Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
20 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
ยูโทเปีย เล่มที่ 1 (6)

(ต่อ)


“แต่สมมุติว่าข้าพเจ้าจะบอกสภาที่ปรึกษาของกษัตริย์ต่อไปถึงกฎของชาวมาคาเรียน28 อันเป็นผู้ที่อาศัยอยู่มิห่างจากยูโทเปียนัก ในวันที่กษัตริย์ของพวกเขาเริ่มครองราชย์ กษัตริย์จะต้องให้สัตย์สาบานโดยพิธีอันเคร่งครัดว่าจะไม่มีทองมากกว่าหนึ่งพันปอนด์หรือเงินมูลค่าเท่าๆกันในท้องพระคลังของพระองค์ พวกเขากล่าวว่ากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐซึ่งเอาใจใส่กับความเจริญของประเทศของพระองค์มากกว่าทรัพย์สินของพระองค์เอง สร้างกฎหมายนี้ขึ้นมาเป็นเครื่องกีดขวางการสะสมทรัพย์สมบัติจนทำให้ประชาชนยากจนลง พระองค์คิดว่าจำนวนแค่นี้คงจะพอเพียงไม่ว่าผู้ปกครองจะใช้มันปราบปรามพวกกบฎหรือใช้ป้องกันอาณาจักรจากการรุกรานของศัตรู แต่คงจะไม่เพียงพอที่จะหนุนให้ผู้ปกครองรุกรานต่างประเทศ ข้อสุดท้ายนี้คือจุดประสงค์หลักของการสร้างกฎหมายนี้ พระองค์ยังคิดว่าโดยการกำหนดเช่นนี้จะไม่มีการขาดแคลนเงินสำหรับใช้ในธุรกิจประจำวัน และเมื่อกษัตริย์ต้องแจกจ่ายสิ่งที่มีอยู่ในท้องพระคลังเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ให้แก่ประชาชนไป พระองค์ก็ไม่มีแนวโน้มที่จะข่มเหงผู้อยู่ใต้ปกครอง กษัตริย์เช่นนี้ย่อมเป็นที่กลัวเกรงของผู้กระทำผิดและเป็นที่รักของคนดีทั้งปวง ถ้าข้าพเจ้าพยายามเสนอทัศนะอย่างนี้แก่ผู้ที่คิดไปในทางตรงกันข้ามพวกเขาก็คงไม่ยอมได้ยินอะไรอีก !

“พวกเขาคงหูหนวกไปจริงๆ” ข้าพเจ้ากล่าว “และอย่างไม่น่าประหลาดใจเลย ! ว่ากันที่จริงแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าท่านไม่ควรจะให้คำแนะนำซึ่งท่านรู้ว่าจะไม่ได้รับการพิจารณา มันจะทำให้อะไรดีขึ้นมาได้บ้าง ? วาจาที่ห้าวหาญเช่นนั้นจะมีอิทธิพลต่อคนที่จิตใจฝังแน่นและเต็มไปด้วยจุดประสงค์ที่ตรงกันข้ามอย่างนี้ได้อย่างไร ? ปรัชญาอันเป็นวิชาการเช่นนั้นเป็นเรื่องน่าฟังในหมู่มิตรที่สนทนากันอย่างอิสระ แต่ในสภาที่ปรึกษาของกษัตริย์ซึ่งพิจารณาถึงกิจการบ้านเมืองแล้วไม่พึงเป็นที่ปรารถนา”

“นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังพูด” ราฟาเอลกล่าว “ไม่มีที่สำหรับปรัชญาในสภาที่ปรึกษาของกษัตริย์”

“มีสิ” ข้าพเจ้ากล่าว “แต่มิใช่ปรัชญาแบบคาดคะเนที่คิดถึงสิ่งทั้งปวงที่เหมาะสมแก่ทุกๆโอกาส มีปรัชญาอีกอย่างหนึ่งซึ่งขัดเกลาแล้วและซึ่งมีจังหวะจะโคนที่ถูกต้องเหมาะสมกับละครที่กำลังแสดงอยู่และแสดงบทบาทของมันอย่างดีและเหมาะสม นี่คือปรัชญาที่ท่านควรจะใช้ ถ้าเขากำลังเล่นละครตลกของพลอตัสอยู่และมีทาสกำลังยั่วเย้ากัน ท่านจะขึ้นไปบนเวทีในชุดของปรัชญาเมธีและกล่าวสุนทรพจน์ที่เซเนคามีต่อจักรพรรดิเนโรที่เอามาจาก Octavia หรือ ? การไม่พูดอะไรเลยจะไม่ดีกว่าการก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมตลกโง่ๆโดยการพยายามผสมสิ่งที่ขัดแย้งกันหรือ ? ท่านจะทำให้ละครนั้นเสียรสไปถ้าท่านเสริมถ้อยคำที่ไม่เกี่ยวข้องและระคายหูเข้าไป แม้เมื่อถ้อยคำนั้นๆจะดีกว่าบทละครเองด้วยซ้ำก็ตาม เพราะฉะนั้นท่านจงแสดงตามบทที่ท่านกำลังเล่นอยู่อย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้ และอย่าทำให้มันเสียไปเพียงเพราะท่านคิดว่ามีอย่างอื่นที่น่าชื่นชมกว่า”

“ในรัฐและในสภาของกษัตริย์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าความเห็นชั่วๆไม่อาจถูกถอนรากถอนโคนไปให้หมดและถ้าท่านไม่อาจแก้ไขทัศนคติที่ฝังเป็นนิสัยอย่างที่ท่านปรารถนาแล้ว ท่านก็ไม่ควรจะถอนตัวออกจากสังคม อย่างทิ้งนาวาที่กำลังผจญพายุโดยเหตุที่ท่านไม่อาจควบคุมดูแลได้ และอย่าบังคับให้ผู้คนเชื่อในคำแนะนำที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในเมื่อท่านก็รู้ว่าจิตใจของเขาแตกต่างไปจากท่าน ท่านต้องพยายามนำนโยบายอย่างอ้อมๆเพื่อที่ว่าท่านจะได้ทำการที่ดีที่สุดที่ท่านจะทำได้ และอะไรที่ท่านไม่อาจเปลี่ยนให้ดีอย่างน้อยที่สุดท่านก็อาจทำให้มันเลวน้อยลง เพราะย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีหมด เว้นเสียแต่ว่ามนุษย์ทุกคนจะดีหมด ซึ่งข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะได้เห็นในเร็ววัน”

“ผลอย่างเดียวของสิ่งนี้” เขาตอบ “ก็คือว่าในขณะที่ข้าพเจ้าพยายามจะรักษาคนอื่นให้หายจากอาการวิกลจริต ตัวข้าพเจ้าเองนี่แหละที่จะพลอยบ้าคลั่งไปกับพวกเขาด้วย ถ้าข้าพเจ้าต้องกล่าวความจริง นี่ก็คือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องพูด ปรัชญาเมธีจะพูดอะไรเหลวไหลได้หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่รู้แต่ข้าพเจ้านั้นไม่อาจจะทำได้แน่ๆถึงแม้ว่าคำแนะนำของข้าพเจ้าอาจทำให้พวกเขาฉุนเฉียว ข้าพเจ้าก็มองไม่เห็นว่าทำไมมันจึงกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะเยาะไปได้ถ้าข้าพเจ้าจะเสนอนโยบายอย่างที่เพลโตกล่าวถึงใน Republic หรืออย่างที่ชาวยูโทเปียปฏิบัติกันจริงๆในประเทศของเขาซึ่งเป็นนโยบายที่ดีกว่าที่ข้าพเจ้าได้เสนอไว้เป็นไหนๆข้าพเจ้าก็ยอมรับว่ามันอาจจะผิดกาลเทศะไปบ้าง เพราะในจักรภพเหล่านั้นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของร่วมกัน ส่วนทรัพย์สินที่นี่เป็นของส่วนบุคคล แต่อะไรบ้างที่ข้าพเจ้าได้กล่าวที่ไม่อาจจะกล่าวหรือไม่ควรจะกล่าวในที่อื่นๆ ? แน่นอนว่าสิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวย่อมไม่เป็นที่สบอารมณ์แก่ผู้ซึ่งมุ่งไปในทิศตรงกันข้าม แต่มันจะยับยั้งและชี้ให้เขาเห็นถึงอันตรายที่อยู่ข้างหน้าถ้าเราจะถือเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ผิดปกติในสายตาของขนบธรรมเนียมประเพณีอันเลวทรามของมนุษย์ว่าเป็นสิ่งที่หยาบและบัดซบแล้ว ในหมู่ชาวคริสต์ก็ต้องมองข้ามบัญชาส่วนมากของพระเยซูคริสต์ไปทั้งๆที่สิ่งซึ่งพระองค์ทรงกระซิบที่หูของเรานั้น พระองค์ทรงพระประสงค์ให้เราป่าวประกาศจากหลังคาบ้าน29 คำสอนของพระองค์ขัดกับวิถีชีวิตของเรายิ่งกว่าที่ข้าพเจ้าเสนอเสียอีก แต่นักเทศน์ซึ่งเป็นที่ฉลาดจริงๆก็ดูเหมือนจะทำตามอย่างที่ท่านแนะนำมาคือเมื่อเห็นว่ามนุษย์ไม่เหมาะกับแบบอย่างของพระคริสต์ พวกนักเทศน์ก็ปรับคำสั่งสอนของพระคริสต์ (ราวกับว่ามันเป็นไม้วัดที่ทำด้วยตะกั่ว) ให้เข้ากับขนบประเพณีของมนุษย์เพื่อให้ได้ความเห็นพ้องไม่โดยทางใดก็ทางหนึ่ง ผลลัพธ์เดียวที่ข้าพเจ้าเห็นได้ก็คือว่ามนุษย์ยิ่งทวีความมั่นคงในความชั่วร้ายของตนหนักเข้าไปอีก”

“และนี่ก็คือทั้งหมดที่ข้าพเจ้าอาจจะทำได้สำเร็จในราชสำนักของกษัตริย์ เพราะหากข้าพเจ้าไม่คิดแตกต่างไปจากคนอื่นๆก็เท่ากับว่าข้าพเจ้าไม่มีความคิดอะไรของตนเองเลย แต่ถ้าข้าพเจ้าเห็นด้วยกับพวกเขา ข้าพเจ้าก็คง (อย่างที่มิซิโอแห่งเทอร์เร็นซ์กล่าวไว้)30 เป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ในความบ้าคลั่งของพวกเขาข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่าท่านหมายความอย่างไรในการกล่าวว่า เราควรจะพยายามชักนำนโยบายโดยทางอ้อม และควรพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อว่าอย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เลวก็จะถูกทำให้ดีเท่าที่จะเป็นได้ เพราะในสภาย่อมไม่มีการอยู่เฉยและการยินยอมตามโดยไม่เต็มใจ สมาชิกสภาต้องเห็นชอบด้วยอย่างเปิดเผยกับแผนการณ์ที่เลวที่สุด และต้องยินยอมตามมติที่ชั่วช้าที่สุด ถ้าใครเห็นด้วยกับแผนการณ์เช่นนั้นอย่างอิดๆออดๆก็จะถูกหาว่าเป็นจารบุรุษหรือผู้ทรยศ คนเราไม่มีโอกาสที่จะทำดีเมื่อผู้ร่วมงานมีทีท่าว่าจะทำให้คนที่ดีที่สุดต้องเลวไปด้วยแทนที่ตนเองจะถูกแก้ไข ถ้าผู้ร่วมงานไม่ทำให้เขาเสื่อมลง เขาก็จะถูกตำหนิติฉินเพราะความโง่และความคดโกงของผู้อื่น การที่จะทำให้สิ่งต่างๆดีขึ้นด้วยการชักนำนโยบายโดยทางอ้อมนั้นเป็นไปไม่ได้ !”

“นี่คือเหตุผลที่เพลโตแสดงให้เห็นในการเปรียบเทียบอันดีเลิศว่าคนฉลาดจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยกิจการของรัฐ31 พวกเขาเห็นฝูงชนแออัดเข้าไปในถนนและเปียกชุ่มไปด้วยฝน และเขาไม่อาจคะยั้นคะยอให้ฝูงชนหนีฝนกลับเข้าบ้านได้ พวกเขารู้ว่าถ้าพวกเขาออกไปหาฝูงชนเขาก็ไม่อาจจะทำอะไรได้และจะเปียกเองด้วย ดังนั้นเขาจึงอยู่ในบ้าน ถึงแม้ว่าเขาไม่อาจจะแก้ไขความโง่ของผู้อื่นอย่างน้อยที่สุดเขาก็ฉลาดเสียเอง”

“แต่ท่านมอร์ สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดนั้นมีอยู่ง่ายๆว่าตราบเท่าที่ยังมีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่ และตราบเท่าที่เงินยังคงเป็นมาตรฐานของทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว ข้าพเจ้าก็ไม่เชื่อว่าจะมีรัฐใดที่จะมีการปกครองกันอย่างยุติธรรมหรืออย่างมีความสุขได้ ที่ว่าไม่อาจเป็นได้อย่างยุติธรรมก็เพราะว่าสิ่งที่ดีที่สุดจะตกเป็นของผู้ที่เลวที่สุด ที่ว่าไม่อาจเป็นได้อย่างผาสุกก็เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกแบ่งปันกันในหมู่คนเพียงไม่กี่คน และคนไม่กี่คนนี้ก็ใช่ว่าจะสบายอย่างแท้จริงในเมื่อคนอื่นๆนั้นอยู่ในภาวะทุกข์ยากอย่างสาหัส”

“ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงคำนึงถึงขนบธรรมเนียมอันชาญฉลาดและศักดิ์สิทธิ์ของชาวยูโทเปียซึ่งปกครองกันอย่างดีเหลือเกินด้วยกฎหมายเพียงไม่กี่ข้อ ในหมู่พวกเขานั้นคุณธรรมได้รับการตอบแทนที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็มีการแบ่งปันกันอย่างเท่าเทียมและทุกๆคนมีชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์ ข้าพเจ้าเปรียบเทียบพวกเขากับชาติอื่นๆที่ยังคงออกกฎหมายอยู่และก็ยังไม่อาจจะจัดการเรื่องราวของตนอย่างเป็นที่พึงพอใจได้ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเรียกทรัพย์สินที่เขาได้รับมาว่าเป็นของเขาแต่กฎหมายจำนวนมากมายที่ออกมาทุกวันก็ทำให้เขามิอาจจะได้รับหรือรักษาหรือแยกแยะสิ่งที่เรียกว่าของเขาเองออกจากของผู้อื่นได้อย่างเป็นที่พึงพอใจ นี่เห็นได้ชัดจากคดีความต่างๆมากมายซึ่งมีเพิ่มขึ้นและไม่มีวันจบสิ้น เมื่อข้าพเจ้าพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ยิ่งนิยมความเห็นของเพลโตมากยิ่งขึ้นและไม่ได้แปลกใจเลยที่เขาปฏิเสธที่จะออกกฎหมายให้แก่ใครก็ตามที่จะไม่มีทรัพย์สินทุกอย่างร่วมกันอย่างเสมอภาคกัน เพลโตผู้ซึ่งทรงปัญญาที่สุดคาดการณ์ได้อย่างง่ายดายว่าวิธีหนึ่งและวิธีเดียวที่จะทำให้คนเป็นสุขอยู่ที่การทำให้มีความเท่าเทียมกันในทรัพย์สิน32 ข้าพเจ้าสงสัยว่าความเสมอภาคนี้จะเกิดขึ้นในที่ที่ซึ่งทรัพย์สินเป็นของปัจเจกชนได้หรือ เพราะในเมื่อมนุษย์ทุกคนกอบโกยให้แก่ตนเองมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งนั้น คนเพียงไม่กี่คนก็จะแบ่งทรัพย์สินทั้งหมดในหมู่เขาและคงเหลือแต่ความต้องการให้กับคนที่เหลือ ผลลัพธ์โดยทั่วๆไปก็คือ จะมีคนอยู่สองชนิดและโชคชะตาของพวกเขาควรจะได้สลับกัน คนชนิดหนึ่งปราศจากประโยชน์ใดๆแก่สังคมแต่โลภและเลวทรามในขณะที่อีกชนิดหนึ่งไม่อวดดีเป็นคนเจียมตนที่รับใช้ชุมชนมากกว่ารับใช้ตนเองด้วยงานประจำวันของพวกเขา”

“โดยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงเชื่อว่า ถ้าไม่กำจัดทรัพย์สินส่วนตัวให้หมดไปก็จะไม่มีทางแบ่งสันปันส่วนข้าวของได้อย่างเที่ยงธรรม และโลกก็ไม่อาจมีการปกครองที่มีสุขได้ตราบเท่าที่ทรัพย์สินส่วนตัวยังคงมีอยู่ คนส่วนใหญ่และส่วนที่ดีที่สุดของมนุษยชาติก็จะถูกกดดันด้วยความวิตกกังวลและเป็นห่วงอันไม่มีทางหลีกเลี่ยงพ้น ข้าพเจ้ายอมรับว่าภาระนี้อาจจะทำให้เบาบางลงได้บ้างแต่ไม่มีทางขจัดให้หมดสิ้นไป อาจจะออกกฎหมายได้ว่าห้ามมีที่ดินเกินเท่านั้นเท่านี้หรือมีเงินมากกว่าจำนวนนั้นจำนวนนี้ หรืออาจจะออกกฎหมายห้ามกษัตริย์มีอำนาจมากเกินไปหรือห้ามประชาชนมีกำลังมากเกินไป อาจออกกฎหมายห้ามนำเอาตำแหน่งสาธารณะไปเป็นสิ่งที่วิ่งเต้นหรือซื้อขายหรือทำให้เกิดภาระแก่ผู้รับตำแหน่ง เพราะมิฉะนั้นแล้ว ผู้ที่เข้ารับตำแหน่งก็จะทุจริตหรือใช้กำลังเพื่อทดแทนสิ่งที่ตนต้องสูญเสียไป และจะทำให้ตำแหน่งซึ่งควรเป็นของผู้ฉลาดตกไปเป็นของคนที่รวยเพียงอย่างเดียว”

“ข้าพเจ้าขอกล่าวว่ากฎหมายเช่นนี้อาจจะมีผลอย่างเดียวกันกับที่การรักษาพยาบาลมีผลต่อผู้ซึ่งป่วยหนัก ความชั่วทางสังคมนั้นอาจจะบรรเทาและทำให้เบาบางลงไปได้บ้าง แต่ตราบเท่าที่ยังมีทรัพย์สินส่วนตัวอยู่ก็ไม่มีหวังเลยว่ามันจะรักษาให้หายและรื้อฟื้นสังคมให้กลับมีสุขภาพที่ดีได้ในขณะที่ท่านพยายามรักษาส่วนหนึ่ง ท่านก็กำลังทำให้โรคร้ายในส่วนอื่นๆทวีอาการขึ้น ในขณะที่แก้ไขความชั่วร้ายอย่างหนึ่งความชั่วอีกอย่างหนึ่งก็เกิดขึ้นแทน เนื่องจากท่านไม่อาจให้อะไรแก่คนหนึ่งได้โดยไม่ต้องเอาของอย่างเดียวกันมาจากอีกคนหนึ่ง”

“ในทางตรงกันข้าม” ข้าพเจ้าตอบ “มันดูเหมือนว่ามนุษย์ไม่อาจมีชีวิตอย่างดีได้ในที่ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของร่วมกัน จะมีความอุดมสมบูรณ์ในที่ซึ่งทุกคนเลิกทำงานได้อย่างไร ? ความหวังที่จะได้กำไรจะไม่ผลักดันเขาอีกต่อไป เขาจะพึ่งพาอาศัยผู้อื่นและกลายเป็นคนเกียจคร้าน ถ้ามนุษย์ถูกเร่งเร้าด้วยความต้องการแต่ไม่มีใครพิทักษ์รักษาสิ่งที่เขาหามาได้ตามกฎหมายแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นนอกจากการนองเลือดและความวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อความเคารพต่อสิทธิอำนาจและตัวสิทธิอำนาจของผู้ปกครองเองก็สลายไปแล้ว ? ข้าพเจ้านึกเห็นสิทธิอำนาจในหมู่มนุษย์ที่เท่าเทียมกันในทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้”

“ข้าพเจ้าไม่ประหลาดใจ” ราฟาเอลกล่าว “ที่ท่านเห็นอย่างนี้เพราะท่านไม่มีความคิดหรือมีก็แต่ความคิดที่ผิดๆเกี่ยวกับรัฐเช่นว่านี้ แต่ถ้าหากว่าท่านได้อยู่กับข้าพเจ้าในยูโทเปียและได้เห็นขนบประเพณีและสถาบันของพวกเขาอย่างที่ข้าพเจ้าได้เห็นมาด้วยตาตลอดเวลาห้าปีที่ข้าพเจ้าได้อยู่กับพวกเขาแล้วท่านก็คงจะต้องสารภาพอย่างเปิดอกว่าท่านไม่เคยเห็นใครที่มีระเบียบดีอย่างพวกเขา ว่ากันที่จริงแล้วข้าพเจ้าคงจะไม่จากมาด้วยความเต็มใจนักหากมิใช่เพื่อว่าจะให้คนอื่นๆได้รู้จักกับโลกใหม่นี้”

“ท่านจะไม่ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อได้ง่ายๆ” ปีเตอร์ กิลลิสกล่าว “ว่าผู้ที่อยู่ในดินแดนใหม่แห่งนั้นมีการปกครองที่ดีกว่าในโลกที่เรารู้จักกัน ความสามารถของเรามิได้ต่ำต้อยไปกว่าของพวกเขา และรัฐบาลของเรานั้นเล่าข้าพเจ้าก็เชื่อว่ามีอายุมากกว่า ประสบการณ์อันยาวนานได้ช่วยให้เราพบเห็นความสะดวกต่างๆในชีวิตและโดยโชคช่วยเราก็ได้ค้นพบสิ่งอื่นๆที่ความสามารถของมนุษย์ไม่อาจประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาได้เลย”

“ในเรื่องอายุของวัฒนธรรมของพวกเขานั้น” ราฟาเอลโต้ตอบ “ท่านคงจะวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องยิ่งขึ้นถ้าท่านได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของพวกเขา และถ้าสิ่งนั้นเชื่อได้พวกเขาก็มีนครมาก่อนที่จะมีคนมาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ สำหรับสิ่งที่ท่านกล่าวว่าได้ถูกค้นพบโดยโอกาสหรือสติปัญญานั้นก็อาจมีได้ที่นั้นเหมือนๆกัน ที่จริงแล้วข้าพเจ้าเชื่อว่าเราเหนือกว่าพวกเขาในด้านความสามารถทางธรรมชาติ แต่เราล้าหลังกว่าเขามากในเรื่องความขยันหมั่นเพียรและความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ตามบันทึกเหตุการณ์ของพวกเขานั้นเขาไม่เคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับผู้ที่อยู่โพ้นเส้นศูนย์สูตร (อย่างที่เขาเรียกเรา) เลย จนกระทั่งเราได้ไปถึงที่นั่นเว้นไว้แต่ว่าครั้งหนึ่งเมื่อประมาณพันสองร้อยปีมาแล้วเรือลำหนึ่งถูกพายุพัดไปทางยูโทเปียและไปล่มที่เกาะนั้น ชาวโรมันและชาวอียิปต์บางคนจากเรือพลัดขึ้นเกาะไปและไม่เคยจากไปอีก ทีนี้ลองดูสิว่าชาวยูโทเปียได้ผลประโยชน์จากโอกาสเช่นนี้ด้วยความขยันหมั่นเพียรอย่างไร พวกเขาเรียนรู้ศิลปที่มีประโยชน์ทั้งปวงจากอารยธรรมโรมันไม่โดยตรงจากอาคันตุกะผู้เรือแตกมาก็โดยทางอ้อมจากข้อเสนอแนะที่ได้มาจากการตอบคำถาม ช่างเป็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่เหลือเกินเมื่อเทียบกับความจริงที่ว่าชาวยุโรปไม่กี่คนไปขึ้นฝั่งที่นั่น ถ้าหากว่าเหตุการณ์บังเอิญอย่างเดียวกันนี้จะนำใครจากดินแดนของพวกเขามาที่นี่บ้าง ก็คงเป็นที่หลงลืมกันไปหมดสิ้นแล้ว เหมือนอย่างที่คงจะเป็นที่หลงลืมกันอย่างแน่แท้ในไม่ช้าว่าข้าพเจ้าเคยอยู่ในประเทศของท่าน จากเหตุการณ์บังเอิญอย่างนั้นเพียงครั้งเดียวพวกเขาก็ได้ทำให้ตนเองกลายเป็นเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์ต่างๆของเราทั้งหมด แต่ข้าพเจ้าคิดว่าคงจะเป็นเวลาอีกนานกว่าที่เราจะยอมรับสถาบันใดสถาบันหนึ่งซึ่งดีกว่าของเรา ข้าพเจ้าเชื่อว่าความเต็มใจที่จะเรียนรู้นี้ คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขามีการปกครองที่ดีกว่าและคือเหตุผลที่เขามีชีวิตที่มีความสุขกว่าที่เรามี ถึงแม้ว่าเราจะไม่ด้อยกว่าเขาในเรื่องสติปัญญาหรือความมั่งคั่ง”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ท่านราฟาเอล ข้าพเจ้าก็ใคร่จะวิงวอนท่าน” ข้าพเจ้ากล่าว “ให้บรรยายถึงเกาะนั้นให้เราฟัง ไม่ต้องพยายามทำให้สั้นแต่จงอธิบายตามลำดับไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวด้วย ผืนดิน แม่น้ำ เมือง ผู้คน กิริยาท่าทาง ขนบธรรมเนียม กฎหมาย และที่จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านคิดว่าเราอยากรู้และท่านเชื่อได้เลยว่าเราอยากจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งเรายังไม่รู้”

“ไม่มีอะไร” เขากล่าว “ที่ข้าพเจ้าจะมีความสุขยิ่งไปกว่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังคงแจ่มใสอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้า แต่มันคงจะกินเวลาอยู่สักหน่อย”

“ถ้าเช่นนั้นเราไปรับประทานอาหารเย็นกันก่อน” ข้าพเจ้ากล่าว “และหลังจากนั้นเราก็จะมีเวลาเพียงพอ”

“ตกลง” เขากล่าว แล้วเราก็เข้าไปข้างในและรับประทานอาหารกัน ข้าพเจ้าสั่งให้คนรับใช้ระวังอย่าให้ใครมากวนเรา ปีเตอร์ กิลลิสและข้าพเจ้าขอให้ราฟาเอลทำตามที่กล่าวไว้ เมื่อเขาเห็นว่าเราอยากจะฟัง เขาก็นั่งเงียบและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เริ่มเล่าดังต่อไปนี้…


* * * * * * * * *


28 Macarians มาจากคำในภาษากรีกว่า makarios ซึ่งแปลว่าที่มีความสุข

29 Luke, xii, 3

30 Adeiphi, l, ii 66

31 บทเปรียบเทียบของมอร์ คือการอ้างข้อความจาก Republic vi, 469 d - e

32 นี่เป็นการอ้างอิงเหตุการณ์ตอนหนึ่งในชีวิตของเพลโตที่ไดโอจีนิส เลเออซีอัส นักเขียนประวัติบุคคลแห่งศตวรรษที่สามเล่าไว้


Create Date : 20 ตุลาคม 2550
Last Update : 20 ตุลาคม 2550 0:40:43 น. 1 comments
Counter : 527 Pageviews.

 

alt=


ห ลั บ ฝั น ดี น ะ ค่ ะ

^ ^ *

ที ซี ** ค่ ะ

จุ๊ ฟ ฟ ฟ ฟ ..


โดย: zeeD.mj วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:1:07:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.