ยินดีต้อนรับสู่บ้านแม่กะปอมค่ะ...มาร่วมแบ่งปัน พูดคุยทุกสาระเรื่องราวกัน ^o^ ก่อนกลับอย่าลืมฝากชื่อ/สังกัดด้วยนะคะ จะคลิกไปเยี่ยมเยือนกันค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 

ธาลินชี่กับ เข็มทิศสีเงิน



เขียนโดย กะปอมน้อย

“แม่คะไปทำงานเถอะค่ะ หนูทำคุ้กกี้ให้เองค่ะ ตอนเที่ยงแม่มาทานของหนูเลยค่ะ หนูจะเก็บเข้าตู้เย็นนะคะ”เสียงเด็กสาวอายุ 14 พูดขึ้น เธอมีผมสีน้ำตาลแดง ผิวสีชมพูอ่อนๆ เธอค่อนข้างสูงพอสมควร นัยน์ตาของเธอสีเดียวกับผมของเธอแต่มันสีอ่อนกว่า เธอชื่อ ธาลินชี่ มีความรับผิดชอบกล้าหาญ เธอมีพี่ชายชื่อ คอลีน และพี่สาวชื่อ ไวโอเลต ซึ่งเป็นสาวร็อค เธอชอบเที่ยว กลางคืน เธอไร้สาระมาก แม่ชอบบ่นเรื่องการที่ไวโอเลตทำตัวแย่สารพัด สารพัน ให้ กับ ธอราริโอ เพื่อนบ้านที่ดีฟัง ซึ่งเธอชอบคุยและแลกกันชิมอาหารสูตรใหม่ ๆ กัน บางทีแม่ก็ไปดื่มน้ำชาที่บ้านของเธอ ยามลูก ๆ ไม่อยู่บ้าน
ธอราริโอ มีลูกชาย 8 คน คนโตคือแพท เขา ซ่าส์ บ้าบิ่นเข้ากันได้ดีกับ ไวโอเลตและเป็นคู่หูไปกับไวโอเลตทุกที่

“จ๊ะ แม่ไปทำงานนะ ตอนเที่ยงเดี๋ยวเจอกัน ” แม่พูดกับ ธาลินชี่แล้วเดินออกไปจากบ้าน
“คอลีน พี่อยู่ไหม?” ธาลินชี่ ตะโกนขึ้นไปข้างบนบ้าน คอลีนเดินมาที่หัวบันได
“ว่าไง” คอลีนมีผมสีบลอนด์ ชี้ไปทุกทิศทางเหมือนทุเรียน เขาบอกว่ามันเป็นแฟชั่นในหมู่วัยรุ่น
“ฉัน เอ่อ........แค่จะบอกว่า พี่จะกินคุ้ก...”
เขาขัดขึ้นว่า “ของกินเหรอ เอาดิ” เขารีบวิ่งลงไปที่โต๊ะอาหารทันที แล้วเขาก็หยิบมันขึ้นมาเป็นกำ
“เยอะไปมั้ย” ธาลินชี่ร้อง
“แม่จะกลับมากินนะ ฉันให้พี่กิน 2-3 ชิ้นเท่านั้นนะ” เธอพูดต่อ
“เดี๋ยวฉันไปข้างนอกก่อนนะ”
“เฮ้ย!!ข้าวเที่ยงพี่ล่ะใครจะทำให้กิน” คอลีน ตะโกนถาม
“ฉันไม่มีหน้าที่มาดูแลพี่นะ”
“เอ่อ..ไปเลย!!” เขาไล่

จากนั้นธาลินชี่ ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนของเธอ ‘ชุดไหนดีนะ’ เธอคิด แล้วเมื่อเธอนึกออก ก็จัดการหยิบชุดกระโปรงสีชมพูสั้น แล้วใส่เสื้อแจ๊คเกตสั้น สีชมพูเข้มทับลงไป เพื่อความปลอดภัย เธอใส่กางเกงรัดรูปสีแดง เพื่อไม่ให้ใครเห็นขาของเธอ มันไม่ได้น่าเกลียด แต่มันถูกหยิบมาใส่เพื่อความปลอดภัยในการไปบ้านเพื่อซี้ของเธอ จากนั้น ธาลินชี่ ก็วิ่งลงมาจากบันได แล้วใส่รองเท้าผ้าใบสีชมพู ถุงเท้าสีชมพูอ่อน ซึ่งเข้ากับสีผม และสีนัยน์ตาของเธอ แล้วก็รีบวิ่งออกไปก่อนที่พี่ชายเธอจะใช้ให้ทำมื้อเที่ยงให้กิน ธาลินชี่ มองดูนาฬิกาสีชมพูสดใสของเธอ
“อะไรกันนี่มัน สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้วเหรอ เฮ้อ....หวังว่าคอลินคงเหลือคุ้กกี้ให้แม่กินนะ แต่วันนี้พ่อกลับดึก คงจะไม่กลับมากินหรอก” เธอรำพึงกับตัวเอง ธาลินชี่ โบกมือเรียกแท็กซี่ ที่ขับผ่านมา เธอเรียก
“ไปที่ถนน เมเปิ้ล 30 ค่ะ ไปได้ใช่ไหมคะ” เธอถาม
“ได้เลย เข้ามาเลย เข้ามา” คนขับมองเธอด้วยสายตาที่น่ากลัว เธอคิดในใจว่า ‘อะไรกัน อุตส่าห์ใส่เรียบร้อยมาแล้วนะ’คนขับมองเธอตลอดเวลา บางทีก็มองเธอผ่านทางกระจกด้านหน้ารถ บางทีก็ขับรถและก็หันมามอง เธอคิดในใจ ในแง่ดี ‘เขาคงคิดว่าเราสวย หรือไม่ก็ชุดสวย หรือว่า เราแต่งตัวตลกกันแน่!!’ เธอชักรำคาญเพิ่มมากขึ้นทุกที
“เฮ้ย! มองอะไร หาเรื่องกันนี่หว่า มีอะไรก็พูดมาเลยสิ” ธาลินชี่ โมโห
“ฉันถามว่า..แก-มอง-อะไร” เธอย้อนถาม ก่อนจะเปิดประตูรถ
“เอ่อ...อ...เอ่อ....” “บอกมาเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกจะอ่อนแอนะ”
“เอ่อ...อ...เอ่อ....” คนขับแท็กซี่ ไม่กล้าพูด
“อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้ รู้ไหมถ้านายไม่พูด นายได้ไปอยู่ในคุกแน่ ฉันจำทะเบียนรถคันนี้ได้นะ”
“เพราะ...แหมคนหน้าตาสวย ขาว น่ารักแบบนี้ เล่นกันแบบนี้
มันไม่ดีนะน้อง”คนขับจะยื่นมือมาแตะตัวเธอ
“ก็มันเรื่องของฉัน แกน่ะ ไปอยู่ในคุก ก่อนเถอะ”
“งั้นก็ลงจากรถฉันเลย” คนขับแท็กซี่ เก็บมือที่กำลังจะยื่นมาแตะตัวเธอ
“เออ ฉันลงแน่ ”เธอก้าวลงจากรถแท็กซี่คันนั้นไป
“เฮ้ย ค่ารถเว้ย!”
“เออลุง เดี๋ยวไปจ่ายในนรกละกันนะ”
“เฮ้ยแจ้งตำรวจแน่ ยัยตัวแสบ ฝากไว้ก่อนเหอะ”คนขับแท็กซี่ตะโกนจากในรถ
“เจ๊ากัน นับว่าเป็นค่าปิดปากฉันละกัน โห่ลุงแค่ค่ารถนิดเดียวกับติดคุก
มันไม่คุ้มกัน น่านะ เลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต ฉันว่านะชีวิตลุงยังเป็นอิสระได้อีก...........”
“เฮ้ย พอและ ตามข้อตกลงนี้ ห้ามแจ้งความละกัน”
“ลุงก็เหมือนกันแหละน่า” เธอเดินไปอีกหน่อยแต่ก็คุ้มดี นับว่าเรื่องนี้จบกันไปไม่ต้องแค้นกันอีก เธอจะได้ไม่ต้องควักตังค์ออกมาจ่ายให้คนขับแท็กซี่คนนั้น

เมื่อมาถึงบ้านของเบ็ต ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่มาก เพราะว่าเบ็ตมีพี่น้องหลายคน เบ็ตมีผมสีดำยาวสลวย เวลาหันไปทางไหนเส้นผมของเธอก็จะพลิ้วไหวเป็นเงางาม เธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาว ประดับไปด้วยเพชรขนาดเล็ก ที่รวมกันเป็นรูปหมี บ้านของเธอรวยพอสมควร
“หวัดดี ธาลินชี่ เพื่อนรัก คอลีนเป็นยังไงบ้าง” เบ็ตชอบคอลีนมากๆ เพราะว่าเขาดูดี ดูเจ๋ง เพอร์เฟกซ์ในสายตาเธอ เขาเรียนเก่ง และเป็นดาวเด่นในรั้วมหาวิทยาลัย เขาเก่งกีฬา และเรื่องอื่นๆ รวมทั้งรูปร่างหน้าตา
“เขาสบายดี แต่เมื่อเช้าฉันไม่ได้ทำอาหารเที่ยงให้เขากิน เขาเลยโกรธฉัน”
“ถ้าเป็นฉัน จะรีบไปทำให้กินเลยล่ะ น่าสงสารจัง” เบ็ตพูด
“เขาคงกินคุ้กกี้ไปแล้วแหละ หรือไม่แม่ก็คงกลับมาทำให้เขากินอยู่ดี”
“พรุ่งนี้ไปห้าง shopping mall กันมั้ย??”เบ็ตชวน
“เอาสิ ฉันก็อยากเปลี่ยนสไตล์เหมือนกันดูสิ สีชมพูทั้งตัวเลย” ธาลินชี่ตอบพร้อมชี้นิ้วไปที่ตัวเอง เธออยู่กินของว่างกับเบ็ตและนั่งคุยกัน อีกสักพักเธอก็กลับบ้าน
“เดี๋ยวฉันกลับก่อนนะวันนี้สนุกมากเลยแหละ” ธาลินชี่ขอตัวกลับบ้าน
“จะกลับเองหรือ” เบ็ตเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“อืม” ธาลินชี่ตอบ เพราะกลัวว่าเพื่อนจะลำบาก

ที่ห้าง shopping mall ธาลินชี่เดินมารอเบ็ตที่หน้าห้าง เธอตัดสินใจโทรหาเบ็ต
“ไง เบ็ต มาถึงรึยัง”
“ขอโทษนะอาจจะมาสายหน่อย ฉันถูกจับเรียนพิเศษบัลเลย์น่ะ”
“เอ่อ ไม่เป็นไร เบ็ต ฉันจะรอ”

แล้วเบ็ตก็มาถึง พร้อมกับชวนธาลินชี่ไป ซื้อของ มีเสื้อ8ตัว กางเกง9ตัว กระโปรง10ตัว สร้อยคอ 5เส้น นาฬิกา4เรือน รองเท้า 5 คู่เป็นของเบ็ตทั้งหมด
“แล้วจะไปไหนต่อดีล่ะ” เบ็ตถาม
“เห็นมั้ยร้านขายงานศิลป์แบบติส ๆ ของแปลก ๆ เยอะแยะเลย มีอยู่ร้านเดียวเอง” ธาลินชี่ชี้นิ้วไปร้านเล็กๆตรงพื้นหญ้า ด้านหน้าของพวกเธอ
“ไปก็ไป เธอยังไม่ได้ของอะไรเลยนี่” เบ็ตพูด ทั้ง2 ช่วยหันหิ้วของแล้ววิ่งไปยังจุดหมายนั้น
“เฮ้อ เหนื่อย รู้มั้ย ถ้าเป็นบ้านฉัน ก็มีคนขับรถมาช่วยฉันหิ้วแล้ว”เบ็ตร้องโอดครวญ

เมื่อถึงที่หมาย มีเด็กหนุ่ม ผิวสีเหลือง ปากของเขาแตกและดำ ที่แก้มของเขามีกระมากมายขึ้นอยู่ ผมของเขาหยิกและมีสีส้ม ตัวของเขาผอมแห้ง แต่วางท่าแบบติสจัด ๆ กำลังจัดเก็บสินค้าอยู่ เมื่อเขาสังเกตเห็นธาลินชี่และเบ็ตก็ยืนมองอยู่ ก็ร้องถามขึ้น
“ที่ยืนอยู่นั่นน่ะ สนใจอะไร บอกมา”
“เราจะมาซื้อของน่ะ มีอะไรนำเสนอบ้างล่ะ ”ธาลินชี่พูดไปพร้อมกับกวาดสายตาดูสินค้าในร้าน
“เท่าที่เห็นนั่นแหละ เร็วๆ ฉันจะรีบไปต่อ ยังต้องไปอีกหลายที่”
“เดี๋ยวสิ ของก็ดูแปลกดีน่าสนใจ แต่ยังไม่ถุกใจ อยากได้ที่มันพิเศษมาก ๆน่ะ”
“นี่มันของแอนทิส หายากทั้งนั้นแล้วนะ เอานี่มะเก่าสุด ๆ ” เขาหันไปหยิบอะไรบางอย่างจากในร้านเป็นห่อกระดาษเก่า ๆ ฝุ่นตลบ มันคือเข็มทิศสีเงิน!
“ท่าทางจะดูเก่าๆยังไงไม่รู้นะ ไม่น่าซื้อเลย” เบ็ตออกความเห็น
“แต่ ฉันชอบนะ “ ธาลินชี่ จ้องมองมันอย่างสนใจ
“ของชิ้นนี้เอามาจากไหนหรือ แล้วราคาเท่าไร”
“เจ้านายฉันให้มา ไม่รู้ว่าเอามาจากไหนเหมือนกัน ไม่เห็นมีคนสนใจมันคงเสียแล้วล่ะ ฉันให้เธอไปเลย แล้วกัน ฉันจะปิดร้านแล้ว”


ท่ามกลางบรรยากาศของถนนที่รถติดไม่เคลื่อนไหวเลย มีชาย2คนซึ่งอยู่ในรถสีดำ
กำลังมองธาลินชี่ซึ่งถือเข็มทิศสีเงินแกว่งไปมา ขณะเดินผ่านรถของพวกเขา ด้วยสายตาที่น่ากลัว
“ในที่สุดเราก็รู้แล้วว่าใครเป็นผู้เอามันไปครอบครองไว้”
“เอายังไงครับท่าน ให้ผมไปจัดการมันเลยมั้ย”ชายคนหนึ่งเอ่ยปากถามผู้เป็นนาย
“ไม่ต้อง! มันยังไม่ถึงเวลา แล้วเมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะจัดการมันอย่างเจ็บปวดเอง”
ผู้เป็นลูกน้องพยักหน้า แล้วสักพักผู้เป็นนายพูดว่า “ใครเอาเข็มทิศเงินศักดิ์สิทธิ์ ของข้าไป มันต้องเจ็บปวด แล้วเข็มทิศก็จะกลับมาเป็นของข้าดังเดิม”

เมื่อกลับมาถึงบ้านธาลินชี่ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงที่นุ่ม ๆ ของเธอ ในขณะที่ ชาย2คนนั้นกำลังคิดหาแผนการจะชิงเข็มทิศไปจากเธอ ในเวลาเช้าของวันต่อมา
“มีจดหมายถึงลูกแน่ะ” แม่ยื่นจดหมายให้ ธาลินชี่เปิดซองจดหมายลึกลับ เมื่อแกะออกมา มีข้อความว่า “เราเป็นเจ้าของเข็มทิศ ได้โปรดนำมาคืนเถิด พบกันกันที่ซอย101 เราต้องการเข็มทิศมาก ถ้าไม่มีสิ่งนี้ท่านแม่ของเราจะต้องตาย เราจะมีของตอบแทนให้ท่าน จาก..เจ้าชายลอร์ด เมืองสายรุ้ง”
ธาลินชี่ถือจดหมายนั้นอ่านมันทวนไปมา ใจหนึ่งก็กลัวจะถูกหลอก อีกใจหนึ่งก็สงสาร อยากช่วยเหลือเจ้าของจดหมาย
กริ๊งงง เสียงโทรศัพท์บ้านดัง
“สวัสดี” เบ็ตพูด
“สวัสดีเบ็ต มีอะไรหรอ”
“แค่โทรมาบอกว่าวันนี้ฉันว่างมาก อยากชวนไปไหนรึเปล่า ฉันจะได้จัดชุดถูก” เบ็ตพูดแล้วธาลินชี่ก็ตัดสินใจจะไปหาเจ้าชายลึกลับเพราะความช่างสงสัย และช่างสงสาร
“ไปสิ ไปแน่ เธอเตรียมจัดชุดไปได้เลย เราไปเจอกันที่...shopping mallนะ ฉันจะพาเธอไปเป็นเพื่อนฉัน สถานที่ๆหนึ่ง”

เมื่อธาลินชี่จัดการภารกิจตอนเช้าเสร็จเธอก็รีบวิ่งไปที่ shopping mall พบว่าเบ็ตกำลังรออยู่ วันนี้เธอก็ไม่ได้แต่งตัวแย่กว่าเบ็ตหรอกนะ ดูสวยกว่าด้วย ธาลินชี่แอยู่ในเสื้อมีฮู้ด สีชมพู กางเกงยีนส์สีขาว ขายาว ผมของเธอผูกไว้อย่างเรียบร้อย ส่วนเบ็ตใส่เสื้อสีขาวเอี๊ยมสีดำ ผมของเบ็ตได้ถูกปล่อยออก ผมสีดำที่ตรงทุกเส้นดูเป็นประกายเวลาถูกแสงแดด
“วันนี้คอลีน เป็นยังไงบ้าง” เบ็ตถาม
“ก็สบายดีมั้ง แต่เช้านี้ยังไม่เจอกันเลย อย่าไปสนใจเขามากเลย ตาคนนี้น่ะ” ธาลินชี่บอกเพื่อน

จากนั้นเธอก็เล่าให้เบ็ตฟังเรื่องจดหมาย และชวนไปยังจุดนัดพบ ทำให้เบ็ตตกใจอย่างมาก
“หา จริงหรอ เป็นฉันก็ตกใจตายเลย อยู่ ๆมีคนส่งจดหมายมาให้เธอถึงบ้านได้ กลับบ้านยังทันนะ”
“ไม่เราต้องไปค้นหาความลับกัน อย่าหัวหดเราต้องเผชิญกับมันอย่างกล้าหาญ สิ”
“ก็ได้” เบ็ตพูดแบบไม่เต็มใจ ทั้ง2เดินไปเรื่อยๆจนถึงซอย101
“ให้เพื่อนมาทำไม” ชายใส่ชุดสูทสีดำพูดขึ้น
“เราเป็นเพื่อนกัน ไปไหนไปด้วยกัน และแกก็ไม่ใช่เจ้าชาย แกหลอกฉันแกต้องการอะไร”
“หยุดร้องได้แล้ว ส่งเข็มทิศมาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ ต้องมีอะไรในเข็มทิศแน่เลย ฉันไม่ให้แก”ธาลินชี่ร้อง พร้อมกำเข็มทิศไว้แน่น
“ส่งมาดีๆ ถ้าไม่อยากตาย” ชายผู้เป็นนายเดินเข้ามา พร้อมกับร่ายเวทมนต์ ทุกคนล้อม
เบ็ตกับธาลินชี่ไว้
“แกไปรอข้างล่างก่อนเลย” ชายผู้เป็นนายสั่งพร้อมกับร่ายมนตร์ให้พื้นดินแยกออก เบ็ตกำลังลื่นไหลลงไปในรอยแยกนั้น
“ธาลินชี่ ช่วยด้วยยย” เบ็ตตกใจมากจนเหงื่ออกที่มือออกมามาก ทำให้ธาลินชี่ไม่สามารถดึงเพื่อนไว้ได้
“เบ็ตตตตตตตต” ธาลินชี่ร้อง “ไม่นะ แก!” ธาลินชี่ชี้นิ้วไปที่หน้าของชายลึกลับทั้ง2
“โอ้ย ช่วยด้วย” ธาลินชี่ลื่นหลุดในรอยแยกอีก
“เราส่งพวกมันไปที่ดาร์คแลนด์ ไปให้ท่านเลค”
“ หมดหน้าที่เราแล้ว ฮ่า ๆๆๆ”

ธาลินชี่มาอยู่ด้านล่าง โดยที่ไม่พบเบ็ตเลย ด้านล่างนี้มืดพอสมควร เข็มทิศส่องแสงเป็นประกายสีเงิน เธอเดินไปตามทิศที่เข็มชี้ ธาลินชี่อ่านมันได้เพราะเข็มทิศมีลูกศรชี้ทางให้ และส่องแสงให้ตลอดทางมืด เธอเดินชนหินก้อนใหญ่ เข้า
“โอ๊ย เจ็บจังเลย ไม่อยากเชื่อว่าเข็มทิศอันนี้จะทำให้ พวกนั้นหลอกฉันมาได้ น่าจะให้มันไปซะตั้งแต่แรก” ธาลินชี่ บ่นออกมา และเริ่มกลัวขึ้นทุกที
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ”เสียงหนึ่งดังขึ้น
“มันมีค่ามากนะ ท่านได้มาจากที่ใด??” เป็นเสียงของนางฟ้าพูดกับธาลิน
นางฟ้าองค์นี้มีผมสีชมพู และมีปีกเป็นประกายสีเงิน กระโปรงสีแดง รูปร่างสูงกว่าเธอนิดหน่อย แล้วยังสะพายกระเป๋าใบเล็กๆที่ไหล่ด้วย ธาลินชี่เล่าเหตุการณ์ณ์ทั้งหมดให้นางฟ้าฟัง
“เอาล่ะทีนี้ถึงตาท่านแล้วแหละ นางฟ้าพิกซี่” ธาลินชี่ตั้งชื่อให้นางฟ้าเพราะเหมือนกับนางฟ้าในเรื่องปีเตอร์แพนที่เธอเคยอ่าน
“พิกซี่เหรอ?? เอาเถอะข้าจะเล่าแล้ว ตั้งแต่รุ่นก่อน ๆ เมจิกแลนด์กับดาร์คแลนด์แย่งเข็มทิศสีเงินกัน เพราะมันมีอะไรบางอย่างที่มีค่ามาก แล้วก็มีผู้ขโมยเข็มทิศไปจากเรา จนไปอยู่ในโลกของท่าน”
“ใช่” ธาลินชี่พูด และนึกได้ว่าต้องให้นางฟ้าช่วยตามหาเบ็ต โดยมีข้อเสนอ
“ท่านช่วยพาฉันไปหาเพื่อนให้พบได้มั้ยคะแล้วพาพวกเรากลับบ้าน ฉันสัญญาว่าจะให้เข็มทิศตอบแทนท่าน”
“คือ... ที่จริงแล้วข้าอยากช่วยท่าน แต่ว่า....ใครเข้ามาที่นี่จะออกไปไม่ได้จนกว่าจะครบ2วัน และข้าก็ไม่แน่ใจว่า......ดาร์คแลนด์จะจับตัวเพื่อนของท่านไปหรือไม่ ดาร์คแลนด์มี เลด เอิร์ธเป็นผู้ครอบครอง มันมีลูกน้องสนิทเพียง 2 คนเมืองดาร์คแลนด์ไม่มีเทพอาศัยมันจึงจะหาคนมาเป็นทาสมัน มันจะใช้มนตร์สะกดจิตเป็นพวกมัน ต้องพาเพื่อนท่านออกไปจากดาร์คแลนด์ก่อนจะครบ2 วันไม่เช่นนั้น พวกท่านจะเป็นพวกมันไปเลย เอาเถอะไปพักกับข้าก่อนละกันนะ
"ตอนนี้ข้าจะพาท่านไปเทือกเขาหิมะก่อน"
“เทือกเขาหิมะเหรอ?? ฉันไม่ชอบหิมะเลย มันหนาวมากป่วยทุกที เวลาหิมะตกทีไรฉันต้องอยู่ในบ้านทุกทีไม่ได้ออกไปเล่นปาหิมะกับ....”
“ไปเถอะน่า มันไม่หนาวแน่ๆ เอาอย่างนี้เอารากไม้รูปคนไปกินนะจะช่วยได้ สำหรับคนนอกที่ไม่เคยไปเทือกเขาหิมะ ” นางฟ้ายื่นรากไม้รูปคนประกายระยิบระยับ จากกระเป๋าใบเล็กๆมี่นางฟ้าสะพายอยู่
“ ยี้ ฉันไม่ชอบกินเลย คงเหมือนโสมในเมืองฉันน่ะ” ธาลินชี่เมินหน้าหนี
“กินไปเถอะ เป็นการช่วยเพื่อนของท่านและตัวท่านเอง และเมื่อช่วยเพื่อนของท่านเสร็จแล้ว ก็คืนเข็มทิศให้ข้าแล้วข้าจะพาพวกท่านกลับไปที่เมืองของท่าน” นางฟ้าพูด
“แล้วฉันจะไปยังไงในเมื่อไร้ปีก”ธาลินชี่พูดตอนที่นางฟ้าเริ่มบินไปที่สูงในหลุมมืดโดยมีเข็มทิศเป็นแสงนำทาง
“จริงสิ ข้าจะขอผงวิเศษจากเข็มทิศที่ทำให้ท่านบินได้ เดี๋ยวนี้” นางฟ้ายื่นมือไปที่เข็มทิศ
จากนั้นเข็มทิศก็เรืองแสงทันที มีผงประกายวิบวับไหลออกมาจากช่องเล็กใต้เข็มทิศเงิน เธอกินมันเข้าไปแล้วเธอก็บินได้
“ไปเถอะ เข็มทิศชี้ทางแล้ว” นางฟ้าพูด
“ค่ะ ไปกันเลย” เมื่อทั้ง2บินมาถึงเทือกเขาหิมะ มันไม่ใหญ่เท่าไหร่หิมะปกคลุมไปทั่ว
“ดูเหมือนจะหนาว แต่ไม่หนาวเลยแฮะ” ธาลินชี่รำพึงเบาๆ
“นี่บ้านท่านเหรอ”ธาลินชี่ถาม
“แล้วข้าจะตอบว่ายังไงดีล่ะ นี่เป็นที่อยู่ของข้ากับท่านริวดอนสกาย และคนอื่นๆอีก 3-4 คน”
“แล้วคนอื่นๆอีกมากมายล่ะ ไปอยู่ไหนหมด” ธาลินชี่ถาม
“จะตอบว่าไงดีอีกล่ะ เหมือนบ้านของท่านไง เพื่อนของท่านก็อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งอะไรแบบนี้ไงแต่ของข้ากับท่านริวดอนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน”
“เว็นดี้ เธอใช่มั้ยที่คุยอยู่ด้านนอก เข้ามาช่วยข้าทำงานหน่อยสิ” เสียงหนึ่งตะโกน
“ท่านริวดอนเรียกข้าแล้ว ท่านเข้ามาด้านในก่อนสิ นั่งอยู่ตรงนั้นนะเดี๋ยวข้ามา”
“ค่ะ ฉันจะรอ”ธาลินชี่ตอบแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้น้ำแข็ง เธอรออยู่ 2 ชม.
“เสร็จแล้ว”นางฟ้าบินมาหาเธอ “ท่านริวดอนเรียกให้ข้าไปช่วยจัดการกับรูปปั้นน้ำแข็งของเขาน่ะ” “ค่ะ ฉันต้องพักที่นี่เหรอ” ธาลินชี่ถาม
“อืม” เสียงหนึ่งตอบ
“ใคร??” ธาลินชี่ร้อง
“อ๋อเสียงนี้เป็นเสียงของท่านริวดอน”นางฟ้าอธิบาย สิงโตที่งามสง่าเดินออกมามาจากกำแพงน้ำแข็ง
“ฉันชื่อริวดอนสกาย เรียกสั้นๆว่าริวดอนก็ได้ แล้วนี่แนะนำตัวกันรึยัง??”
“อ้อ! ฉันชื่อเว็นดี้ ไม่ใช่พิกซี่นะจ๊ะ” นางฟ้าพูดพลางยิ้มให้ธาลินชี่
“ฉันชื่อธาลินชี่ มาพบกับนางฟ้าเว็นดี้โดยบังเอิญค่ะ”ธาลินชี่พูด
“เว็นดี้เล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ท่านพักที่นี่ได้ตามสบาย” ริวดอนบอก
“ไปจัดที่พักให้ธาลินชี่ก่อนเถอะนะ เว็นดี้” ริวดอนบอกกับเว็นดี้
“เพื่อนของท่านหายไปงั้นหรือ??”ริวดอนถามหลังจากเว็นดี้ไปแล้ว
“ค่ะ เขาชื่อเบ็ต”
“แล้วทำไม คุณพูดได้ในเมื่อเป็นสิงโตล่ะคะ”
“ข้าโดนคำสาปจากเลด เอิร์ธ ข้าเคยเป็นเจ้าชายในเมืองนี้แล้วเลดเอิร์ธมันต้องการเข็มทิศเงินนี้จากข้าๆไม่ให้มันเลยเสกข้าเป็นแบบนี้ ข้าเลยย้ายมาอยู่ที่นี่พร้อมกับเว็นดี้และคนอื่น ๆ อีกมากมาย
“3ชม.แล้วนางยังไม่มาอีก” ริวดอนพูดเบาๆ
“มานี่กับข้าหน่อย หยิบเข็มทิศมาด้วย” ริวดอนเดินนำ ธาลินชี่เดินถือเข็มทิศตาม ริวดอนเป่าลมหิมะเป็นลูกแก้วใสๆ
“ข้าอยากจะรู้ว่าเว็นดี้ไปที่ใด” ริวดอนพูดพร้อมกับจ้องมองเข้าไปในลูกแก้ว
“เว็นดี้ถูก เลด เอิร์ธจับไปแล้ว” ริวดอนรำพึงออกมา
“จริงเหรอ” ธาลินชี่พูดอย่างตกใจ
“งั้น ช่วยดูเบ็ตด้วยสิท่าน”
“ข้ายังมองไม่เห็นเพื่อนท่าน แต่ตอนนี้เราต้องไปช่วยเว็นดี้ก่อนเพราะนางจะถูกดูดพลังมากมายไปให้กับเลด เอิร์ธ”
“งั้นเราไปกันเถอะ”
“ไม่ได้เราต้องแยกกันเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย และจะได้ทันเวลา ” ริวดอนพูด
“ตกลง”
“เข็มทิศวิเศษ ขอแผนที่ไปดาร์คแลนด์ให้ข้า เดี๋ยวนี้” ริวดอนพูดแล้ว กระดาษยาวๆก็ไหลออกมาจากเข็มทิศ
“ข้าได้แผนที่1เส้นทางแล้วข้าจะไปให้เร็วที่สุด ท่านดูทิศทางจากเข็มทิศนะ”
“ตกลง”
ริวดอนกระโดดลงไปด้านล่างแล้ววิ่งไปที่ดาร์คแลนด์
“เข็มทิศวิเศษ ขอผงวิเศษที่ทำให้ฉันบินได้” ธาลินชี่กินผงวิเศษ
แล้วจากนั้นเธอก็มาถึงดาร์คแลนด์ภายใน2ชม. ในเมืองนี้มืดมัว อึมครึมสกปรกมาก กลิ่นเหม็นเน่าเธอเดินไปเรื่อยๆจนพบปราสาทสีดำ ก่อด้วยอิฐ เธอเดินเข้าไปด้านในที่ประตูเปิดอ้าไว้ เธอพบว่าเบ็ตกับเว็นดี้ถูกมัดไว้คนละเสา และถูกปิดปาก ถูกมัดแขนและขา
“เบ็ต! เว็นดี้” ธาลินชี่ร้องกับที่ริวดอนมาถึง
“จงแลกเพื่อนๆของพวกเจ้ากับเข็มทิศซะ แต่ให้ออกไปได้เพียง 3 คน อีก 1 คนต้องเป็นทาสของข้า” เสียงที่น่าเกรงกลัวดังขึ้น
“ข้าอยู่เอง”ริวดอนเสนอ
“ตามข้อตกลงนะ” ชายในชุดคลุมสีดำพูดพร้อมกับร่ายมนตร์แก้มัดเบ็ตและเว็นดี้ออก
เว็นดี้หันไปกระซิบธาลินชี่และเบ็ตโดยที่เลด เอิร์ธไม่ทันสังเกต ไม่นานนัก
ทั้ง3ก็ก้าวเท้าเดินออกทางประตู
“ เฮ้ เลด เอิร์ธ” ธาลินชี่หันไปด้านหลัง
“มีอะไรตลกจะเล่นกับข้ารึ” เลด เอิร์ธพูดด้วยความโกรธ ขณะที่กำลังมัดริวดอนไว้ที่เสา
“มองตรงนี้สิ ธาลินชี่ส่องเข็มทิศไปที่ดวงอาทิตย์ แสงที่เก็บอยู่ในเข็มทิศสีเงินเป็นลำแสงสะท้อนกลับไปที่ตัวของ เลด เอิร์ธ และเผาไหม้เขาจนเป็นจุล
ณ เทือกเขาหิมะ
“ถึงเวลากลับบ้านของพวกท่านแล้วสินะ” ริวดอนหันไปพูดกับ2สาวจากโลกมนุษย์
“ค่ะ” 2สาวตอบ อยู่ๆสิงโตก็กลายเป็นชายหนุ่มรูปงาม ตาสีฟ้าเป็นประกาย ผมสีบลอนด์
“โอ ท่านหลุดพ้นคำสาปแล้ว” เว็นดี้พูดอย่างดีใจ
“หล่อเหมือนพี่ชายเธอเลย”เบ็ตพูดกับ ธาลินชี่ที่กำลังตกตะลึง
“ขอบใจท่านทั้งหลายที่ช่วยข้าและทุกคนไว้” ริวดอนพูด
“ฉันขอคืน เข็มทิศนี้ให้ท่านเก็บไว้ มันมีประโยชน์เมื่ออยู่ในดินแดนของท่าน ลาก่อนนี่คือความทรงจำอันสุดวิเศษจริง ๆ” ธาลินชี่กล่าวจบก็มอบเข็มทิศให้กับเจ้าชาย"
"ลาก่อน สักวันเราคงมีโอกาสได้พบกันใหม่นะ " เจ้าชายโบกมือลา
เว็นดี้นำทาง 2 สาวกลับไปยังบ้านของทั้ง 2 คน โดยสวัสดิภาพ

จบแล้วค่ะ




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2551
4 comments
Last Update : 26 กรกฎาคม 2552 11:28:51 น.
Counter : 706 Pageviews.

 

ปวดตามากค่ะ ขอบอก
แต่ก็จะพยายามอ่านให้จบจ้ะ

 

โดย: แพท ภัทรียา IP: 202.183.220.14 12 พฤษภาคม 2551 15:07:04 น.  

 

สงสัยเป็นBGเดิมวิบวับทำให้ป้าแพทปวดตา กราบขออภัยงามๆ 1 ทีค่ะ เปลี่ยนbg ใหม่แล้วป้าแพทขา...กลับมาอ่านใหม่ได้แล้วค่ะ

 

โดย: กะปอมน้อย (Maekapomkha ) 14 พฤษภาคม 2551 17:58:59 น.  

 

ตามมาอ่านอีกรอบแล้วค่ะ

 

โดย: แพท ภัทรียา IP: 202.183.220.14 15 พฤษภาคม 2551 11:51:38 น.  

 

รักนะจุ๊บ

 

โดย: แรน IP: 125.27.176.249 31 กรกฎาคม 2552 10:48:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Maekapomkha
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




ขอร่วมแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ และสาระต่าง ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ในช่องทางของสื่อนี้ค่ะ
Friends' blogs
[Add Maekapomkha's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.