Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
ยูโทเปีย เล่มที่ 2 ความสัมพันธ์ทางสังคมและธุรกิจ

ความสัมพันธ์ทางสังคมและธุรกิจ

ตอนนี้ข้าพเจ้าต้องอธิบายถึงการจัดลักษณะทางสังคมของชาวยูโทเปีย ความสัมพันธ์เกี่ยวข้องซึ่งกันและกันและวิธีการแบ่งปันของใช้กันในหมู่ของพวกเขา

ส่วนมากแล้วแต่ละชุมชนประกอบด้วยครัวเรือนที่เกี่ยวดองเป็นญาติกัน เมื่อสตรีเจริญวัยขึ้นและแต่งงานไปก็จะย้ายไปอยู่กับครอบครัวของสามี บุตรชายและหลานชายยังคงอยู่ในบ้านและเชื่อฟังญาติผู้เฒ่าของตน นอกจากว่าจิตใจของท่านผู้นั้นจะเริ่มเสื่อมถอยไปตามอายุ ในกรณีเช่นนั้นผู้ที่อาวุโสมากที่สุดรองลงมาก็เข้ารับตำแหน่งแทน เพื่อว่านครของพวกเขาจะไม่มีผู้อาศัยมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เขาจึงไม่ยอมให้นครใดมีผู้อาศัยอยู่เกินหกพันครัวเรือน (ไม่นับเขตชนบทรอบๆ) และไม่ให้ครอบครัวใดมีสมาชิกที่โตแล้วน้อยกว่าสิบคนหรือมากกว่าสิบหกคน ไม่มีการจำกัดจำนวนเด็กๆ แต่จำนวนเด็กนั้นควบคุมได้อย่างง่ายๆด้วยการย้ายเด็กจากครัวเรือนที่มีมากเกินไปไปยังครอบครัวที่มีน้อยเกินไป ในทำนองเดียวกัน ถ้านครใดมีผู้คนมากเกินไปก็จะถ่ายเทผู้คนไปยังนครที่ขาดแคลน

ถ้าจำนวนประชากรของทั้งเกาะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ประชากรจากนครต่างๆจำนวนหนึ่งก็จะย้ายที่อยู่ไปตั้งเป็นอาณานิคมขึ้นใหม่ในบริเวณพื้นแผ่นดินใหญ่ตอนที่ต่อกับเกาะ และที่ดินนั้นจะต้องเป็นที่ที่ชาวพื้นเมืองไม่อาจเข้าไปเพาะปลูกได้อย่างทั่วถึง อนึ่ง ถ้าชาวพื้นเมืองประสงค์จะเข้ามาอยู่รวมกับชาวยูโทเปียก็ทำได้ และโดยวิธีนี้พวกเขาก็จะรับเอาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวยูโทเปียไปใช้อย่างรวดเร็ว นี่นับว่าเป็นผลดีแก่ทั้งสองฝ่าย เพราะในทางปฏิบัตินั้น ชาวยูโทเปียได้ทำให้ที่ดินซึ่งอาจจะดูน้อยเกินไปหรือแห้งแล้งเกินกว่าที่ชาวพื้นเมืองจะทำอะไรได้ กลายเป็นที่ดินซึ่งสามารถผลิตผลได้อย่างอุดมสมบูรณ์แก่ทุกๆคน ถ้าชาวพื้นเมืองไม่ยอมทำตามกฎของตน ชาวยูโทเปียก็จะขับไล่พวกนั้นออกไปจากดินแดนที่ตนเข้ายึดครองเป็นของตน และจะกระทำสงครามถ้าถูกต่อต้าน ที่จริงแล้วพวกเขาถือว่าการที่ใครก็ตามครอบครองที่ดินแล้วปล่อยให้รกร้างไม่เพาะปลูก และปฏิเสธไม่ยอมรับให้ผู้ซึ่งตามสิทธิแห่งธรรมชาติแล้วควรจะได้รับการเลี้ยงดูจากผืนแผ่นดินนั้นเข้าใช้และครอบครองย่อมเป็นเหตุที่ยุติธรรมแห่งสงคราม

ถ้าประชากรของนครใดมีอันลดลงเป็นอย่างมากจนไม่อาจจะทำให้เพิ่มขึ้นได้ด้วยนครอื่นๆนอกเสียจากว่าจะลดขนาดของนครอื่นลงมากเกินไปด้วยเขาก็จะเพิ่มจำนวนประชากรขึ้นจากพลเมืองของอาณานิคม นี่เกิดขึ้นเพียงสองครั้งเท่านั้นในประวัติศาสตร์ของพวกเขาและทั้งสองครั้งก็เป็นผลมาจากโรคระบาดอย่างร้ายแรง พวกเขาอยากให้อาณานิคมสลายตัวไปมากกว่าที่จะให้นครใดในเกาะมีขนาดเล็กเกินไป

ขอให้กลับไปเรื่องการจัดระเบียบสังคมของพวกเขาอีก ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้วว่าผู้อาวุโสที่สุดเป็นผู้ปกครอง ภรรยาก็ขึ้นต่อสามี เด็กๆต่อบิดามารดา และผู้ที่อ่อนวัยต่อผู้อาวุโสกว่า ทุกๆนครแบ่งออกเป็นสี่เขตเท่าๆกัน และในใจกลางของแต่ละเขตก็มีตลาดสำหรับสินค้าทุกชนิด แต่ละครอบครัวจะนำผลิตผลของตนมาเก็บไว้ที่โรงเก็บสินค้าใจกลางเขต โดยแยกเก็บไปตามชนิดของผลผลิต และครอบครัวใดต้องการผลิตผลอะไรก็จะมารับไปได้จากที่นี่โดยไม่ต้องชำระเงินหรือมีข้อผูกพันแต่อย่างใด ก็ทำไมจึงจะต้องมีการหวงแหนกันด้วยเล่า ? ในเมื่อมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอและไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครแอบอ้างเอามากกว่าที่ต้องการ ทำไมจึงจะมีใครต้องสงสัยว่าจะเรียกร้องเอามากกว่าที่ต้องการในเมื่อไม่เคยมีการขาดแคลน ? ที่มนุษย์และสัตว์ตะกละตะกรามละโมบโลภมากก็เพราะต่างกลัวไม่มีกินเท่านั้นเอง แต่ความหยิ่งของมนุษย์นั้นทำให้เขาเทิดทูนการบริโภคสิ่งที่เด่นกว่าผู้อื่น แต่ในวิถีชีวิตของชาวยูโทเปียไม่มีโอกาสสำหรับความชั่วแบบนี้เลย

ติดๆกับโรงเก็บของมีตลาดอาหารซึ่งมีผักทุกชนิด ผลไม้และขนมปัง ส่วนพวกปลา เนื้อ และ เป็ด ไก่ พวกทาสจะชำแหละและชะล้างในธารน้ำไหลนอกเมืองก่อนจะนำเข้ามาในตลาด พลเมืองไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าสัตว์ ชาวยูโทเปียเชื่อว่าการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจะทำลายความรู้สึกเมตตากรุณาอันเป็นลักษณะแห่งความเป็นมนุษย์มากที่สุดในธรรมชาติของเรา เพื่อรักษาอากาศให้ปลอดจากกลิ่นเหม็นอันอาจทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ เขาไม่ยอมให้ใครนำสิ่งสกปรกเข้าเมืองเป็นอันขาด

ทุกๆถนนมีตึกสาธารณะซึ่งอยู่ห่างกันเป็นระยะทางเท่าๆกัน และมีชื่อเฉพาะต่างๆกัน ตึกนี้คือที่อยู่อาศัยของพวกไซโฟแกรนท์ ไซโฟแกรนท์หนึ่งคนจะดูแลครอบครัวชาวยูโทเปียสามสิบครอบครัว เมื่อถึงเวลารับประะทานอาหาร ทั้งสามสิบครอบครัวจะมารับประทานร่วมกันที่ตึกที่อยู่ของไซโฟแกรนท์นี้ โดยเจ้าหน้าที่ประจำตึกจะเป็นผู้ไปเอาอาหารจากตลาดตามเวลา

ในการแจกจ่ายอาหารนั้น ก่อนอื่นชาวยูโทเปียนึกถึงคนป่วยซึ่งได้รับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสาธารณะ ทุกๆนครมีโรงพยาบาลสี่แห่ง โดยทั่วๆไปแล้วจะสร้างไว้นอกกำแพงเมืองและกว้างขวางเสียจนเกือบเป็นเมืองเล็กๆได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีคนป่วยมากสักแค่ไหนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเบียดเสียดกันหรืออยู่อย่างไม่สบาย และถ้าหากว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคติดต่อก็อาจแยกออกต่างหากได้ โรงพยาบาลเหล่านี้มีการจัดการอย่างดีและมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องใช้เพื่อรักษาคนไข้ซึ่งได้รับการรักษาพยาบาลด้วยความเอาใจใส่และดูแลอย่างอ่อนโยน เขาได้รับการดูแลโดยนายแพทย์ผู้ชำนาญที่สุดอยู่ตลอดเวลา ผลก็คือว่าไม่มีใครคัดค้านต่อการที่ถูกส่งไปโรงพยาบาล ทุกๆคนอยากจะป่วยอยู่ที่นั่นมากกว่านอนป่วยอยู่ที่บ้าน

เมื่อผู้ดูแลคนป่วยได้รับอาหารตามใบสั่งของนายแพทย์แล้ว อาหารที่เหลือก็จะถูกแบ่งอย่างเป็นธรรมส่งไปตามตึกสาธารณะต่างๆโดยคิดตามอัตราส่วนของจำนวนคน นอกจากนั้นพวกเขาก็แสดงความเคารพที่สมควรต่อผู้เป็นประมุข หัวหน้าพระและทรานนิบอร์ ตลอดจนทูตและผู้แปลกหน้าทั้งปวงถ้ามี มีคนแปลกหน้าไม่กี่คนที่มาถึงที่นั่น และพวกนี้นานๆจึงจะมีมาสักครั้ง ก็จะได้รับการรับรองในบ้านที่ตกแต่งไว้เป็นอย่างดี

เมื่อถึงเวลาอาหารเที่ยงและอาหารค่ำตามสัญญาณแตร พวกไซโฟแกรนท์ทั้งปวงก็ประชุมพร้อมกันในตึก เว้นแต่ผู้ที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน ไม่มีการห้ามบุคคลนำอาหารจากตลาดกลับไปบ้านหลังจากที่ได้จัดแบ่งอาหารไปตามตึกสาธารณะแล้ว เขารู้ว่าไม่มีใครทำอย่างนั้นโดยปราศจากเหตุผลอันดี แม้จะไม่ห้ามการรับประทานอาหารที่บ้าน แต่ก็ถือกันว่าเป็นการไม่เหมาะสม นอกจากนี้ก็คงไม่มีใครที่โง่พอที่จะทำอาหารที่เลวที่บ้านในเมื่อมีอาหารอย่างดีรออยู่ใกล้ๆ

ในตึกของพวกไซโฟแกรนท์นี้ พวกทาสมีหน้าที่ทำงานที่สกปรกที่สุดและหนักที่สุด ส่วนสตรีของแต่ละครอบครัวจะผลัดเวรกันเตรียมและปรุงอาหารและเสิร์ฟอาหารทั้งหมด

พวกเขานั่งกันที่โต๊ะสามตัวหรือมากกว่านั้นแล้วแต่จำนวนคน บุรุษนั่งข้างกำแพงและสตรีนั่งตรงข้ามเพื่อว่าถ้าสตรีใดจะรู้สึกไม่สบายโดยกะทันหัน (อย่างที่บางทีเกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์) นางก็จะได้ลุกขึ้นโดยไม่รบกวนผู้อื่นหรือไปยังห้องพยาบาลซึ่งมีนางพยาบาลเลี้ยงดูทารกอยู่ ที่นี่มีเปล น้ำสะอาดและเตาไฟไว้เสมอเพื่อว่าสตรีจะได้วางบุตรลง เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว แต่งตัวให้ใหม่หน้าเตาไฟและเล่นกับเด็กได้

มารดาเลี้ยงเด็กเองนอกจากว่านางจะตายหรือเจ็บป่วยในกรณีเช่นนั้นภรรยาของไซโฟแกรนท์จะรีบหานางพยาบาลให้เด็กโดยเร็วซึ่งไม่ยากเลย สตรีใดที่อยู่ในฐานะทำได้จะอาสาทำหน้าที่นี้ทันทีและด้วยความเต็มใจ และชาวยูโทเปียทั้งปวงจะยกย่องสรรเสริญความเมตตาของเธอ และเด็กก็จะนับถือนางเป็นมารดาของตน

เด็กที่มีอายุต่ำกว่าห้าปีทั้งหมดต้องอยู่รวมกันในห้องพยาบาล เด็กที่เหลือที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์จะแต่งงานทั้งชายและหญิงมีหน้าที่คอยรับใช้ที่โต๊ะอาหาร หรือถ้าไม่โตพอที่จะทำอย่างนั้นก็ต้องยืนนิ่งๆอยู่ใกล้ๆพวกนี้กินอาหารที่คนที่นั่งโต๊ะจะส่งให้ และไม่มีเวลาอาหารอื่นที่กำหนดให้พวกเขาต่างหากเลย

ไซโฟแกรนท์และภรรยานั่งอยู่กลางโต๊ะที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ชั้นบนของห้องรับประทานอาหารนี้ นี่ถือกันว่าเป็นที่ที่มีเกียรติ และจากโต๊ะนี้ซึ่งจัดตามขวาง จะสามารถมองทุกคนโดยทั่วกัน ผู้อาวุโสที่สุดสองคนนั่งถัดจากไซโฟแกรนท์และภรรยาไปเพราะพวกเขานั่งเป็นกลุ่มสี่คนขึ้นไปเสมอ ถ้าโบสถ์ตั้งอยู่ในเขตดูแลของไซโฟแกรนท์ด้วย พระและภรรยาก็จะร่วมเป็นประธานกับไซโฟแกรนท์และภรรยาด้วย แต่ละข้างของโต๊ะจะให้ผู้อ่อนวัยนั่งก่อนและผู้อาวุโส ด้วยวิธีนี้ทั่วทั้งห้องก็จะมีคนรุ่นเดียวกันนั่งด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ผสมปนเปกันไปกับผู้อื่นซึ่งต่างวัยกัน เขากล่าวว่าที่วางแผนไว้เช่นนี้ก็เพื่อที่ว่าศักดิ์ศรีของผู้อาวุโสและความเคารพนับถือที่ตนได้รับจะช่วยเหนี่ยวรั้งเด็กหนุ่มจากการใช้ถ้อยคำและท่าทางที่ไม่สุภาพ เพราะไม่มีอะไรที่ทำหรือพูดที่โต๊ะที่จะรอดสายตาของผู้ซึ่งอยู่ใกล้ไม่ว่าจะข้างใดก็ตาม

อาหารส่วนที่ดีที่สุดของแต่ละอย่างจะถูกจัดให้แก่ผู้อาวุโสซึ่งมีเครื่องหมายบอกที่นั่งไว้ก่อน จากนั้นคนที่เหลือก็ได้รับเหมือนๆกัน เมื่ออาหารไม่พอแบ่งให้แก่ทุกคนผู้อาวุโสจะแบ่งส่วนของตนให้ตามที่เห็นสมควร วิธีนี้เป็นการให้ความเคารพแก่ผู้อาวุโส แต่กระนั้นพวกที่เหลือก็ได้ไม่ด้อยกว่ากัน

พวกเขาเริ่มอาหารเที่ยงและอาหารเย็นทุกมื้อด้วยการอ่านอะไรที่เกี่ยวกับมารยาทที่ดีและศีลธรรมให้ฟังกัน แต่นี่ทำกันอย่างสั้นๆเพื่อว่าจะได้ไม่เป็นการผิดกาลเทศะ จากนั้นผู้อาวุโสก็สนทนากันซึ่งก็ต้องไม่เกรี้ยวกราดหรือน่าเบื่อ ผู้มีอายุไม่ได้คุยตลอดเวลาอาหาร หากแต่ยินดีรับฟังคนหนุ่มๆที่จริงแล้วผู้อาวุโสจงใจให้พวกหนุ่มๆเจรจาเพื่อจะได้ค้นพบคุณสมบัติโดยธรรมชาติของพวกเขาจากการปล่อยให้สนทนาในเวลากินอาหาร

ในตอนเที่ยงวันเขารับประทานอาหารน้อย แต่มื้อเย็นเขารับประทานอาหารมากหน่อย ทั้งนี้เพราะหลังอาหารเที่ยงเขาต้องทำงาน หลังอาหารเย็นเป็นเวลาพักผ่อนซึ่งเขาคิดว่าช่วยย่อยอาหารได้ดี เขาไม่เคยรับประทานอาหารโดยไม่มีดนตรี และรายการอาหารชุดที่สองมีขนมหวานอยู่ด้วยเสมอ พวกเขาเผากำยานพรมน้ำหอม และไม่มองข้ามอะไรเลยที่ทำให้การรับประทานอาหารน่ารื่นรมย์ เพราะเขาปักใจเชื่อว่าไม่มีความสนุกสนานเพลิดเพลินใดๆที่ต้องห้ามตราบเท่าที่มันไม่นำผลเสียมาให้

พวกเขาอยู่ด้วยกันอย่างนี้ในนคร แต่ในชนบท เมื่อพวกเขาอยู่ห่างกันเขาก็รับประทานอาหารที่บ้านของตนเอง และไม่มีครัวเรือนในชนบทใดที่จะขาดแคลน เพราะปัจจัยที่คนซึ่งอยู่ในนครอาศัยนั้นก็มาจากพวกเขานี่เอง


Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 1:38:06 น. 0 comments
Counter : 565 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.