กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Kyoto Imperial Palace พระราชวังเกัยวโต : Kyoto
เมื่อปลายเดือน เมษายน ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่มีการเปิดพระราชวังเก่าเกียวโต ให้ประชาชนได้เข้าไปชม บริเวณสวน รวมทั้งตัวอาคารที่จะเปิดบางห้องให้ได้ชมกันจากภายนอก และมี display การแต่งกาย และงานพิธีสมัยโบราณให้ได้ดูกันด้วย



ปกติแล้ว ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมฟรีอยู่แล้วและจะมี guide อธิบายทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ (ที่สำเนียงอาจจะฟังยากสักหน่อย) แต่ต้องมีการจองล่วงหน้าโดยสำหรับชาวต่างชาติจะใช้ passport ด้วย ไปจองเวลาเข้าชมได้ที่สำนักงานของพระราชวัง ปกติแล้วจะเป็นการจองล่วงหน้าตามแต่วันที่เขากำหนด แต่ถ้าโชคดี ไปจองเช้า อาจจะได้เข้าชมบ่ายเลยก็ได้ ถ้าคนไม่เยอะ
การเข้าชมตามธรรมดาแบบนี้ จะเห็นตัวสวนและอาคารภายนอกเท่านั้น แต่สำหรับวันพิเศษ (ซึ่งจะมีในช่วง Public opening days ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม่ร่วง) ก็จะมีการเปิดห้องสำคัญต่างๆให้ชมด้วย เหมือนอย่างเช่น ช่วงที่เราไปกันนี่ไง
ส่วนตรงที่เป็นสวนภายนอกนั้น เปิดให้เข้าไปตลอดทั้งปี ไม่ต้องจอง



เป็นเหมือนสวนสาธารณะของคนที่นี่ยังไงยังงั้น แต่บริเวณพื้นจะเป็นกรวดสีขาวเล็กๆ ดังนั้นหากคิดจะมาปั่นจักรยานกินลมชมวิวในนี้ ก็ต้องแข็งแกร่งพอสมควรทีเดียว ในส่วนนี้ ก็มีจะเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถเวียนเป็นระยะๆให้เรา (ที่ไม่เคยเห็น) ได้ตื่นเต้น รู้สึกเหมือนทำอะไรหมิ่นเหม่กระทำความผิด แต่หากอยากเจอคุณตำรวจใกล้ชิดกว่านั้น ก็ลองเอาส่วนใดส่วนหนึ่งแหย่เข้าไปในส่วนที่ใกล้กับกำแพงพระราชฐานดู ... มันจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่จะมีเสียงดังหากมีอะไรล่วงล้ำเข้าไป แล้วคุณตำรวจก็จะมา(ตักเตือน) ในทันที .

ความสำคัญของปีนี้ คือเป็นปีครบรอบการแต่งงาน 50 ปีขององค์จักรพรรดิและจักพรรดินีด้วย ก็เลยมีการนำรถม้าที่องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีเคยประทับในงานพิธี มาจัดแสดงด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำมาจัดแสดงที่เกียวโต คนที่นี่ก็เลยตื่นเต้นกันเป็นพิเศษ เห็นได้จากจำนวนคนที่มาชม

วันที่ไป Yamamoto sensei ว่างพอดี ก็เลยโชคดีได้ไปด้วยกันอีกแล้ว

Kyoto Imperial palace เดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังแห่งที่สองขององค์จักรพรรดิ แต่หลังจากที่ Main Palace ถูกไฟไหม้ ก็ได้ถูกใช้เป็นที่พักขององค์จักรพรรดิตั้งแต่ปี 1331 ถึง 1867
โครงสร้างของพระราชวัง ถูกสร้างตามแบบ Shinden คือ ตัวอาคารแต่ละหลังจะเชื่อมต่อกันด้วยระเบียงมีหลังคา (corridor / covered gallery)

The Imperial court มาจัดตั้งอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และ court town ภายใต้การควบคุมของ shogun ก็ถูกสร้างขึ้นในบริเวณของพระราชวังนี้เอง แต่หลังจากที่องค์จักพรรดิย้ายไปพำนักที่ Tokyo ในปี 1867 ส่วนที่เป็น court town ก็กลายมาเป็นสวนที่เรียกว่า Kyoto Gyouen(Kyoto Imperial Park ) โดยในสวนนี้ ก็ประกอบไปด้วยส่วนที่เรียกว่า Oomiya และ Sentou palaces ด้วย บางทีเรียกทั้งหมดนี้รวมกัน (และเป็นชื่อที่่คนเกียวโตมักเรียกกัน) ว่า Kyoto Gosho

รั้วของตัว complex มองจากสวนเข้าไป



ทางเข้าหลัก จะอยู่ทางด้านตะวันตกของ Gosho
ระหว่างที่มี public opening days นี่ก็จะมีซุ้มทางเข้า ที่มีการตรวจกระเป๋าก่อน เพื่อรักษาความปลอดภัย มีแจก pamphlet ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น นอกจากนี้ก็มีภาษาจีนและภาษาเกาหลีด้วย น่าเสียดายที่ไม่มีภาษาไทย

เมื่อเข้าไปข้างใน สิ่งแรกที่แตะตามากคือ หลังคาที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่

หลังคาของอาคารในพระราชวัง จะเป็นหลังคาแบบโบราณที่ต้องมีการเปลี่ยนหลังคา นานๆครั้ง ไม่แน่ใจว่าทุกกี่ปี หลังคาที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ จะใหม่วิ้งๆแบบนี้ ..



หลังจากตื่นเต้นกับหลังคาใหม่ไปแล้ว ก็เดินเข้าไปเจอ ที่จอดรถ -
Okurumayose สำหรับจอดรถ ox-drown carriage ของคนที่จะเข้ามาในวัง บริเวณนี้จะต่อกับส่วนรับรอง waiting room Shodaifu-no-Ma และ Seiryoden ผ่านทางระเบียง



ถัดเข้าไปเป็นส่วน waiting roomที่เรียกว่า Shodaifu-no-Ma
ประกอบไปด้วยห้องต่อกันอยู่สามห้อง แต่ละห้องจะประดับไปด้วย Fusuma ที่วาดเป็นรูปต่างๆ ใครจะได้รับเชิญเข้าห้องไหนนั้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางการของคนเหล่านั้นเอง

จากภายนอก คนออกันถ่ายรูปเยอะมาก ก็เป็นเพราะว่า Fusuma เหล่านี้โด่งดังในหมู่คนญี่ปุ่น ถึงความสวยงามนั่นเอง



ภายในห้อง ตรง Fusuma จะมีรูปวาดในซึ่งแต่ละห้องจะต่างกัน

ป้ายด้านหน้าห้อง แสดงภาพที่อยู่ข้างใน (ด้านในไม่อนุญาตให้เข้า)



fusuma รูปเสือ



เดินถัดมาอีกหน่อย เข้าสู่บริเวณลานกว้าง
ด้านหนึ่งของลานกว้าง มีการจัดแสดงอะไรอยู่..



บริเวณนี้เรียกว่า -Shinmikurumayose- เป็นส่วนจอดรถที่สร้างขึ้นมาใหม่ ในตอนที่มีงาน enthronement ceremony ขององค์จักรพรรดิ Taisho ในปี 1915
ขณะนี้ จัดแสดง Horse-drawn carriage หรือ State Carriage No.2



รถม้า มีที่นั่งสำหรับสี่คน ลากโดยม้าหกตัว สร้างขึ้นเมื่อ 1928 ที่โรงงาน Shumeryo ของทางพระราชวังเอง
รถลากคันนี้ สร้างขึ้นสำหรับนั่งได้สี่คน ลักษณะโครงสร้าง ตัวรถแบบ ship-like hull และมี dual-divided canvas cover สีตัวรถม่วง light maroon หนัก 1,100 kg กว้าง 1.91 meters สูง 2.2 meters และยาวกว่า 4.23 meters
ใช้ม้า 6 ตัว โดยสองตัวแรกจะเป็นตัวนำ ส่วนอีกสี่ตัวหลังถูกผูกติดกับรถเพื่อใช้แรงลาก รถม้าคันนี้ ได้ถูกใช้ในงานพระราชวิธีสมรสขององค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีเมื่อปี 1959 ด้วย นอกจากนั้นยังถูกใช้ในปี 1990 โดยองค์จักรพรรดิอีกด้วย

ถัดจากบริเวณที่จัดแสดงรถม้า มีจอ display ขนาดใหญ่ฉายวิดีโองานพระราชพิธีด้วย ดูแล้วรู้สึกขลังมาก
แล้วก็โรแมนติกมากด้วย



บริเวณลานหลักในตัวพระราชวัง
คนเยอะเชียว

อากาศวันนี้ เย็นสบาย แต่ถ้ายืนกลางแดดก็จะร้อนเอาได้เลย เพราะว่าแดดแรงมาก



บริเวณลานกว้าง มีจัดแสดง การเต้นรำ ที่ปกติจะแสดงให้ชมเฉพาะในวังเท่านั้น
การแสดงมีเป็นรอบๆ วันละสองรอบ
คนจะไปออกันอยู่บริเวณหน้าเวทีแสดง ที่จัดไว้สูงประมาณระดับศีรษะ
เราจะไปรอก็ไม่ไหวเพราะว่าแดดแรง ก็เลยต้องถอยออกมาแนวหลังหน่อย .. กว่าจะได้ที่ยืนดู ก็ต้องไปนู่นเลย หลังเวทีเลย







ถัดจากลานหลักเราก็เข้าไปสู่ตัวอาคารหลักที่เรียกว่า Shishinden หรือในอีกชื่อว่า Na-den (South Palace) เนื่องจากอยู่ในส่วนใต้ที่สุดของ complex อาคารพระราชวัง เป็นอาคารไม้ชั้นเีดียวสร้างในแบบ Irimoya style



ส่วนนี้เรียกว่าเป็น main building ของพระราชวังเลยทีเดียว อาคารนี้จะถูกใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เช่น enthronement ceremony ตัวหลังคาของอาคารทำจาก Japanese Cypress ส่วนบริเวณสวนด้านหน้า shishinden เป็นกรรวดสีขาวซึ่งบริเวณนี้ก็มีความสำคัญกับงานพระราชพิธีต่างๆไม่ต่างไปจากตัวอาคารเลยทีเดียว

Takamikura (The Imperial Throne) ที่อยู่ด้านบนของ shishinden




ต้นไม้สองต้นที่อยู่ทางด้านซ้ายและขวา เป็นคนละชนิดกัน
ด้านขวาหรือทางทิศตะวันออก เป็นต้น cherry ส่วนด้านซ้ายหรือทางทิศตะวันตกเป็น Tachibana Mandarin tree

ต้น Tachibana (เหมือนชื่อตระกูลเลยเนอะ)



ส่วน shishinden และสวนกรวดด้านหน้านั้น ถูกโอบล้อมด้วย corridor ที่ทาด้วยสีส้มแดง เหมือนกับที่เห็นตามวัดต่างๆ (vermillion-lacquered corridor)

บริเวณที่เป็น corridor นี้เองก็มีการจัดแสดงอยู่ด้วย

ดอกไม้ Ikebana สามแบบจากสามโรงเรียน
ตัวกระถางที่ใช้จัดใหญ่มากจนเห็นจากรูปคงนึกไม่ถึง ว่า display แต่ละอัน จะสูงประมาณเท่าตัวคน







นอกจากนี้ยังมี display ของ หลังคา มาตัดขวางให้ดูด้วยว่าโครงสร้างเป็นยังไง



หลังคา ทำจาก Japanese Cypress



เดินตามทางที่จัดไว้เรื่อยๆ ก็เข้าไปสู่ส่วนที่เรียกว่า -Seiryoden-
ตัว Seiryoden ของเดิมนั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักขององค์จักรพรรดิ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 และถูกใช้จนกระทั่งศตวรรษที่ 11 และถูกสร้างขึ้นใหม่ในบริเวณที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันเมื่อปี 1790 โดยสร้างในสัดส่วนที่เล็กลงกว่าเดิม แต่ยังคงโครงสร้างแบบเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี เมื่อต้องรับแขก องค์จักพรรดิจะนั่งบนเสื่อ Tatami สองเสื่อชนิดหนาที่อยู่ตรงกลางห้อง ทางด้านขวาของห้อง เป็นส่วนที่เป็นห้องบรรทม



ออกจากส่วนนี้ เดินไปเจอ Display ชุดทางการในวัง



ของฝ่ายหญิงเรียกว่า Junihitoe เป็นชุดกิโมโนยาวซ้อนทับสิบสองชั้น (Juu = สิบ, Ni = สอง) ของฝ่ายชายเรียกว่า Sokutai
เรื่องน่าตลกคือ sensei บอกว่า เมื่อก่อนที่ต้องให้ผู้หญิงใส่เสื้อผ้าหลายชั้น เพื่อที่จะให้ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ เป็นการกักบริเวณโดยปริยาย โดยที่พยายามจะบอกพวกผู้หญิงที่ได้ใส่ชุดหรูหราเหล่านี้ว่าการใส่ชุดที่ยิ่งซ้อนเยอะแบบนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผู้สวมใส่ ..

สวน Oikeniwa เป็นสวนแบบทีเรียกว่า strolling garden ให้ผู้ชมได้เดินชมความงามของสวนจากมุมต่างๆ สระน้ำตรงกลางเป็นตัวแทนของทะเล และโอบล้อมไปด้วย suhama pebble beach .









Gonaitei คือส่วนที่เป็นส่วนตัวขององค์จักรพรรดิ ส่วนนี้ไม่อนุญาตให้เข้าชม ก็เลยได้รูปมาแค่ทางเข้าเท่านั้นเอง



Ox-drawn carriage
รถวัวลาก เป็นรถที่ใช้กับ aristocrats ที่เข้าออกพระราชวังในสมัย Heian ปัจจุบันนี้ ใช้เฉพาะในงานเทศกาล Aoi Matsuri เท่านั้น



ตัวอาคารอีกหลายๆส่วน น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย เพราะตอนนั้นมองไปทางไหนก้รู้สึกว่าตัวอาคารเหมือนๆกันไปหมด ก็เลยไม่ได้ถ่ายมาทุกอาคาร แต่เมื่อมาอ่านรายละเอียดทีหลังจึงได้รู้ว่า แต่ละอาคาร สร้างโดยโครงสร้างแตกต่างกัน

น่าเสียดายจริงๆ

ไปเทีี่ยววังครั้งนี้ ได้ความรู้ใหม่มากมาย ที่มาครั้งก่อนไม่ได้เข้าใจเลย ..
ขอบคุณผู้นำชม guide กิตติมศักดิ์ Masamichi Yamamoto sensei ค่ะ

blog หน้าจะพาไปชมงาน Aoi Matsuri ค่ะ


รายละเอียดส่วนใหญ่ได้มาจากแผ่นพับที่แจกตั้งแต่ก่อนเข้าชม
เป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้

(Pamphlet : Kyoto Office The Imperial Household Agency )
Kyoto Imperial Palace Special Open Days : April 23td through 29th, 2009
The Kyoto Imperial Palace was the imperial residence for an uninterrupted span of more than five hundred years, beginning in the fourteenth century. Although almost all of the present buildings were reconstructed in 1855, architectural styles which include those from the Heian Period of the Japanese history are displayed, allowing visitors to see the world of the traditional Imperial Palace.
This year will mark the fiftieth anniversary of the wedding of Their Imperial Majesties the Emperor and Empress of Japan, who were married on April 10th, 1959. Special Open Says will be held in commemoration of this milestone; in addition to the sections of the Kyoto Imperial Palace which are opened to the public during normal years, the northern palace quarters and gate will also be opened, and items related to the royal wedding will be put on display.

In the year 794 the Emperor Kanmu transferred the capital to Heian-kyo, the emperor lived in the Dairi (imperial residence), which itself was located in the center of the Daidairi. When the Dairi was destroyed by fire, the emperor moved his private residences to temporary imperial residences at the palaces of other noble families in the capital, which came to known as Satodairi. From the latter half of the Heian Period onwards, the original Dairi imperial residence gradually fell into disuse, while the Satodairi came to be the daily living quarters of the emperor.
The present-day Kyoto Imperial Palace developed from a Satodairi called The Tsuchi-Mikado-Higashi-no-Toin-Dono. It was here that the Emperor Kogen was crowned in 1331. From then it was the imperial residence until the year 1869, when the Emperor Meiji moved the capital to Tokyo. During the intervening centuries, there was a repeated pattern of destruction by fire and subsequent reconstruction until 1855, when reconstruction took place and almost all of the buildings now standing today obtained their current form. Visitors to the Kyoto Imperial Palace can witness the transition of architectural styles, from the shinden style in the Heian Period, typified by the Shishinden and Seiryoden, to the shoin style in the Muromachi Period, typified by the Ogakumonjo and the Otsunegoten. In addition, the Palace is a particularly valuable reminder of the world of imperial court life described in Heian-period literature such as the Tale of Genji, which tells of the ceremonies and governmental proceedings of the emperors of the ancient past. The Kyoto Imeprail Palace grounds, enclosed by a tsuijibei earthen wall, cover an area of approximately 110,000 square meters (approximately 27 acres).

Okurumayose
Dignitaries with special permission arriving by ox-drown carriage used to enter the Palace through this entrance, which is connected by corridor with the Seiryoden and the Shodaifu-no-Ma waiting room.

Shodaifu-no-Ma
This building was used as a waiting room for official visits to the Palace by disnitaries. They were ushered into three different anterooms according to their rank.

Shinmikurumayose
This structure was built as a new carriage entrance on the occasion of he enthronement ceremony of the Emperor Taisho in 1915.

State Carriage No.2
Manufactured in 1928, at the Shumeryo factory run by the Imperial Household Agency. This horse-drown carriage, which seats four passengers, is crafted with a ship-like hull and dual-divided canvas cover. It is light maroon in color, weighs 1,100 kg and is 1.91 meters wide, 2.2 meters high and 4.23 meters long. Six horses pull the carriage, the two lead horses are not mounted, while the four rear horses are ridden and controlled by liveried riders. This carriage was used in the procession of carriage during the wedding ceremony of Their Majesties the Emperor and Empress.
Furthermore, this carriage was used by His Imperial Majesty the Emperor in 1990, on the occasion of the Imperial visit to the enthronement ceremony, as well as to a Shinto shrine following the Daijosai (The first ceremonial rice offering presented by a newly-enthroned emperor).

Shishinden
The Shishinden is the main building within the Palace grounds and it was used for important ceremonies such as enthronement ceremonies. The roof is made of layers of cypress bark. The garden of white gravel played an equally important role in the ceremonies as the building itself. To the east of the stairs leading to the entrance, there is a cherry tree and to the west, a tachibana mandarin tree.

Seiryoden
The original Seiryoden was built as the Emperor’s residence at the end of the 8th century and was used until the 11th century. The Seiryoden was rebuilt in this locarion in 1790, on a smaller scale than the original building but preserving the original structure remarkably well. When receiving visitors, the Emperor used to sit on two thick tatami mats in the center of the room in front of the throne covered by a canopy where he would sometimes sit to relax. To the right side of the room there is a bedroom for the Emperor.

Kogosho
The Kogosho was used as a ceremonial hall for celebrating the Coming-of-Age of the Crown Prince as well as on those occasions when the Emperor received Shogun (military rulers of feudal Japan) and daimyo (feudal lords), The present building was reconstructed in 1958.

Oikeniwa
Since the Oikeniwa is a garden designed for strolling, the path encircling the pond offers ever-changing perspectives of the garden. The pond in the center of the garden represents the sea with a suhama pebble beach.

Ogakumonjo
The Ogakumonjo was used as the Emperor’s study and was also used for the poetry parties where waka (31-syllable poems) would be recited.

Otsunegoten
The Otsunegoten was built in the latest architectural style called the shoin style in 1590 and was used as the Emperor’s residence until the capital was transferred to Tokyo in 1869. It is the largest structure in the Palace grounds with 15 rooms.

Gonaitei
The Gonaitei is the Emperor’s private garden. The meandering stream flowing through the garden is spanned by earthen, stone and wooden bridges. At the bottom right of the garden, there is a teahouse called the Kintai.


Kogogu Tsunegoten
This palace for daily residence for the empress and emperor was constructed arounf rhe end of the sixteenth century, The thirteenth-room shoin style structure features irimoya-hiwada-buki roof construction.

Higyosha
The Higyosha effectively conveys the Heiankyo style of Dairi palatial constructions, as it was built in accordance with ancient architentural styles. The Higyosha featuesa a hiwadabuki roof. Although rge Nyogojudai ceremony was held in the Higyosha, is was originally rge place where court ladies spent their days. This building is also known as Fujitsubom after the wisteria(fuji) which grow in ther inner courtyard.

Sakuheimon Gate
The Sakuheimon Gate is the northernmost structure of the Kyoto Imperial Palace, and stands opposite the Kenreimon Gate in the south. This gate bears a hiwadabuki roof, and was used during the Kyogojudai ceremony.

Genkimon Gate
Similarly to the various other gates, such as the Jomeimon Gate, in the outer walkway which encloses the Shishin-den, the Genkimon Gate was constructed with a hongawarabuki roof(traditional tiled roof), in accordance with ancient practices. The Genkimon Gate was used during the Nyogojudai ceremony.

Wakamiya/Himemiya Goten
These structures, which were palaces for princes and princesses, were at one time used as the residence of the Emperor Meiji.

Oomiya palace
This palace, located next to the Sentou Palace, was used by the Emperor’s mother. The present building was reconstructed in 1867.

Sentou Palace
The Sentou Palace’s garden contains two ponds and eight small shrines, and its old trees and rocks convey a mysterious atmosphere of enchantment.





Create Date : 15 กรกฎาคม 2552
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 13:26:04 น.
Counter : 2583 Pageviews.

1 comments
  
เคยไปมาครั้งนึง นานมากแล้วค่ะ อยากไปอีกจัง

sento gosho ที่ติดๆกัน ก็สวยมากๆนะคะ ตอนฤดูใบไม้ร่วงสมัครเข้าไปชมสิคะ เอ๊ะ หรือเคยไปแล้วเอ่ย
โดย: mommy45 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:02:21 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



blueschizont
Location :
ประจวบคีรีขันธ์  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รักญี่ปุ่น