายตา สบายใจ
11. หาโมบายมาแขวนหน้าต่าง มีเสียงกรุ๊ง กริ๊ง ช่วยให้คุณรู้สึกสบายได้เหมือนกัน
12. ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น ให้หากระจกบานใหญ่มาติดตั้งบนผนังดูบ้าง

ทำเองได้ ถ้ามีเวลา
1. ติดกันสาดแบบชั่วคราว เช่น ผ้าใบ ไม้ไผ่ ไม้ระแนง ฯลฯ
2. ติดอุปกรณ์กันแดด เช่น ผ้าม่าน มู่ลี่ ฯลฯ
3. เลือกทาสีอ่อนให้กับผนังบ้าน ทั้งภายในและภายนอก
4. เปลี่ยนหลังคาเป็นแบบโปร่งแสง เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับมุมมืด
5. เพิ่มฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานแบบทีบาร์ จะช่วยให้มุมสบายเย็นขึ้น
6. จัดห้องใหม่ โดยคำนึงถึงการใช้สอยและทิศทางของแดดและลม

ทำเองได้ยาก ต้องไปจ้างช่าง

1. ติดฉนวนกันความร้อน บริเวณผนังและหลังคาในส่วนที่คุณทำเองไม่ได้
2. ติดตั้งกันสาดบังแดดแบบถาวร
3. ทุบผนังบางส่วนแล้วใส่อิฐบล็อกแก้วเพื่อเพิ่มแสงสว่างหรือทำเป็นช่องหน้าต่างเพื่อให้ลมเข้า


คอนโดมิเนียม

1. ปลูกไม้กระถาง ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้แขวนเล็ก ๆ บริเวณริมระเบียง เพื่อให้ดูสวยงามและบังแดดได้
2. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อย่าให้บังแสงหรือบังลม และทำความสะอาดสม่ำเสมอ
3. ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้าไปอยู่ในทิศที่ไม่โดนแดด เพราะผ้าเป็นตัวสะสมความร้อน
4. เช็ดถูทำความสะอาดหน้าต่างและมุ้งลวด นอกจากสะอาดสดชื่นแล้วยังรับลมและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
5. ทำความสะอาดผ้าม่านอย่าให้หมักหมม
6. ดูแลรักษา ทำความสะอาด และจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีการระบายความร้อนได้ดี
7. สร้างกลิ่นหอมให้มุมสบายๆ เช่นกลิ่นดอกไม้สมุนไพรหรือเครื่องหอมธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย
8. หาน้ำพุหรือน้ำตกเล็กๆ มาช่วยเพิ่มบรรยากาศในบ้าน เสียงน้ำไหลทำให้รู้สึกเย็นสบาย
9. ผนังที่ว่างเปล่าอาจตกแต่งด้วยรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองแล้วสบายตา สบายใจ
10. หาโมบายมาแขวนหน้าต่าง มีเสียงกรุ๊ง กริ๊ง ช่วยให้คุณรู้สึกสบายได้เหมือนกัน
11. ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น ให้หากระจกบานใหญ่มาติดตั้งบนผนังดูบ้าง

ทำเองได้ ถ้ามีเวลา
1. ติดกันสาดแบบชั่วคราว เช่น ผ้าใบ ไม้ไผ่ ไม้ระแนง ฯลฯ
2. ติดอุปกรณ์กันแดด เช่น ผ้าม่าน มู่ลี่ ฯลฯ
3. เลือกทาสีอ่อนให้กับผนังภายในห้อง ทำให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น


ลมธรรมชาติ ช่วยให้บ้านเย็นสบาย

การใช้ประโยชน์จากลมให้มากที่สุด ทำได้โดย

• ปลูกต้นไม้ เพราะต้นไม้ช่วยบังคับทิศทางลมได้ แค่นี้ลมก็พัดความเย็นเข้าบ้านแล้ว
• เปิดหน้าต่างให้ลมเข้า ทำให้อากาศถ่ายเทในห้องมากขึ้น
• เปิดช่องให้ลมเข้า อย่าลืมเปิดช่องให้ลมออกด้วย
• ย้ายเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ซึ่งทั้งสูงและทึบตัน ที่บดบังขวางทางลมออกไป
• ถ้าร้อนไม่มากลองใช้วิธีเปิดพัดลมแทนการเปิดแอร์ ก็ทำให้เย็นได้เหมือนกัน

การใช้แสงธรรมชาติ ช่วยประหยัดพลังงาน

การใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติให้มากที่สุด ทำได้โดย

• จัดบ้านโดยใช้หลัก เปิดรับแสงด้านเหนือ และ ปิดกั้นแดดด้านตะวันตกและด้านใต้
• ตัดเล็มกิ่งไม้หรือต้นไม้ที่บังหน้าต่าง
• ใช้หลังคาโปร่งแสง บริเวณที่มืดทึบ
• เจาะผนังแล้วใช้อิฐบล็อกแก้วเพิ่มความสว่าง
• ทำความสะอาดหน้าต่าง ผ้าม่าน เพื่อให้แสงสว่างเข้าได้เต็มที่
• ทาสีอ่อนเพื่อให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น
แสงแดดมีข้อดี คือ ทำให้มีแสงสว่าง แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ ทำให้เกิดความร้อน ดังนั้น เราควรรู้ที่จะใช้ข้อดี และ กันข้อเสียของแสงแดดให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เป็นบ้านที่เย็นสบายและประหยัดพลังงาน


การป้องกันความร้อนให้กับบ้าน

ความร้อน ที่เกิดจากภายนอกบ้าน เกิดจากรังสีของดวงอาทิตย์ มีวิธีแก้ดังนี้

• ปลูกต้นไม้ใหญ่ช่วยให้ร่มเงากับบ้าน ถ้าทำไม่ได้ให้ประดิษฐ์ที่วางหรือแขวนไม้พุ่มเล็ก ไม้กระถาง ไม้เลื้อย ไม้ดอกไม้ประดับ ให้สูงจนสามารถบังแดดได้นอกจากช่วยให้ดูร่มรื่น แล้วยังให้ความสวยงาม อีกด้วย
• ติดฉนวนกันความร้อนให้กับผนังและหลังคา
• ทาหรือพ่นฉนวนกันความร้อน ที่ฝ้าเพดานของที่จอดรถหรือระเบียง
• ติดกันสาดแนวราบด้านทิศเหนือและทิศใต้ ส่วนกันสาดแนวดิ่งติดด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
• ติดผ้าใบชนิดเลื่อนขึ้น-ลง หรือทำไม้ระแนงบังแดดให้ผนังทิศตะวันตก และทิศใต้
• ปลูกหญ้าหรือพืชคลุมดินแทนลานคอนกรีต จะช่วยการสะท้อนของแสง และช่วยลดฝุ่น
• ทาสีโทนอ่อนให้กับผนังภายนอก ช่วยสะท้อนความร้อนได้ดี
• ทาสีผนังบ้านภายนอกด้วยสีที่มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อน

ความร้อนที่เกิดภายในบ้าน เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ทุก ๆ วัน มีวิธีแก้ดังนี้

• ลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น คอมพิวเตอร์ เตาอบ แอร์ โทรทัศน์ ฯลฯ
• จัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้า ในที่ที่อากาศถ่ายเท ระบายความร้อนได้ดี
• ติดตั้งเครื่องดูดกลิ่น ดูดควัน หรือพัดลมดูดอากาศในห้องครัว
• ทำความสะอาดพัดลม ตะแกรงระบายความร้อนของเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าให้อุดตัน
• ติดพัดลมระบายอากาศ บริเวณห้องครัว ห้องน้ำ หรือบนหลังคา
• อย่าเปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้เพราะไม่ทำให้ห้องเย็นขึ้นแถมยังสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นให้ห้องอีกด้วย
• อย่าเปิดไฟโคม ไฟดาวน์ไลท์พร่ำเพรื่อเพราะความร้อนจากหลอดไฟเหล่านี้จะเพิ่มความร้อนให้กับห้อง


การปลูกต้นไม้ เพื่อคลายความร้อน

คุณสามารถปลูกต้นไม้รอบบริเวณบ้าน เพื่อให้ร่มเงา ให้อากาศบริสุทธิ์ และให้ความเย็นหรือนำต้นไม้ประดับเข้ามาสร้างความสดชื่น และสวยงาม ให้กับมุมสบายภายในบ้าน นอกจากนี้ต้นไม้ยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆอีก เช่น
ช่วยกรองฝุ่น ต้นไม้ที่มีใบละเอียด ใบเล็กๆแน่นๆ เช่น ต้นโมก ไผ่เลี้ยง จะมีเนื้อที่ในการจับกรองฝุ่นได้ดีกว่าต้นไม้ที่มีใบใหญ่
ช่วยกรองเสียง ต้นไม้ที่มีใบละเอียดเล็ก เช่นโมก แก้ว เหมาะสำหรับกรองเสียงที่มีความถี่สูง ส่วนต้นที่มีใบใหญ่ เช่น สาเก สัก หมากเขียว ฯลฯ เหมาะสำหรับกรองเสียงที่มีความถี่ต่ำ
ช่วยสร้างกลิ่น ดอกไม้แต่ละชนิดมีกลิ่นหอมแตกต่างกัน บางคนอาจชอบ บางคนอาจไม่ชอบ
ช่วยดูดสารพิษ ต้นไม้บางชนิดมีคุณสมบัติช่วยดูดสารพิษได้ดี เช่น ปาล์มไผ่ เศรษฐีในเรือน โกสน หมากเหลือง หางจระเข้ เบญจมาศ ฯลฯ และยังมีอีกมากมายหลายชนิด
การปลูกหญ้า หรือพืชคลุมดิน เป็นการช่วยลดการสะท้อนของแสง ถือเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี แถมยังสร้างความร่มรื่น ความสบายตา สบายใจ และป้องกันฝุ่นที่เกิดจากดินแห้งได้อีกด้วย
ข้อควรระวัง!
การปลูกไม้ใหญ่ใกล้บ้านเกินไป รากของต้นไม้ใหญ่จะสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างของบ้านได้
ไม่ควรปลูกต้นไม้ในห้องนอน เพราะเวลากลางคืนต้นไม้จะคลายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา
ไม่ควรปลูกต้นไม้ที่มีกิ่งเปราะ หักง่าย เพราะเวลาเกิดลมพัดแรง กิ่งไม้อาจหักใส่บ้าน และเป็นอันตรายต่อคน

ประสิทธิภาพการทำความเย็นของต้นไม้ เทียบได้ดังนี้ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่เพียง 1 ต้น มันจะสามารถ เปลี่ยนน้ำ 1 ลิตรให้กลายเป็นไอด้วยการใช้พลังงานความร้อน 2,200 BTU ถ้าทำได้ 65 ลิตร ใน 1 วัน จะลดความร้อนได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตันเลยทีเดียว


การจัดวางเฟอร์นิเจอร์

เฟอร์นิเจอร์ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประดับตกแต่งบ้านเพื่อให้เย็นสบายได้

• จัดวางเฟอร์นิเจอร์ อย่าให้บังช่องแสงหรือช่องลม และทำความสะอาดสม่ำเสมอ
• เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ทำจากไม้
• เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้า ไม่ควรให้โดนแดด เพราะผ้าเป็นวัสดุที่สะสมความร้อนได้ดี
• เลือกวัสดุปูพื้นหรือแต่งผนังที่เรียบง่าย ยิ่งมีลวดลายมาก ยิ่งสะสมฝุ่นมาก
• ทำความสะอาด พรม ผ้าม่าน โซฟา ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมฝุ่น
• เช็ดถูทำความสะอาดมุ้งลวดเป็นประจำ เพื่อรับลมและแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่
• ควรทำความสะอาดผ้าม่านอย่าให้หมักหมม ถ้าเลือกได้ควรใช้ผ้าม่านที่บางและเบา
• ใช้พรมแฮนด์เมดผืนย่อมหรือเสื่อกก แทนการใช้พรมหนาที่ปูเต็มพื้น
การประหยัดพลังงาน


การประหยัดพลังงาน
ทำได้หลายวิธี เริ่มจากวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้


• เปิดพัดลม แทนการเปิดแอร์
• เปิดรับแสงธรรมชาติ แทนการเปิดไฟ
• สวมใส่เสื้อผ้าบาง ๆ แทนการใส่เสื้อสูท
• เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟเบอร์ 5
• ดูแลและรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประจำ
• ไม่นำของร้อนและชื้น เช่น กาต้มน้ำ กระถางต้นไม้ เข้ามาไว้ในห้องแอร์
• ปิดแอร์แล้ว อย่าเปิดประตูหน้าต่างทันที ควรเว้นไว้สักพักหนึ่ง
• เปิดแอร์ 25 องศา และตั้งเวลาปิด พร้อมกับเปิดพัดลมเพื่อให้ความเย็นหมุนเวียนอยู่


การประดับตกแต่งบ้าน ให้เกิดความรู้สึกเย็นสบาย

การหาของมาประดับตกแต่งบ้านทำให้บ้านดูสวยงามและน่าอยู่ขึ้น ช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายใจ สบายตาให้กับผู้อยู่อาศัย ของประดับตกแต่งบ้านมีให้เลือกหลากหลาย ต้องขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย เช่น

• ปลูกไม้พุ่มเล็ก ๆ บริเวณทางเดินหรือริมหน้าต่าง
• นำกระถางต้นไม้มาวางบริเวณทางเดิน หรือระเบียง
• ทำระแนงไม้ปลูกไม้เลื้อย หรือไม้แขวนเล็กๆ ที่มีดอกสวยงาม ให้ความร่มรื่น
• นำแจกันดอกไม้สวย ๆ วางไว้ตามจุดต่าง ๆ
• ติดรูปภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หรือรูปที่มีความหมายสำหรับครอบครัว ดูแล้วสบายตา
• แขวนโมบายประดับหน้าต่างที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ หรือชนิดที่มีเสียงจะช่วยสร้างบรรยากาศสุนทรี
• หาน้ำพุเล็ก ๆ หรือน้ำตกเล็ก ๆ มาวางไว้ เสียงน้ำไหลช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น เย็นสบาย
• เติมกลิ่นหอม เช่น กลิ่นดอกไม้สมุนไพรหรือเครื่องหอมธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลาย
• ถ้าอยากให้ห้องดูกว้างและสว่างขึ้น ให้หากระจกบานใหญ่มาติดตั้ง
• หาเก้าอี้หวาย มาไว้นอนเล่นหรือนั่งเล่นในมุมที่สบาย


การใช้สีช่วยลดความร้อน

การใช้สีเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ลดความร้อนในด้านความรู้สึก โดยการใช้สีช่วยในการตกแต่งภายในห้อง มีหลักการคร่าว ๆ ดังนี้

1. การใช้สีโทนร้อน เช่น สีเหลืองสว่าง แดง ส้ม
ทำให้ภายในห้องดูร้อนแรง ดูแอคทีฟ ทำให้ห้องดูเล็กและอบอุ่น มักจะใช้กับห้องที่ใช้ในการประกอบกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เช่น ห้องนั่งเล่น
2. การใช้สีโทนเย็น เช่น สีฟ้า สีน้ำเงิน สีเขียว น้ำตาลเข้ม
ทำให้ห้องดูเย็นสบาย และทำให้ห้องแคบดูกว้างขึ้น มักใช้ในห้องที่ต้องการความสงบ หรือห้องที่ประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับความร้อน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว

การใช้สีเพื่อป้องกันและลดความร้อนจากแสงแดด

ควรเลือกทาสีผนังภายนอกที่สัมผัสแสงแดดให้เป็นสีโทนอ่อน เช่น ขาว ครีม เป็นต้น เพื่อช่วยสะท้อนความร้อน แต่ถ้าจะใช้สีเข้มต้องมีฉนวนกันความร้อนด้วย

การเลือกทาสีภายในห้อง ควรเป็นสีโทนอ่อนเช่นกัน จะช่วยสะท้อนแสงภายในห้อง เพิ่มความสว่างภายในบ้าน และทำให้ห้องดูกว้างขึ้น


(มาช่วยกันประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อนกันตั้งแต่วันนี้นะคะ )




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2551
2 comments
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2553 19:11:12 น.
Counter : 5300 Pageviews.

 

ขอบคุณค่ะ
สำหรับข้อมูลดี๊..ดี
มีประโยชน์มากมาย


 

โดย: แพท ภัทรียา 13 ตุลาคม 2551 8:20:35 น.  

 

คล้ายๆที่ห้องเราเลย แต่ของเราไม่เยอะเท่านี้

เพิ่งรู้ว่าตะบองเพชรช่วยดูดรังสีจากคอมฯ เหรอคะ? ว้าวๆๆๆ จะได้ไปหาซื้อมาใช้บ้างอ้ะ ขอบคุณนะคะ



ส่วนร้านอาหารแถวนั้นมีมั้ย เห็นมีความเห็นบอกว่ามีร้านส้มตำอร่อยค่ะ แต่กำลังถามเค้าอยู่ว่าร้านชื่ออะไร ถ้ารู้แล้วจะมาบอกนะคะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 14 ตุลาคม 2551 8:20:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Maekapomkha
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ขอร่วมแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ และสาระต่าง ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ในช่องทางของสื่อนี้ค่ะ
Friends' blogs
[Add Maekapomkha's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.