เมษายน 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
วัดเงิน : Ginkakuji, Kyoto, Japan
วันนี้เราจะพาไปเที่ยววัดเงินกันค่ะ

วัดนี้อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง
ใครที่อ่านมาเรื่อยๆ จะรู้ว่าที่เกียวโต เนื่องจากวัดและศาลเจ้ามีเยอะมากเป็นพันแห่ง
เขาจึงจัดกลุ่มวัดให้จำกันได้ง่ายๆ
อย่างเช่นวัดเงินนี้ จะอยู่ในแนวทางเดินสายนักปราชญ์ แล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆจะไปยังวัด Nanzenji ได้  ไกลออกไปอีกหน่อยในทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกันจะมี Shugakuin-Rikyu (ที่ประทับหลวง Shugakuin), Shisen-do, Sanzen-in, Jakko-in และอีกมากมาย

วันนี้เรามาลงรถบัสที่ใกล้ทางเข้าวัดแล้วเดินกันขึ้นมาค่ะ





ระหว่างทาง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้ก็แน่นอนว่าต้องมีร้านขายของ และคนเยอะ

มีนักเรียนมาเดินเล่น(ทัศนศึกษา?)



มีร้านขายของมากมาย หวานเย็น ก็ยังต้องโฆษณากันแบบนี้



ถ้าเป็นหน้าร้อนก็มี แตงกวาแช่เย็น (คิวริ) ขายด้วย   ของแบบนี้ เมืองไทยไม่เคยเห็นมี 



ของสมัยใหม่ที่ทำเลียนแบบของโบราณอย่างขวดน้ำมะนาวที่ฝาเป็นลูกแก้ว เวลาจะเปิดต้องดันลูกแก้วเข้าไปในขวด 
เดี๋ยวนี้ก็มีขายทั้งของดั้งเดิม และของทำเลียนแบบ



มีอะไรเล็กๆน้อยๆให้ได้เล่น

อย่างบังตาร้าน ที่ทำให้เข้ากับปีนักษัตร (ของปี 2011)



บางอย่างเขาก็ไม่ได้ตั้งใจให้เราไปเล่นแบบนี้ละมั้ง?
แต่ก็เห็นมันน่ารักดี ^^ 



เดินกันมาพอจะเริ่มเหนื่อย

ก็มาถึงที่ประตูทางเข้าวัด.  ในที่สุด! 



มองจากประตูลงไปจะเห็นเนินที่เราไต่กันขึ้นมา



มองเข้ามาที่วัด ด้านข้าง(ซ้าย?) จะมีภาพวาดแสดงแปลนของวัดด้วย



วัดนี้สร้างในสมัย Muromachi  ประมาณปี  1480 เป็นวัดในนิกายเซน
จุดเด่นคือตัวอาคาร Silver pavillion สองชั้น ที่ได้รับการจัดเป็น national treasure ด้วย
นอกจากนี้ก็มีสวนขนาดใหญ่ที่มีจุดเด่นคือมีทั้งสวนทรายและสวนน้ำอยู่ด้วยกัน (สวนทรายเป็น dry landcape garden ซึ่งใช้ทรายและหินเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งต่างๆ รวมทั้งน้ำ ส่วนมากมักมีนัยยะทางนามธรรม ที่แปลกคือ ใช้ทั้งสวนสัญลักษณ์และสวนที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบจริงๆด้วย) 
ฤดูที่คนนิยมมาเที่ยวกันมากคือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ

ที่จริงแล้วตัวอาคารเงินที่ว่านั้น เป็นสถานที่พำนักในบั้นปลายของโชกุน Ashikaga Yoshimasa (1435-1490) แต่หลังจากที่เสียชีวิตแล้ว ก็มีการปรับเปลี่ยนไปเป็นอาคารของวัด (Jisho-ji) นิกายเซน 

ซึ่งที่จริง ชื่อจริงของวัดนี้คือ Higashiyama Jisho-ji ส่วน Ginkakuji นั้นเป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียกกัน ไม่ได้เป็นชื่อทางการค่ะ 

ความสัมพันธ์ของวัดเงินกับวัดทอง?
ท่านโชกุน Yoshimasa เป็นหลานของโชกุน Ashikaga Yoshimitsu  คนที่สร้างวัดทองนั่นแหละค่ะ
อันที่จริงแล้ว  ท่าน Yoshimasa เองก็อยากจะทำอะไรที่ใกล้เคียงกับวัดทอง ด้วยการห่อหุ้มตัวอาคารหลังนี้ด้วยเงิน ก็ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไร ฃความคิดนี้กลับไม่ได้รับการทำจริง แต่คนญี่ปุ่นทั่วๆไปก็ยังมีความรู้สึกถึงความตั้งใจของท่านอยู่ ก็เลยยังคงเรียกอาคารนี้ว่า อาคารเงิน  ทั้งๆที่ตัวอาคารจริงๆไม่ได้เป็นสีเงินตามชื่อ

ขวาหันจากประตูเข้าไป จะเจอเอกลักษณ์ของวัดเงิน คือทางเข้าที่สองข้างเป็นพุ่มไม้ขนาดยักษ์ 



ทางเข้าแบบนี้ เป็นศิลปะการจัดแบ่งพื้นที่ให้เราเคลื่อนที่ตาม จากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน เดินเข้าไปสู่ความมีระเบียบและสงบของวัด 

สองข้างขนาบไปด้วยต้น camellia สูงหนา ฐานด้านล่างเป็นหินและรั้วไม้ไผ่ ทางเดินนี้ยาวประมาณ  50  เมตร

ระยะเวลาที่ความรู้สึก ได้เปลี่ยนจากความวุ่นวายเป็นความสงบพอดี

เดินไปเรื่อยๆ จะถึงที่ขายตั๋ว ซึ่งมีหน้าต่างเล็กๆรูประฆังให้มองลอดไปได้เล็กน้อย ว่าในสวนมีอะไรเป็นการชิมลาง 555 

ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา ด้วยความที่เป็นที่ท่องเที่ยวระดับแม่เหล็กของเกียวโต จึงมีป้าย เอกสาร และบุคลากรที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี



เตินเข้ามาในบริเวณวัด สิ่งแรกที่จะเห็น คือสวนทรายขนาดใหญ๋

มองดูทั่วๆจะเห็นเนินทรายแบบนี้อยู่สองระดับ  ระดับที่เตี้ยกว่าคือกองที่เห็นนี้แหละ เรียกว่า The sea of silver sand   ส่วนอีกกองที่ใหญ่กว่า เป็นทรงโคนตัดปลาย (จะได้เห็นต่อไป) เป็นตัวแทนของภูเขาไฟฟูจิ



แบบมุมกว้างหน่อย. ภาพที่แล้วกับภาพนี้ ถ่ายคนละปีกัน เห็นได้จากแสงที่ต่างกัน แต่ว่าที่อยากให้สังเกตคือ เขาสามารถรักษาสภาพของสวนทรายไว้ในลักษณะเดิม ต่างตรงที่ลวดลายเรียบสลับกับเป็นแนวของภาพที่แล้ว มาเป็นเรียบๆแล้วมีเส้นคาดของภาพนี้



ลองกลับไปดูลายแบบเดิมอีกครั้งว่าต่างกันอย่างไร



ปีนึงที่ไป เป็นช่วงที่มีซากุระร่วง บางช่วงก็ฝนตก เขาก็ต้องมาเป่ากลีบดอกไม้ แก้ไขส่วนทีฝนทำเสียหาย
ทำงานกันได้ละเอียดอ่อน



สวนทรายอีกตำแหน่ง



จากสวนทราย มองมาทางด้านขวามือ จะเห็นตัวอาคารวัดเงินตั้งอยู่ริมบึงน้ำ ส่วนที่เป็นสวน pond garden 

ด้านที่ติดกับ  sea of silver จะมีกองทรายอยู่อีกหนึ่ง
สูงกว่าหน่อย 
กองนี้ เป็นทรงโคนตัดปลาย เรียกว่าเป็น Moon-viewing height เป็นตัวแทนของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาที่เป็นศูนย์กลางความเชื่อของศาสนาพุทธในญี่ปุ่น 

อันที่จริง ส่วนที่เป็นสวนทรายนี้ ได้รับการต่อเติมมาในสมัย Edo ไม่ได้อยู่มาตั้งแต่แรก 


อย่างที่บอกไปแล้ว ความพิเศษของที่นี่คือ มีสวนทราย และสวน pond garden อยู่ในที่เดียวกัน
ซึ่งสวนเซนปกติจะไม่ทำแบบนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสวนบางคนก็วิจารณ์ไว้ว่า องค์ประกอบมันดูไม่เหมาะ ไม่เข้ากัน
แต่ก็นะ ต่างคนก็ต่างใจ
เราชอบแฮะ พูดตามตรง เพราะตอนไปดู ที่จริง ไม่ได้สังเกตจุดนี้เลยด้วยซ้ำ มานึกย้อนดู จริงด้วยแฮะ  มันมีทั้งสวนทรายและสวน pond garden ในที่เดียวกันเลยนี่หว่า  ก็เลยรู้สึกว่าเขาทำส่วนที่ต่อเนื่องกันได้ดีจนเราไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกประหลาดไปกว่าปกติเลย

เก่งเนอะ

ปีแรกที่ไป คือปี 2006 ตอนนั้น อาคารยังเป็นแบบเดิม ที่ไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานมากแล้ว หน้าต่างเปิดให้มองเห็นได้ถึงข้างใน หลังคา โชจิ แต่ละอย่างล้วนเก่าแก่



ปีต่อมาที่ไปคือปี  2009  ตัวอาคาร กำลังได้รับการปฏิสังขรณ์อยู่ เขายังเปิดให้เห็นการทำงาน กระบวนการซ่อมแซมด้วย



เดินอ้อมไปด้านหลัง จะเห็นตัวอย่างหลังคา และการซ่อมหลังคาด้วย





ปีล่าสุดที่ไปคือ 2011 อาคารทั้งหลังซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว



เดินกลับไปทางเดิมตรงสวยทราย แล้วตรงไปเรื่อยๆ จะเจออาคารหลักที่มีองค์พระประจำวัดสถิตย์อยู่ ตรงนี้มีกล่องรับบริจาค และมีการขอพรกัน





คนญี่ปุ่น จับมือเด็ก จุดธูปขอพร น่ารักดี 



เดินต่อไปอีกหน่อย จะแอบเห็นสวนเล็กๆในพื้นที่ระหว่างอาคาร ออกแบบได้กลมกลืนกับส่วนอื่นๆ




หลังจากนี้ ก็จะเข้าสู่สวนเดินเล่นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นและส่วนที่เป็น pond garden กันแล้ว

มองกลับไปเห็นตัวอาคารเงิน





เดินตามทางไปเรื่อยๆ 
จนหมดทางราบแล้ว ก็จะได้เวลาไต่เนินเขากัน

ก่อนขึ้นมีสวนน้ำเล็กๆ



คนที่นี่เชื่อว่าถ้าโยนเหรียญลงไปแล้ว จะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น



ช่วงที่เขากำลังซ่อมแซมอาคารอยู่ในปี 2006 นั้นเห็นมีการจัดโต๊ะเล็กๆให้ข้อมูลของมอสชนิดต่างๆในสวนด้วย (ล่าสุดไม่ได้สังเกตว่ามันยังอยู่หรือเปล่า)

ที่ญี่ปุ่นนี่่ มอสไม่ได้เป็นวัชพืช แต่เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจปลูกกันเชียวหละ
ที่วัดเงินก็เป็นอีกที่ที่มีชื่อเสียงเรื่องมอสอย่างมาก
(อีกที่คือ วัดมอส หรือ Kokedera ในเกียวโตเช่นกัน) 



ความสำคัญของมอสน่ะเหรอ. ก็แค่ VIP เท่านั้นแหละ 5555 


ระหว่างที่เดินไป ก็อย่าลืมสังเกตมอสตามพื้นไปด้วย







หรือตามต้นไม้ใหญ่ๆแบบนี้



บางทีก็มีเพื่อนร่วมทาง อย่างเช่น ตั๊กแตนกิ่งไม้



เจ้าหน้าที่ที่นี่เขาดูแลสวนกันจริงจังมาก
ในภาพจะเห็นเข้าหน้าที่กำลังปีนเนินเขาอยู่
ในชุดสีน้ำเงิน



เขาจะมีอุปกรณ์ประจำตัวไม่มาก
ใช้ในการไถคราดพื้นที่เล็กๆ  บุ้งกี๋ ถุงมือ ไม้กวาด  
การกำจัดวัชพืชนี่ใช้วิธีถอนเอาทีละต้น เพื่อไม่ให้มอสหรือพืชที่ตั้งใจปลูกไว้อื่นๆโดนทำลายไปด้วย



เป็นการทำสวนที่ต้องลงแรงอย่างมากเลยหละ กว่าที่จะมาเป็นสวนญี่ปุ่นสวยๆให้เราได้เห็นกัน

เดินไปตามทางเรื่อยๆจะเริ่มขึ้นเนินแล้ว
เหนื่อยหน่อยนะ

ตามทางจะถูกกั้นไว้ด้วยราวไม้ไผ่ ถ้าใครสังเกตจะเห็นว่ามันเป็นไผ่สด 
ซึ่งเขาต้องเปลี่ยนทดแทนอยู่เรื่อยๆ
แต่ในภาพนี้ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว



เดินไปถึงจุดสูงสุด ก็จะเป็นที่ชมวิวเมือง


ซึ่งที่จริงแล้ว ภาพที่มองเห็นกว้างแบบนี้



หลังจากนั้น ก็เดินลงเขามาเรื่อยๆ 
ก็จะมองเห็นบึงน้ำหน้าอาคารเงิน



เป็นอีกมุมดีที่จะได้เห็นภาพของอาคารอยู่ริมน้ำ

แล้วเดินไปอีกหน่อยก็จะเป็นทางออกแล้ว



มีร้านขายของที่ระลึกกันเล็กน้อย

ภายในมีจำหน่ายตั้งแต่ Furoshiki (ผ้าสำหรับห่อของ) ปักริมเป็นภาพอาคารเงิน
โปสการ์ด 
ที่ทับกระดาษ
ไปจนถึง ตราประทับชื่อสกุล







เราไม่ได้ซื้้ออะไรจากที่นี่ 

แวะดูของเล็กน้อย แล้วก็ออกเดินทางไปยังจุดต่อไป. 

เวลาที่ใช้ในการชมวัดเงินแบบสบายๆน่าจะอยู่ที่ 1 ชั่วโมงกำลังดี
ไม่นานเกินไปจนเบื่อ และมีเวลาได้พักสบายๆเมื่อถึงจุดที่จะชื่นชมความงาม

ที่นี่เป็นหนึ่งในวัดที่เราชอบที่สุดในญี่ปุ่น
แม้นักท่องเที่ยวจะเยอะ แต่ก็มีหลืบมุม จุดหักเลี้ยว ให้ได้มองเห็นกันไม่มากนัก และมีความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง

สำหรับเรา เราชอบที่นี่มากกว่าวัดทองมากมาย
สังเกตได้ว่า มาที่นี่ซ้ำๆอยู่หลายปี 
และแต่ละปีที่มา บรรยากาศที่ได้ก็ไม่เคยเหมือนกัน
ทำให้การมาที่นี่ทุกครั้ง ได้ความทรงจำใหม่ๆ

เป็นจุดในเกียวโตที่ขอแนะนำอย่างยิ่งค่ะ ^^ 





Create Date : 23 เมษายน 2555
Last Update : 23 เมษายน 2555 20:01:38 น.
Counter : 3074 Pageviews.

5 comments
  
อยากมีเพื่อนไปเที่ยวแบบนี้มั่งจังค่ะ ด฿สนุกสนานดี ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะคะ
โดย: ครูปัญญดา วันที่: 23 เมษายน 2555 เวลา:21:17:50 น.
  
แวะมาเยี่ยมยามค่ำคืน...สวัสดีครับ

ภาพบึงน้ำหน้าอาคารเงินดูสวยดี บรรยายประกอบภาพได้ดีด้วย นะครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ญามี่ About Weblog ดู Blogblueschizont Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: **mp5** วันที่: 23 เมษายน 2555 เวลา:22:38:46 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ญามี่ About Weblog ดู Blog
blueschizont Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: **mp5** วันที่: 23 เมษายน 2555 เวลา:22:40:25 น.
  
ตามมาเที่ยวครับ ของตัวเองบันทึกไม่เสร็จเสียที ครบปีไปแล้วเนี่ย
โดย: คนขับช้า วันที่: 25 เมษายน 2555 เวลา:21:46:57 น.
  
ขอบคุณค่า
โดย: blueschizont วันที่: 26 เมษายน 2555 เวลา:17:04:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

blueschizont
Location :
ประจวบคีรีขันธ์  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



รักญี่ปุ่น