เหนื่อยก็พัก...หนักก็วาง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
แด่ ลูกพเนจรทั้งหลาย

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่ตระเวนทั้งเรียนทั้งทำงานไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แม้เขาจะเติบกล้าเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ ความรู้เพิ่มมากขึ้น โลกใบนี้เริ่มเล็กลง แต่พ่อแม่ที่อยู่บ้านเดิม(ในเมืองจีน)ก็เริ่มแก่ตัวลงลูกคนนี้ทำงานอยู่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมพ่อแม่ ได้แต่ติดต่อกันทางจดหมาย โชคดีต่อมามีไอพีการ์ด เลยได้คุยสดกันบ้าง ทุกครั้งแม่ก็จะคอยเตือนให้ระวังสุขภาพของตัวเอง ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ ไม่ต้องกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ เพราะจะสิ้นเปลืองเงินทอง... ยิ่งพูดก็ยิ่งซ้ำๆซากๆ เขารู้ดีว่าแม่เริ่มคิดถึงเขามาก จนกระทั่งปีนี้ แม่อายุ 75 เขาจึงตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่ โดยตั้งใจว่าจะอยู่สัก 1 เดือน จะไม่ทำอะไรเป็นพิเศษ แต่ขอเป็นเพื่อนแม่เพียงอย่างเดียว พอบอกข่าวนี้ให้แม่ทราบ แม้จะมีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนเศษ แม่ก็เริ่มเตรียมตัวในการ

ต้อนรับการกลับมาเยี่ยมบ้านของลูก แม่ดึงเอาสมุดบันทึกมาจดสิ่งที่ต้องตระเตรียม แม่เตรียมรายการอาหารที่ลูกชอบ ดึงเอาผ้าห่มที่ลูกเคยชอบห่มมาปะชุนใหม่... สำหรับคนอายุ 75 เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

พอกลับถึงบ้าน ตอนอยู่บนเครื่องบิน เคยตั้งใจว่าจะขอกอดแม่ให้ชื่นใจสักครั้ง แต่พอมาเห็นแม่ แม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผอมแห้ง หน้าตาเหี่ยวย่น ช่างไม่เหมือนแม่คนก่อนหน้านี้เลย...แม่ใช้เวลาทั้งชั่วโมงเตรียมอาหารที่ลูกเคยชอบ โดยที่หาทราบไม่ว่า เดี๋ยวนี้ลูกไม่ได้ชอบอาหารแบบนั้นแล้ว และเพราะแม่ตาไม่ค่อยดี รสชาติอาหารจึงแย่มากๆ บางจานก็เค็มจัด บางจานก็จืดสนิท ผ้าห่มที่แม่อุตส่าห์เตรียมให้ ทั้งหนาทั้งหยาบ ไม่สบายกายเลย แม่หารู้ไม่ว่า เดี๋ยวนี้ลูกนอนห้องแอร์และใช้ผ้าห่มขนแกะแล้ว แต่เขาก็ไม่บ่นอะไร เพราะเขาตั้งใจจะกลับมาเป็นเพื่อนแม่จริงๆ สองสามวันแรก แม่ยุ่งอยู่กับเรื่องจิปาถะ จนไม่มีเวลาพักผ่อน พอเริ่มได้พัก แม่ก็เริ่มพูดมาก สอนโน่นสอนนี่ พูดแต่ปรัชญาเก่าๆ ซึ่งปรัชญาเหล่านั้น 10กว่าปีก่อนก็เคยพูดแล้ว พอลูกบอกให้ฟังว่า ปรัชญาเหล่านั้นไม่ทันสมัยแล้ว แม่ก็เริ่มนิ่งเงียบและเศร้าซึม

“เหตุการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ผมพบว่าสุขภาพแม่แย่ลง โดยเฉพาะสายตา อาหารบางจานมีแมลงวันด้วย บางทีอาหารหกบนเตา แม่ก็เก็บใส่จานตามเดิม ครั้นผมพยายามชวนแม่ไปกินนอกบ้าน แม่ก็บอกอาหารข้างนอกไม่สะอาด ของแปลกปลอมเยอะ เมื่อผมบอกแม่ว่าจะหาคนรับใช้มาช่วยแม่สักคน แม่ก็โวยวายว่า แม่เองยังสามารถทำงานเลี้ยงดูเด็กให้ผู้อื่นได้เลย ผมเลยพูดไม่ออก พอผมจะออกไปช้อปปิ้ง แม่ก็จะตามไปด้วย ทำเอาวันนั้นทั้งวัน พวกเราไม่ได้ไปช้อปปิ้งเลย...”

“พอพวกเราเริ่มคุยกันในเรื่องทันสมัย แม่ก็จะหาว่าพวกเราเพี้ยน ผมก็เริ่มบอกแม่อย่างไม่ค่อยเกรงใจว่า แม่ นี่มันสมัยใหม่แล้ว แม่ต้องหัดมองโลกในแง่ใหม่ๆบ้าง... ช่วงครึ่งเดือนหลังที่อยู่กับแม่ ผมเริ่มขัดแม่มากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกรำคาญเพิ่มมากขึ้น แต่เราไม่เคยทะเลาะกันนะ พอผมขัดแม่ แม่ก็หยุดกึกลง ไม่พูดไม่จา ในตามีแววเหม่อลอย – โลกซึมเศร้าแบบคนแก่ของแม่ชักหนักขึ้นเรื่อยๆ”

“ได้เวลาที่ผมจะต้องเดินทางกลับ แม่ดึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งออกมา ในนั้นเป็นข่าวหนังสือพิมพ์ที่แม่ตัดเก็บไว้ในช่วงที่ผมไปอยู่เมืองนอก แม่เริ่มสนใจข่าวต่างประเทศเมื่อผมเดินทางไปนอก ทุกครั้งที่มีข่าวตึงเครียดในประเทศนั้นๆ แม่จะตัดข่าวเก็บไว้ ตั้งใจจะมอบให้ผมตอนที่ผมกลับมา แม่พูดอยู่เสมอว่า อยู่นอกบ้านนอกเมือง ต้องระวังตัวให้มากๆ ครั้งหนึ่งมีเรื่องคนญี่ปุ่นต่อต้านและข่มเหงคนจีน มีการปะทะกันด้วย แม่เป็นห่วงมาก ถามเพื่อนบ้านว่าจะส่งข่าวไปเตือนผมที่ญี่ปุ่นได้อย่างไร ตอนนั้นผมสอนอยู่ที่ญี่ปุ่น”

แม่ดึงเอาปึกกระดาษข่าวนั้นออกมาอย่างยากลำบาก วางใส่ในมือผมเหมือนของวิเศษชิ้นหนึ่ง มันหนักมาก ผมเริ่มรู้สึกลำบากใจ เพราะผมไม่อยากนำกลับไป มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ผมรู้ว่าแม่เก็บมันด้วยความยากลำบาก แม่สายตาไม่ค่อยดี ต้องใช้แว่นขยาย อ่านได้วันละ 2 หน้าก็เก่งแล้ว นี่ยังตัดเก็บได้ขนาดนี้ ทันใดนั้นมีข่าวแผ่นหนึ่งปลิวหลุดลงมา แม่รีบเอื้อมไปหยิบ แต่แทนที่แม่จะเก็บเข้ากองเดิม แม่กลับพับเก็บไว้ในกระเป๋าของตัวเอง ผมรู้สึกเอะใจ เลยถามว่า “แม่ นั่นกระดาษอะไร ขอผมดูหน่อยนะ”

แม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงล้วงออกมาวางบนข่าวปึกนั้น แล้วหุนหันเข้าครัวไปทำกับข้าวทันที ผมหยิบแผ่นข่าวนั้นขึ้นมาดู มันเป็นบทความบทหนึ่ง ชื่อว่า

“เมื่อฉันแก่ตัวลง” ตัดจากหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2004 เป็นช่วงที่ผมเริ่มเถียงกับแม่ถี่มากขึ้นทุกที บทความนั้นคัดมาจากนิตยสารฉบับหนึ่งของเม็กซิโก ฉบับเดือนพฤศจิกายน ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบทันที....

เมื่อฉันแก่ตัวลง ไม่ใช่ฉันที่เคยเป็น ขอโปรดเข้าใจฉัน มีความอดทนต่อฉันเพิ่มขึ้นอีกสักนิด

ตอนฉันทำแกงหกใส่เสื้อตัวเอง ตอนฉันลืมวิธีผูกเชือกรองเท้า ขอให้คิดถึงตอนแรกๆที่ฉันใช้มือสอนเธอทำทุกอย่าง


ตอนฉันเริ่มพร่ำบ่นแต่เรื่องเดิมๆที่เธอรู้สึกเบื่อ ขอให้อดทนสักนิด อย่าเพิ่งขัดฉัน ตอนเธอยังเล็กๆ ฉันยังเคยเล่านิทานซ้ำๆซากๆ จนเธอหลับเลย

ตอนฉันต้องการให้เธอช่วยอาบน้ำให้ อย่าตำหนิฉันเลยนะ ยังจำตอนที่เธอยังเล็กๆ ฉันต้องทั้งออดทั้งปลอบเพื่อให้เธอยอมอาบน้ำได้ไหม

ตอนฉันงงกับวิทยาการใหม่ๆ อย่าหัวเราะเยาะฉัน จำตอนที่ฉันเฝ้าอดทนตอบคำถาม “ทำไม ทำไม”ทุกครั้งที่เธอถามได้ไหม

ตอนฉันเหนื่อยล้าจนเดินต่อไม่ไหว ขอจงยื่นมือที่แข็งแรงของเธอออกมาช่วยพยุงฉัน เหมือนตอนที่ฉันพยุงเธอให้หัดเดินในตอนที่เธอยังเล็กๆ

หากฉันเผอิญลืมหัวข้อที่กำลังสนทนากันอยู่ ให้เวลาฉันคิดสักนิด ที่จริงสำหรับฉันแล้ว กำลังพูดเรื่องอะไรไม่สำคัญหรอก ขอเพียงมีเธออยู่ฟังฉัน ฉันก็พอใจแล้ว

ตอนเธอเห็นฉันแก่ตัวลง ไม่ต้องเสียใจ ขอให้เข้าใจฉัน สนับสนุนฉัน ให้เหมือนตอนที่ฉันสนับสนุนเธอตอนเธอเพิ่งเรียนรู้ใหม่ๆ

ตอนนั้นฉันนำพาเธอเข้าสู่เส้นทางชีวิต ตอนนี้ขอให้เธอเป็นเพื่อนฉันเดินไปให้สุดเส้นทาง ให้ความรักและอดทนต่อฉัน ฉันจะยิ้มด้วยความขอบใจ ในรอยยิ้มของฉันมีแต่ความรักอันหาที่สิ้นสุดมิได้ของฉันที่มีให้กับเธอ

ผมอ่านบทความนั้นรวดเดียวจบ เกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ (ใจแข็งจริง ไอ้หมอนี่) ตอนนั้น แม่เดินออกมา ผมแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนแรกแม่คงอยากให้ผมได้อ่านบทความนี้หลังจากผมกลับไปแล้ว จึงคะยั้นคะยอให้ผมนำข่าวปึกนั้นกลับไป ตอนผมจัดกระเป๋าเดินทาง ผมต้องสละไม่เอาสูทกลับไป 1 ตัว จึงยัดเก็บปึกข่าวเหล่านั้นเข้าไปได้ รู้สึกแม่จะดีใจมาก เหมือนกับว่าหนังสือพิมพ์เหล่านั้นเป็นยันต์โชคลาภสำหรับผม และเหมือนกับว่าการที่ผมยอมรับหนังสือพิมพ์เหล่านั้น ผมได้กลับมาเป็นเด็กดีของแม่อีกครั้งหนึ่ง แม่ตามมาส่งผมจนถึงรถแท็กซี่เลยที่เดียว

หนังสือพิมพ์ที่ผมนำกลับมาเหล่านั้น ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรเลย แต่บทความ “เมื่อฉันแก่ตัวลง” บทนั้น ผมได้ตัดเก็บไว้ในกรอบ เอาไว้ข้างตัวฉันตลอดไปตอนนี้ ฉันขออุทิศบทความนี้ ให้กับลูกพเนจรทั้งหลาย ตอนปีใหม่ โทรไปหาท่านบ้าง บอกท่านว่าคุณอยากกินอาหารที่ท่านทำเสมอ....

28 ธันวาคม 2004


Create Date : 05 ธันวาคม 2554
Last Update : 5 ธันวาคม 2554 23:49:05 น. 52 comments
Counter : 479 Pageviews.

 
ขอบคุณที่เข้ามาชม


โดย: savingonsale วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:1:22:22 น.  

 
Thank อิๆๆ


โดย: makachok วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:1:23:55 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปมี่บล็อคนะคะ^^

อ่านแล้วนำ้ตาซึมt.t


โดย: น้องหมู (tictin ) วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:3:16:51 น.  

 


โดย: ริวคิ-mawin-maji-minic วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:4:02:26 น.  

 
อ่านแล้ว เศร้าซึม เล็กน้อย...แต่ชอบ


โดย: นัทธ์ วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:6:48:24 น.  

 
คิดถึงป๋ากะแม่จัง


โดย: Febie วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:7:11:09 น.  

 
เจอหลายคนพูดบอกว่า..ลูกลืมพ่อลืมแม่.. ผลาญเงินพ่อแม่พ่อ แม่แก่ตัวลงก็ไม่เลี้ยงดู...

อันที่จริงก็ไม่ได้แย้ง...แต่เคยเจอ..อันนี้เป็นเพื่อนของกระผมเอง..อยู่ต่างประเทศมาด้วยกัน..เพื่อนคนนี้หาเงินได้เท่าไรสุงให้ทางบ้านหมดตัวเองย่อมอด ทนกินข้าวที่โรงงานเลี้ยง...

แม่เขาเขียนจดหมายมาบอกว่า...เองไม่ต้องห่วงหรอกเงินทุกบาททุกสตางค์(แม่)จะเก็บไว้ให้

เพื่อนกระผม มันก็มีกำลังใจ..ดีใจ..บ้าทำงานเก็บๆและเก๊บเงิน..ส่งเงินทางบ้านเพียงอย่างเดียว

กระผมยังจำได้ว่า...วันนั้นเพื่อนมันเก็บเงินครบแสนหนึ่ง..เพื่อที่จะส่งกลับบ้าน...

หิมะตกแรง...ลมก็แรง... มันเรียกกระผม...อ้าย"ขุน"เอ็งมาเป็นเพื่อนข้าหน่อยข้าอยากจะส่งเงินกลับบ้านวันนี้วะ... ช่วยไปเป็นเพื่อนที่แบงค์ "ฟุจิ"กะข้าหน่อย

กระผมซึ้งน้ำใจเพื่อน(ในความกตัญญู) ของมันอ้าวไปก็ไป กว่าหิมะไปด้วยกัน...และหลังจากนั้นมาเป็นระยะๆ..มันก็จะเล่าให้ฟังว่าเออ(แม่)เขาอยากซื้อไร่ซื้อสวนเก็บไว้ให้มัน..มันก็บอกว่าดี..

และถัดมาจากนั้นอีก.. น้องชายมันบอกว่าอยากได้รถกะบะ...ไว้ใช้..(แม่)ของเพื่อนกระผมก็เขียน จม.มาขอเงินมันซื้อรถกระบะ..มันก็ส่งให้...และหลังจากนั้นน้องชายคนที่ได้รถไปก็บอกว่าจะแต่งงาน...ขอเงินที่พี่ฝากไว้(ที่แม่)เป็นสินสอดนะพี่?...และเรื่องของเพื่อนคนนี้มี่อีกเยอะ...จนสุดท้าย..เมื่อสองปีก่อนกัน..มันก็เล่าให้ฟังว่า...

เงินไม่เหลือ แถมเป็นหนี้แบงค์ ที่ดินที่ที่ทางบ้านซื้อไว้ให้เขเอาเข้าจำนองแบงค์..แถมต้องกลับไปใช้หนี้ที่ทางยืม..แถม(แม่)บอกว่าเอ็งช่วยหาเงินช่วยเอาที่ดินออก...ฯลฯ กระผมฟังแล้วอึ้ง...คิดว่าเพื่อนมันคงไปทำเขาไว้เมื่อชาติก่อน ชาตินี้..เลยต้องใช้คืน...เรื่องของเพื่อนคนมีมุนอื่นๆอีกเยอะนอกจากเรื่องทางครอบครัว...เดียวนี้มันกลับไปญี่ปุ่นส่วนกระผมเองมาเมกา....


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:9:49:28 น.  

 
เป็นบทความที่ดีจริงๆค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:10:20:40 น.  

 
เข้ามาอ่านและแอบหอบเนื้อหากลับไปด้วยหัวใจ ขอบคุณที่เอามาลงค่ะ ไว้ว่าง ๆ ว่าจะหอบไปโยนใส่หน้า "พี่ชายพเนจร" เหมือนกัน อิอิ


โดย: คมไผ่ วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:10:21:13 น.  

 
เป็นบทความที่ดีจริงๆ ครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:11:16:35 น.  

 
สวัสดีครับ


โดย: shadee829 วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:12:34:27 น.  

 


โดย: shadee829 วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:12:34:46 น.  

 
ใ้ห้แง่คิดดีจริงๆครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:14:31:39 น.  

 
ขอบคุณครับ ..ทำให้คิดถึงแม่ขึ้มมาทันที


โดย: bobobull วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:15:57:31 น.  

 
แวะมาทักทาย มาหาอะไรดีๆๆ อ่าน..


โดย: prayakong วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:19:48:47 น.  

 
เหมือนเราบางส่วนเลยค่ะ
ห่างไกล แต่ความห่วงใยไม่เปลี่ยน

อ่านเรื่องนี้แล้วคงต้องใจเย็นให้มากขึ้น

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกัน และช่วยแก่ไขคำผิด

+++

ก็ท่องอยู่ "ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ไว้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู"


โดย: ostojska วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:20:21:01 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ อ่านบทความแล้วแรกๆรู้สึกขัดใจตัวเองอย่างแรงแต่โดยนิสัยชอบอ่านก็เลยคิดในใจน่าจะมีอะไรดีดีต่อไปแหล่ะน่าจึงอ่านต่อจนจบ เป็นเรื่องเล่าที่ดีมากเลยครับ ในสังคมปันจุบันแตนว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยไป เจอบ่อยมากคนแก่สองสามีภรรยามาเฝ้าไข้ดูแลซึ่งกันยามป่วย พอเราถามลูกหลานทำงานกันหมดไม่มีเวลาว่างั้น ที่จริงแบ่งเวลาสักนิดอุทิศให้กับคนที่รักเราบ้างก็ดีนะครับ ขอบคุณนะครับสำหรับเรื่องเล่าข้างบน


โดย: phaclam วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:20:28:01 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งจังค่ะ
ชายคนนั้นโชคดีที่ฉุกคิดได้เร็ว เพราะบทความนั้น
บางคนต้องเจอกับตัวเองบ้างจึงเข้าใจ

แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:22:24:06 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาจะไหล
เราเป็นคนที่รักแม่มากๆ
อ่านแล้วคิดถึงแม่จัง

ความรักของใครก็ไม่ยิ่งใหญ่
เท่ากับของแม่นะคะ


โดย: ปลาทอง9 วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:23:02:15 น.  

 


โดย: shadee829 วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:23:06:04 น.  

 
อ่านแล้วซึ้ง น้ำตาซึมค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:23:07:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะไปนะคะ


โดย: mambymam วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:23:44:17 น.  

 
แม่ คือผู้มอบร่างกายและชีวิตนี้ให้แก่เรา รักแม่มากๆครับ (ว่าแล้วก็หอมซะหนึ่งฟอด)


โดย: อรหันต์นิทรา วันที่: 6 ธันวาคม 2554 เวลา:23:58:35 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งจังเลย..


โดย: Mein Schatz วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:4:17:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ


โดย: Calla Lily วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:5:53:33 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ค่ะ
อ่านแล้วซึ้งน้ำตาซึม คิดถึงแม่ขึ้นมาทันที

ขอบคุณที่แวะไปที่บ้านนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:6:06:52 น.  

 
สาวอุดรเหรอ...

คนบ้านเดียวกัน


โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:7:22:46 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่า
ไอเดียกรวยข้าวเหนียวมาจาก
คุณ T+c+ake Time 2002 ค่ะ ^__^


โดย: abiabi วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:7:52:25 น.  

 
มันก็น่าสะเทือนใจจริงๆ หละนะคะ

ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกันค่ะ

ห่วงตัวเองตอนแก่ตัวอยู่เหมือนกัน แหะๆ



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:7:59:42 น.  

 
เป็นบทความที่ดีจริง ๆ ^^
อ่านแล้วอารมณ์ไหวไปเลยค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...>


โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:8:11:14 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: อสูรกายไทฟอน วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:10:02:01 น.  

 
สวัสดีตอนบ่ายครับ ขอบคุณที่แวะไปทัทกทายกันนะครับ .....

อ่านเรื่องราวของลูกเพนจรในบล็อกนี้แล้ว แอบซึ้ง เพราะผมเองก็เป็นลูกพเนจรคนหนึ่งเหมือนกัน เพียงแต่ว่าไม่ได้อยู่ไกลกันมากแบบเจ้าหนุ่มในเรื่องนี้ ผมยังสามารถกลับไปเยี่ยมแม่ได้ทุกๆ เดือน .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:13:22:18 น.  

 
แวะม่ทักทายและเยี่ยมชมนะค่ะ


โดย: amonrat27 วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:15:57:29 น.  

 
หวัดดีครับ...

แวะมาทักทาย และขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล๊อกครับ


โดย: wicsir วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:17:33:06 น.  

 
ข้อความดีมากเลย รักแม่ค่ะ


โดย: prayakong วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:20:09:24 น.  

 
รู้สึกเป็นห่วงพ่อกับแม่มาก ถึงจะอยู่ไกลแค่ไหนก็พยายามกลับบ้านทุกอาทิตย์ถึงแม่ว่าจะมีวันหยุดแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ก็ตาม


โดย: bt (Ashirawut ) วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:21:49:49 น.  

 
สวัสดีค่ะ กิ่งตามมาจากบ้านคุณเป็ดค่ะไม่รู้ว่าคุณเชิญจุติเขียนงานตะพาบพอเห็นบ้านคุณเป็ดกิ่งก็ตามมาอ่านเรื่องลูกพเนจรอ่านแล้วสงสารแม่ในเรื่องนี้จังเลย แม่แก่แล้วแต่ก็ยังอยากให้ลูกได้รู้โดยการตัดบทความแนบไว้ให้ลูกอ่าน โห..อ่านแล้วซึ้งจริงๆค่ะ
หลับฝันดีนะคะ




More Sweet Dreams Comments



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:23:16:58 น.  

 
อรุณสวัสดิ์เช้าวันใหม่นะจ๊ะ
ขอให้มีความสุขมากๆคะ


โดย: Mein Schatz วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:3:41:02 น.  

 
เอาข้าวผัดมาเสิร์ฟคราบบบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:10:36:54 น.  

 


โดย: nunaggie วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:13:20:28 น.  

 
แวะมาทักทาย..


โดย: MC TROMUST วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:20:32:32 น.  

 
สวัสดีค๊า คนไม่ได้อยู่ก่ะแม่
รู้สึกคิดถึงแม่เรยย..ฝันดีนะค่ะ




โดย: mastana วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:22:03:16 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: น่ารักนะคะ วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:23:54:12 น.  

 
พี่เชิญจุติยังไม่นอนเหรอคะเนี่ย
จะตีหนึ่งแล้วน๊า ถนอมสุขภาพด้วยนะคะ
ปายแวะมาราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ



โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:0:56:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายกันตอนสายๆ วันศุกร์ขอให้มีความสุขนะคะ


โดย: Summer Flower วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:8:19:56 น.  

 
แวะมาทักทายแบบด่วนๆ
ช่วงนี้ป่วยครับ
เลยไม่ได้ประจำบล้อกเลย


ได้แต่อัพบล้อกเอาไว้เท่านั้นเองครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:9:09:44 น.  

 
แวะมาทักทายยามบ่ายค่ะพี่ ^^


โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:13:15:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ

อ่านแล้วซึ้งจัง คิดถึงแม่ขึ้นมาเลยค่ะ

ขอบคุณมากที่แวะไปทักทายกันนะคะ


โดย: LoveParadise วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:14:31:22 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะอ่านแล้วซึ้งจัง


โดย: amonrat27 วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:20:57:14 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ ที่เข้าไปอวยพรให้ใน Bloggang ...
ขอโทษนะคะ ที่แวะเข้ามาทักทายช้ามากกกกกกก.... เรื่องนี้มีเหตุให้เล่าขำขำ เนื่องจากเพิ่งเข้ามาเล่นพันทิปนี่นา เลยงง..งง..และแล้วก็เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค... เพราะเข้าใจผิดว่าต้องเข้าไปโพสต์ทุกห้องย่อยๆ ทั้งหมดที่สนใจ.. พอเห็นว่ามีกระทู้ขึ้นมาเพียบ ก็ตกกะใจ....ก็รีบแจ้งขอลบบางกระทู้... ผลก็คือ Admin ลบออกไปทั้งหมดเล๊ยยย.....แถมระงับใช้ชั่วคราวอีกต่างหาก คราวนี้ไปไม่เป็นเลย ยิ่งงง..งง..งง..มากกว่าเดิมอีกเน๊าะ ก็ร๊อ..รอ..ว่าเมื่อไรเขาจะยอมให้ใช้ใหม่อีกครั้ง...อ้อ....สุดท้ายก็เจอว่าต้องแจ้งขอแก้ไขเข้าไปอีกครั้งนึง....เลยเพิ่งกลับเข้ามาเล่นได้อีกครั้งนึงจ้า.... ....เฮ้อ...;-);-)
คราวนี้เลยลองกดเปิดดูแต่ละหัวข้อเล่นๆๆๆๆ อ้าว...มีสมาชิกที่น่ารักๆๆๆ เข้ามาอวยพรทักทายด้วยอ่ะ.... เลยรีบหาวิธีส่งข้อความเข้ามาขอบคุณเจ้าค่ะ
ป.ลิง...ซึ้งมากเล๊ยย....เรื่องจริงผ่านจอ Bloggang นี้......ว่างๆๆ จะมาขออนุญาตแบ่งปันไปให้เพื่อนๆ อ่านด้วยจ้า....
นอนหลับฝันดีจ้า.....


โดย: sailyacht วันที่: 10 ธันวาคม 2554 เวลา:0:41:37 น.  

 
มีความสุขในวันหยุดนะคะพี่

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: คนที่ใช่ ในวันที่ผิด วันที่: 10 ธันวาคม 2554 เวลา:12:24:51 น.  

 
กำลังเป็นคนอยู่ตรงกลางระหว่างแม่อายุเกือบ90 กับลูกอยู่ในวัยทำงาน จึงเข้าใจสภาพนี้ดีค่ะ พยายามฟังแม่ให้มากๆ และพูดน้อยๆกับลูก ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทั้งแม่และลูกของตะลีกีปัสจะรู้สึกอย่างไร...ขอบคุณที่มีข้อความดีๆมาให้อ่านค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 12 ธันวาคม 2554 เวลา:18:51:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เชิญจุติ
Location :
อุดรธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






ยินดีต้อนรับค่ะ
ในโลกแห่งความจริง
บางทีเรื่องที่เราอยากเล่า
ก็ไม่มีใครอยากฟัง
ดังนั้น ณ ที่แห่งนี้
จึงดีใจมากเสมอ
ที่มีคนแวะมาเยี่ยมเยียน

พูดไม่ค่อยเก่ง
แต่รักหมดใจนะคะ

สายลมกระพือปีก
โบกบินไปตามทาง
ถนนไร้ดอกไม้ดูอ้างว้าง
ดอกหญ้าทอดกาย
โรยตัวดูพระอาทิตย์
ดวงดาวยังไม่ระบำ
เสียงนกยังไม่เห่กล่อม
สรรพสิ่งล้วนนิ่งเงียบ
สายลมพลิ้วพัดผ่าน
สรรพสิ่งขยับกาย
ท้องฟ้าดูแจ่มใส
เมื่อเชิญจุติ...จุติมา

โดย คุณวัวป่าหลงเงาจันทรา
ขอบคุณ สำหรับกลอนเพราะๆ นี้ค่ะ

ขอบคุณ บล็อกป้ามด
ที่ทำให้บล็อกนี้เป็นรูปเป็นร่างได้

ขอบคุณ บล็อกคุณญามี่
สำหรับภาพพื้นหลังสวย ๆ ค่ะ

ขอบคุณ ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ






New Comments
Friends' blogs
[Add เชิญจุติ's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.