ตุลาคม 2564

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
One and Olny กระดูกงดงาม ทุกชาติภพ ภาคปัจจุบัน
One and Olny กระดูกงดงาม ทุกชาติภพ ภาคปัจจุบัน
จำนวน 32 ตอน Wetv

 

        สืออี๋เป็นนักพากย์หนังที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคของซีโจว จงโจว เป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะเรื่องราว ของอ๋องน้อย โจวเซิงเฉิน  ทุกครั้งที่พากย์ถึงโจวเซิงเฉิน เธอมักจะโศกเศร้า เสียใจ น้ำตาไหลนองเสมอ
       วันหนึ่งเธอได้ไปทำงานที่ซีอานกับเพื่อนทั้งสองได้ไปเที่ยวที่พระราชวังซีอาน เหมยสิงเจอกับสืออี๋รู้สึกว่าถูกชะตามากๆจนกลับมาเล่าให้โจวเฉินฟัง
      สืออี๋กับโจวเฉินเจอกันที่สนามบิน สืออี๋คุ้นชื่อของโจวเฉินมาก โจวเซิงเฉิน ซึ่งเป็นอัจฉริยะบุคคลที่มี IQ 190 สามารถเรียนจบด็อกเตอร์ได้ในวัยเพียง 20 กว่าต้นๆเท่านั้น
โจวเซิงเฉินลืมบัตรไว้ในถาดสัมภาระ ที่เจ้าหน้าที่คิดว่าทั้งสองคมมาด้วยกัน สืออี๋เห็นหน้าโจวเซิงเฉินปุ๊บรู้สึกประทับใจรู้สึกอยากพูดคุยด้วยจึงขอเบอร์โทรติดต่อแต่โจวเซิงเฉินบอกว่ามีแต่อีเมลดังนั้นทั้งสองจึงติดต่อกันทางอีเมล ในที่สุดทั้งสองได้นัดกับทางข้าวด้วยกัน 1 ครั้งโดยโจวเซิงเฉินนั่งรถจากจินเจี้ยงไปกับเซี่ยงไฮ้รวมเป็นเวลา 8 ชั่วโมง เพื่อทดสอบว่าตัวเขาเองก็ชื่นชอบสืออี๋มาก เขาจึงบอกว่าชีวิตเขาจำเป็นต้องหมั้นดังนั้นจึงขอร้องให้สืออี๋เป็นคู่หมั้นให้เขาแต่ค่อยศึกษาดูใจกันสืออี๋ยิ้มดีใจมากที่ได้หมั้นกับโจวเซิงเฉิน
      ครอบครัวของสืออี๋ชอบโจวเซิงเฉินเพราะเป็นคนมาจากตระกูลโจวที่ร่ำรวยทางธุรกิจโจวเซิงเฉินพาสืออี๋ไปพบแม่โดยไม่ได้บอกล่วงหน้าแต่เขานำช่างตัดเย็บเสื้อผ้าจากตะกูลไปเย็บให้สืออี๋ใส่เองออกมาอย่างสวยงาม  เมื่อโจวเซิงเฉินพานางไปถึงบ้านปรากฏว่าแม่ไม่ปลื้ม แต่โจวเซิงเฉินก็ให้กำลังใจสืออี๋ว่าต่อไปเราต้องศึกษาดูใจกันขอความชัดเจนในการโทรศัพท์คุยกันสืออี๋บอกว่า 3 เวลาหลังอาหาร
 07:00 น 11:00 น และ 23:30 น โจวเซิงเฉินปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพราะเขาต้องทำงานวิจัยจึงไม่มีเวลาที่จะทำอะไรโดยไม่มีตารางชีวิต
      ลุงหลินผู้ดูแลโจวเซิงเฉินสังเกตว่าช่วงนี้โจวเซิงเฉินมีความสุขมาก ที่ได้รับส่งโจวเซิงเฉินไปหาสืออี๋   และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่โจวเซิงเฉินควรจะต้องฝึกขับรถด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้รับส่งสืออี๋ไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก งานแรกโจวเซิงเฉินขับรถไปงานรับรางวัลนักพากย์ยอดเยี่ยมในฐานะแขก VIP สปอนเซอร์
แต่เขาเลือกนั่งตรงตำแหน่งที่โล่งๆสืออี๋เห็นได้ชัด ทั้งสองมองและชื่นชมกันอย่างมีความสุข
    เมื่ออยู่ในช่วงดูใจกันโจวเซิงเฉินเป็นไข้ไม่สบายโทรบอกให้สืออี๋ สืออี๋จึงสละห้องของตัวเอง เธอคนมีบัตรเขาอย่างดีเหมือนครั้งที่สมัยเธอเป็นศิษย์กับอาจารย์เธอมีความสุขมาก
      โจวเซิงเฉินเป็นคนที่มี IQ 190 อายุ 19 จบด็อกเตอร์ ปกตินั่งรถกลับบ้านต้นๆมักจะอ่านหนังสือแต่ช่วงหลังนี้คงสังเกตเห็นว่าไม่อ่านหนังสือคิดถึงแต่สืออี๋และคิดถึงเรื่องจะหมั้นแล้ว
      ขณะขับรถกลับบ้านขึ้นดอยสูงชันเจอพี่น้องฝาแฝดน้องชายเหวินชวน และน้องสาวเหวินซ่ง จึงสละลดให้ไปทำธุระ และตัดสินใจอยู่นายก่อนจะยื่นมือมาจูงมือสืออี๋ให้เดินขึ้นเขากลับบ้านไปด้วยกัน สืออี๋ยิ้มอย่างมีความสุข
       เมื่อถึงบ้านพักแม่สั่งให้ทุกคนไปดูงิ้วในคืนนี้ยกเว้นสืออี๋ที่มาเหนื่อยไม่ต้องไป
       แม่แสดงออกว่าไม่ชื่นชมและบอกน้องเล็กว่าไม่ชอบว่าที่ลูกสะใภ้.
       สืออี๋เห็นว่าโจวเซิงเฉินเลี้ยงปูไว้และสังเกตุว่าเครื่องใช้ในห้องน้ำเหมือนที่บ้านทุกอย่างเป็นเพราะตอนที่โจวเซิงเฉินไม่สบายไปพักที่บ้านสืออี๋เขารายละเอียดจดจำทุกอย่างเพื่อมาตกแต่งห้องน้ำให้เหมือนที่บ้านเพื่อให้สืออี๋ไม่รู้สึกตัวผิดที่   โจวเซิงเฉินดูแลใส่ใจสืออี๋ทุกรายละเอียด
       เหวินชวน ได้แต่งงานกับคนที่แอบชอบโจวเซิงเฉินตั้งแต่เล็ก เพราะแม่ชอบเธอ ชายจึงตัดสินใจแต่งงานเพราะคิดว่าแม่จะรักและสนใจเขามากขึ้นแต่หาไม่ใช่เลย เขายอมทิ้งเสี่ยวม่าน หญิงสาวที่รักกัน ทำให้ชายแค้นลึกๆ
      เช้ามาที่โต๊ะอาหารทุกคนรอโจวเซิงเฉิน และสืออี๋ทานข้าว แต่โจวเซิงเฉินไม่ได้บอกเธอ ตอกย้ำความไม่ชอบของแม่เข้าไปอีก  ในขณะนั้นเธอเองไปกับเหวินซิ่ง ที่หอสมุดประจำตระกูล ที่มีแต่หนังสือล้ำค่าทั้งนั้น เธอรู้สึกผูกพันกับขอหนังสือนี้เป็นอย่างมาก
       โจวเซิงเฉินพาเธอไปจุดชมวิวของบ้าน แต่เธอเป็นคนที่กลัวความสูงโจวเซิงเฉินชิงเธอมาและผมไว้จากด้านหลังน้องสาวขึ้นมาเห็นทั้งสองออกกันตกใจโจวเซิงเฉินเขิน
       โจวเซิงเฉินพาเธอไปพบกับคุณยายที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็ก และเลี้ยงแม่เขามาด้วย ยายเป็แม่แท้ๆของแม่เลี้ยงของโจวเซิงเฉิน ซึ่งยายบังคับให้นางแต่งงานกับพ่อของโจวเซิงเฉินหลังจากที่แม่เสียชีวิต เพื่อที่จะได้นำโจวเซิงเฉินเข้าไปอยู่ในตระกูลโจว  และให้แม่เลี้ยงดูแลผลประโยชน์ให้เขา แม่เลี้ยงมีลูกแฝดกับสามีที่เธอ ให้เขาเป็นอารองของตระกูล พ่อกับแม่เลี้ยงแต่งงานเป็นพิธี
ในขณะที่เดินทางบ้าน โจวเซิงเฉินคุยแต่เรื่องงานหมั้น นอ รุกจูบโจวเซิงเฉิน เลย ลุงหลินกดปุ่มเปิดม่าน โจวเซิงเฉินเขินถึงขั้น อ่านหนังสือกลับด้านเลยเชียว
      โจวเซิงเฉินตื่นเช้าไปวิ่งออกกำลังกับญาติผู้น้อง แต่กลับมาถึงหน้าห้องสืออี๋แต่งชุดอยากออกไปวิ่งโจวเซิงเฉินก็ยินดีไปวิ่งเป็นเพื่อนสืออี๋อีกรอบนึง
 
งานหมั้นที่เตรียมการไว้พับเก็บไว้ก่อนเนื่องจากน้องสะใภ้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น โจวเซิงเฉินสงสารจึงอยากจะขอขอย้ายงานหมั้นไปจัดที่เซี่ยงไฮ้เพราะกลัวสืออี๋น้อยใจแต่นางไม่ตกลง  เพราะเขาจำเหตุการณ์ที่อย่าเล่าให้ฟังว่าทางบ้านของพ่อไม่ยอมรับแม่เป็นลูกสะใภ้พ่อจึงพาแม่หนีไปและคลอดโจวเซิงเฉิน จนแม่เสียชีวิตจึงต้องแต่งงานกับแม่เลี้ยงเขาจึงได้กลับเข้าไปอยู่ในสกุลโจว
         โจวเซิงเฉินรู้สึกผิด กลัวสืออี๋น้อยเนื้อต่ำใจและรู้สึกผิดต่อพ่อแม่สืออี๋ ขอโทษและรู้ว่านี่เป็นความขัดแย้งระหว่างเขากับแม่เท่านั้นคนอื่นไม่เกี่ยว
                     เรื่องของใต้หน้าเป็นเพียงละคร
                     คนบนโลกใหญ่ต้องจริงจัง
 เพื่อลดความขัดแย้งแต่ความสบายใจเขาจึงพาสืออี๋ไปเยี่ยมยายอีกแต่ครั้งนี้ยายให้นอนด้วย สืออี๋ยิ้มดีใจจูงมือโจวเซิงเฉินเข้าห้องนอนทั้งสองจึงจำเป็นต้องนอนเตียงเดียวกันโจวเซิงเฉินรู้สึกตื่นเต้นกว่าสืออี๋มากสืออี๋นั้นแอบยิ้มและดีใจ อีกทั้งคืนนี้ฝนตก ตื่นเช้ามาทั้งสองจึงมีความรู้สึกที่ดีที่เห็นหน้ากัน โจวเซิงเฉินจึงวางแผนขั้นต่อไปคือขอสืออี๋จดทะเบียนไว้ก่อนต่อหน้ายายยายเชียร์สืออี๋ให้ทำตามเขา
เอกสารทะเบียนบ้านของสืออี๋และให้คนขับรถไปเอาที่บ้านของสืออี๋ ทั้งสองจึงจดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อย   ยายมาเยี่ยมสกุลโจว เพื่อรวมพิธีไหว้บรรพบุรุษบนเขา ในวันรุ่งขึ้นแม่จัดแจงคนขึ้นนั่งรถ โดยเธอให้สืออี๋ไปคันเดียวกับเธอ  ก่อนลงรถ นางบอกว่า ฉันจะไม่ยอมรับเธอ
     ยายแนะนำเพื่อนพ่อของโจวเซิงเฉินว่าเสียวเฉินแต่งงานแล้วมีภรรยาแล้ว    แต่แม่เลี้ยงขึ้นเสียงบอกว่าแค่จดทะเบียนยังไม่จัดงาน...ยังไม่รับ
อาจารย์เฟิง เพื่อนพ่อ ได้เขียนบทประพันธ์ให้ทั้งสองเป็นของขวัญ ซึ่งปกติจะไม่ยอมเขียนให้ใครง่ายๆ
 สืออี๋ตอบแทน โดยการวาดภาพดอกบัวตามจินตนาการซึ่งเธอชอบวาดดอกบัวมานานตั้งแต่เป็นเด็กน้อยแล้ว
        แม่เลี้ยงยอมแต่งงานกับพ่อโจวเซิงเฉินเพื่อรักษาสมบัติให้โจวเซิงเฉินนางยอมอดทนทำทุกอย่างดังนั้นคนที่นางอยากให้แต่งงานกับโจวเซิงเฉินคือลูกสาวผู้มีอิทธิพลทางการค้าเหมือนกันเพื่อที่จะไม่ให้ญาติพี่น้องมาแย่งสมบัติของเขาไปเพราะเขาไม่มีญาติพี่น้องเหลือแล้วพ่อแม่ปู่ย่าก็เสียชีวิตหมดแล้ว
        โจวเซิงเฉินเซ็นมอบอำนาจในการจัดการตรวจสอบรายการฟ้องร้องทุกอย่างให้กับเพื่อนรักที่เป็นทนายชื่อเหมยสิง  เพราะเขาต้องกลับไปทำงานที่ เบรเ มิน เยอรมันนั่นเองเป็นเวลา 2 เดือน จังหวะเดียวกันน้องสะใภ้ก็จะกลับไปทำงานที่เดียวกับเขาเช่นกัน  เหวินซวนสารภาพกับภรรยาว่าเขาแต่งงานกับเธอเพราะผลประโยชน์ แม่ชอบเธอเขาคิดว่าแม่จะชอบและยกสมบัติให้กับเขาแต่ไม่เลยเขารู้สึกเสียใจมากดังนั้นเขาจึงอวยพรให้เธอได้คบกับพี่ชายอย่างแท้จริงและเขายินดีที่จะหย่าให้
          พินัยกรรมที่พ่อเขียนไว้จะแบ่งให้ลูกก็ต่อเมื่อแต่งงานเท่านั้น
 
โจวเซิงเฉินให้สืออี๋ตามไปที่เยอรมันเพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวกันและในคืนนั้น น้องสะใภ้เมาเพื่อนเอามาส่งที่ห้องเขาเขาจึงให้เพื่อนคนนั้นอยู่กับเขาทั้งคืนเพื่อป้องกันปัญหาและคำครหาที่จะเกิดขึ้น และเพื่อความสบายใจของภรรยาของเขาด้วย     น้องสะใภ้มาบอกความในใจว่าจะหย่ากับน้องชาย และต่อว่าเขาที่รีบแต่งงาน โจวเซิงเฉินบอกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวไม่จำเป็นที่คนนอกต้องรู้    น้องชายวางแผนคิดว่าจะต้องเจอพี่ชายอยู่กับภรรยาตัวเองแต่ผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผน
      วันนี้เขาจะไปรับสืออี๋กับเพื่อนรักเหมยสิง  แต่พอเจอหน้ากันเหมยสิง ตะลึงเธอนี่แหละที่เขาเล่าให้โจวเซิงเฉินฟังว่าเห็นครั้งแรกก้อตกหลุมรักเลย คืนนี้เป็นคืนแรกที่ได้นอนกอดกัน 
   น้องชายวางแผนทำลายความรักของพี่ โดยเล่าความสัมพันธ์ของพี่ชายกับภรรยาของเขาให้เธอฟังแต่ก็เอาแหวนที่สลักไว้ 7 เมษายนให้สืออี๋ไว้เป็นหลักฐาน
     เหมยสิงเห็น สืออี๋ใส่นาฬิกาทำมาจากหินอุกกาบาต โจเฉิงให้ใช่ไหม
พรจึงเล่าที่มาว่าอาจารย์ให้หินอุกกาบาตกับโจวเซิงเฉินตอนที่เรียนจบให้เขาเอาไปทำเป็นของขวัญแต่งงานให้กับภรรยา
          เพราะคนจีนมักจะพูดว่าเอาดาวเอาเดือนบนท้องฟ้ากำนันสาว ดังนั้นอุกาบาตนี่ก็มาจากฟ้าเช่นกัน
โจวเซิงเฉินดูแลใส่ใจด้วยคำพูดคำหวานปลอบใจ หอมแก้มเปล่าผมให้สืออี๋บอกว่าคิดถึงนะรีบกลับ
 
สืออี๋ออกทำงานและมานั่งเรือเล่นพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน เขาเห็นชายคนหนึ่งมองภรรยาเขา เขาจึงแสดงความรักให้ชายผู้นั้นเห็นไปเลย ขากลับไปที่พักพากันเดินเที่ยวที่ตากผ้าทอ ฝนตกช่วยเขาเก็บผ้า ทั้งสองเปียกฝน แนะนำให้เฒ่าแก่วา สามีของฉันคะ   โจวเซิงเฉินดีใจ ยิ้มที่เธอเรียกเขาว่าสามี เขาโอบกอดจากข้างหลังเธอขณะที่เธอกำลังจะปรับอุณหภูมิแอร์
       ไม่ต้องปรับอุณหภูมิสูงขนาดนั้นหรอก   อีกหน่อยจะเหงื่อออกเอานะ ได้ปฏิบัติหน้าที่ สามี ภรรยากันเรียบร้อย    “ ลุ่มหลง ในสตรีงามเคลิบเคลิ้ม กับดนตรีไพเราะเพลิดเพลินอย่างที่สุด
                     ดนตรีที่เพลิดเพลินกับสาวงาม  ล้วนไม่คู่ควรให้ลุ่มหลง
 
โจวเซิงเฉินย้ายมาอยู่บ้านสืออี๋ รอแต่งเสร็จค่อย้ายไปอยู่เรือนหอ  ความแตกเมื่อ ปุู่ ย่า  น้องสาว น้อยชายและญาติมาเยี่ยม โจวเซิงเฉินยังใส่ชุดลำลอง รองเท้าตุ๊กตา สืออี๋ผลักให้รีบออกห้อง เขาจำใจใส่ชุดนั้นไปทำงาน ทำได้เพียงหา ซื้อรองเท้าเปลี่ยน  ทุกคนที่ห้องทดลอง แปลกใจ
ทุกคนชมว่าชายหน้าเด็กลง   อ๋อภรรยาผมชอบแบบนี้555
        ด้านพ่อแม่ทั้งฝ่ายของเหมยสิง กับเหวินซ่ง อยากให้ทั้งคู่ลงเอยกัน   แม่จึงเอื้อนเอ่ยกับบุตรสาว
                      ทั้งชีวิตของหนู  จะอยู่กับเขาเพียงคนเดียว   ไม่มีทางเปลี่ยนไป

เหวยชวนกลับไปขอเสี่ยวม่านจากยายเธอ แต่เรื่องภรรยาเราจะหย่ากันครับ
          ในคืนหนึ่งที่บ้านสกุลโจว สืออี๋ปวดท้องไม่สบายแต่แม่ไม่ยอมให้ใครช่วยเหลือแต่สุดท้ายก็พาไปหาหมอเพราะเป็นไส้ติ่งอักเสบ เขาศึกษาจนละเอียดว่าไม่จำเป็นต้องผ่าใช้วิธีอื่นในการรักษาแทน
 บทหึงของโจวเฉิน
  หวังอิ้งตง  - คืนนี้คุณอยู่กับสืออี๋ได้ตลอดไหม
 โจวเซิงเฉิน - ต้องถามด้วยหรอครับผมเป็นสามีเธอผมไม่อยู่คุณจะอยู่แทนหรอก(น้ำเสียงหึงจ้า)

ยายบอกให้แม่ทำดีต่อสืออี๋หน่อย เหวินซ่งชวนสืออี๋ไปลอยกระทง ขอพระจากฟ้า ทำให้เรือล่ม  เธอสลบหายวัน โจวเซิงเฉินเฝ้าเธอไม่ยอมห่าง จนเธอฟื้นขึ้นมา  โจวเซิงเฉิน กับสืออี๋มาเยี่ยมยาย เช่นเดียวกับเหวิน ชวน มากับถงเจี่นเหริน เร่ิมพูดไม่เข้าหู ยายจึงสั่งสอน
             วิญญูชนพึงระวัง 3 ประการ
 1. วัยเยาว์เลือดพุ่งพล่านเพิ่งระวังในการปัญหา
 2. วัยฉกรรจ์เลือดลมแข็งแรงเพิ่งระวังในการทะเลาะวิวาท
 3.วัยชราเลือดลมถดถอย เพิ่งระวังในความโลภ
 
แม่ โจวเซิงเฉินและสืออี๋ร่วมดื่มน้ำชาด้วยกัน  แม่ได้สอบถามความเป็นมาที่ทำไมถึงได้รักกัน 
                 สำหรับฉันเขาทำอะไรก็น่ารัก
      ขอให้นึกถึงเขา….
                             งานจะหนักแค่ไหน   ฉันไม่รู้สึกเหนื่อย
                                              เจอเรื่องหงุดหงิดมากขนาดไหน  ฉันก็ไม่รู้สึกรำคาญ
                                                                                                                                        -สืออี๋-
แต่แม่บอกว่า สืออี๋เธอไม่เหมาะที่จะเข้ามาอยู่ในตระกูลของเรา เป็นจังหวะเดียวกันที่น้องสาวของโจวเซิงเฉินอยากได้ภาพวาดจากสืออี๋ โจวเซิงเฉินถึงอาสาวาดรูปดอกบัวให้ซึ่งสวยงามไม่แพ้ที่สืออี๋ไทบ้าน
 
สืออี๋ไปพักบ้านของโจวเซิงเฉินในขณะที่เราเข้าไป ทำงานปรากฏว่าเธอปวดท้องไส้ติ่งอักเสบแต่แม่ของโจวเซิงเฉินไม่ยอมให้ใครเข้าไปช่วยเหลือเธอ แต่สุดท้ายเพื่อนพาเธอมารักษาที่โรงพยาบาลทัน โจวเซิงเฉินไม่นิ่งนอนใจในการดูแลสืออี๋เลย อีกทั้งช่วงนี้น้องสาวป่วยหนักน้องกินบอกให้พี่ชายท่าพระสืออี๋ออกจากตระกูลไปพร้อมพี่ชายอย่ากลับมาอีกเลย
 
โจวเซิงเฉินพาสืออี๋กลับมารักษาตัวที่เซี่ยงไฮ้ดูแลยังดีแต่ไม่ยอมให้ผ่าตัดเพราะเขาไม่อยากให้เธอเจ็บปวดแต่หาวิธีการแบบใหม่ในการรักษาจนหาย
 
ด้านน้องสาวที่ทุกคนเข้าใจว่าร่างกายแข็งแรงพร้อมผ่าตัดหัวใจ แท้จริงแล้วเธออ่อนแอมากแต่แฝดพูดพี่ได้ปลอมแปลง ค่าตัวเลขเพื่อทำการผ่าตัด ทำให้ทุกคนสนใจในการดูแลรักษาน้องแฝดเพื่อที่เขาจะได้ทำการแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน ของบริษัท โจวเซิงเฉินเมื่อทราบเรื่องชกไม่ยั้ง บอกแม่หรือยังว่าผมมีน้องสาวเพียงคนเดียว
     
เหมยสิงยินดีดูแลผลเหวินซ่งและเขาได้สารภาพกับสืออี๋มาเขาเป็นคนเขียนบทกลอนตอบทางอีเมลให้กับโจวเซิงเฉินตอนที่ทั้งสองจีบกัน ตัวเขาเองก็แอบรักสืออี๋เช่นกันแต่ผมจบให้มันเองแล้วไม่ต้องกังวล
 
อาการของวเหวินไม่ค่อยดีขึ้น ก่อนตายเธอได้อัดคลิปเสียงขอโทษสืออี๋ที่ทำให้เธอตกน้ำ แม่ขอให้พี่ชายเธอออกจากตระกูลเพราะไม่อยากให้พี่รองของเธอต้องทำไม่ดีกับโจวเซิงเฉิน และอยากให้ครอบครัวรักกันอยู่ด้วยกันอย่างสงบ  เธอเสียชีวิตลง โจวเซิงเฉินเห็นน้องชาย เขาจึงต่อยด้วยความแค้นใน ทำให้เสี่ยวม่านที่ตามมา แท้งลูก  แม่ และ อารองทราบเรื่องที่โจวเซิงเฉินบอกว่า เหวินซวนทำผิดต่อน้องสาวเปลี่ยนค่าตัวเลขการรักษา ค่าขายของเุถื่อน  อารองลงโทษเหวินซวนที่เป็นสาเหตุให้ เหวินซ่ง ตาย แท้จริงแล้วเขารู้ว่าอารองคือพ่อของเขา
 
เรือลำใหญ่ลำหนึ่ง  ไม่มีใครถือหางเสือคนไหน   ทำได้ดังใจปรารถนาทุกอย่าง
 
      แม่ตัดสินใจให้เหวินซวน ไปสำนึกตัวที่ศาลบรรพชน
 
  โจวเซิงเฉินให้เหมยสิง ดำเนินการสือ เรื่องธรุกิจต่อไป แต่ตัวเขาเองตั้งแต่เสียน้องสาวไปจึงตัดสินใจออกจากตระกูลเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา กับสืออี๋อีก ในช่วงนี้เข้าชมเสียความเป็นตัวเองได้แต่ซึมเศร้าและมือลอยเพราะเสียใจที่น้องสาวจากไป สืออี๋เฝ้าดูแลทุกอย่างอาบน้ำสระผมทานข้าว เธอบอกให้โจวเซิงเฉินอยากร้องก็ร้องออกมาเถอะ โจวเซิงเฉินเข้าไปนอนร้องไห้ในห้องนอนเก็บเสียงไม่ให้สืออี๋ได้รับรู้ถึงความทุกข์ใจอย่างน่าเวทนา
  
    ในที่สุดโจวเซิงเฉินก็กลับมาเป็นปกติ เขาเขียนจดหมายเชิญแขกแต่งงานด้วยตัวเองทุกวันโดยไม่ให้สืออี๋ได้ลำบากใจ เขาบอกเธอว่างานแต่งงานต้องทำให้ดีที่สุดเพราะมีเพียงครั้งเดียวในชีวิต
    โจวเซิงเฉินให้ทนายความ นำสมบัติของเขาที่มีทั้งหมดที่พ่อแม่มอบให้ มอบให้กับสืออี๋เพื่อเป็นการการันตีว่าเขารักเธออย่างหมดหัวใจ
 
ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ยายบอกว่าอยากอุ้มเล่นแล้วทั้งสองก็พร้อมแล้วที่จะมี  ปฏิบัติกิจสามี
 
 เหวินซวนตัดสินใจจะหนีไปเยอรมันพร้อมกับเสี่ยวม่าน เธอมาบอกปฏิเสธเขาที่ ศาลบรรพชน ทำให้เขาเสียใจมา อีกทั้งแม่สั่งให้เขามอบตัวที่กระทำความผิด เมื่อเขากลับมาที่บ้านของตระกูลที่มีงานเลี้ยง เขาใช้มีดจีดสืออี๋ และสั่งให้อามัดมือโจวเซิงเฉินไพ่หลังแต่อามัดให้แบบแกะได้ โจวเซิงเฉินเข้าไปช้วยสืออี๋ ทำให้พลาดท่าโดน เหวินซวนต่อยและให้แจกันใบหใญ่ทุบศรีษะจนสลบไป สืออี๋เป็นว่าเขากำลังหยิบมีดจะแทงพี่ชาย เธอจึงกระโจนไปด้านหลังของเหวินซวน ทำให้ตกลงมาจากชั้น  2 ม่ามกลางแขกมากมาย เธอกลายเป็นเจ้าหญิงนินทรา  โจวเซิงเฉินก็ได้รับบาดเจ็บแต่ยังมานั่งเฝ้าอยู่แต่หน้าห้องทำให้พ่อ แม่ของสืออี๋ ไม่พอใจ และให้เลิกลากัน  เขาบอกว่าเขาไม่มีทางที่จะเลิกราเพราะเขาได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว แม่บอกจดได้ก็หย่าได้
 ผมไม่หย่าครับ  โจวเซิงเฉินเจ็บทั้งตัว และหัวใจเขาทนไม่ได้ที่เห็นสืออี๋เป็นแบบนี้ ยอมเจ็บปวดแต่มาเฝ้าที่หน้าห้องทุกวัน โดยหมอให้สังเกตอาการทุกวัน ผมจะไม่ไปไหน ใช้ได้แต่ร้องไห้
จนในที่สุดพ่อกับแม่สืออี๋เห็นใจ แต่พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยที่จะแต่งงานกันเขายืนยันคำเดิม   

                         ผมไม่หย่าครับแต่ผมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต
                                                                     -โจวเฉิน-

โจวเซิงเฉินขออนุญาตถ้าสืออี๋เอกกลับไปรักษาตัว  ที่บ้านที่ซีอานเพราะเธอชอบที่นั่นเธอไม่ชอบโรงพยาบาลรวยเขาวางแผนที่จะจ้างหมอและพยาบาลพิเศษคอยดูแลปฏิบัติเธออย่างดี
แม่คุณน้าจะเกลียดชัง ขัดแย้งแต่ผมไม่เคยเป็น อยากให้เธอตื่นมาพบความสุขเหมือนที่เคย
 
ลูกไม่เชื่อฟังเป็นความผิดของพ่อแม่
 
ถ้าคุณอยากไปไม่มีใครขัดขวาง
ถ้าคุณอยากอยู่ก็ยิ่งไม่มีคนบอกให้คุณไป
                                     -ทนายเหมยสิง-
 แม่เลี้ยงโจวเซิงเฉิน กับอารองตัดสินใจออกจากตระกูลโจว ให้โจวเซิงเฉินได้บริหารงานต่อไป
 
ในขณะที่สืออี๋เป็นเจ้าหญิงนินทรานั้น โจวเซิงเฉินจะรายงานตัวสิ่งที่ได้ทำนแต่ ทุกวัน  เขามักจะชอบไปที่พระราชวัง และนั่งเหม่อลอยเป็นประจำ  และเขาได้กลับเป็นเขียนบทกลอนที่หอสมุดของตระกลู
                          “ นัยน์ตาสื่อรัก  ใจประสานใจ”
ซึ่งชาติภพที่แล้ว อาจารย์ไม่ยอมเขียนต่อจากนางแสดงความในใจ ชาตินี้สำเร็จเรียบร้อย
      จนวันหนึ่งพยาบาลบอกเขาว่า เธอฟื้นแล้ว
   สืออี๋เล่าให้เขาฟังว่า
     เธอคือสืออี๋ที่เป็นลูกศิษย์คนที่ 11 ของอาจารย์โจวเซิงเฉิน เธอติดตามอาจารย์ตลอดเวลาแทบจะตัวติดกันเธอมีความรัก ให้กับอาจารย์เพียงผู้เดียว และเธอไม่ยอมแต่งงานกับรัชทายาท อาจารย์โดนจับกุมในข้อหากบฏ โดนลงโทษเลาะกระดูกแต่เขาไม่ปิดปากเจ็บปวดสักคำ    แต่ใช้เลือดเขียนจดหมายถึงสืออี๋  
                      ข้าไม่เคยผิดต่อใต้หล้า ข้าผิดต่อสืออี๋เพียงผู้เดียว
เมื่อสืออี๋ฟื้นขึ้นมาเธอได้รับรางวัล ภาพเดิมกลับมาเขากลายเป็นแขก VIP ไปรับเธอเช่นเดิม
 
โจวเซิงเฉินไม่อยากมีลูกเพราะกลัวสืออี๋ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งแต่สืออี๋อยากมีลูกเผื่อใครจะไปก่อนมีลูกไหมจะได้ครื้นเครง    โจวเซิงเฉินยอมแต่วางแผนตั้งแต่สืออี๋เริ่มท้องไปจนถึงการเข้าเรียนต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกอย่างต้องมีขั้นตอน
 
ทั้งสองรักกันมากขึ้น โจวเซิงเฉินจัดการเรื่องงานแต่งงานอีกครั้งที่ตระกูล ทุกคนดีใจ
ในคืนก่อนแต่งงาน ห้ามบ่าวสาวเจอกัน
โจวเซิงเฉินเป็นห่วงเธอเพราะไม่เคยห่างกัน นางเคยหลับในอ้อมกอดเขทุกคืน เกรงว่านางจะนอนไม่หลับ เพื่อนช่วยกันกล่อมให้เธอหลับไม่เป็นผล  ด้านโจวเซิงเฉิน เหมยสิงมาดื่มเป็นเพื่อน แต่เขาไม่ดื่ม กลัวงานพรุ่งนี้จะผิดพลาด  เหมยสิงอาสาดื่มเหล้ากับแขกแทนแต่เขาจะดื่มเพราะเป็นเหล้ามงคล
 
แต่ในตอนดึก ทั้งสองนอนไม่หลับเดินมาเจอกัน โจวเซิงเฉินจึงชวนเธอไปที่แห่งหนึ่ง เขาให้สืออี๋ขี่หลังไปเรื่อยๆ โคมไฟทุกดวงเขาเขียนคำกลอนมงคลด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับบัตรเชิญแต่งงานเขาเขียนด้วยลายมือตัวเองทั้งหมด  เมื่อไปถึงหอสมุด สืออี๋เห็นคำกลอนที่
                           “ นัยน์ตาสื่อรัก  ใจประสานใจ”
พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างใหญ่ โตสมเป็นบุตรชายตระกูลโจว ลุงหลินผู้ดูแลโจวเซิงเฉินมาตลอด  ดีใจมากถึงขั้นน้ำตาซึมเชียว  เมื่อเข้าหอ สืออี๋บอกข่าวดีแก่สามีว่า เธอท้องได้ 3 เดือนแล้ว  Happy Ending

 



Create Date : 15 ตุลาคม 2564
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2564 6:08:14 น.
Counter : 374 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
ยาวมากๆๆๆๆๆ เลยจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 15 ตุลาคม 2564 เวลา:11:06:12 น.
  
โดย: krurung141 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2564 เวลา:20:38:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



krurung141
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]