สายตาจับจ้องที่ดวงดาว และเท้ายังคงติดดิน (Keep your eyes on the stars, and your feet on the ground.)
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
"ศันสนีย์"...เธอผู้ให้เสียง "โนบิตะ"



ศันสนีย์ วัฒนานุกูล (วัยสาว)
ถ้าเอ่ยถึงผู้หญิงตัวเล็กที่ชื่อ “ศันสนีย์ วัฒนานุกูล” คงจะคุ้นหูรุ่นพ่อ รุ่นแม่กันดี เพราะเธอเป็นถึง "นางเอกเขี้ยวเสน่ห์" จากละครชื่อดังที่รับบทเป็น "อังสุมาลิน" ในเรื่องคู่กรรม และ "พจมาน" ในเรื่องบ้านทรายทอง รวมไปถึงบทของ "ป้าสมพิศ" ในภ.เรื่องความจำสั้น...แต่รักฉันยาว ที่เรียกน้ำตาคนดูทั้งประเทศกับฉากการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของป้าสมพิศกับลุงจำรัสกันไม่ใช่น้อย

และถ้าบอกว่าเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน เธอเป็นเจ้าของเสียงพากย์ในการ์ตูนชุด "โดราเอมอน" รับบทเป็น "โนบิตะ" เด็กน้อยจอมยุ่ง ขี้เกียจ นอนตื่นสาย ไม่ชอบทำการบ้าน มักร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนรักอย่างโดราเอมอนอยู่เสมอ คงจะร้องอ๋อกันมากขึ้น เพราะเรื่องนี้ครองใจเด็กมาทุกยุคทุกสมัย และไม่เคยตายไปจากวงการการ์ตูนบ้านเราเลย


       จึงเป็นโอกาสอันดีของทีมงานในสัปดาห์นี้ ที่ได้เดินทางไปพูดคุยเจาะใจ ถึงชีวิตนักพากย์แถวหน้าของเมืองไทยคนนี้กันถึงที่ทำงาน (อ.ส.ม.ท) ซึ่งเธอก็พร้อมใจที่จะคุยหลังไมค์ และเปิดใจทุกเรื่องราวในชีวิตของเธอให้ทุกคนได้รับทราบกันครับโดยเฉพาะความเป็นครอบครัวอบอุ่นของเธอ

ศันสนีย์ วัฒนานุกูล
*** ครอบครัว-ผู้ให้ชีวิตนักพากย์ที่ชื่อ "ศันสนีย์" ***

       ภาพตัดย้อนวันวานกลับไปเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว พื้นเพเดิมของครอบครัว "สมานวรวงศ์" เป็นคน จ.บุรีรัมย์ มีพี่น้องรวมกัน 10 คน "ด.ญ.นิด-ศันสนีย์ สมานวรวงศ์" เป็นคนที่ 9 ลูกรองสุดท้องของคุณพ่อผู้จากไปตอนอายุ 5 ขวบ เหลือแต่เพียงแม่ผู้เป็นต้นแบบความเป็นกุลสตรีไทย ที่อดทน และเข้มแข็งในการเลี้ยงลูกทั้ง 10 คนให้เก่ง ดี มี สุขได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งไม่เคยได้ยินคำว่า "เหนื่อย" ออกจากปากคุณแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว

"เท่าที่จำความได้พี่ๆ เคยเล่าให้ฟังว่า พ่อเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำจ.บุรีรัมย์ คุณแม่จะเป็นหญิงไทยแท้ ชอบทำกับข้าว ชอบทำขนม ทุกอย่างที่กินใช้ในครอบครัว จะไม่มีการซื้อ แต่จะทำกินกันเอง เพราะต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด เนื่องจากพ่อไม่อยู่กับเราแล้ว" น้านิดเผยเรื่องเล่าจากพี่ๆ

       เมื่อพ่อจากไป เหลือแต่เพียงผู้หญิงที่เธอเรียกว่า "แม่" ทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกัน สอนลูกๆ ให้มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย แบ่งเวรให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมทำงานบ้าน สิ่งตรงนี้ช่วยปลูกฝังให้ลูกทุกคนได้ซึมซับความเป็น "งาน" จากคุณแม่ รวมถึงลักษณะการสอนที่ให้ลูกทุกคนรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ไม่เอารัดเอาเปรียบใคร และเป็นคนดีของสังคม

       นอกจากคุณแม่แล้ว เธอบอกว่า ยังมีพี่ๆ ที่แสนดี คอยเสียสละ และทำหน้าที่เลี้ยงน้องต่อๆ กันมา ซึ่งจะทำงานหารายได้ เอาเงินมาให้แม่ เพื่อส่งเสียน้องๆ ให้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ด้วยความรักที่ได้จากพี่ทำให้น้องทุกคนมีความสุข ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีเงิน แต่ก็อบอุ่น และมีความสุขร่วมกันได้ เพราะเราทุกคนรักกัน มีอะไระแบ่งๆ กันใช้ และแบ่งกันกิน

       ตอนเด็กๆ "ด.ญ.นิด" เป็นเด็กเรียบร้อย และเป็นลูกที่คุณแม่ห่วง และหวงมากคนหนึ่ง ซึ่งเธอก็รู้ในความรักของแม่ที่มีต่าเธอ หลังกลับจากโรงเรียนจึงไม่ไปเที่ยวเตร่ที่ไหน แต่จะกลับมาช่วยคุณแม่ที่บ้าน เพราะที่ไม่มีคนใช้ เช่น ทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือเข้าครัวทำกับข้าว จนกระทั้งเธอสอบเข้าคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ แม่ก็ปล่อยให้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ซึ่งกว่าจะปรับตัวได้นั้น ทำเอาเธอต้องเสียน้ำตาอยู่หลายเดือน เพราะกลัว และคิดถึงแม่ที่บ้าน กระทั่งแต่งงานมีสามีและลูกจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุล "วัฒนานุกูล"

*** ค้นพบแหล่งกำเนิดเสียง ***

       เริ่มค้นพบตัวเองว่าชอบการพากย์การ์ตูนเมื่อเข้ามาทำงานที่บริษัทไทยโทรทัศน์ (ช่อง 4 บางขุนพรหม) ราวๆ ปี 2512 ตอนนั้นเป็นลูกน้องของคุณสะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ ทำหน้าที่เขียนสคริปต์บทโฆษณา แต่พอเวลาว่าง มักจะเดินไปแอบดูพี่ๆ ซ้อมละคร ร้องเพลง หรือพากย์หนัง ซึ่งจะไปยืนดูเป็นประจำ ทำให้เกิดความชอบ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านนิทานให้ลูกฟังอยู่แล้ว ผนวกกับเจอจังหวะ และโอกาสที่ดีด้วย จึงตัดสินใจเดินตามทางที่ตัวเองชอบ

"ตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองชอบหรอก พอมาเห็นพวกพี่ๆ เขาพากย์หนังแล้ว รู้สึกว่า ชอบจังเลย อยากพากย์บ้างจัง แต่โอกาสก็ยังมาไม่ถึง จนกระทั่งในที่สุด บริษัทไทยโทรทัศน์ได้เปลี่ยนมาเป็นช่อง 9 แต่ยังไม่เป็น อ.ส.ม.ท. ก็จะมีหนังการ์ตูนเข้ามา พวกพี่ๆ รุ่นใหญ่ เขาก็ไม่ชอบพากย์การ์ตูนกัน เพราะมันกินเสียง ทางหัวหน้าก็เลยตั้งทีมขึ้นมาใหม่ เป็นทีมช่อง 9 การ์ตูน ซึ่งก็มีพี่อยู่ในนั้นด้วย" น้านิดเล่าถึงที่มาของการใช้เสียง

       จากปี 2525 ที่เริ่มทำงานด้วยการใช้เสียง จนถึง 2556 เป็นเวลา 34 ปีแล้ว ที่เธอพากย์การ์ตูนให้กับบริษัทผู้ผลิตมาเกือบ 100 กว่าเรื่อง สำหรับเรื่องแรก เป็นการ์ตูนชื่อ "ไดมอส...ยอดขุนพล" รับพากย์เป็นตัวนางเอก ซึ่งเธอเองก็จำชื่อไม่ได้แล้วเหมือนกัน เพราะว่ามันนานมาก ส่วนผลงานที่สร้างชื่อให้กับเธอมากที่สุดก็คือบท "โนบิตะ" ในเรื่อง "โดราเอมอน" เรียกได้ว่า จะยุคไหน สมัยไหน เรื่องนี้ก็ยังครองใจเด็กๆ ไม่รู้ลืม

"ตอนลูกยังเล็ก คุณพ่อจะไปรับกลับจากโรงเรียน และพามานั่งฟังเราพากย์การ์ตูน ซึ่งจะยืนเกาะดูอยู่ในห้องคอนโทล จนลูกโต เขาภูมิใจในตัวเรามาก และยังคงติดการ์ตูนที่เราพากย์จนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะเรื่อง โดราเอมอน" น้านิดเล่า

*** 3 สิ่งที่นักพากย์ต้องมี ***

       ถ้าเด็กๆ ฝันอยากเป็นนักพากย์ที่เก่ง น้านิดบอกว่า 1. ต้องเรียนหนังสือให้เก่ง 2. เมื่อเรียนหนังสือเก่ง สิ่งที่ตามมาคือ อ่านหนังสือแตก ภาษาไทยต้องชัดเจน ร,ล เสียงวรรณยุกต์ต้องชัด ไม่เพี๊ยน และ 3.ต้องมีประสาทสัมผัสที่ดี เช่น ตาอ่านบท ดูจอ หูฟัง ปากพูด ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่ยาก ต้องตามให้ทัน และต้องฝึกฝนเป็นอย่างดี

"เวลาถึงตัวเราปุ๊ปเราต้องแม่น และพูดให้ชัด แต่ถ้ายังไม่ถึงตัวเรา ต้องเตรียมตัวไว้ว่า คำต่อไปจะพูดว่าอย่างไร เขาเรียกว่า อมคำ เช่น ช่วยด้วยฉันจะแย่ อยู่แล้ว เราก็จำคำว่า ช่วยด้วย! พอเห็นปากบนจอ เราก็จะพูดต่อได้เลย มันถึงจะทันกัน เรื่องนี้สำคัญมาก และเป็นส่วนที่ยากที่สุด"


นอกจากนี้ การพากย์ เนื้อเสียงไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่ ฝึกบ่อยๆ มันจะค่อยๆ ปรับได้เอง แต่เสียงไม่ควรแหบ เพราะจะดัดเสียงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การพากย์เสียงที่ดี ต้องมีพื้นฐานการอ่านออกเสียงที่ดีด้วย นั่นจะช่วยให้อ่านบทได้ชัด และแม่นยำขึ้น

*** ความทรงจำที่สั้น แต่ไม่เคยลืม ***

       ก่อนที่สามียังอยู่ ชีวิตคู่ของน้านิด เป็นชีวิตที่อบอุ่น เธอกับสามีเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน มีอะไรก็คุยกัน ในส่วนของงาน ตัวเธอเองตอนนั้น (ที่ยังแสดงหนัง) จะอยู่แต่หน้ากล้อง ขณะที่สามีจะอยู่หลังกล้อง เพราะฉะนั้นทั้งน้านิด และสามี จะเข้าใจงานซึ่งกันและกัน เช่น ถ้าน้านิดไปเล่นบทรัก หรือบทที่ต้องถูกพระเอกแตะเนื้อต้องตัว ก็จะไม่มีการหึงหวงใดๆ หรือบางครั้งถ้าเธอเล่นละคร สามีก็จะเป็นคนถ่ายภาพให้เสมอ ซึ่งงานที่ทำสามารถไปด้วยกันได้ดี และไม่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตคู่เลย

"แน่นอนว่า การได้มีชีวิตคู่ ต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง สามีพี่เป็นคนอารมณ์ร้อน พูดจาแบบขวานผ่าซาก ส่วนพี่จะเป็นคนอารมณ์เย็น เพราะเราได้ส่วนนี้มาจากคุณแม่ เวลาสามีโกรธเราก็จะไม่พูด แล้วจะเฉยๆ จากนั้นค่อยมาคุยกันหลังจากที่อารมณ์คงที่แล้ว ซึ่งจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่า ถ้าอารมณ์ร้อนกับอารมณ์ร้อนมาคุยกัน ความแตกหักมันจะมีง่าย" น้านิดเล่า

ขอบคุณที่มา //www.manager.co.th/



Create Date : 05 ตุลาคม 2556
Last Update : 5 ตุลาคม 2556 11:30:08 น. 2 comments
Counter : 617 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ
มาทักทายวันเสาร์ค่ะ ^^
บังเอิญจังเลย วันนี้เพิ่งได้ดูวิดีโอของคุณศันสนีย์ ที่พากย์เสียงโนบิตะไป
แล้วมาเจอเรื่องราวในบล็อกนี้ด้วย ฮ่าๆๆ


โดย: Nepster วันที่: 5 ตุลาคม 2556 เวลา:16:57:16 น.  

 
คิดถึงนะคะ


โดย: รักโมโต IP: 171.100.81.8 วันที่: 8 ตุลาคม 2556 เวลา:23:27:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kanyong1
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




เป็นคุณแม่ลูกสอง วัย40ปี สนใจการทำอาหาร และการท่องเที่ยวค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมบล็อคนะคะ หรือสามารถติดตามการทำอาหารได้ที่เฟสบุค Kannika Roddee

******************************
******************************

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา…

จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว

ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร

แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ

ทำเท่าที่เราจะทำได้ และทำให้ดีที่สุด สักวันหนึ่ง ฝันของเราจะเป็นจริง :)

*****************************
*****************************
: จำนวนคนที่กำลังออนไลน์
online
Blackjack Online
free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add kanyong1's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.