Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
22 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
ยูโทเปีย เล่มที่ 2 ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

ในอดีตนั้นชาวยูโทเปียได้ช่วยเพื่อนบ้านของตนบางพวกให้ได้อิสรภาพจากทรราช ชนเหล่านั้นยกย่องคุณธรรมของชาวยูโทเปียมากถึงกับมาขอให้ชาวยูโทเปียส่งคนไปเป็นผู้ปกครองของตน ผู้ปกครองเหล่านี้บางคนก็ทำหน้าที่อยู่ปีหนึ่งบางคนก็ห้าปีเมื่อหมดวาระของตนแล้ว พวกเขาก็กลับมาพร้อมด้วยคำสรรเสริญและความยกย่อง และคนอื่นๆก็ถูกส่งไปแทนที่ ประเทศเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะได้ค้นพบแผนการณ์อันเลิศล้ำสำหรับความสุขและความปลอดภัย ในเมื่อสภาพที่ดีหรือความชั่วของรัฐขึ้นอยู่กับลักษณะทางศีลธรรมของเจ้าหน้าที่ปกครอง ใครอีกเล่าที่พวกเขาจะเลือกได้อย่างเฉลียวฉลาดยิ่งไปกว่าผู้ซึ่งไม่ตกเป็นทาสของเงินตรา ? เพราะเงินทองไร้ประโยชน์สำหรับชาวยูโทเปียเมื่อเขากลับไปบ้าน และเพราะว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นชาวพื้นเมือง เขาจึงไม่หวั่นไหวไปกับการแข่งขันและการแตกแยกภายใน เมื่อความชั่วสองอย่างนี้คือความโลภและความลำเอียงเกิดขึ้นกับผู้พิพากษาแล้วมันก็จะทำลายล้างความยุติธรรมทั้งหมด อันเป็นเครื่องเชื่อมโยงสำคัญของสังคมให้หมดไป ชาวยูโทเปียเรียกชนที่เอาคนของตนไปเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองว่าเพื่อนบ้าน และเรียกผู้ที่ตนได้ช่วยเหลือยิ่งไปกว่านี้ว่ามิตร

ในขณะที่ประเทศชาติอื่นๆเป็นพันธมิตรกันแล้วก็แตกกัน แล้วก็กลับเป็นคู่พันธมิตรกันอีกอยู่เนืองๆนั้น ชาวยูโทเปียไม่เป็นพันธมิตรกับผู้ใดทั้งสิ้น พวกเขากล่าวว่า ถ้าธรรมชาติไม่ทำให้มนุษย์เป็นมิตรกันแล้ว การเป็นพันธมิตรกันจะทำได้หรือ ? ผู้ซึ่งเย้ยหยันธรรมชาติจะเคารพสิ่งที่เป็นเพียงแต่ถ้อยคำหรือ ? ทัศนะของพวกเขายิ่งได้รับความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น เมื่อประเทศต่างๆที่เป็นเพื่อนบ้านไม่ค่อยจะรักษาความเป็นพันธมิตรและสนธิสัญญากันนัก

ในยุโรปโดยเฉพาะประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์สนธิสัญญาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และละเมิดมิได้ ที่เป็นเช่นนี้บางส่วนเกิดจากความยุติธรรมและความดีของกษัตริย์และบางส่วนก็เกิดจากการเคารพและความกลัวที่มีต่อองค์สันตปาปา20 ซึ่งรักษาข้อตกลงของตนเองอย่างเคร่งครัด สันตปาปาสั่งให้ประมุขของรัฐอื่นๆทั้งหมดปฏิบัติตามสัญญาที่ตนให้ไว้ และถึงกับบีบบังคับผู้ที่ละเมิดสัญญา โดยมีโองการตำหนิและสันตปาปา ได้ชี้ให้เห็นได้อย่างถูกต้องว่า การที่บุคคลผู้ได้ชื่อว่า “ผู้มีศรัทธา” ไม่มีศรัทธาในสัญญาที่ตนให้ไว้เอง ย่อมนับว่าเสื่อมเสียอย่างยิ่ง

แต่ในโลกใหม่ซึ่งห่างไกลจากเราพอๆกับที่ขนบประเพณีของเราแตกต่างกับของพวกเขานั้นไม่มีความเชื่อถือการเป็นพันธมิตรเลย แม้ว่าจะทำสัญญากันโดยมีพิธีรีตองที่น่าเลื่อมใสสักเพียงใดก็ตาม ยิ่งมีพิธีเป็นทางการมากยิ่งขึ้นเท่าไร สนธิสัญญาก็ยิ่งถูกเลิกล้มไปโดยการบิดเบือนคำพูด ซึ่งมักจะจงใจทำให้คลุมเครือเร็วขึ้นเท่านั้น ที่จริงแล้วช่องโหว่เหล่านั้นมักจะใส่ไว้ในสนธิสัญญากันอย่างจงใจ เพื่อจะได้บิดพริ้วได้เสมอไม่ว่าข้อผูกมัดจะแน่นแฟ้นสักเพียงใดก็ตาม ถ้ารัฐบุรุษพบเล่ห์เหลี่ยมและการฉ้อโกงเช่นนี้ในสัญญาของนักธุรกิจ เขาก็จะประณามนักธุรกิจนั้นๆว่าทำชั่วอย่างร้ายแรงและสมควรจะถูกแขวนคอ แต่รัฐบุรุษเหล่านี้เองกลับภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้คำปรึกษาเช่นว่านี้ต่อกษัตริย์ ดังนั้นความยุติธรรมจึงดูเป็นคุณธรรมที่ด้อยและต่ำต้อย เป็นคุณธรรมซึ่งอยู่ต่ำกว่าศักดิ์ศรีอันสูงส่งของกษัตริย์มาก หรือไม่ก็มีความยุติธรรมอยู่สองอย่าง อย่างหนึ่งเป็นความยุติธรรมของประชาชนซึ่งเลวต่ำต้อย และถูกจองจำโดยโซ่ตรวนไว้ทุกด้านจนไม่อาจกระโดดข้ามรั้วไปได้ ส่วนอีกอย่างหนึ่งคือความยุติธรรมของกษัตริย์ซึ่งมีสง่าราศีมากกว่า และมีอิสระมากกว่าของประชาชน มากจนอาจเอาอะไรที่ต้องการได้ทั้งสิ้น

เพราะการรักษาสนธิสัญญาเป็นไปอย่างเลวแบบนี้นี่เองทำให้ชาวยูโทเปียไม่เป็นพันธมิตรกับใครเลย ที่จริงแล้วพวกเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ถ้าหากว่าพวกเขาได้อยู่ที่นี่ อย่างไรก็ดี พวกเขาคิดว่าเป็นประเพณีที่เลวที่จะทำสนธิสัญญาใดๆถึงแม้ว่าจะมีการปฏิบัติตามเป็นอย่างดีก็ตาม เพราะการทำดังนั้นทำให้ดูเหมือนว่าผู้คนซึ่งอยู่แยกกันเพราะเนินเขาลูกหนึ่ง หรือแม่น้ำสายหนึ่งกั้นจะไม่มีความสัมพันธ์โดยธรรมชาติต่อกันเลย เกิดมาก็เป็นศัตรูกันโดยธรรมชาติ จึงอาจทำร้ายซึ่งกันและได้โดยถือว่าถูกต้อง เว้นแต่ว่าจะมีสนธิสัญญาเหนี่ยวรั้งไว้ ยิ่งกว่านั้นพวกเขาเห็นว่าการเป็นพันธมิตรเหล่านี้มิได้ก่อให้เกิดมิตรภาพ ประเทศทั้งสองยังคงมีเสรีภาพที่จะประหัตประหารกันอยู่ ถ้าไม่มีการระวังการใช้คำในสนธิสัญญามิให้ดิ้นได้ ชาวยูโทเปียมีทัศนะว่า ไม่ควรถือว่าบุคคลใดเป็นศัตรูถ้าเขาไม่ได้ทำร้ายอะไรเรา ธรรมชาติที่มีร่วมกันของมนุษย์ทำหน้าที่แทนสนธิสัญญา และมนุษย์นั้นผูกพันกันอย่างลึกซึ้งโดยเจตนาดียิ่งกว่าโดยสนธิสัญญา และผูกพันกันอย่างมั่นคงด้วยหัวใจยิ่งกว่าด้วยถ้อยคำ


* * * * * * * * *


20 นี่คงจะเป็นการเสียดสี สันตะปาปา จูเลียสที่สอง (ค.ศ. 1443 – 1513) ผู้ซึ่งในปี ค.ศ. 1508 เข้าร่วมกับหลุยส์ที่สิบสองในสันนิบาตแห่งกองเบรต่อต้านเวนิส และหลังจากที่ชนะชาวเวนิสในปี ค.ศ. 1509 โดยการสนับสนุนของฝรั่งเศสแล้วในปี ค.ศ. 1510 พระองค์ก็สร้างสันนิบาตอันศักดิ์สิทธิ์โดยร่วมมือกับเวนิสต่อต้านฝรั่งเศส


Create Date : 22 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2550 0:25:21 น. 0 comments
Counter : 622 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ende
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




I do my thing and you do your thing.
I am not in this world to live up to your expectations,
And you are not in this world to live up to mine.
You are you, and I am I,
And if by chance we find each other, it's beautiful.
If not, it can't be helped.

(Fritz Perls, 1969)
ส่งหลังไมค์ที่นี่
Friends' blogs
[Add ende's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.